บทที่ 1
งานเลี้ยง
โรงแรมหรูชื่อดังใจกลางเมือง
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้โคมไฟที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดาน ส่องแสงสีทองเหมือนดวงดาวระยิบระยับ แจกันและช่อดอกไม้สดที่ประดับในงาน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วงาน เข้ากันกับผ้าตกแต่งที่ห้อยระโยงระยางที่ผูกเป็ช่อดอกไม้ประดับตามเวที โต๊ะ เพดาน ผ้าม่าน เเละพรมทางเดิน โต๊ะกินเลี้ยงในการแบ่งเป็โซนซ้ายขวา โดยมีเวทีอยู่สุดทางเดิน ที่ขณะนี้มีบูธดีเจเปิดเพลงคลอเบาๆคลอไปตลอดงานอยู่ด้านในสุดคั่นโต๊ะซ้ายขวาที่มีโต๊ะบุฟเฟ่ต์ แยกให้ทั้งสองด้านซ้ายขวา พร้อมอาหารที่เรียงรายละลานตาเพื่อบริการตนเอง
พิธีกรกำลังดำเนินงานไปอย่างราบรื่น ผ่านไปไม่ถึง5นาที เสียงกรี๊ดอย่างตื่นเต้นที่จู่ๆก็ดังขึ้น ทำให้ทุกงานหันไปมองในทันที จะไม่ให้มองได้ยังไงหล่ะ!ก็ดีเจคนใหม่ มีดีกรีความแซ่บเป็ถึงคนดังระดับโลกได้ขึ้นมาเปิดเพลงเองขนาดนี้ด้วยในงานผู้คนส่วนใหญ่ก็วัยทำงาน ไม่ได้มีอายุมาก และก็มีผู้คนจากหลากหลายอาชีพมางานนี้ อายุทุกคนก็ไล่เลี่ยกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจที่ทุกคนไม่รู้จัก ขนาดเธอคนนี้ยังรู้จัก
ก็พี่แกเล่นถูกแปะหราอยู่ทุกที่ ทุกตารางเมตร ทั้งร้านเครื่องประดับ ในห้าง ป้ายรถเมล์ สาบานเลยว่าเธอเคยเห็นป้ายโฆษณาสุขสันต์วันเกิดพี่แกที่แปะหราที่คิวเรือโดยสาร และที่เรือก็มี!! เรียกได้ว่าเห็นจนเอือมระอา
ถึงจะไม่รู้จักชื่อก็คุ้นหน้าบ้างแหละ
เรียกได้ว่าอีกนิดก็จะมีหน้าพี่แก แปะอยู่บนซองผ้าป่าแล้ว จากความนิยมในขณะนี้
ด้วยบอดี้สุดฮอต เ้าตัวเคยโฆษณากางเกงชั้นในชายแบรนด์ดังอย่าง kalvin klein โชว์แพคแน่นๆจนตาแทบละลายแนบไปกับป้ายโฆษณา ส่วนสูงที่พอดี โครงหน้าหล่อเหลาที่เข้ากับทรงผมเปิดหูและไถข้าง ที่ต้องอาศัยความหล่อเข้าช่วย บอกเลย ไม่หล่อตัดทรงนี้ไม่ได้ ขนาดเธอบ้าผู้สองมิติ ยังมีเขว เรียกว่าสูสีกับบุตรรักของเธอที่ติ่งเลยทีเดียวเชียว!
บูธดีเจในตอนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยสาวๆวัยทำงาน ที่แต่งตัวแซ่บ พริกสิบเม็ดเลยทีเดียว เสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม พร้อมกับผู้คนที่เบียดเสียดกัน โยกย้าย ไปตามท่วงทำนองสุดมันของบีทที่ดังขึ้น สาบานว่าเธอเห็นพี่ซานิคุณแม่ลูกหนึ่งคนหนึ่ง ที่ถึงกับทิ้งลูกน้อยหอยสังข์วัย5ขวบไว้กับทิ้งสามี เพื่อวิ่งไปเกาะแถวหน้าเวทีกันเลย สามีของนางทำหน้าเหวอไปหลายนาทีเลยล่ะ! กว่าจะตั้งสติได้แล้วจูงลูกชายตัวน้อยไปหาของกินแทนกันเลยทีเดียว
เห็นไหม!!ความแซ่บของดีเจคนนี้ ถึงกับทำให้สามีหลายๆคนกุมขมับ สาวโสดจริง โสดปลอม สาวเทื้อ ต่างหลงใหลได้ปลื้มกันทั้งนั้น
เสียงเพลงที่ผ่านการมิผสมกันเปลี่ยนไปเป็อีกจังหวะที่มันขึ้นไปอีก ทำให้งานเลี้ยงในวันนี้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยทีเดียว นี่มันยิ่งกว่าคอนเสิร์ตระดับโลกเลยทีเดียว ไม่ระดับจักรวาลไปเลย!
