ในปี วันที่ 28 ตุลาคม ปี 2038 ได้มีการทดลองลึกลับบ้างอย่างเกิดขึ้นทว่าการทดลองนั้นกลับล้มเลวส่งผลให้รังสีเคมีจากการวิจัยแพร่กระจายไปทั่วโลกภายในชั่วโมงเดียว และมันก็ได้มอบพลังพิเศษเหนือจิตนาการที่มนุษย์ในอดีตมากมายได้แต่เฝ้าฝันถึง แก่ประชากรมาก90% ทั่วโลก
และเพราะการปรากฏของตัวพลังพิเศษทำให้โลกในเวลานั้นเข้าสู่่แห่งความโกลาหลมีบ้างคนพยายามใช้พลังของตัวเองเพื่อยึดครองโลกหรือทำเื่อะไรน่าตลกอย่างเล่นเป็ ‘ ฮีโร่ ‘ ไม่ก็เอาไปใช้ในทางที่เลวร้ายสุดๆ มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย จนนำมาซึ่งาโลกครั้งที่ 3 ใน ปี 2050
หลังาจบก็ได้เกิดผลกระทบต่าง ๆขึ้นกับโลกมากมาย ทำให้ทัศนียภาพแต่เดิมมีการเปลี่ยนแปลงและมีการยุบประเทศมากกว่าหลายร้อยประเทศ ในอดีตให้กลายเป็หนึ่งเดียวส่งผลให้โลกแยกออกเป็ห้าฝ่ายก่อนที่จะมีการเริ่มทำการวัดระดับและวิจัยความสามารถต่าง และเริ่มมีการจัดระดับความสามารถตาม’แรงค์กิ้ง’ และแบ่งแยกประเภทให้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น ถ้าสมมุติมีไอ้บ้าคนหนึ่งสามารถกลายร่างเป็มนุษย์หมาป่าได้แบบ ใน นวนิยาย สมัยโบราณก็คือผู้มีความสามารถในระดับ D เป็อย่างน้อยและอยู่ในสายแปรสภาพ
ขณะเดียวกันก็ถ้าคุณพลังในการรักษาอาการาเ็ของคนอื่นก็จะถูกนับอยู่ในประเภทสายเสริมพลัง ส่วนระดับพลังของสายนี้ก็มักขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษา หรือ’ผลรับ’หลังใช้พลัง เช่น ช่วยได้มากแค่ไหน หรือได้พลังเพิ่มขึ้นมามากแค่ไหน
ในยุคปัจจุบันพลังพิเศษค่อนข้างมีผลในสังคมมาก การหางาน หรือการเข้าโรงเรียน ก็จำต้องมี ’พลัง’ มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอแบบว่า ลองคิดดูสิ ถ้าคุณมีพลังในการสร้าง ‘ไฟฟ้า ‘ โรงงานไฟฟ้าที่เป็แหล่งพลังงานสำคัญในยุคนี้จะ้าตัวคุณแค่ไหนหรือถ้าคุณมีพลังในด้าน’ความเร็ว ‘ จะทำงานส่งพิซซ่าหรือจะไปเป็นักแข่งวิ่งระดับโลกก็สบาย
ถึงจะพูดแบบนั้นตอนนี้ก็มี ‘ ควิกเกอร์‘ แล้วล่ะนะ คงไม่ต้องใช้หรอกมั้งคนส่งพิซซ่า
อะไรคือ ‘ ควิกเกอร์ ‘ ?
มันคือยานพาหนะที่คนเราใช้กันในขณะนี้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 750 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระบบ ขับออโต้ มีทั้งแบบ ‘ โซโล ‘ ที่เหมือนของเก่ากึกแบบมอเตอร์ไซค์ และ ‘ แกรนด์ ‘ ที่มีหลายที่นั่ง ทำจาก ’เหล็กกล้า ‘ และ ‘ กระจกมิลเลอร์ ‘ ทนทานสุด ๆ โดนะเิเข้าไปก็ไม่มีรอยเด็กแรกเกิดขับ ก็ไม่มีทางชน
หมายเหตุยุคนี้เราเดินทางกันบนท้องฟ้านะเออ.....
