ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 ฉู่รั่วหลานขอโทษ

            ฉู่รั่วหลานเกลียดมู่เฉิงอินเข้าแล้ว นางรู้สึกว่ามู่เฉิงอินและฮวาเหยียนตั้งใจวางกับดักทำร้ายนาง ในยามนี้นางเป็นราวกับตัวตลกที่ยืนอยู่ที่นี่ อดทนรับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยนางรู้สึกทุกข์ใจยิ่งนักแต่ก็ไม่อาจพูดออกไปได้ ทั้งยังไม่สามารถเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งน่าอับอายมากขึ้นไปอีก

            ดวงตาที่มืดครึ้มของฉู่รั่วหลานนั้น ฮวาเหยียนมองเห็นอย่างชัดเจน

            สีหน้าของนางเย็นชา พลางยกเท้าขึ้นก้าวเดินไปทางฉู่รั่วหลาน

            บรรยากาศของนางแผ่กำจาย ยิ่งไปกว่านั้นรังสีของนางพยายามกดข่มฉู่รั่วหลานรังสีนั้นพาให้ฉู่รั่วหลานตกตะลึงจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            การถอยครั้งนี้ มิใช่ว่าเป็นการเผยความขลาดหรือ?

            “ข้าถามเจ้า ตอนนี้เจ้าสามารถเอาเงินออกมาได้หรือไม่? ”

            ฮวาเหยียนถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

            ใบหน้าของฉู่รั่วหลานแดงก่ำ หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน นางจึงกล่าวขึ้นมาว่า "วันนี้ข้าใช้เงินไปจนหมดแล้ว แต่ข้าสามารถเขียนสัญญากู้ยืมเงินไว้ก่อนได้ และภายในสองสามวันข้าถึงจะส่งมอบตั๋วเงินให้เจ้า"

            “เจ้าโง่แล้วคิดว่าคนอื่นจะโง่เหมือนเจ้าหรือ?”

            เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่รั่วหลาน ฮวาเหยียนพลันพ่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

            “เฮอะๆๆ ก็ใช่น่ะสิแม่นางคิดว่าคนอื่นโง่หรือ? ยังจะเขียนสัญญากู้ยืม? เจ้าเป็นใครกัน คนอื่นรู้จักเจ้าหรือ? อย่าเป็นหมาป่าขาวที่สวมถุงมือเปล่าสิ [1] อยากจะแอบฮุบเอาสมบัติล้ำค่าของคนอื่นเอาไว้หรือ"

            “ข้าลองคำนวณแล้ว หนึ่งต้นหนึ่งหมื่นตำลึง สิบต้นก็เป็นเงินทั้งสิ้นหนึ่งแสนตำลึง แม่นางผู้นี้ต้องใช้เงินหนึ่งล้านตำลึงเพื่อซื้อหญ้าวิญญาณลึกลับเหล่านี้ แล้วเจ้ามีเงินเท่าไหร่?”

            หนึ่งล้านตำลึง ช่างเป็นตัวเลขที่มหาศาลเสียจริง

            ใบหน้าของฉู่รั่วหลานย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เวลานี้ช่างเป็นการขี่เสือแล้วลงจากหลังยาก [2]

            "ข้าเป็นคนที่สามารถเจรจาพูดคุยด้วยได้ ในเมื่อตอนนี้เจ้าไม่สามารถนำเงินออกมาได้แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็บอกให้ครอบครัวเจ้านำเงินมาให้เสีย"

            ฮวาเหยียนพูดขึ้นมาอีกครั้ง

            เมื่อได้ยินที่ฮวาเหยียนบอกให้แจ้งครอบครัวของนาง ใบหน้าของฉู่รั่วหลานก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

            ถ้าเรื่องวันนี้ลามไปเข้าหูพระบิดาของนาง เกรงว่านางอาจต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอง เงินเยอะแค่ไหนไม่ใช่ปัญหา แต่ที่สำคัญคือการเสียหน้าราชวงศ์

            นางมองไปที่มู่เฉิงอินก็เห็นว่าสีหน้าของนางเฉยเมย นางก็ไม่ได้ตัดสินใจที่จะเกลี้ยกล่อมสตรีในหมวกงอบให้ปล่อยตนไป ในใจฉู่รั่วหลานเกลียดนางแทบตาย ในที่สุดหญิงสาวก็กัดฟันกรอด ดวงตาจ้องเขม็งพร้อมเอ่ยว่า “เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นใครมิใช่หรือ? ถ้าเจ้าล่วงเกินข้า เกรงว่าเรื่องคงจะไม่จบลงด้วยดี”

            ฉู่รั่วหลานยืดคอขึ้น

            ยังจะใช้อำนาจคุกคามกันอีกหรือ?

            ฮวาเหยียนขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกเหนื่อยหน่ายยิ่งนัก

            นางเป็นอัจฉริยะที่มีไอคิวสองร้อยแปดสิบแล้วเหตุใดนางถึงต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับสตรีที่มีสติปัญญาเพียงแค่ส้นเท้าของนางด้วย ไม่สู้จัดการขั้นเด็ดขาดกับสตรีผู้นี้ไปเลย

            “แล้วอย่างไรล่ะ? เจ้าจะให้ท่านพ่อของเจ้าส่งเงินมาหรือ? ”

            ฮวาเหยียนพูดประโยคนี้ออกมาอย่างเฉยเมย

            ฉู่รั่วหลาน "...! "

            ดวงหน้าของนางเต็มไปด้วยรังสีอึมครึม

            หัวใจนางเต้นแรงราวกับเสียงกลอง!

            นางจะเอาความกล้ามาจากที่ใดให้เสด็จพ่อรู้เรื่องนี้? เสด็จพ่อจะไม่ถลกผิวของนางหรือ?

            นางจ้องไปที่มู่เฉิงอินอย่างดุดัน

            นางเตือนมู่เฉิงอินด้วยสายตาดุร้าย ให้นางบอกสตรีในหมวกงอบว่าตัวตนของนางคือผู้ใด และคนผู้นี้ควรหยุดได้แล้ว!

            ...

            ฮวาเหยียนเห็นฉู่รั่วหลานยืนหอบหายใจรุนแรงเหมือนปลาปักเป้า นางจึงกลอกตาและพูดว่า “แม่นางเฉิงอิน สตรีผู้นี้เข้ามาหาเรื่องท่าน เห็นได้ชัดว่านางรู้จักกับท่าน นางเป็นผู้ใดกัน?”

            คำถามของฮวาเหยียนล้วนเป็นคำถามที่ทุกคนในหออู๋หมิงอยากรู้เช่นกันและในตอนนี้หูของทุกคนก็ล้วนตั้งขึ้น

            แววตาของมู่เฉิงอินปิดซ่อนรอยยิ้มยินดี เพราะรู้ว่า 'น้องหญิงเหยียน' คนนี้มองออกว่าฉู่รั่วหลานนั้นกำลังตื่นตระหนกและพยายามหลบเลี่ยง เมื่อสักครู่จึงตั้งใจจะขู่ให้องค์หญิงกลัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นางได้บอกน้องหญิงถึงตัวตนในฐานะองค์หญิงของฉู่รั่วหลานแล้ว

            นางไม่รู้ตัวตนของน้องหญิงเหยียนที่อยู่เบื้องหน้านาง แต่นางรู้ว่าน้องหญิงกำลังออกหน้าเพื่อตัวนาง หัวใจของนางพลันอบอุ่น

            นางจึงร่วมมือกับฮวาเหยียน กระแอมไอเบาๆ “น้องหญิงเหยียน ที่จริงแล้วสตรีที่อยู่ตรงหน้านี้คือ…”

            “มู่เฉิงอิน หุบปาก! ”

            ผู้ใดจะรู้ว่า ทันทีที่มู่เฉิงอินเปิดปาก ฉู่รั่วหลานก็พลันกรีดร้องออกมา นางตั้งใจจะหยุดคำพูดของมู่เฉิงอิน นางไม่อนุญาตให้มู่เฉิงอินเปิดเผยตัวตนของนาง

            แต่นางกลับไม่รู้ว่า มู่เฉิงอินและฮวาเหยียนมองจิตใจของนางออกอย่างทะลุปรุโปร่ง และพวกเขาคนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ หยอกเย้านางเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม

            เมื่อเปรียบเทียบกับความตื่นตระหนกของฉู่รั่วหลานแล้ว ฮวาเหยียนนั้นผ่อนคลายและสงบนิ่งกว่ามาก นางมองไปที่ฉู่รั่วหลาน ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้อยากทำให้เจ้าอับอาย แต่เด็กน้อยคุยโวข้างนอกทำเรื่องอันใดผิดส่วนใหญ่ก็จะไม่กล้าให้ผู้ปกครองล่วงรู้ ดังนั้นหากเจ้ายอมที่จะกล่าวคำขอโทษพี่หญิงมู่ที่นี่แล้ว เรื่องวันนี้ข้าก็จะยอมปล่อยให้ผ่านไป มิเช่นนั้น...”

            มิเช่นนั้นจะทำอะไรหรือ?

            ใช้อำนาจคุกคามชัดเจนแม้ไม่ต้องพูดอะไรต่อ

            ฉู่รั่วหลานถูกคำพูดไม่กี่คำของฮวาเหยียนพาให้หน้าอกเจ็บจนจุก ประโยคที่ว่าเด็กน้อยคุยโวนั่นทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าว

            ...

            หากกล่าวกันไป ที่จริงฮวาเหยียนแล้วเพียงระบายความโกรธแค้นแทนมู่เฉิงอินอินก็เท่านั้น จริงๆ นางเพียงต้องการกดความฮึกเหิมของฉู่รั่วหลานลง หากขอให้นางควักเงินหนึ่งแสนตำลึงเพื่อซื้อหญ้าวิญญาณลึกลับหนึ่งต้น ฉู่รั่วหลานไม่สามารถทำได้เพราะเงินจำนวนมหาศาลเช่นนั้นนางไม่สามารถเอาออกมาได้และนางจะต้องรบกวนบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่าอย่างแน่นอน

            เดิมทีนางไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ดังนั้นนางจึงไม่ยินยอมที่จะต้องข้องเกี่ยวกับตระกูลมู่

            ด้วยวิธีนี้จะทำให้ฉู่รั่วหลานเสียหน้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็คงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนอย่างแน่นอน มันเป็นความขมขื่นที่พูดไม่ได้ แต่คำขอโทษก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

            "จะขอโทษดีๆ หรือจะให้แจ้งครอบครัวของเจ้า...! "

            ฮวาเหยียนไม่ได้เร่งรัดนาง แต่ให้เวลานางมากพอที่จะคิดพิจารณา ฉู่รั่วหลานหอบหายใจ ตัวของนางใกล้จะเปลี่ยนกลายเป็นปลาปักเป้าไปแล้วจริงๆ นางจ้องไปที่มู่เฉิงอินอย่างดุร้ายโหดเหี้ยม

            ดวงตาของมู่เฉิงอินนั้นเรียบเฉย ในเวลานี้นางกลับพูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเจรจาแต่กลับไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย “น้องหญิงเหยียน ไม่อย่างนั้นก็ช่างเถอะ? ”

            นางไม่ใช่คนที่สนองความขับข้องใจด้วยคุณธรรมแต่อย่างใด ที่น้องเหยียนระบายความโกรธของนางแทนนาง นางเองก็ขอรับน้ำใจด้วยความขอบคุณ

            แม้ว่าฉู่รั่วหลานจะมีฐานะเป็นถึงองค์หญิง แต่ตระกูลมู่ของพวกนางก็มิได้เกรงกลัวต่อเรื่องใดเช่นกัน

            การเคารพในฐานะขององค์หญิง เป็นเพราะนางเคารพราชวงศ์ มิใช่เพราะเกรงกลัวองค์หญิงองค์นี้แต่อย่างใด

            น้ำเสียงพูดคุยของมู่เฉิงอินไม่ได้ไปในทางของการเจรจาต่อรอง ฮวาเหยียนจะฟังไม่เข้าใจได้อย่างไร นางจึงโบกมือทันที “ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ เจ้ากลั่นแกล้งพี่หญิงมู่ของข้า ย่อมต้องขอโทษ”

            น้ำเสียงนั้นชี้ขาด!

            ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวนั้นทำให้ผู้คนรอบๆ ตัวนางต่างพากันอิจฉา แม่นางตระกูลมู่กับสตรีในหมวกงอบผู้นี้เพิ่งรู้จักกันไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันถึงเพียงนี้ได้? น่าอิจฉา... และหญิงสาวหมวกงอบผู้ร่ำรวยและรักคุณธรรมคนนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่?

            มู่เฉิงอินถูกน้ำเสียงปกป้องของฮวาเหยียนที่พูดออกมาพาให้หัวใจร้อนผ่าว นางแอบอมยิ้มและไม่พูดอะไรต่อ

            ในยามนั้นหออู๋หมิงเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง ฉู่รั่วหลานเป็นจุดรวมความสนใจของทุกคนตอนนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังรอให้นางเปิดปากพูด นางอึดอัดยิ่งนักอึดอัดอยู่ครึ่งค่อนวันก็พ่นออกมาสามคำ

            นางเพียงแค่พึมพำอยู่ในปากอย่างรวดเร็ว แม้คนที่อยู่ไม่ห่างจากนางมากอย่างฮวาเหยียนก็ฟังไม่ชัดเจนว่านางพูดอันใด

            สตรีผู้นี้ ไม่แน่นางอาจจะด่าออกมาว่าไอ้สารเลวก็เป็นได้

            ในขณะนั้นดวงหน้าเล็กพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “พี่หญิงมู่ ดูเหมือนว่าข้าคงต้องรบกวนท่านส่งคนไปแจ้งคนในครอบครัวของนางแล้วล่ะ...”

            “อืม ช่างมันเถิด...”

            มู่เฉิงอินพยักหน้าเห็นด้วย

            “พอแล้ว”

            เมื่อฉู่รั่วหลานเห็นว่าทั้งสองคนร้องรับประสานกันเป็นอย่างดี นางก็โกรธมากจนมีควันลอยออกจากจากศีรษะ ในที่สุดก็คำรามออกมา

            ครอบครัวของมู่เฉิงอินมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในวังได้ทุกเมื่อหากเหตุการณ์เรื่องราวในวันนี้เข้าหูเสด็จพ่อของนางจริงๆ นางจะยิ่งไม่เป็นที่พอพระทัยเป็นแน่

            ในใจของนางนั้นโมโหจนแทบตาย อยากจะเอาฮวาเหยียนมาถลกผิวหนังออกทั้งเป็น แต่ในยามนั้นแม้แต่ฐานะตัวตนของอีกฝ่ายก็ยังไม่ชัดเจน ดวงตาของนางก็มืดมัวด้วยความโกรธ

            “มู่เฉิงอิน ขอ โทษ! ”

            ฉู่รั่วหลานกัดฟันพูดออกไป

            ในดวงตาของมู่เฉิงอินแฝงไปด้วยรอยยิ้มนับตั้งแต่นางถูกองค์หญิงฉู่ผู้นี้จับตามอง เมื่อมีการรวมตัวกันของสตรีผู้สูงศักดิ์ นางก็จะถูกกลั่นแกล้งเยาะเย้ยเสียดสีทุกครั้งแต่ไม่เคยได้รับคำขอโทษ ในวันนี้ฮวาเหยียนกลับสามารถบังคับให้ฉู่รั่วหลานขอโทษนางได้ ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ

            ในใจของมู่เฉิงอินมีความสุขจนยากที่จะพรรณนา

            นางมองไปที่ ‘น้องหญิงเหยียน’ ที่ยืนอยู่ข้างๆ แววตาทอประกายชื่นชม

            ขณะที่มู่เฉิงอินกำลังจะพูดตอบกลับอย่างสุภาพกับฉู่รั่วหลานนั้น นางกลับได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากน้องหญิงเหยียนที่อยู่ข้างนางว่า “เฮอะ นี่เจ้าขอโทษแล้วหรือ? ข้าคิดว่าเจ้ากำลังจะกินคนเสียอีก หากไม่มีความจริงใจเช่นนั้นก็ช่างมันเถิด"

             

             

            เชิงอรรถ

            [1] หมาป่าขาวที่สวมถุงมือเปล่า การหลอกลวงที่ไม่ลงทุน

            [2] ขี่เสือแล้วลงจากหลังยาก กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วพบอุปสรรค แต่ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด โดยไม่อาจหยุดกลางคันได้

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390