แน่นอนว่ามีทั้งคนที่สนใจและไม่สนใจ มีบางคนที่ในตอนนี้สนใจเพียงอาหาร เรียกว่ามาเพื่อกินเพียงอย่างเดียวกินเหมือนจะแข่งกินทีมชาติเลยทีเดียว
ผู้ที่ถูกเชื้อเชิญมางานในวันนี้นั้น เป็คนที่มีหน้ามีตาทางสังคมเป็ส่วนใหญ่ มีบ้างที่เป็คนธรรมดา ไม่ได้มีฐานะทางสังคมที่สูงส่ง
แน่นอนว่าฉันคือหนึ่งในนั้น
จันทร์เ้าคิดในใจก่อนจะเดินย่างกรายเข้าไปในงานด้วยชุดเดรสสีดำกรุลูกไม้ช่วยขับให้ผิวสี ขาวของเธอนั้นดูมีออร่าผู้คนในงานต่างจดจ้องเธอ
การปรากฏตัวของเธอในวันนี้นับได้ว่าเรียกสายตาของทุกคนภายในงานได้เป็อย่างมาก ถึงในยามปกติเธอจะเป็สาวเทื้อที่กินนอน วาดรูป ติ่ง และโปรยเงินเล่นในความฝัน (เฉพาะตอนซื้อนิยายและอัลบั้ม)
ขาเรียวก้าวไปอย่างมั่นคงเดินเข้าไปในงานยังมั่นใจ เรียกสายตาของผู้คนในงานให้จดจ้องอย่างสนอกสนใจได้เป็อย่างดี เดินไปได้สักพัก สายตาของเธอก็หันไปเจอกลุ่มคนที่ยืนอยู่บริเวณซ้ายมือด้านในประตูทางเข้าใกล้ๆกับโต๊ะทางด้านซ้ายเพื่อมองหาคนที่เธอตามหาอยู่
ทันใดนั้น ผู้หญิงที่แต่งกายด้วยชุดเดรสสีแดงเปิดไหล่ แหวกด้านหลัง อย่างน่าหวาดเสียว เข้ากันกับผมยาวที่ปล่อยไว้ทำให้ดูมีเสน่ห์น่าดึงดูด
เพื่อนฉันแซ่บพริกสิบเม็ดจริงๆ
จันทร์เ้าได้แต่คิดในใจก่อนเดินเข้าไปรวมกลุ่ม กับทุกๆคน กลุ่มที่ว่าก็ประกอบไปด้วยเพื่อนๆใน่เรียนมหาลัย ที่ตอนนี้บ้างก็ทำงานสายนี้ต่อ บางคนก็ไปทำธุรกิจครอบครัว หรือบางคนก็นอนเฉยๆเพราะรวย เสียงพูดคุยจอแจของเพื่อนๆด้วยหัวข้อสนทนาที่ออกทะเลอยู่
"อีเหี้ยไม่เจอนาน ยังไม่ตายนะมึง...ได้ข่าวไปหาแรงบันดาลใจต่างประเทศมาเหรอ"สองหนุ่มเพื่อนซี้คุยกันอย่างถูกคอเพราะไม่เจอกันหลายปี นับว่างานครั้งนี้ทำให้เขาได้เจอเพื่อน บุญของเขายิ่งนัก
"เออ..ไอโอบกุยังไม่ตายอีเหี้ย "ผู้ชายร่างสูงอีกคนเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนดังฉาดอย่างไม่กลัวเพื่อนเจ็บ พร้อมเข้าไปกอดอย่างคิดถึง
"แต่เกือบตาย อีเหี้ย ...กูไปถ่ายรูปแถวเนปาลใช่ปะ"เขาอธิบายพร้อมทำท่าทางประกอบเพิ่มอรรถรสให้ เพื่อนรักเขาที่ฟังอย่างตื่นเต้น
"......"ทุกคนต่างตั้งใจฟังเื่ที่อีกฝ่ายเล่า
"ทำไมเหรอโอบ"มีคนถามขึ้นอย่างสงสัย
"ก็ไปแถวหมู่บ้านใกล้ๆเทือกเขาหิมาลัยน่ะสิ ตอนแรกกะไปหาข้อมูล ถ่ายรูปเกี่ยวกับการใช้ชีวิต"ชายหนุ่มเล่าไปพร้อมออกท่าทางไปด้วยว่าทำไม เขาถึงเกือบตาย
