บ่าวรับใช้ชาย-หญิงที่เห็นเหตุการณ์ต่างลอบกลืนน้ำลายและเบิกตากว้างด้วยความใขณะที่ลั่วเหยียนเอ๋อซึ่งยืนดูอยู่เงียบก็เผยรอยยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจยิ่งได้เห็นความร้าวรานแตกหักของทั้งสองนั่นก็หมายความว่าการหย่าจะไม่มีทางโมฆะอย่างแน่นอน
แม่ทัพหม่าทำได้เพียงสบตากับเธอชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจแรงเปลี่ยนท่าทีจากการข่มขู่เป็การถอยหลังอย่างช้า ๆด้วยความอับอาย
เขาลุกขึ้น ดึงเสื้อที่เปื้อนเหล้าพยุงตัวเดินโซซัดโซเซจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก มือของเขากำแน่นราวกับกำลังยับยั้งความโกรธไว้เต็มหัวใจ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเขาค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความมืดเย็นด้านนอก
สวี่หว่านถิงยืนถอนหายใจอย่างโล่งอกเธอรีบเช็ดฝ่ามือลงบนผ้าคลุมราวกับรู้สึกรังเกียจที่ได้ถูกเนื้อตัวของแม่ทัพหม่าก่อนจะเดินเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย
ลั่วเหยียนเอ๋อแสยะยิ้มเยาะขึ้นอย่างพอใจ
“พรุ่งนี้ข่าวเื่การหย่าของเ้ากับแม่ทัพหม่าจะต้องแพร่กระจายไปทั่วแน่”เธอพึมพำกับตัวเอง พลางยิ้มเย็นอย่างสะใจ
เช้าวันถัดมา
ข่าวเื่การหย่าระหว่าง แม่ทัพหม่า กับ คุณหนูไป๋หลิงซิ่วแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองราวไฟลามทุ่ง
“เ้าได้ยินหรือไม่คุณหนูตระกูลไป๋ยื่นเื่ขอหย่ากับแม่ทัพหม่า!”
“นางกล้าหย่าเองเช่นนั้นหรือ? หญิงเช่นนี้ช่างหาญกล้าเกินหญิงแท้ ๆ”
เสียงซุบซิบของชาวบ้านดังระงมไปทั่วตลาด บ้างมองด้วยแววตาชื่นชมบ้างแสดงความเย้ยหยันอย่างคนหัวโบราณ
สวี่หว่านถิงที่ออกมาเที่ยวตลาดในวันนี้ด้วยความตั้งใจจะใช้สิทธิ์ครั้งสุดท้ายในฐานะฮูหยินแม่ทัพเพื่อทิ้งทวนอย่างสะใจ ทว่าไม่ว่าเธอจะเดินผ่านไปทางใดสายตาของผู้คนต่างก็จับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตาแต่ไม่ใช้เพราะความสวยงามของใบหน้าเช่นที่เคยหากแต่เป็ข่าวลือที่หนาหนูนั่นต่างหาก
ยังไม่ทันจะเดินไปได้ไกลบุรุษหนุ่มในชุดขุนนางทหารก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มด้วยความยินดี
“แม่นางไป๋ ข้าได้พบเ้าจนได้!”
สวี่หว่านถิงชะงักเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ
“ทัพซ่ง…”
แม่ทัพซ่งหัวเราะน้อย ๆ ก่อนพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าได้ยินข่าวว่าเ้ายื่นเื่ขอหย่ากับแม่ทัพหม่าเข้าสู่ราชสำนักแล้วจริงหรือไม่”
“เ้าค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ
“หากเช่นนั้น… เมื่อเ้าหย่าขาดแล้วหัวใจของเ้าก็ย่อมไม่มีผู้ใด หากข้าจะ....”
ไม่ทันให้เขาพูดจบสวี่หว่านถิงรีบเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบแต่หนักแน่น
“ั้แ่ข้าพบท่าน ข้าก็เห็นว่าท่านเป็คนจิตใจดีสมควรคบหาในฐานะ สหาย หากเป็ไปได้ ข้าขอเป็เพียงสหายของท่านเถิดเ้าค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้แม่ทัพซ่งถึงกับชะงัก สีหน้าหม่นลงชั่วครู่ก่อนฝืนยิ้ม
“อา… เช่นนั้นหรือ หากแม่นางไป๋ไม่รังเกียจเช่นนั้นวันนี้ข้าขอเดินเที่ยวตลาดเป็เพื่อนเ้าจะได้หรือไม่”
สวี่หว่านถิงส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะตอนนี้ข้ายังมีสถานะเป็ฮูหยินแม่ทัพหม่าอยู่อีกทั้งเื่หย่ายังอยู่ในขั้นพิจารณา หากผู้ใดพบเห็นเราสนิทสนมกันเกินควรทั้งข้าและท่านคงต้องถูกนินทาไม่จบสิ้น ถ้าเช่นนั้น… ข้าขอตัวก่อนเ้าค่ะ ถ่งอี้ไปกันเถอะ”
เธอเอ่ยเรียกสาวใช้ ก่อนเร่งฝีเท้าออกไปโดยไม่เหลียวกลับแม่ทัพซ่งได้แต่มองตามด้วยแววตาเ็ป
แต่หญิงสาวกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เพราะในใจของเธอมีบุรุษเพียงผู้เดียว…ที่หมายตา
ท่านอ๋อง อนุชาของฮ่องเต้บุรุษผู้สูงศักดิ์ที่เธอปักใจเอาไว้ั้แ่แรกว่ามีเพียงบุรุษผู้นี้เท่านั้นที่คู่ควรกับไป๋หลิงซิ่ว
“ฮูหยินเ้าคะท่านแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นมองตามท่านไม่วางตาเลยนะเ้าคะ”
“อื้มเ้าไม่ต้องหันไปมองแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจเขาด้วยรีบไปกันเถอะ”เธอบอกกับสาวใช้ก่อนจะรีบสาวเท้าไปอย่างไวโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ครั้นเมื่อมาถึงร้านขายผ้าไหมสวี่หว่านถิงไม่รอช้ารีบจูงมือสาวใช้เข้าไปในร้านทันที
“ถงอี้วันนี้เ้าอยากได้ผ้าไหมชิ้นไหนจัดได้เลยเตมที่ข้าจ่ายเอง”
“จัด จัดอะไรเ้าคะ”
เธอรีบหันไปมองสาวใช้ก่อนทำหน้าระอาใจ
“ข้าหมายถึงให้เ้าเลือกผ้าไหมที่เ้าชอบได้เลยค่าจะซื้อให้”
“แต่ฮูหยินข้าน้อย”
“ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ใช่เงินของข้า”เธอพูดพร้อมกับแสยะยิ้มร้าย
สาวใช้ที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นก็เข้าใจในทันทีว่านายของตนตั้งใจที่จะเล่นงานว่าที่อดีตสามีเธอจึงรีบพยักหน้ารับในทันที