4ปาฏิหาริย์ครั้งที่สอง
โรงพยาบาลแฟร์วิวคลิฟแลนด์ เช้านี้คราคร่ำไปด้วยผู้คน มีทั้งผู้บริหาร นักวิชาการ คุณหมอ นักเรียนแพทย์ฯลฯ ทุกคนมารวมตัวกันที่โถงใหญ่อาคารอำนวยการฯเพื่อร่วมเป็สักขีพยานและแสดงความยินดีกับข่าวการฟื้นตื่นของเด็กหญิง พิณรดา องศาพิสัย เื่นี้ถือเป็ความสำเร็จทางการแพทย์ครั้งใหญ่
ผู้อำนวยการเปิดแถลงข่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแสงไฟจากแฟลชสว่างวูบวาบ นักข่าวจำนวนมากรุมล้อมซักถามและจดบันทึกบ้างก็อัดภาพและเสียงผ่านเครื่องมือต่างๆ
“ครับ นักข่าวทุกท่าน การตื่นขึ้นของน้องพิณรดาถือเป็ความสำเร็จของทางโรงพยาบาลเราที่มุ่งมั่นรักษามาเจ็ดปีเต็มนับเป็โอกาสหนึ่งในสิบล้านที่จะเกิดขึ้นได้”
“ท่านผอ.คิดว่าความสำเร็จครั้งนี้จะช่วยยกระดับของโรงพยาบาลให้เทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำของโลกหรือไม่คะ”
“แน่นอนครับต่อจากนี้ไป โรงพยาบาลของเราจะอยู่ในอันดับ TOP FIVE ของโลกแน่นอนครับ”
เสียงนักข่าวรุมล้อมซักถามทุกคนตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่ง ภาพข่าวสำคัญนี้ได้ถูกเผยแพร่กระจายไปทั่วโลก
พิณรดาถูกย้ายจากห้องปลอดเชื้อมาห้อง ICU เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด เธอนอนนิ่งหรี่ตามองแสงไฟบนเพดานหมอใหญ่กับพยาบาลรุมล้อมตรวจเช็คอาการอย่างละเอียด
ชินวุฒิกับพิมพ์ใจยืนรออยู่หน้าห้องใบหน้าทั่งสองฉาบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจหยิบกระดาษซับปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากความดีใจ
ทันทีที่หมอเปิดประตูออกมาทั้งสองก็รีบเดินมาถามอาการน้องพินทันที
“ลูกสาวผมเป็ยังไงบ้างครับคุณหมอ”
“โอเคครับคุณพ่อร่างกายทุกส่วนปกติ เพียงแต่กล้ามเนื้อแขนขายังอ่อนแอต้องรอปรับสภาพสักระยะ”
“ลูกดิฉันจะหายเป็ปกติใช่มั๊ยค่ะ”
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับน้องเค้าสุดยอดมากครับ เขาอดทนมาตลอด ่ระยะหนึ่งปีหลังหมอสังเกตว่าเขาพยายามตอบโต้กับพวกเรา ตามที่คาดไว้ น้องเค้าต้องฟื้นแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว แต่ที่ไม่ได้บอกทางคุณพ่อคุณแม่ เพราะหมอใหญ่ท่านสั่งห้ามเกรงว่าจะเป็การให้ความหวังมากเกินไปครับ”
“เราขอเข้าไปหาลูกได้มั๊ยครับ”
“ขอหมอดูอาการและตรวจเช็คละเอียดสักสามวันก่อนนะครับเมื่อแน่ใจถึงจะให้เข้าเยี่ยมได้”
ชินวุฒิและพิมพ์ใจโผกอดกันด้วยความดีใจและแล้ววันนี้วันที่พวกเขารอคอยก็มาถึง
มหาวิทยาลัยซูริคสวิตเซอร์แลนด์ ศรันย์เข้าเรียนที่นี่ได้สองปีแล้ว เขาเช่าอพาร์ทเม้นท์ใกล้มหาลัยเพื่อความสะดวกในการเดินทางมาเรียนรูมเมทของศรันย์ชื่อ ภูคำ เป็คนลาว พ่อของภูคำเคยเป็กัปตันเรือสมัยที่ศรันย์ออกเรือยังเป็คนสอนศรันย์พูดและเขียนภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เมื่อศรันย์มาเรียน ภูคำได้รับโชคจากพ่อให้มาเป็เพื่อนเรียนมีอะไรจะได้คอยช่วยเหลือกัน
“รันนายดูทีวีสิ เด็กไทยที่เป็เ้าหญิงนิทราที่อเมริกาฟื้นแล้ว สงสัยโดนเ้าชายจูบ”
“อืมเหรอ โชคดีนะ”
“ใช่นิทรามาตั้งเจ็ดปี ยอมใจพ่อแม่เค้าเลยวะ อดทนมาได้ขนาดนี้” ภูคำเอ่ยสำเนียงไทยชัดเจน
