ราตรีสุดท้ายในหุบเขาไร้เงาช่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง หลินชิงเหยายืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่คุ้นเคยมานานกว่าห้าปี บัดนี้นางไม่ใช่เด็กสาววัยสิบห้าที่ตื่นตระหนกอีกต่อไป แต่เป็สตรีวัยยี่สิบปีที่เพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์ที่ร้ายกาจและจิตใจที่แข็งแกร่งดุจเพชร
ในคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงส่องแสงเงินซีดผ่านสายหมอกหนาทึบ ชิงเหยาเดินผ่านทางเดินที่คุ้นเคยในถ้ำใต้ดินครั้งสุดท้าย เท้าเปล่าของนางเหยียบลงบนพื้นหินเย็นเยียบอย่างเงียบงัน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความทรงจำของการฝึกฝนที่ทรมาน ของบทเรียนที่โหดร้าย และของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนกลับได้
ผนังหินดำที่เรียบเนียนสะท้อนเงาของนางเหมือนกระจกสีดำ แสงเทียนที่ปักอยู่ตามผนังส่องให้เห็นร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวผู้บอบบางในอดีต กลายเป็หญิงสาวที่มีสัดส่วนสมบูรณ์แบบดุจถูกแกะสลักโดยเทพเ้า ผิวพรรณขาวเนียนราวกับหยกขาวบริสุทธิ์ที่ได้รับการหล่อหลอมจากการแช่ตัวในบ่อน้ำมันบุปผาอาวรณ์เป็เวลาหลายปี ทำให้ทุกนิ้วของนางเปล่งประกายแปลกๆ ที่ดึงดูดสายตาได้โดยไม่ต้องพยายาม
ทรวงอกที่อวบอิ่มแต่ไม่เกินไป เอวที่คอดกิ่วจนมองเห็นได้ชัดแม้ผ่านเสื้อผ้า และสะโพกที่ผุดผาดอย่างเย้ายวน ทุกส่วนโค้งเว้าของร่างกายถูกเจียระไนมาเพื่อเป็อาวุธสังหารที่ร้ายกาจที่สุด ผมยาวสีดำราวกับไหมแก้วปล่อยไว้เป็ธรรมชาติ ปลิวไสวไปตามลมเย็นที่พัดผ่านช่องเปิดของถ้ำ
ก่อนที่นางจะก้าวลงจากเขาเพื่อเริ่มแผนการล้างแค้น แม่เฒ่าหงได้เรียกนางเข้าไปในห้องลับที่ลึกที่สุดของหุบเขา ห้องที่แม้แต่ชิงเหยาก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วงเข้าไปตลอดเวลาที่ฝึกฝน
เสียงเท้าของแม่เฒ่าหงก้องแก้วในทางเดินหิน นางเดินนำหน้าด้วยท่าทีที่สง่างามแต่เคร่งขรึม เสื้อคลุมสีดำที่ห่อหุ้มร่างกายปลิวไสวไปตามลมเย็น ผมสีเงินที่ยาวถึงเอวถูกมัดเป็มวยเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่แม้จะมีริ้วรอยของวัยแต่ก็ยังคงเห็นร่องรอยของความงามที่เคยมี
"มาเถอะ ชิงเหยา" แม่เฒ่าหงเอ่ยด้วยเสียงที่เ็าแต่อ่อนโยน "ถึงเวลาแล้วที่เ้าจะได้รู้ความจริงทั้งหมด"
พวกนางเดินผ่านทางเดินที่แคบและคดเคี้ยว ลึกลงไปใต้ดินมากขึ้นเรื่อยๆ อากาศเย็นเยียบและชื้นแฉะ กลิ่นของดินเปียกและสมุนไพรแห้งลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงหยดน้ำที่ตกจากเพดานถ้ำสร้างจังหวะที่เหมือนเสียงหัวใจเต้น
หลังจากเดินไปอีกสักพัก พวกนางก็มาถึงประตูหินขนาดใหญ่ที่ปิดมิดชิด ประตูนี้แกะสลักด้วยลวดลายซับซ้อนของดอกบัวและั รอบๆ ประตูมีตัวอักษรโบราณที่ชิงเหยาไม่สามารถอ่านได้ แม่เฒ่าหงกดมือลงบนจุดหนึ่งของประตู ประตูหินหนักหนาค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงเสียดสีที่น่าขนลุก
ภายในห้องนั้นมีเพียงแสงเทียนสลัวที่ส่องให้เห็นภาพวาดเก่าแก่ของสตรีผู้หนึ่งที่ดูสง่างามทว่าแฝงไปด้วยความโศกเศร้า ภาพวาดนี้แขวนอยู่บนผนังหินสีดำ ใช้สีที่สดใสแต่ดูซีดจางไปเพราะกาลเวลา สตรีในภาพสวมชุดไหมสีขาวที่ปลิวไสว ผมยาวสีดำปล่อยไว้เป็ธรรมชาติ ใบหน้าที่งดงามแต่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ดวงตาที่มองออกมาจากภาพเหมือนกำลังร้องไห้
