ชั้นที่39 ห้องสวีทสุดหรูที่พักส่วนตัว
ต่อ
อเล็กซ์นั่งลงที่โต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงความตึงเครียดแต่ทว่าดูสงบลงกว่าเมื่อครู่ เมญ่าค่อยๆเดินตามมานั่งลงข้างๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้กลิ่นหอมของอาหารเช้าโชยเข้ากระทบจมูกจนท้องเริ่มส่งเสียงประท้วงเพราะความน้อยใจที่อัดอั้นอยู่ภายในทรวงั้แ่ตื่นมาเห็นโลกโซเชียลพังทลายทำให้เธอไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เช้า
เมญ่านั่งหดตัวลีบลง ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างถูวนกันไปมาบริเวณหน้าอกสายตาเหลือบมองไส้กรอกสีสวยในจานของอเล็กซ์อย่างมีความหมายในใจกำลังเรียบเรียงคำพูดเพื่อจะขอแบ่งสักชิ้นหนึ่ง แต่แล้วความนึกคิดก็ต้องสะดุดเมื่อข้าวต้มปลาร้อนๆ หอมฉุยจากรถเข็นถูกวางลงตรงหน้าเธอพอดี
สายตาละห้อยที่ทอดมองจานของเขาคือความไร้เดียงสาสุดท้ายที่เขายังยอมปล่อยให้เธอได้แสดงออกมา
เมญ่าั์ตาพลันวาวระยับด้วยความยินดีเธอรีบเงยหน้ามองอเล็กซ์ที่ยังคงนั่งหน้านิ่งเคร่งเครียดราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ
“จำไว้... ต่อให้พรุ่งนี้จะมีคนเอาปืนมาจ่อหัวแต่เมื่อถึงเวลากิน ก็ต้องกิน อย่ามาทำนิสัยอดอาหารเพื่อเรียกร้องความสนใจ”อเล็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดพลางตักอาหารเข้าปากและกลับเข้าสู่โหมดเงียบกริบตามเดิม
มันคือปรัชญาของผู้ที่เคยผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน...ผู้ที่รู้ดีว่าเรี่ยวแรงเพียงเล็กน้อยอาจเป็สิ่งที่ชี้ชะตาความเป็ความตายในเสี้ยววินาที
เมญ่าเม้มปากแน่นสนิท ‘เปล่านะ! ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจสักหน่อยที่ไม่กล้ากินเป็เพราะเื่เมื่อวานต่างหากที่ทำให้ฉันสยองจนกินอะไรไม่ลง!’ เธอโต้ตอบเขาได้เพียงในใจเท่านั้นก่อนจะก้มลงจัดการตักข้าวต้มปลารสเลิศเข้าปากความร้อนและรสชาติที่กลมกล่อมช่วยให้ความรู้สึกขมปร่าในลำคอทุเลาลงไปได้บ้าง
หลังทานอาหารเสร็จเมญ่าเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายขึ้นเพราะอิ่มท้องแต่พอสายตาเหลือบไปเห็นความว่างเปล่าบนหน้าจอสมาร์ทโฟนความหน่วงในใจก็กลับมาทำงานอีกครั้งต่อให้พยายามทำความเข้าใจเหตุผลของเขามากแค่ไหน แต่มันก็ยากที่จะยอมรับว่าความทรงจำนับสิบปีหายวับไปในชั่วพริบตา
อเล็กซ์เดินตามมานั่งข้างหลังเขาไม่ได้มิต้องรอให้เสียเวลาแต่ใช้แขนแกร่งรั้งร่างบางเข้าสู่พันธนาการแห่งอ้อมแขนจากด้านหลัง “ยังเสียใจ?” เขาถามเสียงทุ้มชิดใบหู
เมญ่าไม่ได้ดิ้นรนหนีเธอปล่อยให้เขาเกาะกุมอยู่อย่างนั้น “มัน...”
