เถ้าแก่ขั้นเทพ ไอเทมสุดโกง ลูกค้าสุดกาว

    ตอนที่ 277-278 (ก็เพียงนึกถึงเรื่องที่ดี)

    ตอนที่ 277 : ก็เพียงนึกถึงเรื่องที่ดี

    ท้ายที่สุดจึงได้สามศิษย์ผู้โชคดีชนะได้รับสิทธิ์

    ส่วนที่เหลือได้แต่ต้องเจ็บใจพร้อมนึกเสียดายที่พลาดโอกาสในวันนี้

    “เอาเถอะ ยังไงทุกวันก็มีของเข้ามาให้ซื้อใหม่”

    กู่หยุนซีมองคนทั้งสามถือขวดน้ำแร่ไปจ่ายผลึกวิญญาณพลางกล่าวกับเจียงเหวิ่นฉางผ่านน้ำเสียงแผ่วเบา

    “ถูกต้องแล้ว อย่างไรพรุ่งนี้ก็ยังมาซื้อได้!”

    เจียงเหวิ่นฉางหยิกที่แก้มกู่หยุนซีพลางยิ้ม

    “ใช่! ไปกันดีกว่า...”

    คนทั้งสองยังสนทนากันต่อ

    ทางด้านศิษย์สามคนที่ดื่มน้ำแร่เรียบร้อย ขณะนี้ต่างรู้สึกตื่นเต้นยินดีกับความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

    “รู้สึกยังไงบ้าง?” มู่หรงไห่เถิงกล่าวถาม

    “ความสามารถรับรู้ออร่าแห่งฟ้าดินของข้าเพิ่มขึ้นหลายส่วนเลยทีเดียว!” คนหนึ่งกล่าวตอบด้วยความตื่นเต้นยินดี

    “ข้าก็เช่นกัน!” อีกสองคนกล่าวออกคำเดียวกัน

    รับรู้ถึงสายตาริษยาของผู้อื่น คนทั้งสามจึงรู้สึกภาคภูมิไม่ใช่น้อย

    “ไปเล่นเกมกันดีกว่า เล่นเกม! เรื่องนี้ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แต่เช้า!” เซียวเฉิงโบกมือกล่าวคำออกอย่างเฉยเมย

    ถัดจากนั้นแต่ละคนจึงกระจายตัวกันไป

    หลังทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเรียบร้อยจึงค่อยเข้าสู่โลกเสมือนจริง

    ส่วนศิษย์ทั้งสามที่ได้ดื่มน้ำแร่กันไปแล้ว พวกเขาเลือกไม่ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    เพราะน้ำขวดใหญ่มันมากพอทำให้พวกเขาอิ่ม...

    เวลาไหลผ่าน ศิษย์ของสถาบันจันทราลึกล้ำและเซี่ยหยวนจึงมาเยือนร้านก่อนจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในร้าน

    นั่นก็คือป้าย “สินค้าหมด” ที่วางไว้บนชั้นสินค้า

    “ไฉนเถ้าแก่ไม่บอกกล่าวเรื่องมีสินค้าใหม่บ้างเลย?” เซี่ยหยวนบ่นอุบ “รู้แบบนี้ควรรีบมาแต่เช้าเป็นคนแรก! เป็นข้าต้องรอเจ้าหนูเหล่านี้ เฮ้อ!”

    เซี่ยหยวนดูโมโหไม่ใช่น้อย

    อึดอัด!

    เสริมศักยภาพใครบ้างไม่อยากได้!

    ของดีเช่นนี้ได้รับช้าไปหนึ่งวันก็มากพอทำให้หงุดหงิด!

    “อย่างไรร้านเถ้าแก่ก็อยู่ที่นี่ ไม่ช้าก็กลับมาซื้อใหม่ได้” เหยาซือหยานเผยยิ้ม

    “นั่นก็ใช่ เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดใจไปบ้าง...” เซี่ยหยวนผายมือตอบ

    เหล่าศิษย์จากสถาบันจันทราลึกลับต่างหันมองทางอื่น

    อาจารย์ ไฉนท่านกล่าวความในใจออกมาเช่นนี้...

    อีกทางหนึ่ง

    ขณะจางอวี่สวมใส่หมวกจากที่นั่ง เขารับรู้ได้ถึงสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนในพริบตา

    พริบตาตัวเขาได้เข้ามาอยู่ในห้องสีขาวบริสุทธิ์

    ท่าทีสับสนงุนงงบังเกิด แต่ก็คิดได้ถึงคำบอกกล่าวของโจวหู่ก่อนหน้านี้ ดังนั้นไม่ช้าจึงสงบใจรับเรื่องราวได้

    จางอวี่หันมองรอบด้านก่อนจะเกิดความสงสัยขึ้นภายใน

    “นี่หรือโลกเสมือนจริง? ไม่เห็นต่างอะไรกับของจริง!”