รอบๆ ห้องมีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราโบราณ หีบไม้แกะสลักที่บรรจุสิ่งของลึกลับ และโต๊ะหินขนาดใหญ่ที่วางเครื่องปรุงยาและสมุนไพรต่างๆ กลิ่นของสมุนไพรแห้งและธูปหอมลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอื่น
แม่เฒ่าหงจ้องมองภาพนั้นด้วยแววตาที่สั่นไหวเป็ครั้งแรกั้แ่ที่ชิงเหยารู้จักนาง มือที่เคยมั่นคงกลับสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยเ็ากลับเต็มไปด้วยความเ็ปและความโหยหา
"นี่คือ หลิวเหมยหลิน" แม่เฒ่าหงเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง "ลูกสาวของข้า"
ชิงเหยาใจนเงียบไป นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่เฒ่าหงมีลูกสาว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นางไม่เคยเห็นแม่เฒ่าหงแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา นางเป็เหมือนหินที่เ็าและแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ นางเห็นความเป็มนุษย์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเ็านั้น
"เมยหลินเป็เด็กสาวที่ดีและบริสุทธิ์" แม่เฒ่าหงพูดต่อ เสียงของนางเริ่มสั่นเครือ "นางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานของข้า ไม่รู้ว่าข้าเป็สายลับ ข้าปกป้องนางจากโลกที่มืดมิดนี้ ้าให้นางมีชีวิตที่ปกติสุข"
แม่เฒ่าหงเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดมากขึ้น มือของนางยื่นออกไปััใบหน้าในภาพอย่างอ่อนโยน "แต่ความบริสุทธิ์นั้นกลับเป็จุดอ่อนของนาง เมื่อลิงจื่อหาน หวังเจียิ และเฉินิซานมาหานาง พวกมันบอกว่า้าข้อมูลเกี่ยวกับข้า เมยหลินปฏิเสธ บอกว่าไม่รู้อะไร"
น้ำตาเริ่มไหลลงมาตามแก้มของแม่เฒ่าหง เป็ครั้งแรกที่ชิงเหยาเห็นนางร้องไห้ "พวกมันไม่เชื่อ พวกมันคิดว่านางกำลังปกป้องข้า พวกมันทรมานนาง... ทรมานลูกสาวข้าจนตาย เพื่อให้นางเปิดปากพูด แต่นางไม่มีอะไรจะพูด เพราะนางไม่รู้อะไรจริงๆ"
ชิงเหยารู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนทุบหัวใจ นางเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่เฒ่าหงถึงเก็บความลับนี้ไว้ ความเ็ปจากการสูญเสียลูกสาวนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายได้
"หลังจากนั้น ข้าก็ถูกกล่าวหาว่าเป็คนทรยศ" แม่เฒ่าหงพูดต่อ เสียงของนางเต็มไปด้วยความขมขื่น "พวกมันบอกว่าข้าขายข้อมูลให้ศัตรู ข้าต้องหนีออกมาและซ่อนตัวที่นี่ แต่ความจริงแล้ว ข้าไม่เคยทรยศใครเลย ข้าเพียงแค่ไม่สามารถปกป้องลูกสาวของตัวเองได้"
ก่อนจะหันมาหาชิงเหยาและเผยความจริงที่น่าใ "ชิงเหยา... ความแค้นของเ้ากับข้านั้นไม่ได้แยกจากกันเลย ตระกูลจ้าวที่สังหารครอบครัวเ้า ไม่ใช่เพียงแค่ศัตรูของเ้า แต่มันคือต้นเหตุที่ทำให้ตระกูลของข้าพินาศย่อยยับเมื่อสามสิบปีก่อนเช่นกัน พวกมันใช้เล่ห์เหลี่ยมและอำนาจมืดทำลายล้างทุกคนที่ขวางทาง เพื่อแย่งชิงบันทึกหงส์อัคคีที่พวกมันเชื่อว่าจะนำไปสู่ขุมทรัพย์มหาศาล"
ชิงเหยาตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าความแค้นของนางกับแม่เฒ่าหงจะเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ บันทึกหงส์อัคคีที่พวกฆาตกรแย่งชิงไปจากครอบครัวนางนั้น เป็สาเหตุของความหายนะที่เกิดขึ้นมานานกว่าสามทศวรรษแล้ว
