บทที่ 14 ออกจากบ้าน
เหวินหน่วนลงจากเตียงโดยไม่พูดอะไรต่ออีกและเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นของเธอ
“แกจะทำอะไร” หวังเซียนฮัวลุกลี้ลุกลนและจับมือเหวินหน่วนเอาไว้ “ทำไมแกถึงเป็บ้าได้ถึงขนาดนี้!”
เหวินหน่วนเหลือบมองไปที่มือของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น มีบางอย่างอยู่ในแววตาของเธอ นั่นคือความเ็ป…
"ถ้าแกออกไปแกตายแน่!" หวังเซียนฮัวตบหลังเธอขณะที่ยังร้องไห้ "ในฤดูหนาวแบบนี้ แกจะไปอยู่ไหน แกอยากแข็งตายหรือไง"
“ดี! ปล่อยให้เป็แบบนั้นแหละดีแล้ว!" เหวินเฟิงฉีเดินเข้ามาอย่างไม่คาดคิด และเขาก็ชี้ไปที่ประตูแล้วพูดว่า "ถ้าวันนี้แกก้าวพ้นจากประตูไป แกก็อย่าได้กลับมาที่นี่อีก"
เขาเหลือบมองผู้คนที่ยืนดูอยู่ข้างนอก "ถ้าใครกล้าช่วยมัน ฉันจะเล่นงานไอ้คน ๆ นั้นให้รู้ว่าคนคลั่งอย่างฉันโหดร้ายแค่ไหน!”
เมื่อมองย้อนกลับมา เขาเห็นเหวินหน่วนยืนอยู่ใต้ชายคาและจ้องมองตัวเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและความคั่งแค้น เหมือนกับวกำลังมองดูศัตรูอยู่
เหวินเฟิงฉีพูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น!"
เขาหยิบไม้กวาดสำหรับกวาดหิมะในสนามขึ้นมาถือไว้
ชาวบ้านโดยรอบต่างอ้าปากค้าง
หากใช้สิ่งนี้ตีต้องยิ่งกว่าเ็ปแน่
คนคลั่งกำลังจะฆ่าคนหรือไง?
รีบวิ่งไปเรียกใครซักคนมาช่วยเร็ว!
“ถ้าแกยังกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น” เหวินเฟิงฉีถ่มน้ำลายลงบนพื้น “วันนี้ฉันจะทุบแกให้ตาย!”
ถ้าเขากำราบเธอได้ในคราวนี้ ศักดิ์ศรีของเขาในหมู่บ้านซานชาจะกลับมาอีกครั้ง
จากนี้ไปจะไม่มีใครกล้าหยามเขาอีก
“ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่แกเต็มใจจะแต่งงานกับลู่กัวจื่อ ฉันจะไม่ทำอะไรแก” เหวินเฟิงฉีพูดอย่างชั่วร้าย
ดวงตาเหวินหน่วนกลายเป็สีแดงก่ำ
ในชีวิตที่แล้ว ความคับข้องใจเพียงอย่างเดียวของเธอในท้ายที่สุดคือการหย่ากับลู่กัวจื่อ ดังนั้น เธอไม่มีวันกลับไปใช้นามสกุลของเขาอีกแน่นอน
เดิมทีเธอ้าจะย้ายออกจากบ้านในวันนี้เดี๋ยวนี้เท่านั้น จากนั้นจึงค่อย ๆ หาทางออกในเื่อื่น ๆ แต่คำพูดของเหวินเฟิงฉีตอนนี้ ได้ทำลายหัวใจของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้เธอมีชีวิตใหม่แล้ว และเธอจะไม่เดินตามทางเส้นเดิมเหมือนอย่างชีวิตก่อนอีก
คำพูดของเหวินเฟิงฉีได้ไปกระตุ้นความรู้สึกของเหวินหน่วนเข้า
“ั้แ่หนูอายุได้สามขวบ หนูทำงานทุกอย่างในบ้านและนอกบ้าน หนูยืนบนเก้าอี้เพื่อทำกับข้าว ซักผ้า และให้อาหารไก่และหมู ั้แ่หนูไปทำงานในทุ่งนา หนูก็เป็คนที่ได้ค่าจ้างสูงที่สุดในการทำงาน"
"พ่อทุบตีหนูและดุหนูเมื่อหนูกลับถึงบ้าน"