ศรันย์แหงนมองทีวีเป็ข่าวช่อง BBC ในภาพเป็เด็กหญิงบนรถเข็นถูกบุรุษพยาบาลกำลังเข็นเข้าห้อง ICU มีแพทย์พยาบาลเดินรุมล้อมเข้าห้องไป
เขาไม่คาดคิดหรอกว่าสาวน้อยที่เค้าเห็นในจอทีวี คือ น้องพิน เด็กสาวตัวน้อยที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด
ภาพในทีวีตัดไปที่การให้สัมภาษณ์ของ ผอ.โรงพยาบาล
“เข้าเรียนเถอะวิชานี้เขี้ยวด้วย ไปจองที่ดีๆกัน”ศรันย์คว้าหนังสือตรงหน้าลุกจากม้านั่งภูคำลุกตาม ทั้งสองเดินออกจากโรงอาหารไป
หลังฟื้นวันที่เจ็ดพิณรดาถูกย้ายมาห้องพิเศษ หมออนุญาตให้พ่อแม่เฝ้าผู้ป่วยได้ทันทีที่ทั้งสองเข้าห้องพิมพ์ใจตรงเข้ากอดร่างที่นอนเหม่อบนเตียงทันที
“น้องพิณเจ็บตรงใหนมั๊ยลูก แม่มาแล้ว”พิมพ์ใจเสียงสั่นสะอื้น ส่งยิ้มให้
“ใครคะหมอ”
อ้าว! มีอะไรแปลกๆแล้ว
“father and mother หนูไงครับ”หมอที่ยืนตรวจอาการอยู่ข้างๆยิ้มและตอบ
ทั้งสองถึงกับอึ้งเกิดอะไรขึ้นกับน้องพิณกันแน่ หันมามองหมอ อ้าปากทำท่าจะถามหมอยกมือปรามไว้ส่ายหน้ายิ้มนิดๆ
เมื่อหมอเดินออกจากห้องชินวุฒิเดินตามมา
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวผมหรือครับคุณหมอ”
“เบื้องต้นเราสันนิษฐานว่า่ที่ผู้ป่วยหลับหมดสติ เือาจจะไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้ประสาทส่วนรับรู้บางส่วนผิดปกติอาการนี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่มาหมอก็ไม่รู้นะครับ”
“จะหายมั๊ยครับอาการนี้”
“หายแน่นอนครับอาการนี้จะเกิดขึ้นแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ต้องใช้เวลา คุณพ่ออาจหาสิ่งกระตุ้นเช่นคน หรือสิ่งของที่น้องเค้าชอบเป็พิเศษ”
เมื่อชินวุฒิกลับเข้ามาน้องพินกำลังหลับพิมพ์ใจนั่งลูบผมลูกสาวอยู่ข้างๆ เธอหันมาทำท่าจุ๊ปากไม่ให้เขาส่งเสียงแค่ลูกสาวแม่กลับมาก็พอแล้ว ชีวิตนี้ไม่ขออะไรมากไปกว่านี้
พิณรดายังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหนึ่งเดือนต่อมา เธอเริ่มคุ้นเคยกับพ่อแม่บ้างแล้ว แต่ความทรงจำในวัยเด็กยังไม่มี ทุกอย่างเหมือนจะหายไปกับการนอนหลับของเธอ
วันนี้เธอออกมารับอากาศภายนอก พิมพ์ใจคอยเดินประคองลูกสาวบนพื้นสนามหญ้ามุมสวนหย่อมภายในโรงพยาบาลต้องออกเดินบ่อยๆแขนขาจึงจะเกิดกล้ามเนื้อ แข็งแรงและกลับเป็ปกติ
ชินวุฒินั่งมองสองแม่ลูกอยู่เงียบๆคิดหาวิธีช่วยฟื้นความจำให้กับน้องพิน เขาลองมาหมดแล้วยังหาวิธีอะไร ไม่ได้เลย
ป้ายโฆษณาจอLED ขนาดใหญ่บนตึกฝั่งตรงข้าม กำลังโฆษณาภาพยนตร์เื่The Avengers เป็ฉากที่เหล่าฮีโร่กำลังต่อสู้กับสัตว์ร้ายนอกโลกพิณรดาแหงนมองดูด้วยความสนใจ
ความคิดหนึ่งวาบเข้ามาในใจชินวุฒิ“รู้แล้ว จะช่วยฟื้นความจำให้น้องพินยังไง”
่อาหารเย็นพิณรดากับคุณแม่กำลังรับประทานอาหารทั้งสองเริ่มคุยกันอย่างสนิทสนม ชินวุฒิโผล่มาจากใหนไม่มีใครรู้ เขามายืนอยู่ตรงหน้าสองแม่ลูกสายตาจ้องมองน้องพินถามยิ้มๆ
“น้องพินทายซิว่าพ่อเอาอะไรมา”
“อะไรอยู่ข้างหลังพ่อเหรอคะ”พิณรดาเอียงคอมองทำหน้างงๆ
“นี่ไงตัวอะไรของใคร จำได้มั๊ยเอ่ย” ชินวุฒิยื่นสิ่งหนึ่งมาตรงหน้า
พิณรดารีบคว้ามาอย่างลืมตัวเธอจ้องมองไอรอนแมนในมือ ดวงตาเหม่อลอย คิ้วย่นแสดงอาการสงสัยเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าสิ่งนี้เป็ของใครสักคนที่คุ้นเคยมากๆมอบให้