อันที่จริงนี้ก็เป็หนึ่งในเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นเพราะผู้มีพลังล่ะนะ....ก็แบบว่าคิดดูสิอยู่บนยานพาหนะดี ๆ แล้วมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ดันปล่อยพลังมาโดน แบบนั้นไม่ซวยแย่เลยเหรอ ? เพราะงั้นการพัฒนาให้อุปกรณ์มีคุณภาพมากขึ้นเพื่ออะไรแบบนั้นเลยจำเป็ยังไงล่ะ!!
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้พวกผู้มีพลังใช้พลังกันได้ง่าย ๆ ด้วย
สมมุติเช่นถ้าพลังของคุณมีเงื่อนไขคือต้องทำให้ตัวเองาเ็ เพื่อจะ’แปลงร่าง’เป็ั์ ก็อาจจะมีกำไลข้อมือหรือแหวนที่มีมุดจะแทงเข้าเนื้อให้เวลา้าใช้พลังผ่านการเชื่อมต่อกับสมองเพื่อให้สามารถใช้พลังได้ตามสะดวก
ก็แค่นี้ล่ะคร่าว ๆ นะ .......
เอาล่ะ ๆเล่ามาตั้งนานมาแนะนำตัวกันดีกว่า
สวัสดีครับ ชื่อของผมคือ ‘ อิซามิ ลอสแมน ‘
ชื่อคือ อิซามิ แปลว่า ‘ ความกล้าหาญ ‘ ส่วน ลอสแมนที่เป็นามสกุลมีความหมายว่า ‘ คนหลงทาง ‘ ผมเป็ลูกครึ่งระหว่างคุณแม่ที่เป็ชาวตะวันออกส่วนพ่อเป็คนตะวันตกอาศัยอยู่ในอาณาเขตของ’รัฐบาลโลก ‘ ผิวสีขาว....ตาสีฟ้า....... ได้จากพ่อ ผมดำตั้ง จากแม่ สูง 175 ซม. หน้าตาดาด ๆ มีพี่น้องสองคน พี่ชายหนึ่ง น้องสาวหนึ่งเรียนอยู่ ม. ปลาย โรงเรียน’ เรดไรเดอร์ ‘ และผมเป็ผู้ ‘ ไร้พลัง ‘
ช่างน่าแปลกใจจริง ๆ ที่ทุกคนในครอบครัวล้วนเป็ผู้มี’ พลัง ‘ แต่ผมกลับไม่มีพลังอะไรเลยอยู่คนเดียว
คุณพ่อเป็นายทหารยศ ‘ ร้อยเอก ‘ มีพลังคือสายสร้าง ในการสร้างพวกโลหะ ‘ แปลก ๆ ‘ ออกมาได้ ระดับ B
คุณแม่ เป็ แม่บ้าน ธรรมดา ๆ มีพลังคือสายเสริม ในการเสริมพลังกำลังของตัวเอง ระดับ D
ขณะที่พี่ชายและน้องสาว...... อัจฉริยะ.......จนทำให้ผมรู้สึกละอายใจแปลก ๆ
พี่ชายมีพลังอยู่ในระดับ ‘ A ‘ ทีทั้งโลกมีอยู่ไม่กี่พันคนส่วนน้องสาว.....รายนั้นนะสัตว์ประหลาดตัวน้อยชัด ๆ เธอมีพร์อยู่ในระดับ ‘ S ‘ ที่ในปัจจุบันมีกันอยู่แค่ 96 คนร่วมเธอเข้าไปด้วย.......ทั้งคู่นะสุดยอดทั้งหน้าตา การเรียน และ ในแง่ของพลัง เลยล่ะ
ผมนะเหรอ.... ก็แค่คนธรรมดา ‘ ไร้พลัง ‘ ที่ไม่มีค่าอะไรในสังคมไงล่ะ
เพราะว่าคนที่ไม่มีพลังในปัจจุบันมีแค่10% จากทั้งหมด ทำให้ คนไร้พลัง แบบ ‘ ผม ‘ ที่ถือว่าเป็ประชากรชั้นล่างสุดโชคดีที่ผมเกิดใน รัฐบาลโลก ถ้าเกิดใน ‘ จักรวรรดิที่ สอง ‘ ผมคงโดนหักคอฆ่าทิ้งั้แ่ลืมตาดูโลกแล้ว
ถึงจะพูดแบบนั้น เพราะว่าผมมันไม่มีพลัง เลยมักจะถูกคนรอบข้างนำไปเปรียบเทียบ กับ พี่น้อง ที่เป็’ อัจฉริยะ ‘ อยู่เสมอเลยล่ะ....ดีหน่อยที่ตอนนี้ทั้งคู่ถูกส่งไปเรียน ยัง โรงเรียนที่ดีที่สุดในโลก เพราะพร์ล่ะนะ
และพ่อก็ยุ่งกับงานตลอดเลยไม่ได้ค่อยกลับบ้าน
เพราะงั้นเวลาส่วนมากผมเลยอยู่อาศัยอยู่กับแม่........
