พายุที่เมเม่ว่ามาถึงในอีก 2 วันต่อมาเมื่อมิสเตอร์เกรแฮมเมอร์สฟิลด์มาที่สำนักงานนักสืบเพื่อติดต่อให้เธอเข้าไปสืบหาความจริงเกี่ยวกับอาถรรพ์ของคฤหาสน์
9 สิงหาคม 2018 เวลา 9.32 น.
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์เป็ชายรูปร่างสูงสมส่วน ไม่ผอมหรืออวบจนเกินไปใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้งที่ตอนนี้อายุอานามก็ปาไป 28 แล้ว เขาพยายามเพื่อให้ตัวเองดูมีอายุมากขึ้นด้วยการไว้หนวดเคราเป็รูปสี่เหลี่ยมรอบริมฝีปากทว่านั่นก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ เกรแฮมมีชื่อเสียงในด้านฝีมือการทำธุรกิจเป็อย่างยิ่งพูดกันว่าตอนที่เขาอายุเพียง 18 ปี เมอร์สฟิลด์คนพ่อ ชาลล์ เมอร์สฟิลด์ก็ยกอาณาจักรธุรกิจของตระกูลให้เขาคุมมากกว่าครึ่งซึ่งเกรแฮมก็ทำได้ดีเสียด้วย โดยปัจจุบัน สองพี่น้องเมอร์สฟิลด์นั้นเป็เ้าของั้แ่ธุรกิจน้ำเมาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขนส่ง การปล่อยสินเชื่อ แฟรนไชส์ร้านอาหารกับสื่อสิ่งพิมพ์
และชายผู้ถูกจัดอันดับหนึ่งใน 20 คลื่นลูกใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดก็กำลังนั่งบนโซฟาตรงข้ามเมเม่แต่งกายด้วยสูทสีน้ำเงินราคาแพงกับรองเท้าหนังจระเข้มันวับแบบที่เงินทั้งปีของคาร์ลินก็ยังซื้อไม่ได้หนุ่มผู้ช่วยแอบยิ้มในใจที่อย่างน้อยเมเม่ก็ไม่หลงไปกับภาพมายาอันหรูหราตรงหน้าเธอ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ไม่สิ ผมอยากเรียกมันว่า“คฤหาสน์พิงก้าเพนตาเคิล” ตามชื่อเดิมตอนที่สร้างเสร็จในปี 1909 มากกว่า
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: คฤหาสน์หลังนี้เป็สมบัติตระกูลเมอร์สฟิลด์ของผมมาั้แ่ยุคของวิลเลี่ยมกับทิวลิปทิสเดล
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: สมัยที่พวกเขาย้ายไปตั้งรกรากในเมืองคอตตอนเบย์สเมื่อ1889
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: โดยคฤหาสน์ถูกสร้างขึ้นบนสุสานศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองที่ถูกไล่ที่ไปหลายปีก่อนหน้า
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็ความตั้งใจเดิมของวิลเลี่ยมเองที่้าที่ดินกว้างขวางในราคาถูก
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: หรือเพราะถูกนายหน้าหลอกขายก็ไม่รู้
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แต่ด้วยสาเหตุนั้นทำให้คู่สามีภรรยาวิลเลี่ยมกับทิวลิปขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: และประจวบเหมาะกับอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตลูกชายคนโตของทั้งคู่ไป
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: จึงทำให้สถานการณ์แต่งงานซึ่งเดิมก็ง่อนแง่นอยู่แล้วถึงจุดแตกหักในที่สุด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: จนนำไปสู่การหย่าร้างในอีกไม่กี่ปีให้หลัง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: โดยทิวลิปเป็ฝ่ายได้คฤหาสน์ทว่าต้องเสียสิทธิเลี้ยงดูลูกไป
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: พูดกันว่าทิวลิปตกอยู่ในความโศกเศร้าและความเครียดอย่างหนัก
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เพราะงั้นหล่อนถึงหันไปยุ่งเกี่ยวกับเวทมนตร์ศาสตร์มืด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ที่จริงมีบันทึกที่น่าสนใจฉบับหนึ่งของทิโมธีรัสเซลซึ่งเขียนขึ้นในปี 1935
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เกี่ยวกับประวัติและความลับต่างๆของคฤหาสน์
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ใน่ก่อนจะเกิดโศกนาฎกรรมสังหารโหดวันที่1 พฤษภาคม 1915
อามายะ คาร์ลิน: บันทึกของทิโมธีรัสเซล?