หญิงสาวร่างซูบผอมยืนอยู่ใต้ชายคาผอมมากด้วยท่าทางยืนตัวตรง
เจ็บที่เธอต้องฝืนทำตัวเข้มแข็ง
“พวกคุณให้กำเนิดหนูมา ดังนั้นงานและเงินทั้งหมดที่หนูได้รับในปีนี้จะมอบให้พวกคุณ” เธอพูดพลางเช็ดน้ำตาก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้น "หนูถูกพ่อทุบตีั้แ่เด็กและาแบนร่างกายไม่เคยหายไป"
แม้ว่าใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหวินเฟิงฉีจะไม่ค่อยตีเธอ แต่าแเก่าที่แขนของเธอก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
“หนูคิดว่าหนูตอบแทนบุญคุณที่ให้กำเนิดหนูมาในหลายปีที่ผ่านมานี้หมดแล้ว”
ส่วนบุญคุณสำหรับการเลี้ยงดูนั้น เธอคิดว่าเธอได้ตอบแทนแล้วจากการทำงานอย่างหนักให้ครอบครัวั้แ่อายุสามขวบ
หากเธอไม่ได้ทำงานจนได้รับคำชมในการทำงานที่ยอดเยี่ยม เธอคงถูกเหวินเฟิงฉีทุบตีจนตายไปนานแล้ว
"ดี ได้เลย!" เหวินเฟิงฉีชี้นิ้วที่สั่นเทาของเขาไปทางอีกฝ่าย "แกออกไป ออกไปวันนี้เดี๋ยวนี้เลย!"
เขาอยากเห็นว่าเธอจะอยู่อย่างไรหากไม่มีจดหมายแนะนำตัวหรือเงินหลังจากออกจากบ้านนี้
ส่วนงานที่ฐานทัพ เขาสามารถทำให้เธอถูกไล่ออกด้วยคำพูดไม่กี่คำเท่านั้น
กล้าหยิ่งผยองต่อหน้าเขาหรือ? เขาไม่ทนกับมันแล้ว!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหวินหน่วนก็เดินออกไปด้านนอกทันที
"หยุด" เหวินเฟิงฉีเรียกเธอพลางชี้ไปที่ของในมือเธอ "แกเอาของพวกนั้นไปไม่ได้"
เหวินหน่วนหันกลับมาและชำเลืองมองเขาโดยไม่พูดอะไร จากนั้นโยนเสื้อผ้าน่าสมเพชสองสามตัวในมือตัวเองลงบนพื้น
เมื่อเห็นความแน่วแน่ของเหวินหน่วนที่จะจากไป เหวินเฟิงฉีก็โกรธจนแทบกระอักเื แบบนี้แล้วยังคิดที่จะต่อต้านเขา?
จนในที่สุด เขาก็ระบายความโกรธไปที่หวังเซียนฮัว เขาตบเธอและเดินออกไปด้วยความโกรธ
เมื่อผู้ชมในสนามเห็นเขาเข้ามา พวกเขาก็ใและรีบหนีไปเช่นกัน
หลังจากที่เหวินเฟิงฉีจากไป พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงที่เบาที่สุด
เมื่อเหวินหน่วนเดินเข้าไปในห้องมืดชื้นขนาดเล็ก แม่เฒ่าจ้าวก็มองเธออย่างเป็ห่วง แม้ว่าจะตาบอดมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่เฒ่าก็เข้าใจอีกฝ่ายดี
“อย่ากังวลไปเลย” เหวินหน่วนก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับมือของย่า “หนูมีวิธีแก้ไข”
“ฉันมันไร้ประโยชน์” แม่เฒ่าจ้าวร้องไห้
"คุณย่า" เหวินหน่วนพูด "คุณย่าเป็คนดีที่สุดสำหรับหนูแล้ว"
เธออิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของแม่เฒ่าจ้าว "ตอนนี้หนูเหลือแต่คุณย่าแล้ว"
เหวินเชี่ยงและเหวินเจวียนก็เป็ตัวเนรคุณคน
"ย่าจะไม่ร้องไห้ ย่าจะฟังหลาน" แม่เฒ่าจ้าวกอดหลานสาวของเธอไว้แน่นและพูดว่า "แล้วหลานจะทำอย่างไรต่อจากนี้?"