แน่นอนสิ จะไม่เกือบตายได้ไง
ก็อีนี่มันแรด ไปจีบใครไม่จีบ เสือกไปจีบเมียผู้ใหญ่บ้าน ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ด้วยความคึกคะนอง รึความกลัดมันจนหน้ามืด หรืออย่างไรไม่ทราบ ผู้ใหญ่บ้านเลยเอาปืนไล่ยิง พร้อมยกพวกมาเคาะประตูที่พักพร้อมคบเพลิงกับน้ำมันเบนซิน เตรียมเผาผีไอโอบ ทำให้มันกลัวจนจนต้องหนีป่าราบหัวซุกหัวซุน เสื้อผ้าไม่ใส่ไปรอบๆูเาอย่างน่าอนาถ
"เขาเอาน้ำมัน กับคบเพลิงมาทำไมอะมึง"
"เอาจุดไฟเผาหัวมันกิน เมิ้งไอสัส!!"
"เอามาเผากูนี่แหละ!"
"แล้วกูก็หลบไปซ่อนตัวในป่าอีสัส ยุงก็เยอะแต่กูกลัวถูกยิงตายมากกว่า"ชายหนุ่มกล่าว พร้อมทำท่าขยาด เร่องที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก จู่ๆก็มีหลินที่ฟังอยู่ก็พูดบางอย่างขึ้น
"แต่คนอย่างโอบไม่เห็นต้องจุดไฟเผาเลยนี่....แค่ใช้น้ำก็พอแล้ว"เธอทำหน้าครุ่นคิด พร้อมขมวดคิ้วอย่างสงสัย
"หืม...เอาน้ำมาทำไมหลิน" เขาโพล่งถามไปอย่างสงสัย
"......"
หลินถอนหายใจอย่างเอือมระอา แล้วเดินออกไปยังโซนอาหารใกล้ๆกัน พร้อมกับความสงสัยของโอบที่ไม่จางหายไป ทำให้ชายหนุ่มต้องหันไปหาคำตอบจากเพื่อนๆ ที่ตอนนี้ทำหน้ากลั้นขำกันน้ำหู น้ำตาไหลพราก อย่างน่าสงสาร ชายส่งสายตาขอความช่วยเหลือมายังหมูปิ้งเพื่อนรักสุดสวยของเธอ ที่ดูจะพูดตรงและช่วยแก้ไขความสงสัยของเขาได้ดีที่สุด ณ ตอนนี้
".........."
"เอามาดับไฟร่าน และความแรดของแกไง โอบเฮ้อ= =แค่นี้ก็ไม่รู้" หญิงสาวพูดก่อนถอนหายใจ และเดินมาคล้องแขนเธอเพื่อที่จะออกมาให้ห่างจากเพื่อนผู้ชายสุดแรด ที่หน้าโง่จะไปฟันสาวแต่โดนรู้ทัน ....ดีนะมันไม่ถูกตัดหัว ตัดหาง ตัดไข่ แล้วโยนใส่กองไฟ เผา โปรยให้วัวแถวนั้นกินแทน คนเรามันต้องพัฒนากันบ้างสิ หมอนี่มันช่างพัฒนาแบบถอยหลังจริงๆเื่ผู้หญิง ถึงมันจะไม่ได้เื่ยังไง ผลงานก็เป็ที่ยอมรับใน ประเทศนี้ เรียกว่าเป็มือหนึ่งในคณะเลยทีเดียว เสียแค่เื่สาวจริงๆ ถามว่าสาวมันเยอะแค่ไหนก็พอที่จะมัดรวมกันใส่กระสอบ แล้วยัดใส่กระสวยอวกาศส่งไปดวงจันทร์ได้ในรอบเดียวแบบเต็มลำ เรียกว่านาซ่าและโลกใบนี้ ต้องกุมขมับกับความแรดของมันเลย
ทุกคนต่างหัวเราะ ขำก๊าก กับท่าทางเหวอของเขาจนแทบขาดอากาศหายใจ เธอเห็นน้ำลายของเพื่อนคนหนึ่งฟุ้งกระจายตอนหัวเราะแล้วพุ่งไปใส่หน้าไอโอบด้วย!สาบานได้!!