อามายะ คาร์ลิน: ยังมีบันทึกฉบับอื่นก่อนหน้าหนังสือของศจ.โดนัลด์การ์เซียอีกงั้นหรือ
คาร์ลินถามขึ้นน้ำเสียงประหลาดใจสุดขีดขณะที่เมเม่ส่งสายตาทำนองว่า “ฉันบอกว่าไง ให้หาข้อมูลมาให้ละเอียดที่สุดใช่ไหมแล้วไอ้หน้าโง่ๆ นี่มันอะไรกันยะ!” ซึ่งทำเอาชายหนุ่มผู้ช่วยเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียว
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แน่นอนว่าต้องมีสิ
เกรแฮมตอบด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกับภาพบนหน้าปกนิตยสารฉบับ“นักธุรกิจดาวรุ่งเ้าเสน่ห์” ใบหน้าหล่อเหลาดูขี้เล่นทว่าดวงตากลับคมกริบสื่อเป็นัยอีกอย่าง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: โดนัลด์ การ์เซียเป็ผู้ค้นพบบันทึกของทิโมธีรัสเซลในปี 1985
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: จากนั้นเขาก็นำมันมาตีความและเรียบเรียงใหม่เป็หนังสือของตัวเอง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ชื่อว่า“พิงก้าเพนตาเคิล อาถรรพ์แห่งคอตตอนเบย์ส”
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ฉบับที่ถูกสร้างเป็หนังนั่นแหละ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แต่ถามผมนะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ผมไม่ปลื้มกับโดนัลด์การ์เซียเท่าไหร่
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เ้าปลิงดูดเืนั่นตั้งใจใช้งานเขียนตัวเองบีบพ่อกับแม่ของผมให้จ่ายเงินก้อนโตให้มัน
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: พอถูกปฏิเสธก็เขียนถึงตระกูลเมอร์สฟิลด์ให้อยู่ในฐานะของผู้ร้ายที่ต้องรับผิดชอบเื่ร้ายๆทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เมเม่ แคลเรสซ่า: อย่างเช่นที่ครอบครัวของคุณเบี้ยวการจ่ายเงินชดเชยผู้เสียหายจากเหตุ“ฆาตกรรมคฤหาสน์ตุ๊กตา” ในปี 1974 ใช่ไหม
เมเม่ แคลเรสซ่า: ตอนนั้นประท้วงหนักน่าดูเลยนี่
เมเม่ แคลเรสซ่า: จนครอบครัวของนายต้องเตลิดหนีกลับต่างประเทศไปถูกไหมถ้าฉันจำไม่ผิด
ใบหน้าเป็มิตรของเกรแฮมพลันบึ้งตึงเหมือนถูกปกคลุมด้วยเงามืดอันน่าสะพรึงเขาจ้องเมเม่ที่นั่งส่งยิ้มหวานให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือกำหมัดแน่นสั่นระริก ตอนที่เกรแฮมอ้าปากพูดอีกครั้งแม้ระดับเสียงของเขาจะแทบไม่เปลี่ยนไปเลย ทว่าก็ฟังออกว่าต้องบังคับตัวเองเพียงใด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ในตอนนั้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อเมอร์สฟิลด์ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยทั้งหมดแล้ว
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แต่คนพวกนั้นไม่พอใจกันเองต่างหาก
เมเม่ แคลเรสซ่า: แค่ 1000 เหรียญต่อครอบครัวเองเนี่ยนะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ไม่ใช่ “แค่” นะ ด้วยจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปทั้งหมดน่ะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: รู้ไหมว่าบริษัทต้องประกาศยกเลิกการลงทุนด้านอสังหาในประเทศทั้งหมดอยู่หลายปี!