“ อิคคุง! “
เสียงหนึ่งทักผมมาจากข้างหลัง นั้นทำให้ผมนึกได้ว่าลืม’อะไร’ไป?
สายตาของผมชำเลืองมองไปยังร่างสูง....ที่บ้างครั้งก็ทำให้ผมสงสัยว่าคนหรือ’ เสาไฟฟ้า‘ กับความสูง 190 ซม.
“ ให้ตายสิอิคคุง นายลืม เงินค่าขนมเอานี้ “
“ อ้า.... ให้ตายสิ เกือบแล้ว ๆ ขอบใจนะ แอล “
ผมแบมือรับเงินมาจาก เ้าเสาไฟฟ้า
ขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘ ลักซ์ สตาร์คิลเลอร์ ‘ เพื่อนสมัยเด็กของผม เป็คนจาก ‘ ศาสนจักรที่ สอง’ เป็นักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาโฮมสเตย์บ้านผมั้แ่ตอนแปดขวบเด็กหนุ่มที่เหมาะสมกับคำว่า ‘ รูปงาม ‘ เกินใครกีฬาเด่น เรียนดี อัธยาศัยก็ดี มีออร่าประกายวิบวับอยู่รอบตัวตลอดเวลาผิวสีขาวยังกับผู้หญิง ั์ตาคมสีฟ้าอ่อน จมูกตั้งโด่งเข้ารูปโค้งหน้า คางแหลม ๆหน่อย ผอมเพรียวแต่กล้ามแน่น ขัดแย้งแปลก ๆ ........
‘ ลักซ์ สตาร์คิลเลอร์ ‘ เพื่อนรักของผมเองปกติผมจะชอบเรียกเขาว่า ‘ แอล‘
บ้างคงอาจจะสงสัยว่าทำไหมถึงมาโฮมสเตย์ที่บ้านคนอื่นได้ถึง8 ปี
อันที่จริง แม่ของผมเคยเล่าให้ฟังว่าพ่อของมัน และพ่อของผมก็เป็เพื่อนกันนี้แหละ แถมสนิทกันมากเลยด้วย
เวลาผมจิตตกหรือมีเื่ไม่สบายใจเ้าหมอนี้แหละคือคนที่ค่อยให้กำลังใจและเป็ผู้ปรึกษาที่ดีที่สุด
ขณะนี้พวกผมกำลังยืนรอ ‘ ควิกเกอร์สาธารณะ ‘ อยู่ที่ชานชะลา เปรียบเทียบก็ คล้าย ๆ ‘ รถแท็กซี่ ‘ ไม่ก็ ‘ รถเม ‘ ที่ใช้เมื่อศตวรรษก่อนมั้ง?ประมาณนั้นแหละ อ้ะ ! พูดปุปก็มาถึงปัปเลยแหะดวงตาของผมจับจับจ้องไปยัง ควิกเกอร์ ที่ลากตู้ที่นั่งจำนวนมาก มาจอดตรงหน้า
ไม่นานประตูตู้ก็เปิดออกให้พวกผมเข้าไปข้างในได้
ผมและแอลนั่งหย่อนก้นนั่งตรงที่ยังว่างอยู่รอเวลาให้ประตูปิด ยานถึงจะออกตัว
ทว่าจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงก็มีร่างของสาวน้อยวิ่งหน้าตั้งคาบขนมปังโป๊ะไข่ดาว ผมสีปลิ่วว่อนไปตามแรงลม และเมื่อเห็นว่าประตูใกล้จะปิดก็กัดฟันแน่นใส่พลังเต็มที่ ะโเข้ามาตีลังกากลิ้งตลบไปกับพื้น
ผมมองเธอคนนั้นด้วยสายตาเอือมระอาแล้วถอนหายใจออกมา เช่นเดียวกับคนที่นั่งข้าง ๆ