"มึงช่วยกูด้วยกูเศร้า ......"
"แต่ที่เศร้ากว่าคือ ตอนแรกกูไม่รู้ว่ากูโดนด่าฮือออ.."ชายหนุ่มน้อยใจที่โดนด่า จึงแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อย ใช้หัวถูไถไหล่เพื่อนรัก ก่อนหันไปทำท่าจะกอด แต่มันดัน ผลักเขาเสียนี่!หลังจากผลักกันไปกันมาสักพัก ก็เกิดเสียง ตุบตับ ตามมา แน่นอนว่าโอบถูกเพื่อนๆระดมหมัดใส่เรียบร้อย
เธอละสายตาจากการละเล่นที่ดูรุนแรงของเพื่อนๆไปอีกทาง การจะอยู่ในสายงานนี้ได้ก็จำเป็ต้องเข้าสังคม ก็ทุกสายงานแหละ เธอคิดว่าการที่ได้ออกมามองโลกภายนอกก็ไม่ได้เป็สิ่งที่แย่มากมันทำให้เธอก็ที่จะแสดงออกและได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองที่ต่างออกไปจะความคิดของตัวเอง สามารถรับฟังและนำมันมาประยุกต์ใช้กับผลงานของตัวเอง ถือว่าการออกงานต่างๆในแต่ละครั้งนั้นช่วยให้นักวาดได้เจอมุมมองความคิดใหม่ๆสามารถที่จะนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้นในการที่ดียิ่งขึ้น
จันทร์เ้ารักจากความคิดของตัวเองลากเพื่อนเธอไปอีกทาง ถ้าถามว่าหมูปิ้งคือใคร เธอก็คือผู้หญิงที่ใส่ชุด แหวกไปถึงง่ามก้นนั่นแหละ
พูดเกินจริงมากไปสินะ
แต่คำพูดทุกอย่างไม่สามารถทำร้ายเพื่อนเธอคนนี้ได้หรอก
เพราะหล่อนชื่นชอบใส่แบบแหวกๆแบบนี้.....นางให้เหตุผลว่าของมีก็ต้องโชว์สิ เก็บไว้ทำไมเสียของ
"แกมาช้า....ฉันทักไปก่อนตั้งนาน คุยกับเ้าพวกนี้จนสมองหลุดหมดแล้ว"
หญิงสาวทั้งสองเดินควงแขนกันไปยังโซนเครื่องดื่มสีสวย ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทั้งสองคน ซึ่งมีบริกรคอยจัดแจง เติมให้เต็มอยู่ตลอดเวลา เธอหันไปมองเพื่อนของเธออยู่ห่างด้วยสายตาขำปนเอ็นดู ริมฝีปากสีแดงที่ถูกแต่งแต้มมาเป็อย่างดี บนปากบางคลี่ยิ้มขึ้น ก่อนจะหันไปตอบเพื่อนคนสวย ในมือมีไวน์อยู่ในมือั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
"แกก็รู้สภาพสาวเทื้ออย่างฉัน ...ตอนเดินไปร้านแต่งหน้า พนักงานแทบไล่ออกมาจากร้าน"เธอพูดปนขำ
"แกไปสภาพนั้นเหรอ"
"ใช่...."
"โอ๊ยยย..ฉันไม่รู้จะว่าแกยังไงดี ตอนแรกก็กะจะรอแก แต่ฉันต้องรีบ ไปติดต่อธุระให้พ่อด้วยไง เลยไม่ได้โทรไปก่อน ใครจะไปรู้ว่าแกจะไปสภาพนั้น สมกับเป็แกจริงๆจันทร์เ้าเอ้ยย"เสียงขำเอิ้กอ้าก ของเพื่อนเธอทำให้ผู้คนรอบข้างหันมามอง อย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็เล่นอ้าปากซะแมลงวันบินเข้าไปได้ราวร้อยตัว หมดกันภาพลักษณ์สาวสวย เหมือนเธอจะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตอนแรกขยับเข้ามาจะชนแก้วกับเพื่อนเธอ ยิ้มเจื่อน ก่อนแอบเขยิบหนีไปอย่างแเีด้วยแหละ!!