    แน่นอนว่าเขายังได้พบเห็นสองลูกโป่งที่ลอยอยู่ให้เห็น

    “หอคอยแห่งการทดสอบ กับฝึกสอนทำอาหาร?”

    ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางอวี่จึงเลือกหอคอยแห่งการทดสอบ

    ตัวเลือกปรากฏให้เห็นอีกครั้ง สภาพแวดล้อมแปรเปลี่ยนอีกครั้ง

    จางอวี่ตกใจ ขณะนี้เขาจึงเลือกลูกโป่งรูปหอคอยน้อยที่ปรากฏตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง

    เพราะระหว่างทางมา โจวหู่และคณะได้บอกกล่าวไว้ก่อนแล้ว

    เมื่อเข้าสู่หอคอยแห่งการทดสอบ สิ่งแรกที่ควรเลือกคือหอคอยน้อย

    ส่วนสาเหตุนั้น...

    โจวหู่ไม่ได้กล่าวบอกไว้

    จางอวี่เพียงจดจำได้ถึงสีหน้าของโจวหู่และคณะที่คล้ายจะแปลกออกไป ราวกับเป็นการกลั้นยิ้ม

    “ยิ้มอะไรกัน?” จางอวี่ในครั้งนั้นได้สอบถามออก

    “ไม่มีอะไร”

    “ก็แค่คิดเรื่องน่ายินดีขึ้นมาได้”

    เมื่อนึกย้อนกลับไป บทสนทนาเวลานั้นคล้ายจะมีอะไรแปลก...

    กระนั้นเวลานี้เขาส่ายศีรษะละทิ้งความคิดเหล่านั้น จางอวี่เลือกหอคอยน้อยอย่างเชื่อฟัง

    “โหมดท้าทาย ระดับง่าย”

    ข้อความปรากฏตรงหน้าจางอวี่ ก่อนจะทันตระหนักได้ว่าอะไรเป็นอะไร ตัวเขาก็ถูกส่งมาอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แล้ว


    ตอนที่ 278 : ประตูสู่โลกใหม่ได้เปิดออก

    รอบด้านได้กลายเป็นทุ่งกว้างสุดสายตา

    ทุ่งหญ้าที่ไม่ทราบว่ามันเติบโตขึ้นมาได้อย่างไร เหล่านี้สูงกว่าหนึ่งเมตรด้วยซ้ำ

    สายลมเย็นพัดผ่าน อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นของดินและต้นหญ้า ทุ่งหญ้าเหล่านี้ต่างพัดพาเกิดเป็นคลื่นตามสายลม

    เวลาคล้ายจะเป็นช่วงเช้าสุกสว่าง ปลายยอดต้นหญ้ายังมีหยาดน้ำค้างอยู่ด้วยซ้ำ

    ทุกอย่างดูน่าทึ่ง

    ผ่านไปครู่จางอวี่ค่อยเกิดข้อสงสัยขึ้นภายในใจ ว่าตัวเขาถูกย้ายมาอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่นี้จริงหรือไม่จริง

    ทว่าตัวเขาไม่อาจตระหนักได้ถึงระดับการฝึกฝน ราวกับมันเลือนหายหมดสิ้นจนตัวเขากลับกลายเป็นคนธรรมดา...

    ขณะรู้สึกหวั่นใจ เสียงหนึ่งจึงดังผ่านอากาศ

    ดวงตาจางอวี่ต้องหรี่เล็ก

    ด้วยฐานะทหารรับจ้าง ตัวเขาย่อมคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ดี

    เป็นออร่าของสัตว์ร้าย!

    ภายในทุ่งหญ้ามันมีความเคลื่อนไหว

    มีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วมากล้ำ!

    จางอวี่รับรู้ได้ถึงหัวใจตนเองที่ต้นรัวเร็ว ราวกับมันแทบทะลักออกจากในอก

    พริบตาถัดมา ร่างหมาป่าสีเทาตัวใหญ่พลันทะยานพรวดออกมา

    ดวงตาของมันเผยความดุร้าย ฟันขาวนั้นประหนึ่งมีดอันคมกริบ ร่างกำยำของมันประทับตราตึงในใจจางอวี่

    ขณะนี้จางอวี่รู้สึกราวกับเวลาได้ช้าลงจนแทบหยุดนิ่ง วิญญาณของเขากำลังตั้งสมาธิอย่างถึงขีดสุด

    ผู้คนธรรมดาบ่อยครั้งมักจะพบสถานการณ์เช่นนี้ก็ต่อเมื่อเผชิญศึกความเป็นและความตาย

    “ตาย!”