ขอแนะนำเพื่อนรักอีกคนของผม
‘ เนียล เฟรมชาร์จ ‘ รู้จักกันั้แ่ยังเล็กๆ เพราะบ้านอยู่ข้างกันนี้เอง เป็ผู้หญิงที่ไม่มีคำว่า’กุลสตรี ‘ อยู่ในหัวสักนิดใจร้อน โกหกไม่เก่ง เอาแต่ใจเป็ที่หนึ่ง กระนั้นก็เป็คนรักความยุติธรรมยิ่งชีพก็ถือว่าเป็คนดีล่ะนะ (?)
“ ตื่นสายอีกแล้วเหรอยัยนี้“
“ ก็นะเนียลจังนะ เป็แบบนี้อยู่เสมอเลยนิ “ แอลหัวเราะแห้ง
เอกลักษณ์มาสาย เพราะหลับเป็ตายเป็ที่รู้กันดี
ั้แ่ประถมการจะลากเธอไปโรงเรียนได้โดยไม่สายนั้นมิต่างอะไรกับการให้ไปสู้กับเสือด้วยมือเปล่าผมและแอล เคยพยายามจะปลุกเพื่อลากเธอไปโรงเรียนด้วยกันั้แ่เมื่อก่อนผลลัพธ์คือรอยขีดข่วนและรอยไหม้เต็มชุดนักเรียนเนื่องจากระบบป้องกันตัวเองไม่ให้ใครมาปลุกของเ้าตัวทำเอาสงสัยเลยว่านี้คนหรืออะไร
กระทั้งพ่อแม่หล่อนยังปลุกไม่ได้เลย..........
เรียกได้ว่าทุกคนปลงกันไปหมดแล้ว
“ หน่อย ! ทำไหมพวกนายสองคนไม่คิดจะมาปลุกกันหน่อยเลยรึไงห้ะ? “ พอลุกมานั่งที่ได้ ยัยตัวแสบก็หันมาโวยวายใส่พวกผมพลางโทษว่าที่เธอต้องมาเจออะไรแบบนี้แต่เช้าเป็ความผิดของพวกผมสองคนที่ไม่ยอมไปปลุก
“ ใครใช้ให้เธอหลับเป็ตากันล่ะ? แล้วอีกอย่างไอ้ระบบป้องกันตัวตอนนอนนั้นสุดๆไปเลยนะรู้ไหม ? เพราะแบบนี้เลยไม่มีใครอยากไปปลุกไงล่ะ !? “ ผมหรี่ตามองอีกฝ่ายแล้ว เถียงกลับไป
“ โกหกโกหก ๆ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นซะหน่อย ! ใช่ไหมลักซ์คุง ! “ เนียลลุกขึ้นมาชี้นิ้วว่าทำให้ไขมันส่วนเกินกระเพื่อมเพราะขนาดใหญ่โต ก่อนจะหันไปหาพวก
“ มะ มันก็ “ แอลยิ้มเจื่อนๆ ทำสีหน้าลำบากใจ
“ เลิกพยายามโยนความผิดให้คนอื่นได้แล้วน่า ! “
“ วะ ว่าไงนะ เ้าบ้า ! “
“ ดะ เดียวสิทั้งสองคน มันรบกวนคนอื่นเข้านะ ! “
ตลอดทางไปโรงเรียนผมกับยัยโคนมก็ทะเลาะกันตลอดทาง โดยมีแอลคอยห้าม
ถึงจะค่อนข้างรำคาญ เนียล ในบ้างครั้งแต่โดยร่วมชีวิตของผมในตอนนี้ก็สงบสุขดีและผมก็หวังว่าจะให้มันเป็แบบนี้ต่อไปก็คงจะดีไม่น้อยเพราะอย่างน้อยทะเลาะกันเนียลก็ช่วยฆ่าเวลาหรือแก้เบื่อได้ดีเหมือนกัน
เพราะถ้าเกิดมีเื่อะไรยุ่งยากขึ้นมาจริงๆ คนอ่อนแอแบบผมก็คงจะซวยมิน้อยเลยล่ะนะ......