เธอยังไม่ทันจะพูดจบประโยคอเล็กซ์ก็เชยคางเธอขึ้นบังคับให้ใบหน้าสวยเงยรับััจูบที่แสนป่าเถื่อนและเอาแต่ใจลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากนุ่มอย่างคุกคามจนเมญ่าหลับตาลงด้วยความหวั่นใจมือเล็กขยำแขนเสื้อเขาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ‘มันถึงเวลาแล้วเหรอ...ที่ฉันต้องตกเป็ของเขาจริงๆ’
ทว่าจู่ๆอเล็กซ์ก็ผละออก เขาซุกหน้าลงหอมที่ซอกคอขาวระหงแรงๆ หนึ่งที“หวาดกลัวสามีตัวเองขนาดนี้เชียว”เขาพึมพำพลางเม้มริมฝีปากทิ้งรอยตราจองไว้ที่คอเธออีกครั้ง “อีกสองวันเราจะกลับคฤหาสน์ ่นี้ก็อย่าเสือกออกไปเสนอหน้าไหน”
พูดจบเขาก็ลุกพรวดขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานทิ้งให้เมญ่าเกือบเสียหลักลงบนเบาะนุ่มเธอต้องรีบคว้าขอบพนักพิงไว้แน่นพลางกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความสับสน
‘เดี๋ยวนะ... เขาเป็ผู้ชายจริงหรือเปล่าเนี่ย?’ เมญ่ามองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความสงสัยสุดขีด ‘ข่าวลือเื่ความเ้าชู้ประตูดินนั่นมันเื่หลอกลวงงั้นเหรอ?หรืออเล็กซ์ ซานเดียร์ ผู้ทรงอิทธิพลคนนี้จะแก่จนไร้สมรรถภาพแล้วใช้เงินปิดข่าวเพื่อกลบกระแสกันแน่!’
เมญ่าล้มตัวลงนอนราบไปกับโซฟาพลางกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ‘แล้วถ้ามันเป็แบบนั้นจริงๆ...ตลอดมาฉันมัวแต่กลัวอะไรอยู่เนี่ย!’ ความกลัวที่เคยมีดูจะกลายเป็เื่ตลกสำหรับเธอไปชั่วขณะ
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าอเล็กซ์ไม่ได้สนใจความคิดที่หลงประเด็นของเธอเลยสักนิดในหัวของเขามีเื่ให้กังวลมากกว่าเื่บนเตียงหลายเท่าทั้งโครงข่ายธุรกิจสีเทาที่กำลังถูกท้าทายและความปลอดภัยของยัยตัวแสบที่นั่งขำอยู่นั่น
โลกมืดดำของเขากำลังค่อยๆกลืนกินเด็กสาวผู้แสนร่าเริงคนนี้ทีละน้อย และเขารู้ดีว่าความสงบสุขชั่วคราวนี้...กำลังจะหมดลงในไม่ช้า
วันเดินทางกลับคฤหาส์...
บรรยากาศในห้องสวีทที่เคยดูหรูหรากลับกลายเป็ฉากความวิปลาสในพริบตาเมื่อบาร์โชว์เดินเข้ามาพร้อมกล่องไม้บุกำมะหยี่สีแดงฉานทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออกเมญ่าก็เบิกตากว้างด้วยความช็อกก่อนจะหวีดร้องออกมาจนสุดเสียงประหนึ่งขวัญกระเจิดกระเจิงชั้นที่39 ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
ในกล่องนั้นไม่ใช่เครื่องประดับหรือของขวัญล้ำค่าแต่มันคือ หนังหน้ามนุษย์ ชิ้นหนึ่งที่ถูกเลาะออกมาอย่างประณีต!
“สวมมันลงไป!” อเล็กซ์ออกคำสั่งเสียงเข้ม แววตาเ็าจนน่าขนลุกเขาบังคับให้เมญ่าสวมหนังหน้าประหลาดนั้นทับใบหน้าจริงของเธอเพื่อเป็การพรางตัวระดับสูงสุด
เมญ่าร้องไห้โฮอย่างหนักด้วยความขยะแขยงและหวาดกลัวสุดขีดความรู้สึกััของสิ่งแปลกปลอมที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นสาบสางที่แฝงไปด้วยไอสังหารทาบทับลงบนผิวหน้าทำให้เธอแทบจะอ้วกออกมาอเล็กซ์ไม่ได้มีความสงสารแม้แต่น้อย เขากลับตะคอกใส่เธอซ้ำๆให้หยุดร้องไห้และทำตามคำสั่ง
ในนาทีที่เมญ่าถูกบังคับให้ใส่หน้ากากเธอกำลังสูญเสียใบหน้าของตัวเองไป...ไม่ใช่แค่เพียงทางกายภาพแต่คือการถูกลบเลือนตัวตนเดิมทิ้งไปภายใต้ิัของคนอื่น
ทางออกหน้าโรงแรม
เมื่อขบวนลิฟต์เลื่อนลงมาถึงชั้นล่างประตูเปิดออกเมญ่าที่ตกอยู่ในสภาพกึ่งมีสติถูกบังคับให้เดินตามอเล็กซ์ออกไปทางหน้าโรงแรมแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอต้องตะลึง...