เมเม่ แคลเรสซ่า: เฮอะ แล้วคนที่ตายไปล่ะ คิดว่าเงิน1000 เหรียญน่ะมันสมควรแล้วหรือ
เกรแฮมทุบโต๊ะตัวเตี้ยเข้าชุดกับโซฟาตรงหน้าดังโครมทำแก้วน้ำกระทบจานรองดังกึกๆ คาร์ลินสะดุ้งโหยง แต่เมเม่ยังคงมีท่าทางสบายๆ ซึ่งมันยิ่งกระตุ้นความโกรธของเกรแฮมให้มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: นั่นไม่ใช่ความผิดของทางเราเลย!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ใช่ว่าพ่อแม่ผมจะเที่ยวเดินถือมีดไล่แทงคนพวกนั้นสักหน่อย!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: หลักฐานก็บอกชัดว่าคนร้ายคือพ่อครัวกับพนักงานยกกระเป๋าต่างหาก!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: พ่อกับแม่ผมไม่ได้รู้เื่อะไรด้วยเลย
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทั้งอย่างนั้นคนพวกนั้นก็ยังเอาแต่มาแหกปากร้องไม่หยุด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ความผิดของครอบครัวผมบ้างละ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ชดใช้บ้างล่ะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ตามความเห็นผมนะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ได้ตั้ง 1000เหรียญก็ดีจะแย่อยู่แล้ว!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: พวกนั้นต้องกล่าวขอบคุณมากกว่าด้วยซ้ำ!!!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: รู้ไหมว่าเพราะเหตุการณ์บ้าๆนั่น คุณแม่ก็กลายเป็คนซึมเศร้า
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: จนในที่สุดก็ตรอมใจตาย
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ท่านโทษตัวเองที่เกิดเื่แบบนั้นขึ้น
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เื่ที่ไม่ใช่ความผิดของท่านเลย!
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ความผิดเดียวที่ท่านทำคือ้าเห็นเมืองฮิปปี้งี่เง่านั่นเจริญรุ่งเรืองต่างหาก!!!
เมเม่ แคลเรสซ่า: ความผิดเดียวอย่างนั้นหรือ
อามายะ คาร์ลิน: เมเม่!
เมเม่ แคลเรสซ่า: ทั้งๆ ที่รู้ว่าคฤหาสน์มีประวัติโชกโชนขนาดนั้นแท้ๆแต่ก็ยังดันทุรังเข้าไปยุ่งกับมัน
เมเม่ แคลเรสซ่า: ถ้าไม่เรียก “ดื้อด้านอย่างโง่ๆ”ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว
อามายะ คาร์ลิน: เมเม่!!!
หนุ่มผู้ช่วยนักสืบะโลั่นห้องตอนที่เกรแฮมลุกพรวดด้วยแรงโทสะรอยยิ้มเมเม่กระตุกเล็กน้อยและเจือด้วยความหงุดหงิดเพราะเสียงะโของคาร์ลิน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ฉีกกว้างขึ้นเมื่อสบกับแววตาแข็งกร้าวของนักธุรกิจหนุ่มคาร์ลินจำเป็ต้องเรียกชื่อหญิงสาวอีกหลายครั้งกว่าเธอจะยอมหุบยิ้มกวนประสาทแล้วหันไปสนใจกับเล็บสีชมพูประดับกากเพชรแวววาวของตนแทน
คาร์ลินยอมรับว่าในยามนี้เมเม่นั้นไม่มีความเป็มืออาชีพเอาเสียเลยทำไมเธอจะต้องยั่วโมโหเกรแฮมด้วยนะ
อามายะ คาร์ลิน: ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณเมอร์สฟิลด์
อามายะ คาร์ลิน: พอดีเมเม่... คุณนักสืบเขา...