“ งือ........“ เสียงครางจากลำคอดังขึ้นตรงตรอกซอย ร่างเล็กนอนแน่นิ่งลงกลับพื้น ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนมาั้แ่เมื่อกี่แล้ว
“ น้ำ.......หิวน้ำอ้ะ “ เธอถอนหายใจก่อนจะกลิ้งตัวไปมาราวกับเด็กเอาแต่ใจ แม้ว่าอายุจริง ๆ จะใกล้วัยผู้หญิงแล้วก็ตาม อย่างน้อยถ้านับตามกฎหมายก็สามารถใช้คำว่า‘ นางสาว ‘ นำหน้าได้แบบไม่มีปัญหาอะไร
เธอค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมายืนด้วยท่าทางอิดโรย เหนื่อยมาจากไหนก็ไม่รู้ เดินโซซัด โซเซไปมาเข้าไปในซอก
“ เมื่อไหร่.....กันอะ....... “ เด็กสาวเอ่ยถามกับตัวเอง หนังตาใกล้ปิดเต็มที่ “ ไหนว่า แม่เฒ่า บอกว่าออกเดินทางจะได้’เนื้อคู่’ ยังไงเล่า! ทำไหม สามปีแล้วยังไม่เจอใครที่เหมาะสมกับตัวเราเลยล่ะเนี่ย โถ่เว้ย !“ เธอแผดเสียงร้องอย่างไม่พอใจ เอื้อมมือไปควักของในกระเป๋ากระโปรงออกมา
“ งือ.....เงินหมดแล้วอ่ะ.....ไม่เป็ไรเดียวไปถอนเอาจากในบัญชี..... “ เธอถอนหายใจก่อนจะฝืนยิ้ม แล้วล้วงคว้านหาของบ้างอย่างในกระเป๋าทันใดนั้นดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความใสุดขีด หน้าซีดเป็ไก่ต้ม
“ มะไม่มี บัตรธนาคารของตัวเราหายไปหน่ายยยยยยยยยยยยย “
“ หืม? อิซามิ นี้ของนายหรือเปล่า “ เ้าของเรือนผมสีแดงทรงหางม้าถามในมือคือบัตรสีชมพูแวววับ
“ นั้นมันบัตรธนาคารระดับแพลตตินั่ม รุ่นลิมิเต็ดอิชั่นเมื่อสามปีก่อนที่จะได้ต่อเมื่อมีเงินในบัญชีมากกว่า สิบล้าน เครดิตที่เคยเป็ข่าวดังนิ ไปเก็บได้มาจากที่ไหนนะ เนียลจัง ? “ ลักซ์มองการ์ดในมือด้วยแววตาเป็ประกาย
“ เก็บได้ตรงซอกเบาะที่นั่งของหมอนี้นะ“ เนียลบอก
“ ทุกวันนี้ฉันกินแกลบอยู่แล้วไม่มีทางจะมีของแบบนั้นได้หรอกน่า...ใช้อะไรคิด? “
คนผมตั้งเบ้ปาก ยกมือบอกปัดเงินเก็บตอนนี้มีไม่ถึง แสนด้วยซ้ำ อีกอย่างต่อให้ถึงเขาก็ไม่ใช่ของหวานแววแบบนั้นแน่ๆ