โถพ่อหนุ่ม!!จะคบเพื่อนเธอน่ะต้องทำใจ!
จริงๆแล้วเธอสองคนแทบไม่ต่างกัน ตอนอยู่ห้อง ก็แปลงร่างเป็มนุษย์ป้ากันทั้งคู่ เรียกว่าแฝดกันเลยล่ะ แต่ยัยนั่นจะเบากว่าฉันหน่อย อาจเพราะหน้าตาที่สวยของเธอด้วย เลยทำให้เธอเป็มนุษย์ป้าที่ยังมีออร่าสาวงาม แตกตากจากฉันที่ไร้ซึ่งออร่าเรียกว่าราหูอมเลยดีกว่า
จะสงสารตัวเองก็สงสาร จะขำก็ขำ ก็ตอนแรกเธอโทรไปจอง แบบไม่ได้ไปเองมันก็ไม่มีปัญหาอะไร วันงานซึ่งก็คือวันนี้ เธอก็ไปในสภาพปกติของเธอ นั่นคือแตะคีม ชุดวอร์ม หน้าโล้นๆ ผมกระเซาะกระเซิง เหมือนคนส่งของมากกว่าจะมาแต่งหน้าไปงาน ตอนแรกก็กะว่าจะแต่งหน้านิดหน่อยก่อนออกมา แต่อ่านนิยายเพลินเกินไป รู้อีกที่ก็กินเวลาไปนานโข
โอ้โห จำได้เลยว่าเธอแทบทรุดตอนหันไปมองนาฬิกาที่ผนัง แล้วตาแทบถลุนออกจากเบ้าหน้าเซ่อๆของเธอ ไม่มีเวลาให้ได้เตรียมตัวแลยด้วยซ้ำ แค่รีบบึ่งมาที่นี่ทันเวลาก็บุญแล้ว
"สมเป็แกจริงๆ"หมูปิ้งพูดขึ้นก่อนจะหันไปรับเครื่องดื่มจากโต๊ะตรงหน้า
จันทร์เ้าเห็นดังนั้นเลยเลือกหยิบมาบ้างเพื่อชิมรสชาติ และแน่นอนของฟรีเธอชอบ รสชาติก็ไม่แย่ถูกใจเธอยิ่งนัก
อ่า.......... แน่นอนว่าในการทำงานย่อมมีคนหลากหลายประเภท
ผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าไม่คุ้นตาเดินเข้ามาใกล้ๆ
ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนๆในกลุ่มของเขา พร้อมออร่าของตัวเองที่ลอยวิ้งวั้งแบบแปร่งประกายระยิบระยับ
โอ้วพระเ้าช่วยกล้วยทอด เธอก็ได้ยินมาบ้างว่า มีนักเขียนเบ้าทองคำถือกำเนิดขึ้นมาแบบลึกลับ พวกเขาเกิดมาจากไหนกินอะไร กินท่อมาเหรอ มันเลยทำให้เขาเหล่ท่อ เอ้ย! หล่อเท่ ได้ถือกำเนิด ต่อสู้ชนะเหล่านักรบอสุจิมากมาย จนถือกำเนิดมา มาคนเดียวไม่เป็ไร นี่แบบเล่นยกมาเป็โหลเลยทีเดียว
ในหัวเธอได้แต่ะโคำว่าหล่อมาก โดยมีลูกคู่เป็ล่อร่าและลิงของเธอที่คอยเชียร์ว่า ดังขึ้นอีกๆ เป็ลูกคู่ขานรับ เพื่อรับจังหวะโบ๊ะบ๊ะนรกแตก กันไม่จบไม่สิ้น
"ลอร่า...เอ้ย!หมูปิ้งผู้ชายกลุ่มนั้นใครวะ ทำไมเหล่ท่อ บาดบดลูกขนาดนั้น"จู่ๆความอยากรู้ที่เกิด มันมีมากจนคนอย่างฉันอยากรู้ขึ้นมาว่า กลุ่มพ่อเทพบุตรสุตรหล่อทะลุจักรวาลมาเกิดนั้น เป็ใครกันแน่
"เช็ดน้ำลายนิดนึง....เพื่อน"ทิชชู่ถูกส่งมาทางเธอเพื่อซับน้ำหมากที่ไหลหยดย้อยลงไปถึงคาง
"กลุ่มเพื่อนๆพี่ชายฉันเอง...ที่เคยเล่าไง"หญิงสาวพูดพร้อมทำหน้าตาเอือมๆ ก็การปรากฏตัวของพวกเขามันสุดแสนน้ำเน่า ทำไมต้องเดินมาเป็แผงเหมือนปลาทูในตลาดด้วย ไม่เข้าใจ แล้วไอการทำหน้าตา เก๊ก ประหนึ่งหล่อมากมายคืออะไร