‘นี่ฉันกำลังเดินตามหลังดาราระดับโลก หรือ อเล็กซ์ ซานเดียร์ กันแน่!’
บริเวณหน้าโรงแรมหรูเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนที่บ้าคลั่งแสงแฟลชจากกล้องนับร้อยสาดส่องเข้ามาอย่างบ้าคลั่งนักข่าวะโโหวกเหวกแย่งกันยื่นไมค์เข้ามาหาอเล็กซ์เพื่อขอสัมภาษณ์เื่มาดามปริศนาทั้งรปภ. ของโรงแรมและคนของอเล็กซ์ต่างกั้นฝูงชนเอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อเปิดทางให้เ้านาย
ทว่าในวินาทีที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ...เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
หมับ!
อเล็กซ์กระชากร่างของเมญ่าที่ถูกปลอมตัวและภายใต้ปีกหมวกที่อำพรางใบหน้าอันสั่นเทาโยนกระแทกเข้าไปที่เบาะหลังรถยนต์กันะุอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อนโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ก่อนจะกระแทกบานประตูรถปิดสนิทประหนึ่งจะตัดขาดจากโลกภายนอก
ปัง!!ปัง!! ปัง!!
เสียงปืนนับสิบนัดดังสนั่นขึ้นมาจากฝูงชนลูกะุพุ่งเข้าปะทะกับบอดี้รถและกระจกกันะุอย่างจัง เกิดเสียงดังแสบแก้วหูผู้คนที่ล้อมรอบอยู่แตกฮือกระจายตัวออกไปอย่างอลหม่านเพื่อหลบลูกหลง
อเล็กซ์ไม่ยอมเป็เป้านิ่งเขากระโจนทะยานข้ามผ่านหลังคารถอย่างแคล่วคล่องและเข้าไปนั่งในรถอย่างรวดเร็วราวกับมืออาชีพขบวนรถคุ้มกันของอเล็กซ์พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วแบ่งออกเป็สี่ทางเพื่อสร้างความสับสน โดยรถทุกคันมีทะเบียนเป็ตัวเลขเดียวกันหมดทำให้ศัตรูที่ตามมาไม่รู้ว่ารถคันไหนคือคันที่อเล็กซ์นั่งอยู่
ภายในรถกันะุ(มุ่งสู่สนามบิน)
เมญ่านั่งตัวประหนึ่งรูปสลักที่ไร้ชีวิตอยู่เบาะหลังทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนหยุดนิ่งลงในทันที เธอโสตประสาทมิอาจรับรู้ถึงสุ้มเสียงใดไม่รับรู้ถึงแรงเหวี่ยงของรถ สมองของเธอกลายเป็สีขาวโพลนอย่างทรมาน
ภายใต้ภายใต้ชั้นิัอันเยือกเย็นที่ทาบทับใบหน้าน้ำตาของเธออาจจะไหลจนชุ่มโชกหน้ากากนั้นแต่ไม่มีใครเห็นความอ่อนแอของเธอได้อีกต่อไป
ภาพที่ลูกะุกระทบกับบานกระจกรถจนเกิดรอยร้าวแต่ไม่ทะลุเข้ามารอยร้าวบนกระจกกันะุนั้นดูเหมือนใยแมงมุมที่พยายามจะฉุดรั้งเธอลงสู่ขุมนรกตามติดตาเธอจนทำให้แทบหายใจไม่ออกเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารถเดินทางมาถึงสนามบินได้อย่างไรวันนี้อเล็กซ์สั่งให้เอารถกันะุพุ่งทะยานเข้าสู่เขตรันเวย์โดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
บนเครื่องบินส่วนตัวของซานเดียร์
อเล็กซ์มิอาจมอบความไว้วางใจให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้นในวินาทีนี้เขาก้าวขึ้นไปบนเครื่องบินแล้วก้าวเข้าประจำตำแหน่งที่นักบินเพื่อขับเครื่องบินด้วยตัวเองโดยมีบาร์โชว์เป็ผู้ช่วย ทิ้งให้เมญ่านั่งอยู่ในห้องผู้โดยสารเพียงลำพัง
เมญ่าจิติญญายังคงล่องลอยสติของเธอยังติดอยู่ที่ภาพวิถีะุที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้ารถหน้าโรงแรมเธอนั่งกอดตัวเองอยู่บนเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างโดดเดี่ยว...หวาดกลัว...