"บันทึกหงส์อัคคีนั้นไม่ใช่แค่ตำราการต่อสู้ธรรมดา" แม่เฒ่าหงอธิบายต่อ เสียงของนางเริ่มแข็งขึ้น "มันคือแผนที่ที่นำไปสู่ขุมทรัพย์ของราชวงศ์โบราณ ขุมทรัพย์ที่มีค่าพอที่จะซื้อทั้งอาณาจักรได้ ตระกูลของข้าเป็ผู้พิทักษ์บันทึกนั้นมาหลายร้อยปี เราปกป้องมันด้วยชีวิต แต่ความโลภของมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัด"
นางเดินไปที่หีบไม้แกะสลักใบหนึ่งที่วางอยู่ในมุมห้อง หีบนี้ทำจากไม้จันทน์ที่มีอายุหลายร้อยปี แกะสลักด้วยลวดลายัและนกฟีนิกซ์ที่ประณีต ผิวไม้เรียบเนียนและเปล่งประกายแปลกๆ ภายใต้แสงเทียน
แม่เฒ่าหงเปิดหีบด้วยความระมัดระวัง เสียงบานพับเก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ภายในหีบเต็มไปด้วยสิ่งของลึกลับต่างๆ ม้วนกระดาษเก่าแก่ ขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีต่างๆ และเครื่องประดับโบราณที่เปล่งประกายแปลกๆ
นางหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือเข็มพิษที่สลักลายหงส์อย่างประณีตงดงามทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่รุนแรง เข็มนี้ทำจากโลหะสีดำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผิวเรียบเนียนและเย็นเยียบ ตัวเข็มยาวประมาณสามนิ้ว ปลายแหลมคมราวกับเข็มเย็บผ้า แต่อันตรายกว่าดาบเล่มใดๆ
"เข็มเล่มนี้บรรจุพิษที่สกัดจากเืของงูพันปีและสมุนไพรต้องห้าม" แม่เฒ่าหงอธิบายขณะหมุนเข็มในแสงเทียน ทำให้เห็นลวดลายหงส์ที่แกะสลักอย่างประณีต "มันจะปลิดชีพเหยื่ออย่างทรมานที่สุดในขณะที่พวกมันกำลังมีความสุขสมถึงขีดสุด พิษนี้จะเข้าสู่กระแสเืและทำลายระบบประสาทอย่างช้าๆ เหยื่อจะรู้สึกเ็ปแสนสาหัส แต่ไม่สามารถเรียกร้องความช่วยเหลือได้ เพราะเสียงจะออกมาไม่ได้"
ชิงเหยารับเข็มพิษมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะความตื้นตันในความรู้สึกที่ซับซ้อน เป็ทั้งความกตัญญูต่อแม่เฒ่าหงที่ให้อาวุธที่ทรงพลังนี้ และความอาฆาตที่พุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อนึกถึงการใช้มันกับฆาตกรของครอบครัว
เข็มในมือนางเย็นเยียบและหนักกว่าที่คิด ความหนักนี้ไม่ได้มาจากน้ำหนักทางกายภาพ แต่มาจากความหมายที่มันแบกรับ มันคือเครื่องมือแห่งความยุติธรรม เครื่องมือที่จะนำความสงบสุขมาให้ิญญาของครอบครัวที่ถูกฆ่า
นอกจากเข็มพิษแล้ว แม่เฒ่าหงยังหยิบม้วนบันทึกที่ห่อด้วยผ้าไหมสีดำออกมาจากหีบ ม้วนนี้หนาและยาว เมื่อคลี่ออกจะเห็นตัวอักษรเล็กๆ เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มที่ดูเหมือนเืแห้ง
"นี่คือรายชื่อขุนนางและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ข้าสืบหามาได้ตลอดหลายปี" นางอธิบายขณะชี้ไปที่รายชื่อต่างๆ "ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายครอบครัวเ้า ทุกคนที่ได้ผลประโยชน์จากความตายของพวกเขา และทุกคนที่ปิดบังความจริง"
ชิงเหยาอ่านรายชื่อเ่าั้ด้วยความตั้งใจ นางเห็นชื่อของสามอสูรที่นางจำได้แม่นยำ ลิงจื่อหาน หวังเจียิ และเฉินิซาน แต่นอกจากนั้นยังมีชื่ออื่นๆ อีกมากมาย ขุนนางระดับสูง เสนาบดี และแม้กระทั่งเ้าชายองค์หนึ่ง