เหวินหน่วนกล่าวบอกอีกฝ่าย "หนูจะได้รับเงินเดือน ๆ นี้ก่อนสิ้นปี พอได้เงินมาหนูจะเอาเงินไปซื้อเครื่องนอนให้คุณย่า แล้วหลังจากนั้นหนูจะกลับมารับย่าไปอยู่ด้วย ไม่ต้องห่วงนะคะ ถนนดี ๆ ยังถูกสร้างด้วยคน วันดี ๆ จะต้องเกิดขึ้นกับเราแน่นอน”
เช่นเดียวกับชีวิตที่แล้ว อีกสองปีบ้านเมืองจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างนั้น เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารของเธอตั้งร้านอาหารเพื่อหาเงิน เธอมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนชีวิตที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตนี้เธอไม่ต้องแต่งงานกับคนขี้ขลาด แถมยังมีห้องครัวิญญาอยู่ แทบเป็ไปไม่ได้ที่เธอจะล้มเหลว
"อืม เด็กดี" แม่เฒ่าจ้าวตบมือของเธอเบา ๆ หญิงชราอยากจะร้องไห้ แต่จำได้ว่าดวงตาของเธอสบายขึ้นกว่าเดิมหลังจากหยดด้วยยาหยอดตาที่หลานสาวของเธอให้มา เธอจึงพยายามกลั้นความเ็ปเอาไว้ในใจ
เธอ้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะได้เลี้ยงดูหลานสาวของเธอในอนาคต
เหวินหน่วนหยิบอาหารออกจากครัวิญญาและนำมาให้แม่เฒ่าจ้าว เธอรู้สึกขอบคุณที่ตอนนี้แม่เฒ่าจ้าวมองเห็นไม่ชัด แม่เฒ่าจึงคิดเสมอว่าเหวินหน่วนนำอาหารเหล่านี้มาจากครัวในบ้าน
หญิงสาวหยิบผ้าสักหลาดสีแดงชิ้นหนึ่งจากตู้ของหวังเซียนฮัวเมื่อคืนนี้ และเย็บหมวกให้ตัวเองและสวมมันบนหัวของเธอ
เหมือนหนูน้อยหมวกแดง
จากนั้นก็ออกไปหาเหวินโหยวฟู่
เหวินโหยวฟู่รับรู้เหตุการณ์การทะเลาะกันอยู่ก่อนแล้วและเขาก็กำลังรอเหวินหน่วนมาหาเขาพอดี
"สิ่งที่คุณย่าของหลานพูดเป็เื่ที่ยากมาก" เหวินโหยวฟู่พูดอย่างละอายใจ "หลานก็รู้ว่าพ่อของหลานเป็คนหัวดื้อ"
เขาพอจะให้เหวินหน่วนเช่าบ้านได้ แต่ถ้าเขาต้องต่อสู้กับเหวินเฟิงฉีด้วยเื่นี้ มันออกจะเกินความสามารถไปหน่อย
"หนูทำให้คุณปู่สามลำบากแล้ว" เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้ม "แค่ปู่สามให้ที่อยู่อาศัยแก่หนู แค่นี้หนูก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว สำหรับเื่อื่น หนูจะหาทางออกเอาเอง ปู่สามไม่ต้องกังวล"
เหวินโหย่วฟู่ถอนหายใจ "ฟังปู่สามนะ อย่าทะเลาะกับพ่อของหลานจนเกินไป"
“ถ้าทะเลาะกันเกินไป หลานนั่นแหละที่จะเจ็บตัว”
“หนูทราบแล้ว ขอบคุณค่ะ ปู่สาม” เหวินหน่วนกล่าวขอบคุณ
ไม่เพียงแต่เธอจะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องทนทุกข์เท่านั้น ชีวิตนี้เธอจะทำให้ชีวิตตัวเองมีความสุขที่สุดอีกด้วย
เธอยืนอยู่ที่ประตูบ้านที่ทรุดโทรมมากหลังหนึ่ง เหวินหน่วนรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ใครจะคิดว่ามีสมบัติฝังอยู่ในบ้านหลังนี้?