บทที่30
งานเทศกาล
หลี่หยุนมาถึงงานเทศกาลภายในเมืองล่องนภาเรียบร้อยแล้วตาทั้งสองข้างของเขากวาดไปมองทัศนียภาพภายในเมืองแห่งนี้อย่างตกตะลึง
บริเวณชานเมืองที่เขาอาศัยอยู่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักเพราะว่าพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ผู้คนอาศัยอยู่น้อยเป็อย่างมาก
แต่ว่าถ้าเป็พื้นที่บริเวณใจกลางเมืองยามนี้มองด้วยสายตาแต่เห็นได้อย่างชัดเจนทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมา
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นภายในเมืองนั้นมีการตกแต่งด้วยวัตถุมงคลและวัตถุตกแต่งมากมาย
ทุกอย่างถูกประดับประดาเอาไว้ตามส่วนต่างๆผ้าหลากสีและก็ของมากมายถูกประดับประดาเอาไว้ทุกที่
บริเวณสองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนมากมายและร้านค้าจำนวนมากบนถนนหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนนับด้วยสายตาไม่หมด
หลี่หยุนกำลังเดินเข้ามาภายในงานเทศกาลดวงตาทั้งสองข้างกวาดไปมองบริเวณรอบๆมองเห็นแต่เหล่าผู้คนมากมายที่เดินเบียดเสียดกันไปมา
ในขณะที่เดินเข้ามาภายในถนนเส้นนี้ได้ไม่นานร่างกายของเขาแทบจะไม่มีที่เดินได้แต่เดินเหยียบกับเหล่าผู้คนไปบริเวณด้านหน้า
ก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่างานแห่งนี้มันคืองานอะไรกันแน่กูอยู่ก็มีงานเทศกาลถูกจัดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
หลี่หยุนในขณะที่กำลังเดินอยู่บริเวณ้าถนนไปสักพักเขาเองก็ตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากถนนเส้นหลัก
เมื่อเขาปลีกตัวออกมาจากถนนเส้นหลักเป็เพราะว่าผู้คนมากมายบริเวณถนนเส้นหลักนั้นมีมากเกินไป
เขาเลยตัดสินใจเปลี่ยนตัวออกมาเดินภายในถนนที่มีผู้คนน้อยลงหน่อยแม้ว่าจะเป็ถนนเส้นต่างๆที่ไม่ใช่ถนนเส้นหลักของเมือง
แต่ว่าผู้คนเองก็ยังคงมีมากเช่นเดิมแต่ว่ามันจะไม่มากเท่าถนนเส้นหลักของเมืองแต่ว่าจำนวนผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาตามถนนเส้นต่างๆก็ยังคงมีมาก
เรียกได้ว่าราตรีนี้เป็ราตรีที่เต็มไปด้วยความคึกครื้นผู้คนจำนวนมากมายที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้เป็ผู้คนที่เดินทางมาจากต่างแดน
จะเป็ผู้คนที่เดินมาจากเมืองข้างๆหรือว่าจะเป็ผู้คนที่เดินทางมาจากเงินที่จ่ายกว่านั้น
หลี่หยุนที่กำลังเดินอยู่้าถนนเส้นหนึ่งภายในเมืองร่างกายของเขาเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้า
ดูเหมือนเขานั้นจะไปพบเจอเข้ากับสถานที่แห่งนึงที่ดูน่าสนใจแม้ว่าถนนเส้นนี้จะเป็ถนนเส้นรองแต่มันกลับมีร้านหนึ่งที่มีผู้คนมากมายเดินทางผ่านเข้าไปเป็จำนวนมาก
เวลานั้นดูเหมือนว่าจะเป็ร้านอาหารตั้งอยู่บริเวณริมทางผู้คนมากมายที่เดินเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย
หลี่หยุนสนใจกับเ้าของสิ่งนั้นเขาเลยทำการเดินเข้าไปบริเวณด้านใน
อากาศบริเวณรอบรอบร่างกายของเขาในยามนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็บรรยากาศที่แปลกใหม่เขาเพิ่งเคยได้ัับรรยากาศเช่นนี้กับตนเอง
งานเทศกาลที่ย้อนยุคเขาเป็คนที่เขียนนิยายแนวย้อนยุคและกำลังภายในมาั้แ่สมัยก่อน
เคยแต่จินตนาการภายในหัวแล้วก็เขียนบรรยายออกมาเป็ตัวหนังสือว่าไงตอนนี้ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบเห็นสถานที่จริงกับตาของตนเอง
ในตอนที่เดินเข้ามาภายในงานเขาเองก็ดูตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยตาของเขากวาดไปมองบริเวณรอบๆอยู่ตลอดเวลา