"พวกมันทั้งหมดเป็ส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่" แม่เฒ่าหงอธิบาย "การฆ่าครอบครัวเ้าไม่ใช่การกระทำของคนไม่กี่คน แต่เป็แผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ มีคนหลายสิบคนที่เกี่ยวข้อง บางคนวางแผน บางคนลงมือ บางคนปิดบังหลักฐาน และบางคนแบ่งปันผลประโยชน์"
นางชี้ไปที่ชื่อหนึ่งในรายการ "เฉิงิ ขุนนางหนุ่มผู้นี้เป็คนที่ได้รับที่ดินส่วนหนึ่งของครอบครัวเ้าหลังจากที่พวกเ้าตาย เขาเป็คนแรกที่เ้าจะต้องจัดการ"
ชิงเหยาจำชื่อนี้ได้ เฉิงิเป็ลูกชายของขุนนางผู้มีอิทธิพล เป็คนที่มักมากในกามและมีชื่อเสียงในเื่การเล่นผู้หญิง เขาเป็เป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นแผนการล้างแค้น
"วิชาของข้าอยู่ในตัวเ้าแล้วชิงเหยา" แม่เฒ่าหงกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความเศร้าโศก "ร่างกายของเ้าคืออาวุธ จิตใจของเ้าคือสนามรบ เ้ามีทุกสิ่งที่จำเป็ในการทำลายศัตรูแล้ว"
นางหยุดพักเล็กน้อย มองดูชิงเหยาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเศร้าโศก และความหวัง "จงไปทำให้พวกมันรู้ว่าความสุขที่เ้ามอบให้คือประตูนรกที่งดงามที่สุดที่พวกมันจะไม่มีวันอยากกลับออกมา พวกมันจะติดใจในเ้าจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง และเมื่อพวกมันอยู่ในจุดสูงสุดของความสุข เ้าจะส่งพวกมันลงนรกด้วยมือของเ้าเอง"
ชิงเหยารับของเ่าั้มาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะความตื้นตันในความกตัญญูและความอาฆาตที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด นางรู้สึกเหมือนได้รับมรดกที่ล้ำค่าที่สุด ไม่ใช่ทองคำหรือเพชรพลอย แต่เป็โอกาสในการแก้แค้นที่นางรอคอยมานานห้าปี
นางคุกเข่าลงกราบลาอาจารย์ผู้ที่เปรียบเสมือนมารดาคนที่สองด้วยความเคารพรัก ใบหน้าของนางแตะกับพื้นหินเย็นเยียบ น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าโศก แต่เป็น้ำตาแห่งความมุ่งมั่นและความกตัญญู
"ข้าจะจำทุกคำสอนของท่าน" นางกล่าวด้วยเสียงที่แน่วแน่ "และจะทำให้เืของพวกมันล้างแค้นให้ตระกูลของเราทั้งสองให้จงได้ ข้าสาบานต่อหน้าิญญาของครอบครัวข้า และต่อหน้าิญญาของเมยหลิน ว่าจะไม่หยุดจนกว่าความยุติธรรมจะได้รับการชดใช้"
แม่เฒ่าหงยื่นมือลงมาประคองชิงเหยาให้ลุกขึ้น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความเศร้าโศก "เ้าไม่ใช่ลูกสาวของข้า แต่เ้าคือสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดกับลูกสาวที่ข้าจะมีได้อีก ข้าได้เห็นเ้าเติบโตจากเด็กสาวผู้บอบช้ำเป็หญิงสาวผู้แข็งแกร่ง เ้าคือความหวังสุดท้ายของข้า"
ในคืนนั้นเอง นางได้ตัดสินใจทิ้งชื่อ "หลินชิงเหยา" ไว้เื้ั ทิ้งตัวตนของลูกสาวเสนาบดีผู้แสนดีไว้ในเงามืดของหุบเขาไร้เงาตลอดกาล ชื่อนั้นเป็ของอดีต เป็ของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ที่ตายไปแล้วในคืนที่ครอบครัวถูกสังหาร
จากนี้ไป นางจะเป็คนใหม่ มีชีวิตใหม่ และจุดประสงค์ใหม่ นางจะไม่ใช่เหยื่อที่อ่อนแออีกต่อไป แต่จะเป็นักล่าที่ร้ายกาจ
นางเตรียมพร้อมสำหรับการปรากฏตัวครั้งแรกในโลกภายนอกในชื่อใหม่ "เซี่ยอวี้" หญิงสาวผู้มีที่มาอันลึกลับที่พร้อมจะเข้าไปเป็สาวใช้ผู้อ่อนน้อมในคฤหาสน์ของตระกูลเฉิง ชื่อนี้ฟังดูธรรมดาและไม่น่าสงสัย เหมาะสำหรับการปลอมตัว
