“ออกเดินทางกันได้แล้ว”
“เ้าค่ะท่านอาจารย์”
หลัวเสวียนใช้พลังเปิดรอยแยกมิติก่อนจะเข้าไปตามด้วยศิษย์ทั้งสามคนเข้าไปในรอยแยกมิติที่สร้างขึ้น ก่อนรอยแยกมิตินั้นจะหายไป…
รอยแยกมิติปรากฎขึ้นยังวังหลวงของอาณาจักรเพลิงศักดิ์สิทธิ์หลัวเสวียนเดินออกมาจากรอยแยกมิติพร้อมกับศิษย์ทั้งสามคน
“ทหารมีผู้บุกรุก”
“พวกเ้าอยากเสียมรรยาท”
“คาราวะท่านหลัวเสวียน”
“จักรพรรดิหลิน ศิษย์น้องหลินซูเหยาอยู่หรือไม่?”
“นางกลับนิกายไปเมื่อสองปีก่อนแล้วท่านหลัวเสวียน”
“ด้านหลังคือศิษย์ของท่านใช่หรือไม่”
“ใช่”
“คาราวะองค์จักรพรรดิหลิน ”
“มิกล้าๆพวกเ้าทั้งสามล้วนเป็ศิษย์ของท่านหลัวเสวียนไม่ต้องคาราวะข้า”
จักรพรรดิหลินเอ่ยด้วยความยำเกรง เพราะเป็ศิษย์ของผู้มีคุณที่อยู่ตรงหน้า
“จะได้อย่างไร ท่านคือบิดาของอาจารย์อาหญิงการคาราวะท่านก็เป็เื่สมควรแล้วเ้าค่ะ”
“จักรพรรดิหลินตลอดหลายปีนี้อาณาจักรท่านเกิดเื่อันใดหรือไม่”
“เรียนท่านเ้าขุนเขาหลัวเมื่อห้าปีก่อน อาณาจักรหมื่นโลกากับอาณาจักรดารา์ร่วมมือกันโจมตีอาณาจักรเพลิงศักดิ์สิทธิ์ แต่ทำไม่สำเร็จเพราะมีซูเหยาคอยช่วยเหลือ หลังจากนั้นทั้งสองอาณาจักรจึงไปขอความช่วยเหลือจากผู้ฝึกตนในดินแดนเซียน นิกายที่ตอบรับความช่วยเหลือนั้นก็คือนิกายเซียนกระบี่เทวะกับนิกายเซียนดาบ์ ทั้งสองนิกายถูกสยบด้วยฝีมือหลินซูเหยาทำให้ชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือไปทั่วดินแดน จากนั้นทั้งสองอาณาจักรจึงนำสมบัติครึ่งหนึ่งมามอบให้กับอาณาจักรเพลิงศักดิ์สิทธิ์ั้แ่นั้นก็ไม่คิดจะลวงเกินอีก นี่คือเื่ราวตลอดหลานปีมานี้”
“นับว่าอาณาจักรเพลิงศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขึ้นแล้ว จักรพรรดิหลินข้ามีเื่จะบอกกล่าวต่อท่าน ในดินแดนนี้ยังมีตัวตนาที่ยังหลับใหลและถูกผนึกอยู่ อีกไม่นานผนึกเ่าั้ก็เสื่อมถอยลงท่านจะต้องเตรียมการรับมือให้ดี ข้าจะมอบสมบัติปกป้องอาณาเขตเป็สมบัติค่ายกลระดับเทพให้กับท่าน มันจะช่วยท่านจากศัตรูที่ได้ ข้าจะมอบวิธีการใช้งานสมบัติปกป้องอาณาเขตให้ท่านจงรับเอาไว้ มันสามารถป้องกันตัวตนระดับเทพเ้าะขั้นที่ห้าได้”
หลัวเสวียนกล่าวจบก็ส่งมอบวิธีการใช้สมบัติค่ายกลปกป้องอาณาเขตไปยังห้วงจิตการรับรู้ของจักรพรรดิหลิน
“ข้าคงต้องกลับนิกายแล้วคงต้องขอลาจักรพรรดิหลินท่านตรงนี้”
“น้อมส่งท่านเ้าขุนเขาหลัว”
[ติ๊ง! ท่านได้มอบสมบัติปกป้องอาณาเขตสมบัติค่ายกลระดับเทพให้กับหลินเจิ้นชง ติ๊ง! ระบบขอมอบสมบัติค่ายกลป้องกันระดับสรวง์ให้กับท่าน]
หลัวเสวียนที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบยิ้มเพียงเล็กน้อยกับรางวัลที่ได้รับ ก่อนที่เขาและศิษย์ทั้งสามจะค่อยๆเลือนหายไป…
ณ นิกายเซียนห้าขุนเขา
ลานกว้างของขุนเขาเซียนกระบี่ม่วง
หลัวเสวียนกับศิษย์ทั้งสามปรากฎตัวยังลานกว้างใกล้กับที่พำนักของขุนเขาเซียนกระบี่ม่วง ทันทีที่หลัวเสวียนกับศิษย์ทั้งสามปรากฎตัว สตรีที่งดงามปานเทพธิดาพร้อมกับผู้ติดตามอีกห้าคนก็มาถึง
“ศิษย์พี่ในที่สุดท่านก็มาแล้ว”
“เ้าเป็เช่นใดบ้าง สบายดีหรือไม่ศิษย์น้อง”
“ข้าสบายดีเ้าค่ะ หลายปีมานี้เจอเื่ราวมากมายนัก”
“ยินดีกับเ้าที่บรรลุในระดับเทพเ้าะขั้นเก้าแล้ว”
“หากไม่ได้ผลบรรลุปราณเทพที่ศิษย์พี่มอบให้ข้าคงไม่อาจบรรลุถึงขั้นนี้ ”
“เหยาเอ๋อร์นี้คือศิษย์ทั้งสามของศิษย์พี่ ศิษย์คนโตนามว่าเฟิงเสวี่ยเอ๋อร์ ศิษย์คนรองนามว่าจ้าวชิงเยี่ยน และศิษย์คนเล็กนามว่าไป๋อิ๋งอิ๋ง”
“คาราวะท่านอาจารย์อาหญิงเ้าค่ะ”
“ศิษย์พี่สมกับเป็ท่านหลานศิษย์ทั้งสามล้วนอยู่ในระดับเ้าขุนเขาของนิกายได้เลย แล้วแบบนี้จะลงการประลองของนิกายได้หรือไม่ ”
“งานประลองคงต้องพึงศิษย์ของเ้าแล้วศิษย์น้อง ทั้งห้าคือศิษย์ของเ้าใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะ ข้าขอแนะนำศิษย์คนแรกของข้ามีนามว่าหยางเฟยฉี ศิษย์คนรองนามว่าหลี่เฟิงหยาง ศิษย์คนที่สามว่าหลี่หนิงฮวา ศิษย์คนที่สี่นามว่าหลิวเหมยหลิง ส่วนศิษย์คนที่ห้ามีนามว่ามู่หรงอวิ๋น”
“คาราวะท่านเ้าขุนเขา ขอรับ/เ้าค่ะ”