อามายะ คาร์ลิน: มีเื่ต้องคิดอยู่นิดหน่อยน่ะครับ
อามายะ คาร์ลิน: แต่ผมยืนยันว่านโยบายของสำนักงานของเราคือ
อามายะ คาร์ลิน: ถ้าตัดสินใจรับงานแล้วเราจะทำงานอย่างเต็มที่และเป็กลางที่สุดครับ
อามายะ คาร์ลิน: ยังไงคุณช่วยเล่าต่อได้ไหมครับ
อามายะ คาร์ลิน: คุณเมอร์สฟิลด์
คาร์ลินแข็งใจจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลแก่ของเกรแฮมและใช้น้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ทำได้พร้อมกันนั้นก็ผายมือเชื้อเชิญให้กลับนั่งลง เขาหวังว่าคำขอโทษรวมถึงท่าทางของตนจะสื่อถึงประนีประนอมอย่างที่ตั้งใจไว้
หลังผ่าน่จ้องเขม็งกันไปนานสองนาน ในที่สุดเกรแฮมก็ยืดตัวตรงตามด้วยสูดหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้ง นักธุรกิจหนุ่มขยับปกสูทตัวนอก จากนั้นค่อยทรุดลงนั่งอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่เขาชำเลืองมองเร็วๆ ไปทางเมเม่ผู้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ ทั้งสิ้น และเพ่งพิศนิ้วเรียวสวยทั้งสิบซึ่งกางเต็มที่ของตนไม่ต่างจากเด็กสาวม.ปลายที่โลกทั้งใบมีเพียงแฟชั่นกับรูปลักษณ์อันงดงามของตัวเองเท่านั้น
อามายะ คาร์ลิน: คุณเมอร์สฟิลด์ครับ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: อะแฮ่ม! เราพูดถึงไหนกันแล้ว ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะโดยความไร้มารยาทอย่างที่สุดน่ะ
เมเม่อ้าปากจะโต้กลับ แต่สายตาเฉียบขาดของคาร์ลินหยุดสาวนักสืบไว้เสียก่อน
อามายะ คาร์ลิน: เอ... ก็...คุณพูดถึงทิโมธี รัสเซล
อามายะ คาร์ลิน: เพราะผมไม่รู้ว่ายังมีงานเขียนอย่างเป็ทางการก่อนหน้างานเขียนเกี่ยวกับประวัติคฤหาสน์เมอร์ส-พิงก้าเพนตาเคิลของศจ.โดนัลด์ การ์เซียอยู่ด้วย
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ไอ้ศาสตราจารย์สารเลวนั่น
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: มันพยายามอ้างเครดิตการค้นคว้าทั้งหมดว่าเป็ของมันเอง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็แค่คัดลอกงานคนอื่นกับสรุปข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาทำเป็หนังสือเท่านั้นเอง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทิโมธี รัสเซลที่ผมพูดถึงคือเหยื่อคนหนึ่งจากความลึกลับของคฤหาสน์พิงก้าเพนตาเคิล
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ตามที่เขากล่าวอ้างในหนังสือของเขานะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทิโมธีเขียนหนังสือเื่“ทิวลิป ทิสเดล จุดเริ่มต้นของความตาย” ขึ้นในปี 1935
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: โดยเล่าถึงที่มาที่ไปว่าเขาเป็เด็กที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ในบาร์นอกเมืองคอตตอนเบย์สตอนกรกฎาคม1917
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ในตอนนั้นคฤหาสน์พิงก้าเพนตาเคิลภายใต้การของแอนโบรลีน เมอร์สฟิลด์ ผู้เป็พี่สาวของวิลเลี่ยม เมอร์สฟิลด์ เ้าของคนแรก ก็ได้เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์อีกครั้ง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: และได้รับการยอมรับทั่วไปแล้วว่าเป็คฤหาสน์ผีสิง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทีแรกแอน้าใช้ประโยชน์จากที่ดินคฤหาสน์จึงจ้างหมอผีกับผู้มีพลังพิเศษจากทั่วทุกสารทิศมาขับไล่ิญญาชั่วร้ายของทิวลิป
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ตรงนี้ต้องเท้าความถึงที่มาของความเชื่อเื่ิญญาร้ายของทิวลิปเสียก่อน