เมื่อมาถึงร้านอาหารที่มีผู้คนเดินเข้าออกอย่างไม่ขาดสายเขายืนรออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปภายในนั้น
โดยโต๊ะที่เขานั้นได้รับมันตั้งอยู่บริเวณชั้น2 โดยเมื่อขึ้นไปถึงบริเวณโต๊ะนั้นปรากฏว่าเป็ที่นั่งที่ดีเป็อย่างมากอยู่ติดกับระเบียงและก็สามารถมองเห็นทางเดินน้ำภายในเมืองหรือว่าลำธารที่ตัดผ่านกลางเมืองได้อย่างชัดเจน
เมืาอได้นั่งลงบนโต๊ะชื่นชมทัศนียภาพที่อยู่บริเวณรอบรอบร่างกายหลี่หยุนกูตื่นตาตื่นใจเป็พิเศษ
เขาเริ่มทำการสั่งอาหารปรากฏว่ามีอาหารอยู่ประมาณ 2-3 ชนิดที่เขาสั่งมาแล้วก็นั่งกิน
ลองทานอาหารเขาเองก็ได้รู้ว่าเหตุใดร้านอาหารร้านนี้ถึงมีผู้คนมากมายเดินเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย
มันเป็เพราะว่าผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้คงจะติดใจรสชาติอาหารของร้านอาหารนี้อย่างแน่นอนโดยตัวของร้านอาหารนี้รสชาติที่เป็เอกลักษณ์เป็อย่างมากลำพังเพียงแค่ตัวอาหารที่ได้กิน2-3 เมนู
เขาเองก็รู้สึกถึงความอร่อยของมันแล้วหลี่หยุนนั่งทานอาหารพร้อมกับสั่งสุรามาดื่มระหว่างทานไปด้วย
เขากำลังชื่นชมกับบรรยากาศแปลกใหม่และบรรยากาศที่งดงามพี่เขานั้นได้พบเจอในตอนนี้
ภายในใจก็รู้สึกเสียดายที่ว่าซินซินกับเสี่ยวซานไม่ได้มานั่งชื่นชมบรรยากาศภายในบริเวณนี้ด้วย
สำหรับเมื่อก่อนหลี่หยุนเขารู้ดีถึงมุมมองของจอมมารที่เขาสร้างขึ้นมาการที่จอมมารการเก็บทั้งสองมาเลี้ยงดูภายในพรรคมารฟ้าตัวเองก็เป็เพราะว่ามองเห็นและความสามารถแล้วก็อยากจะใช้ประโยชน์
แต่เขาในตอนนี้มันไม่เหมือนจอมมารความคิดของเขาก็เป็ความคิดของตนเองในขณะที่ผู้คนมากมายทรยศคนภายในพรรค
เพียงแค่ข้างหลังใช้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงซื่อสัตย์กับเขาข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์กับเขาหนึ่งในพวกที่เหลือเพียงน้อยนิดจากบรรดาผู้คนที่อยู่ภายในพรรคมากมายตัวเองก็คือสองคนนี้ด้วยเช่นกัน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้มุมมองที่เขานั้นมองทั้งสองมันแตกต่างออกไปโดยมุมมองของจอมมารอาจจะมองว่าทั้งสองเป็เพียงแค่เครื่องมือแต่สำหรับเขาในตอนนี้ทั้งสองเป็เหมือนกับสหายที่ี่ช่วยกัน
หลี่หยุนกำลังนั่งดื่มสุราแล้วก็ชื่นชมกับบรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้
ในขณะที่กำลังนั่งดื่มสุราและก็ชื่นชมบรรยากาศอยู่นั้นเองมันก็มีบางอย่างปรากฏขึ้น
หลี่หยุนกำลังเพลิดเพลินกับอาหารและก็บรรยากาศบริเวณรอบๆอยู่ๆประสาทััที่เฉียบคมของเขามันก็สามารถััได้ถึงบางอย่าง
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นในทันควันใบหน้าของตนเองไปบริเวณด้านหลังจ้องมองไปบริเวณทางเดินขึ้นมาชั้นสอง
ทำให้เขาได้พบเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ทำการเดินขึ้นมาบริเวณ้า
“ ตึก!!! ตึก!!! ตึก!!!! ”เสียงฝีเท้าที่ฟังดูแล้วหนักแน่นทรงพลังก้าวขึ้นมาบริเวณ้า
คนที่เดินขึ้นมาเป็กลุ่มคนประมาณ4 คนพวกมันแต่งกายแบบประหลาดจากผู้คนภายในที่แห่งนี้
พวกมันนั้นสวมใส่ชุดคลุมสีดำสนิทบริเวณ้าศีรษะมีหมวกฟางใบใหญ่สวมใส่อยู่ ท่าทางภายนอกดูลึกลับและไม่น่าเข้าหา
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นในตอนนี้ในขณะที่กำลังนั่งอยู่ก็ยังคงสามารถัับรรยากาศบริเวณรอบนอกร่างกายของพวกนั้นได้อย่างชัดเจน
มีบรรยากาศรอบๆร่างกายที่หน้าตลาดมีออร่าบางอย่างบางๆปกคลุมเอาไว้
หลี่หยุนเขาจ้องมองตรงไปที่พวกมันเป็ตาเดียวในตอนนี้ความสนใจของเขาไม่ได้สนใจกับทัศนียภาพที่อยู่บริเวณรอบๆแล้ว
มันเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะนั่งลงตรงบริเวณโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปจากเขาประมาณ2 ตำแหน่ง
พวกมันทั้ง4 คนนั่งลงตรงที่นั่งอย่างพอดิบพอดี แล้วก็มีอาหารถูกนำมาต้อนรับคนพวกนั้นแทบจะไม่มีบทสนทนากันเลยสักนิด
หรือก็คือตอนที่พวกมันเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ั้แ่เดินเข้ามาทั้งหมดล้วนแล้วเงียบและก็นั่งกินอาหารที่อยู่บริเวณด้านหน้าฝ่ายตนเองอย่างจริงจัง
หลี่หยุนอยู่โต๊ะบริเวณด้านหลังของพวกมันเขาเองก็พยายามเอี้ยวหูฟังแต่ว่าคนเรานั้นไม่ได้พูดจาอะไรกันเลยสักนิด
เลยทำให้เขานั้นยิ่งเพิ่มความสงสัยมากขึ้นไปอีกพวกนั้นแต่งกายดูไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปไม่น่าจะใช้สำนักฝ่ายธรรมะ
ผนวกเข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันทำให้เขานั้นพอจะเชื่อมโยงและก็คิดได้ว่าบางทีคนพวกที่อยู่ด้านหน้าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งสองข้างของเขามันค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทำการใช้ทักษะหยั่งรู้ความสามารถของอีกฝ่าย“ หยั่งรู้!!!! ”
[ชื่อ ???]
[ความสามารถพร์ - ]
[ขอบเขตบ่มเพาะปราณ ก่อจิตขั้นสาม ]
ตาของเขาจ้องมองไปที่สิ่งปรากฏให้เห็นสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าของเขาเป็ถึงผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ทีมีระดับลมปราณอยู่ในระดับก่อจิต
หลี่หยุนมองเห็นระดับลมปราณภายในร่างกายของมันเขาเองก็คิดภายในใจขึ้นมาในทันที“ พวกนี้ไม่ธรรมดาผนวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้บางทีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่ที่เสี่ยวซานโดนทำร้ายก็เป็ได้”
เขาเริ่มมุ่งเน้นความสนใจของตนเองไปที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของเขามากขึ้นเพราะว่ามันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลี่หยุนพยายามนั่งอยู่ตรงบริเวณนั้นให้เงียบงันที่สุดไปสักพักเมื่อคนเ่าั้ทำการกินอาหารที่อยู่ด้านหน้าของตนเองจนหมด
มันก็พร้อมใจกันลุกออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วหลี่หยุนได้โอกาสมองเห็นพวกมันลุกออกไปเขาลุกตามแล้วก็สะกดรอยตามพวกมันไป
หลี่หยุนเดินตามพวกมันโดยที่เขารักษาระยะห่างประมาณนึงทำการปรับโอนไปภายในกลุ่มคนมากมายที่อยู่บนถนน
ขอให้พวกมันเป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีระดับสูงกว่าแต่ว่าในสถานการณ์ที่มีผู้คนมากมายอยู่บนถนนเส้นนี้อย่างไรเสียพวกมันก็ไม่มีทางจะจับถึงตัวตนของเขาได้อย่างแน่นอน
เขาใช้กลุ่มคนมากมายบริเวณ้าถนนในการแฝงตัวและก็สะกดรอยตามโดยการใช้คนพวกนี้เป็โรคกรรมบัง
ผ่านไปสักพักเดินตามพวกมันมาเรื่อยๆพวกมันมุ่งตรงโดยเคลื่อนที่มาบริเวณสถานที่แห่งนึงตั้งอยู่บริเวณเขตทิศเหนือของเมืองล่องนภา
เดินทางมาถึงเขาก็คงเห็นเข้ากับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าเมื่อมองดูดีๆแล้วก็รู้ได้ในทันทีว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด “ที่นี่มันสำนักคุ้มภัยของเมืองล่องนภา… ”
เส้นทางที่พวกมันนั่นเดินทางมามาโผล่แล้วปรากฏอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหลังของสำนักคุ้มภัยที่เป็สำนักขนาดใหญ่ที่สุดภายในเมืองแห่งนี้
มันสร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็อย่างมากดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้นบริเวณประตูด้านหลังของสำนักคุ้มภัยมันก็ได้เปิดออกและต้อนรับคนพวกนั้นเข้าไป
….