ป้ายรถเมล์เที่ยงคืน (Midnight Bus Stop)

    ตอนที่ 2 : บทสนทนาที่ขาดตอน

            ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนมีจังหวะที่แปลกประหลาดมันไม่ใช่การวิ่งรุดหน้าเหมือนความรักในตอนกลางวันแต่เป็๲เหมือนการเก็บสะสมเศษเสี้ยวของเวลาวันละสิบห้านาทีเพื่อประกอบให้กลายเป็๲รูปร่างในใจ

            00:00 น.

            ซูเหยียนมาถึงป้ายรถเมล์พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆคราวนี้ในมือของเธอมีสมุดเล่มเล็กและปากกาติดมาด้วยหลินเหว่ยสังเกตเห็นว่าเธอชอบจดอะไรบางอย่างลงไปใน๰่๥๹เวลาที่รอรถแต่พอเขาเดินเข้าไปใกล้ เธอก็จะปิดสมุดนั้นลงทันที

            “วันนี้งานยุ่งไหมครับ?” หลินเหว่ยชวนคุยพลางนั่งลงข้าง ๆระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดน้อยลงจนไหล่แทบจะชนกัน

            “ก็เหมือนเดิมค่ะวนเวียนอยู่กับตัวเลขในหน้ากระดาษบางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็๲แค่เฟืองตัวเล็ก ๆ ในเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุดพัก” ซูเหยียนตอบพลางถอนหายใจ

            “แล้วคุณล่ะคะ กราฟิกดีไซน์เนอร์อย่างคุณ วันนี้สร้าง ‘โลก’แบบไหนออกมา?”

    หลินเหว่ยหัวเราะเบา ๆ

            “วันนี้ผมออกแบบแบนเนอร์โฆษณาครับมันอาจจะไม่ใช่การสร้างโลกหรอก แต่มันคือการทำให้โลกที่วุ่นวายดู ‘น่าอยู่’ขึ้นมาสักสิบวินาทีตอนคนเลื่อนผ่านน่ะ”

            ทั้งสองนั่งคุยกันเ๱ื่๵๹สัพเพเหระอย่างที่ไม่เคยเบื่อซูเหยียนเล่าว่าเธอเกลียดเสียงแตรรถตอนเช้าแต่ชอบเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ในสวนสาธารณะส่วนหลินเหว่ยก็เล่าว่าเขาชอบความเงียบของห้องเช่าตัวเองแต่กลับเกลียดความเงียบนั้นเมื่อมันเตือนให้เขารู้ว่าเขาอยู่ตัวคนเดียว

            “หลินเหว่ย... คุณเคยรู้สึกไหมว่าบางทีเราก็เหมือนมีตัวตนอยู่แค่ในความมืด”

    ซูเหยียนพูดขึ้นลอย ๆสายตาของเธอเหม่อมองไปที่ถนนที่ไร้เงารถคันอื่นวิ่งผ่าน

            “หมายความว่ายังไงครับ?”

            “ก็... เหมือนว่าตอนกลางวันเราแค่ทำหน้าที่ให้จบไปแต่เราจะกลายเป็๲ ‘ตัวเอง’ จริง ๆ ก็ตอนที่ไม่มีใครมองเห็นเราแล้ว”

    เธอหันมามองเขา ดวงตาคู่สวยสะท้อนแสงไฟสีส้มจนดูวาววับ

            “เหมือนตอนนี้... ที่ฉันรู้สึกว่าฉันคุยกับคุณได้ทุกเ๱ื่๵๹มากกว่าคุยกับคนที่ฉันเจอมาทั้งวันเสียอีก”

    คำพูดของเธอทำให้หลินเหว่ยรู้สึกอุ่นวาบในอกเขาอยากจะเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้ แต่ก่อนที่จะได้ทำตามใจคิด...

            00:10 น.

            “พรุ่งนี้... คุณอยากลองชานมร้านดังไหม?ผมผ่านร้านนั้นตอนเย็นพอดี เดี๋ยวจะซื้อมาฝากนะครับ”

            หลินเหว่ยรีบเอ่ยชวนก่อนที่เวลาจะหมดลงเขาไม่อยากให้บทสนทนานี้จบลงแค่ที่นี่

    ซูเหยียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็๞จังหวะ

            “เอาสิคะ ฉันจะรอนะ”

            รถเมล์จอดสนิทพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำซูเหยียนลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อโค้ทสีครีมให้เข้าที่เธอหันมาโบกมือลาเขาก่อนจะก้าวขึ้นรถไปเหมือนทุกคืนหลินเหว่ยยืนมองท้ายรถเมล์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวห่างออกไปจนลับสายตา

            เขายืนอยู่ที่นั่นอีกครู่ใหญ่ความเงียบกลับมาปกคลุมป้ายรถเมล์อีกครั้งแต่คืนนี้มันกลับไม่รู้สึกเหน็บหนาวเท่าเดิมเพราะเขารู้ว่าในความมืดมิดของคืนวันพรุ่งนี้เขาก็จะได้กลับมาพบกับความสว่างไสวที่ชื่อว่าซูเหยียนที่นี่… อีกครั้ง


    คุยกับนักเขียน

            สิบห้านาทีในแต่ละวันอาจจะดูน้อยนะครับแต่สำหรับบางคน มันอาจจะเป็๲๰่๥๹เวลาเดียวที่เขาได้เป็๲ตัวเองจริง ๆขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหลินเหว่ยและซูเหยียนนะครับ