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ผมน่าจะพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทิวลิปนั้นเป็ภรรยาของวิลเลี่ยมเมอร์สฟิลด์
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เ้าของคฤหาสน์คนแรกต้นตระกูลของผมเท่าที่มีบันทึกย้อนไปถึง
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แต่เนื่องจากทั้งคู่หย่าขาดกันและหล่อนแพ้คดี
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทำให้วิลเลี่ยมได้สิทธิเลี้ยงดูลูกทั้ง3 คน ส่วนหล่อนก็ได้คฤหาสน์
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ด้วยความโศกเศร้าจากการถูกแยกแม่แยกลูกซ้ำร้ายลูกชายฝาแฝดของหล่อนยังมาเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นานอีก
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ส่งผลให้หล่อนหันไปพึ่งการทรงเ้าเข้าผีและเวทมนตร์คาถา
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ซึ่งทิโมธีกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เป็จุดเปลี่ยนไว้ว่า
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทิวลิปเชิญคนทรงไปยังคฤหาสน์เป็ครั้งแรกในเดือนธันวาคม1899
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เพื่อสื่อสารกับลูกชายที่ตายไปแล้ว
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: และแม้ว่าจะจับได้ในเวลาต่อมาว่าคนทรงผู้นั้นเป็นักต้มตุ๋น
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทว่าหล่อนก็ไม่ได้เลิกข้องแวะกับวงการนี้อย่างใด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: กลับกันด้วยซ้ำ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: หล่อนใช้เวลากว่า 3ปีในการหาทางติดต่อกับิญญาลูกชายทั้ง 2 ของตน
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: กระทั่งเรียกได้ว่าหล่อนรู้เื่การเข้าทรงยิ่งกว่าคนทรงเสียอีก
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ประสบการณ์ของหล่อนช่วยเปิดโปงนักต้มตุ๋นได้หลายราย
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทิวลิป ทิสเดลกลายเป็ผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้สนับสนุนกลุ่มคนทรงและผู้อ้างว่ามีพลังพิเศษรายใหญ่ของคอตตอนเบย์ไปในที่สุด
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: จากนั้นในปี 1903 หล่อนก็ตั้งสมาคมตาทิพย์ขึ้นมา
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เพื่อกำหนดมาตรฐานวิชาชีพในด้านนี้โดยเฉพาะ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังไม่พอใจอยู่ดี
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: เห็นได้จากการที่หล่อนเข้าไปยุ่งกับลัทธิแม่มดจากทางตะวันออก
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ผมก็จำชื่อนักเดินทางที่เอาความเชื่อนั้นมาเผยแพร่ให้ทิวลิปไม่ได้
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แต่หลังจากการพบกันกับนักเดินทางผู้นั้นในปี1904
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทิวลิปก็ประกาศตัวว่าเธอนับถือลัทธิแม่มดอย่างเป็ทางการ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: แล้วเริ่มการปรับปรุงต่อเติมคฤหาสน์ใหม่ขนานใหญ่
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ทำให้จากที่เคยมีเพียงตัวคฤหาสน์หลังเดียวโดดๆ
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ก็เพิ่มหอคอยจำนวนห้าหลังเข้ามา
เกรแฮม เมอร์สฟิลด์: ซึ่งเมื่อมองจากภาพถ่ายมุมสูงก็จะเห็นสูงปลูกสร้างทั้งหมดเรียงตัวกันเป็-