ห้องนอนของเมญ่าณ คฤหาสน์ซานเดียร์
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางทว่าเงียบงันจนน่าอึดอัดอเล็กซ์จำเป็ต้องอุ้มเมญ่าลงจากเครื่องบินมาจนถึงห้องนอนแห่งนี้เหตุผลไม่ใช่เพราะเธอได้รับาเ็จนเดินไม่ได้แต่เป็เพราะเธอเกาะกุมเขาไว้แน่นราวกับคนเสียสติ เมญ่าไม่ร้องไห้ ไม่พูดจาและไม่รับฟังเหตุผลของใครทั้งสิ้นสิ่งเดียวที่เธอทำคือการกอดคออเล็กซ์ไว้แน่นเหมือนเป็ที่พึ่งสุดท้ายในโลกที่พังทลาย
อเล็กซ์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวโดยที่มีร่างบางยังคงทอดกายอยู่อย่างหมดแรงและซุกหน้ากับอกเขาไม่ยอมห่างชายหนุ่มล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นนิโคตินจางๆคละคลุ้งไปทั่วเพื่อหวังจะลดความเครียดที่สะสมมาตลอดการเดินทางเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงที่เคยร่าเริงถึงกลายเป็ร่างไร้ิญญาไปได้ขนาดนี้ทั้งที่มีเพียงรอยเขียวช้ำที่แขนจากการที่เขากระชากเธอขึ้นรถแรงไปหน่อยเท่านั้นส่วนอื่นเธอก็ปลอดภัยดีทุกประการ
เขาส่งควันสีเทาจางๆออกจากปากพรางตาให้ใบหน้าของอเล็กซ์ดูพร่าเลือนประหนึ่งปีศาจในสายหมอกก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอ“เมญ่า... ถึงคฤหาสน์แล้วนะ” น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย“เธอปลอดภัยแล้ว”
เมญ่าค่อยๆเงยหน้าที่อาภรณ์แห่งความตายขึ้นมาจากอกแกร่ง ดวงตาที่ฉายแววหวาดผวากวาดมองไปรอบๆห้องที่กว้างใหญ่จนดูอ้างว้างเธอยกนิ้วสั่นเทาขึ้นชี้ไปที่หนังหน้าประหลาดบนใบหน้าตัวเอง “เอามันออกไป...ได้ไหมคะ?”
อเล็กซ์จ้องมองแผ่นหนังนั่นอยู่ครู่หนึ่ง“เป็ไปได้ไหม... ที่เธอจะสวมใส่รอยตรานี้ไว้จนกว่าพิธีการจะเสร็จสิ้น” เขาถามหยั่งเชิง เพราะในแง่ของความปลอดภัยมันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้ไม่มีใครรู้ว่าใครคือมาดามซานเดียร์ตัวจริง
“ค่อยใส่... วันแต่งอีกรอบได้ไหม? มัน...”เมญ่าหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เธอไม่ได้บอกเขาว่ามันทั้งขยะแขยงจนอยากจะอ้วกและทุกครั้งที่ส่องกระจกเธอก็แทบจะทนเห็นตัวเองไม่ได้ กลิ่นสาบจางๆของมันทำให้เธอยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกฝังทั้งเป็
อเล็กซ์เห็นแววตาอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมนั้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ลุก...” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
เมญ่าค่อยๆขยับร่างกายที่ยังสั่นเทาลงจากตักกว้างมานั่งลงข้างๆ บนโซฟาเธอเหม่อมองตามหลังอเล็กซ์ที่ลุกขึ้นเดินจากไปและลับหายออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไรต่อความเงียบงันกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง เมญ่ารีบดึงเข่าขึ้นมากอดไว้แน่นซุกหน้าลงกับหัวเข่าด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวเกินพรรณนา
อเล็กซ์เดินกลับเข้ามาพร้อมกล่องอุปกรณ์ชุดเล็กเขาขยับเข้าใกล้เมญ่าแล้วลงมือใช้สำลีชุบน้ำยาค่อยๆบรรจงลอกขอบิัเทียมอันวิปลาสนั่นออกอย่างใจเย็นเขาลงผ่อนปรนน้ำหนักมืออย่างระแวดระวังทว่าเมื่อลอกออกมาได้เขากลับโยนชิ้นงานที่ดูเหมือนิัมนุษย์จริงๆ นั้นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดีราวกับมันเป็เพียงเศษกระดาษไร้ค่า
เมญ่านั่งนิ่งจ้องมองหน้าที่ถูกลอกทิ้งนั่นด้วยความพรั่นพรึงและสะอิดสะเอียนจนมิอาจละสายตาในหัวเธอตอนแรกคิดว่าของที่ประณีตและดูสมจริงขนาดนี้คงต้องเก็บรักษาไว้ใช้ซ้ำแต่เปล่าเลยอเล็กซ์เพิ่งทำลายงานฝีมือสุดสยองนั่นทิ้งไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีทางกอบกู้กลับมาได้อีก
มือหนาบรรจงใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดพิเศษลูบไล้ไปตามผิวหน้าแท้ๆของเมญ่า เพื่อล้างคราบกาวและสารเคมีออกให้หมดป้องกันการอักเสบของผิวบางๆ ของเธอ
“ไม่ต้องเสียดาย... ยังมีอีกเยอะ” อเล็กซ์พูดเสียงเรียบขณะเช็ดไปตามโหนกแก้มของเธอ
คำพูดนั้นทำให้เมญ่าสั่นไปทั้งตัวจนถึงหัวใจ‘อะไรคือมีอีกเยอะ... หน้ากากที่เหมือนคนจริงๆแบบนี้เนี่ยนะยังมีอีกเยอะ?’ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวจนเธอความหนาวเหน็บแล่นปราดไปตามไขสันหลังเธอไม่มีทางเข้าถึงวิถีชีวิตของคนพวกนี้ได้จริงๆโลกของอเล็กซ์ไม่ใช่แค่เื่ของความร่ำรวยหรืออิทธิพลแต่มันคือโลกที่ความสยดสยองถูกทำให้เป็เื่ธรรมดาจนน่ากลัว
“คุณเอาหน้าพวกนี้มาจากไหน...” เมญ่าพึมพำถามเสียงแ่เบาสายตายังคงจับจ้องไปที่ถังขยะใบนั้นอย่างไม่วางตา
อเล็กซ์นิ่งเงียบราวกับกำลังใช้สมาธิอยู่กับผิวหน้าที่นวลเนื้ออันละเอียดอ่อนเบื้องหน้าจนกระทั่งเช็ดคราบสุดท้ายออกเสร็จสิ้น เขาจึงยอมเปิดปากตอบคำถามที่เมญ่าสงสัย
“ตาแก่ฟรอสกับบาร์โชว์ทำขึ้นมา” เขาตอบเสียงเรียบเหมือนกล่าวถึงสภาพดินฟ้าอากาศอันแสนสามัญ
เมญ่าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองความรู้สึกเหมือนโลกที่เธอเคยรู้จักค่อยๆแตกสลายกลายเป็เศษเล็กเศษน้อยกระจายไปทั่วห้อง ‘ปู่ฟรอสที่มีอยยิ้มเปี่ยมเมตตาที่แสนอ่อนโยนใจดีกับฉันมาตลอดคนนั้นเนี่ยนะ... เป็คนทำหน้ากากพวกนี้ขึ้นมา?’ ยิ่งคิดหัวใจเธอก็ยิ่งสั่นระรัวเธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้เธอยังอาศัยอยู่ในโลกใบเดิมหรือเปล่าโลกที่กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และผู้คนเคารพในกติกาของสังคม
อเล็กซ์ปรายสายตามามองความสับสนในดวงตาของเธอครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเมญ่ารู้สึกเหมือนโดนประหนึ่งถูกฟาดด้วยแส้แห่งความจริงจนใบหน้าชาหนึบ
“กฎหมายมีไว้สำหรับคนที่ไร้อำนาจ... เมญ่า จำไว้”
เขาเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเข้ากล่องอย่างเป็ระเบียบก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองทิ้งให้เมญ่านั่งจมอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง
เขาทิ้งช่องว่างให้เธอได้คิดทบทวนถึงคำเตือนที่เขาเคยพร่ำบอกมาตลอดให้เธอได้เรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงความโหดร้ายที่เจอตรงหน้าโรงแรมเข้ากับความจริงที่ว่า...ในโลกของซานเดียร์กฎหมายเป็เพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับอำนาจและอาวุธในมือ
เมญ่าเม้มปากแน่นจนเป็เส้นตรงประโยคที่ว่า ‘กฎหมายมีไว้สำหรับคนที่ไร้อำนาจ’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงความเชื่อมั่นทุกอย่างที่เธอเคยมีมาทั้งชีวิตเธอมองตามประตูที่ปิดสนิทลงด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งกลัวและทั้งสับสน
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นถังขยะใบเล็กนั่นอีกครั้งหน้ากากที่ถูกลอกทิ้งยังคงพาดอยู่บนขอบถังเหมือนเศษซากของตัวตนที่ถูกทำลายความขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนเธอทนไม่ไหวเมญ่าพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นเพื่อเอามันไปทิ้งให้พ้นสายตาแต่เรียวขาที่สั่นเทากลับทรยศต่อคำสั่งของสมองมันสั่นเทาจนไร้เรี่ยวแรงจากการเดินทางที่เฉียดตายมาตลอดทาง
ตุบ!
ร่างบางทรุดลงไปนั่งกับพื้นข้างโซฟาอย่างหมดสภาพเธอก้มมองขาตัวเองที่ยังสั่นไม่หยุดพลางก่นด่าเ้าของคฤหาสน์ในใจ“แล้วไอ้แก่นี่... ทำไมไม่เอาไปเก็บไกลๆ ให้ฉัน จะให้ฉันนั่งมองมันจริงๆ หรือไง!”เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความขัดใจ ก่อนจะฝืนพาตัวเองกลับขึ้นไปนั่งบนโซฟาแล้วรีบหันหลังให้ถังขยะที่น่าขนหัวลุกนั้นทันที
วันนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะรับไหวจริงๆภาพที่เธอเกือบยิ่งตายที่หน้าโรงแรมระดับหกดาวยังคงติดตาจนสลัดไม่หลุด
‘แล้วข่าวล่ะ... มันจะเป็ข่าวใหญ่ไหม พ่อกับแม่จะรู้เื่หรือยัง’ ด้วยความลนลานเมญ่ารีบดึงสมาร์ทโฟนออกมาจากที่ซ่อนเพื่อเช็กข่าวสารด่วนทันทีนิ้วเรียวรัวกดรีเฟรชหน้าฟีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า...ไม่มีข่าวการลอบยิง ไม่มีข่าวเหตุการณ์สยองขวัญ มีเพียงข่าวพาดหัวใหญ่โตว่า<อเล็กซ์ ซานเดียร์ พามาดามกลับคฤหาสน์อย่างอลังการ> พร้อมรูปขบวนรถที่ดูหรูหราแต่เงียบสงบ
“มันอลังการตรงไหนว่ะ!” เมญ่าบ่นอุบกับหน้าจอภาพที่เธอเห็นคือะุปืนที่เกือบเจาะทะลุปราการแก้วมาปลิดชีพเธอแต่โลกภายนอกกลับเห็นเพียงความมั่งคั่งและอำนาจที่ไร้รอยขีดข่วน
การไถฟีดข่าวอาจเป็ความสุขสุดท้ายที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอยังเป็"เมญ่า" คนเดิมที่เคยมีตัวตนอยู่ในสังคมแต่เธอก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้จะหลงเหลืออยู่ได้นานแค่ไหนก่อนจะถูกโลกมืดดำของอเล็กซ์กลืนกินไปจนหมดสิ้น
สุดท้าย...เมญ่าตัดสินใจวางมือถือลง เธอเลือกที่จะไม่ติดต่อหาพ่อแม่ในตอนนี้ไม่ใช่เพราะไม่คิดถึง แต่เพราะความกลัวว่าคำสาปแห่งซานเดียร์ที่กำลังรุมเร้าเธออยู่อาจจะลามไปถึงพวกท่านหากเธอขยับตัวผิดพลาดแม้แต่เิเเดียว