เป้าหมายแรกของนางคือ "เฉิงิ" ขุนนางหนุ่มผู้มักมากในกามและเป็หนึ่งในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายจวนเสนาบดีหลิน เขาเป็เป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้น เพราะความอ่อนแอของเขาคือความ้าทางเพศที่ไม่อาจควบคุมได้
เซี่ยอวี้จะใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็เกราะกำบัง การแสดงเป็สาวใช้ผู้ไร้เดียงสาและเชื่อฟังจะทำให้เขาลดการระแวงลง และใช้เพลิงกามารมณ์ที่นางเจียระไนมาอย่างดีแผดเผาตระกูลเฉิงให้วอดวายจากภายใน
นางจินตนาการถึงแผนการที่ซับซ้อน การเข้าไปในคฤหาสน์ในฐานะสาวใช้ การค่อยๆ ดึงดูดความสนใจของเฉิงิ การใช้ความงามและเสน่ห์ทำให้เขาหลงใหล จนกระทั่งเขาไม่สามารถอยู่ห่างจากนางได้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นางจะใช้เข็มพิษส่งเขาไปสู่ความตายที่เ็ปที่สุด
ร่างของเซี่ยอวี้ค่อยๆ เลือนหายไปในม่านหมอกยามเช้า ทิ้งหุบเขาไร้เงาไว้เื้ัพร้อมกับคำสาบานที่หนักแน่นดุจขุนเขา แสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มส่องผ่านสายหมอกหนาทึบ ทำให้ร่างเรียวของนางดูเหมือนเงาที่กำลังละลายไปกับความมืด
นางรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายและความอัปยศที่ต้องเผชิญ นางจะต้องขายร่างกายและจิติญญาเพื่อเข้าใกล้เป้าหมาย จะต้องแสดงเป็คนอื่น ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง และทำในสิ่งที่อาจจะทำให้นางเกลียดตัวเอง
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางกังวล ความเ็ปทางจิตใจที่จะเกิดขึ้นไม่มีทางเทียบได้กับความเ็ปที่นางแบกรับมาตลอดห้าปี ความอัปยศที่จะต้องเผชิญไม่มีทางเทียบได้กับความอัปยศที่ครอบครัวนางต้องเผชิญเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็คนทรยศ
สิ่งเดียวที่นาง้าคือการได้เห็นใบหน้าของฆาตกรเ่าั้บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปในขณะที่พวกมันกำลังลุ่มหลงในร่างกายของนาง นาง้าเห็นความตระหนกในดวงตาของพวกมันเมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่พวกมันหลงใหลคือลูกสาวของคนที่พวกมันฆ่า
การล้างแค้นครั้งนี้จะไม่ใช่การฆ่าด้วยดาบที่รวดเร็ว แต่มันจะเป็การทำลายล้างที่ช้าและทรมานที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถมอบให้แก่มนุษย์อีกคนหนึ่งได้ นางจะทำให้พวกมันรู้สึกถึงความสุขสูงสุดก่อนที่จะพาพวกมันลงสู่ความทุกข์ทรมานที่ลึกที่สุด
และเซี่ยอวี้... จะเป็คนร่ายมนตร์ดำแห่งราคะนั้นด้วยมือของนางเอง นางจะเป็นางฟ้าในฝันของพวกมัน และเป็ปีศาจในฝันร้ายของพวกมันในเวลาเดียวกัน
เมื่อร่างของนางหายไปในม่านหมอกอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงกลิ่นบุปผาอาวรณ์ที่ลอยอยู่ในอากาศเป็เวลาสั้นๆ ก่อนจะจางหายไปตามสายลม หุบเขาไร้เงากลับคืนสู่ความเงียบสงัดเหมือนเดิม ราวกับไม่เคยมีใครอาศัยอยู่ที่นั่นเลย
แต่ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความหมาย มันเป็ความเงียบก่อนพายุ ความเงียบก่อนที่โลกภายนอกจะได้รู้จักกับเซี่ยอวี้ หญิงสาวลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของหลายคนไปตลอดกาล
การล้างแค้นที่รอคอยมานานห้าปีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และไม่มีใครในโลกนี้จะสามารถหยุดยั้งมันได้