หมูปิ้งได้แต่คิดในใจ เธอี้เีจะขัดมโนภาพที่แสนหวานเพื่อน ว่าจริงๆแล้ว พวกเขานั้นค่อนข้างจะแปลกๆนิดนึง ก็มีบ้างที่พวกเขา มาสังสรรค์ที่บ้านของเธอ ตามประสาผู้ชายปกติ เธอได้ลองอ่านผลงานของพวกเขาบ้างประปรายเพราะอยากรู้ว่ามันดีขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะพี่ชายตัวแสบของเธอเอาแต่โม้ ไม่หยุดน่ะสิ!แต่หลังจากได้อ่านก็พบว่า..น่าแปลกใจที่ผลงานที่ออกมามันดีและเลอค่าพอๆกับเบ้าหน้านั่น!ไม่อยากยอมรับเลย พวกเขาเคยขึ้นไปรับรางวัลในงานใหญ่ๆและถูกเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างนี่แหละ ถึงขั้นที่มีบรรณาธิการสำนักพิมพ์ติดต่อมาเลยทีเดียว แต่พวกเขาก็ชอบที่จะจัดการทุกอย่างเอง โดยการจ้างกลุ่มมีความสามารถ นั่นก็คือพวกเพื่อนๆเขาอีกนั่นแลอะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้
"ว่าไปแก.....พี่ชายคนที่ตดเป็จังหวะสามช่าอะนะ!!" อ้าปากค้างพร้อม ทำตาโต พร้อมขอคำตอบจากเพื่อน ไม่จริง อาจมีพี่ชายก็นางอีกคนเป็แน่
"เสียใจด้วยแก..ฉันมีพี่ชายคนเดียว ฮ่าๆๆๆ ถ้าแกรับได้ก็เอาไปเลย"
"สนใจเป็สะใภ้บ้าน....พัฒน์พิภัฑณ์ทนากูร ก็บอกนะ ฉันตอกบัตรคิวให้"เธอบอกพร้อมทำหัวเราะและทำหน้าเห็นอกเห็นใจเพื่อนรัก
อาจเป็เพราะหมูทอดพี่ชายเธอสนิทกับเธอมากไปเกินควร หล่อมันก็หล่อนั่นแหละ เธอไม่ปฏิเสธ สมัยเรียนสาวๆก็แบกดอกไม้ช่อใหญ่มาให้วันวาเลนไทน์จนแทบจะปิดประตูรถไม่ได้ ช็อคโกแลตและการ์ดก็คือยังไม่นับ
เธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องชั้นบน เพราะต้องทำงาน และห้องพี่ชายที่เพื่อนๆชอบไปสุมหัวกันก็อยู่อีกปีกหนึ่งของบ้าน เรียกว่าเจอกันแทบนับครั้งได้ และนอกจากพี่ของเธอเพื่อนคนอื่น ๆเธอก็ไม่เคยเสวนาด้วยเพราะพี่แจนแม่บ้านแทบจะเอาอาหารมาประเคนให้ เนื่องจากเธอหมกตัวทำงานแต่ในห้องและวุ่นกับการปั่นงาน จะเดินสโหลสเหลออกไปดื่มน้ำ่โต้รุ่งเท่านั้นเอง
ร่างสูงเดินเข้ามา ก่อนจะหันไปพูดอะไรสักอย่างแล้วแยกออกมา และเดินตรงมาทางด้านที่พวกเธออยู่
"ยัยเตี้ย...ออกมาจากบ้านได้ด้วยเหรอวะ "เขายักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนประสาท แล้วทำหน้าตาไม่อยากจะเชื่ออย่างน่าหมั่นไส้จนน่าตบ ก่อนหันมามองเธอและยิ้มอย่างเป็มิตร แต่มันก็ดูน่ารักอยู่ดีเพราะเขาหล่อ
"ทำไมฮะ!!พี่ยังออกไปแรดๆกลับบ้านดึกดื่น อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ!"