    จางอวี่คำรามพร้อมต่อยหมัดออก

    เขารับรู้ได้ ว่าหมาป่าสีเทาเหล่านี้ไม่ใช่อะไรอื่น เป็นเพียงสัตว์ป่าทั่วไป

    ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้การฝึกฝนแต่อย่างใดมาก

    ด้วยกำลังกายของขอบเขตโชคชะตาระดับสูงสุด เพียงหนึ่งหมัดก็มากพอให้จัดการปัญหาได้แล้ว

    แต่แล้วขณะจางอวี่ต่อยหมัดออกไป เขากลับรับรู้ได้ถึงความผิดพลาด

    นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

    พลังวิญญาณหายไปไหนหมด?

    สายตาจางอวี่เผยความตะลึงและงงงันอย่างมาก เขามั่นใจว่าได้ปล่อยหมัดต่อยเข้าใส่ร่างของหมาป่าสีเทาตรงจุดแล้วแน่แท้

    โชคร้ายที่การโจมตีนี้ไม่อาจทำอะไรมันได้

    กระทั่งการป้องกันตัวของหมาป่ายังไม่อาจฝ่าเข้าไปได้...

    ถัดจากนั้นจางอวี่จึงถูกหมาป่าสีเทากัดเข้าใส่จนร้องเจ็บปวดรุนแรง

    จางอวี่สิ้นชีพ

    “พวกเจ้าว่าจางอวี่จะถูกหมาป่าสีเทาฆ่าตายกันกี่ครั้งแล้ว?”

    ที่โหมดอารีน่า โจวหู่ถามกับคนของตนเองพลางพูดคุย

    พวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่

    “ข้าคิดว่าอย่างน้อยก็หลายสิบครั้ง”

    “ฮ่าฮ่า หัวหน้าทำได้เยี่ยมไปเลย!”

    “หัวหน้าก็เป็นเช่นนี้...”

    แต่ละคนพูดคุยกันพลางหัวเราะราวกับพบเห็นความตายของผู้อื่นเป็นเรื่องสนุกอย่างไรอย่างนั้น

    อย่างไรแล้วก็เป็นโลกเสมือนจริง บาดเจ็บหรือตายไม่มีสิ่งใดน่ากังวล ดังนั้นพยายามทุ่มสุดตัวจึงถือเป็นดีที่สุด

    ด้วยฐานะหัวหน้าหน่วย โจวหู่จึงมีกำลังแข็งแกร่งที่สุด ตัวเขาแทบจะเป็นแนวหน้าบุกโจมตีให้แก่ทั้งสี่คน

    แม้กระนั้นตัวเขาก็ยังยิ้มได้ “ครั้งแรกพวกเราเข้าหอคอยแห่งการทดสอบ ไม่ใช่ก็ต้องเจอเรื่องแบบนั้นหรือยังไง? นี่จึงควรเรียกว่ารับน้องใหม่!”

    “รับน้องใหม่?”

    “หัวหน้าความคิดยอดเยี่ยม!”

    “ประสบการณ์ย่อมเกิดจากการประสบพบเจอด้วยตนเองสะสม...”

    ทางด้านจางอวี่ขณะนี้ถูกหมาป่าสีเทาสังหารตกตายไปหลายสิบครั้ง ขณะนี้ถึงกับตั้งข้อสงสัยแก่ชีวิตตนเอง

    แต่แล้วครั้งนี้เองที่เขาค่อยได้ตระหนัก ว่ามุมทัศนการมองเห็นมันมีรูปร้านค้าปรากฏไว้

    เดิมเขาคิดว่ามันก็แค่แสดงให้เห็นไปอย่างนั้น...

    หลังหยุดเกมและลองสัมผัสดู จางอวี่ค่อยรู้สึกราวกับได้ก้าวสู่โลกใบใหม่

    ทั้งระดับการฝึกฝนและอาวุธถึงกับเลือกได้อิสระเช่นนี้?

    นี่มันถือเป็นเรื่องอะไร?

    ขณะนี้จางอวี่กำลังตาลายกับข้อมูลนับไม่ถ้วนที่เพิ่งได้พบเห็น

    มันทำเขารู้สึกคิดละโมบอยากได้ในครอบครอง

    ทว่าไม่อาจทำได้ เพราะราคานั้นแพงหูดับ

    ราคาของอาวุธวิญญาณ ต่างกันหนึ่งระดับก็เพิ่มราคาไปนับสิบเท่า!

    ท้ายที่สุดจางอวี่จึงเลือกเป็นขวานระดับเริ่มต้นมาแทน


    คล้ายกับเรื่องเถ้าแก่ขั้นเทพ ไอเทมสุดโกง ลูกค้าสุดกาว ที่คุณอ่าน