ทุกคนในห้องอาหารแห่งนี้เริิ่มกินอาหารที่พ่อครัวนำมาเสิร์ฟ ความเข้มข้นของน้ำซุป กลิ่นหอมของสมุนไพร และเนื้อที่รสชาติสุดแสนอร่อยจากการหมักด้วยสุราสยบราชันย์และสมุนไพร ส่งพลังงานผ่านไปยังโอสถดูดซับ
"นี่มันวิเศษมาก" เย่หลันกล่าว
"ว่าแต่ท่านข้าไม่เห็นท่านกินโอสถดูดซับในการกักเก็บพลังงานเลย ท่านใช้วิธียังไงกันหล่ะ ? "
"ข้ามีวิธีการของข้าในการกลั่นพลังงาน ว่าแต่เจ้าคงดื่มสุราเป็นน่ะ" ลั่วเทียนกล่าวกับเย่หลัน
"แน่นอนก็แค่ สุราดาราสวรรค์ คงไม่ต่างจากสุราที่ดีที่สุดของโรงเตี๊ยมข้า"
ลั่วเทียนยื่นสุราดาราสวรรค์ให้เย่หลันหนึ่งจอก เย่หลันยกดื่มทันที "ไม่เห็นจะมีความรู้สึกอะไรเลยนายน้อยลั่ว........เทียน"
น้ำเสียงของเย่หลันเริ่มคลุมเคลือ จากนั้นอาการความรู้สึกของนางเหมือนร่องลอยอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ลอยออกไปเรื่อย ๆ นางเริ่มซึมซับเจตจำนงแห่งดวงดาวระหว่างลอยผ่านไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ หลังจากเหตุการณ์ลอยเคว้งอยู่บนดวงดาวผ่านไปได้ซักพัก เย่หลันก็ฟุบหลับลงบนโต๊ะอาหารทันที
"เฮ้อ.....ข้าคงต้องรอนางฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยสอบถามข้อมูลกับนางอีกที นางคงไม่รู้ว่ามูลค่าของสุราดาราสวรรค์มันมากมายเกินกว่าที่นางจะจินตนาการ หากนางไม่มีโอสถดูดซับพลังงานที่ข้าให้ไป นางคงทนฤทธิ์สุราไม่ไหวจนร่างกายแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เป็นแน่" ลั่วเทียนคิด
หลังจากนั้นลั่วเทียนกล่าวกับพ่อบ้าน "เทียนหลงข้าจะให้เจ้าหนึ่งจอกและเจ้าจงนั่งทำสมาธิหลอมรวมพลังงานของสุรานี้ซะ เหตุผลก็เพราะเจ้าบ่มเพาะพลังงานมาถึงระดับมหาบรรพกาลแล้ว และไม่ต้องรีบทะลวงระดับ จงทำระดับของเจ้าให้่มั่นคงก่อน"
"ข้าจะทำตามที่นายน้อยสั่ง" เทียนหลงรีบไปรับจอกสุราทันที
"เว่ยหยวนตอนนี้เจ้ายังเด็กอยู่ และมันก็ยังไม่เหมาะกับเจ้าด้วย เดี๋ยวข้าค่อยหาวิชาบ่มเพาะมาให้เจ้าฝึกแล้วกัน"
รับทราบนายน้อย "เว่ยหยวนตอบกลับ
ในระหว่างที่รอเย่หลันฟื้น และเทียนหลงหลอมรวมพลังงานฤทธิ์สุราดาราสวรรค์กับซุปเนื้อสวรรค์เพลิงดาราเจ็ดสี ลั่วเทียนก็นั่งจิบสุราของเขาในห้้วงพลังงานธรรมชาติที่ปล่อยออกมาจากภาพวาดจิตรกร ทำให้ลั่วเทียนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมาจากความทรงจำของเขา จนตัวเองเผลอปล่อยเจตนาตามห้วงอารมณ์มาเป็นบทกลอน
" บุพผาจันทราคราใดสิ้นความหลังดิ้นฝังใจมลายสูษคุณธรรมมิอาจจะค้ำจุนระทมทุกข์ดั่งสายน้ำมิหวนคืน "
เว่ยหยวนนั่งฟังนายน้อยของเขา แม้ว่าตัวเว่ยหยวนเองจะเด็กอยู่แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าจากนายน้อยของเขาเอง