"หา!แกจะไปเห็นได้ไง..แต่ฉันว่า่นี้ที่บ้านมีผีว่ะ ฉันขนลุกแปลกๆ"
"หืม..ที่ไหนเหรอ"เพื่อนเธอครุ่นคิดพร้อมทำหน้างง
"แถวห้องครัวไง....ผีสาวเทื้อยืนกินน้ำอยู่ บรื๋อออออ...ฉันขนลุกไปหมด"พี่ชายตัวแสบทำหน้าขนลุกขนพองก่อนจะตัดบทเดินจากไป
"ฉันไปก่อนล่ะทั้งสองคน...เจอกัน "อีกฝ่ายเดินหนีไปแล้วแต่ เธอยังคงทำหน้างง คนที่ไปกินน้ำ่นั้นมีแต่เธอนี่นา เ้าพี่บ้า แบบนี้มัน่านัก
หมูปิ้งขบเขี้ยวฟันก่อนจะหันมาพูดอะไรกับเธอต่อ
"เออแกมีคนเค้าไหว้วานมาให้ เขาหาคนวาดภาพปก แกสนป่าว? ฉันไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ สนใจไหมแก"
"สนๆ...ฉันเอาเงินไปเปย์หมดแล้วเนี่ย จนมาก"เธอถอนหายใจก่อนจะส่ายหัว ่นี้เธอรู้สึกอยากเอาเท้ามาก่ายหน้าผากมากมาย ถ้าเธอสามารถร้องไห้ออกมาเป็ทองหรือไข่มุก คาดว่าเธอน่าจะรวยแล้วตอนนี้
"เฮ้อ...ข้าวก็ไม่ค่อยมีจะกิน "คิดแล้วเ็ปไปถึงกระดองใจ ปวดตับปวดไต จริงๆ
"เดี๋ยวฉัน........"ในขณะที่เธอกำลังจะพูดกับเพื่อนนั้นเอง เสียงโหวกเหวก โวยวายก็ดังขึ้นมา ภาพที่ปรากฏ คือเหตุการณ์ชุลมุน เพราะกลุ่มสองกลุ่มที่กระทบกระทั่งกัน นั้นก็คือกลุ่มเพื่อนๆของพี่ยัยหมูปิ้ง
"มึงจะเอาไง....ว่ามาหล่อตายห่าแหละอีสัส"ผู้ชายคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา จากอีกฝั่ง
"เออพวกกูหล่อ...ไม่เถียง"
"พวกมึงชนกูทำไม...พวกมึงตั้งใจหาเื่กูเหรอ"ฝ่ายที่เดินชนแต่กลับไปโบ้ยความผิดให้อีกฝ่ายแย้งขึ้น หน้าตาแต่ละคน ขุ่นมัว และพร้อมจะมีเื่มากๆ เอ่อพี่คะ ได้ข่าวว่าไปชนเขาก่อนนะคะ
"ไม่เสือกไอสัส..กูอยู่ของพวกกูเฉยๆมึงอย่ามาสมองกลับนะ กินปลาเยอะๆ รึอยากกินตีนแทนฮะ"พี่หมูทอดโพล่งขึ้นมาท่ามกลางดงตีนเอ้ย ดงผู้คนทั้งสองฝั่ง
"ไอ้เหี้ยเอ้ย มึงคิดว่าแน่นักเหรอ อย่าวอนหาตีนให้มันมากนัก ไอ้พวกหล่อแต่เดือเอ้ยย......."ทว่ายังไม่ทันจบประโยคหมัดนักๆของพี่ชายแกก็พุ่งไปประทับบนหน้าของชายผู้แกว่งปากหาเสี้ยนคน นั้นแล้ว
ผัวะ ตุบ พลั่ก!!
ดูเหมือนเหตุการณ์จะรุนแรงและบานปลาย เมื่อหนึ่งในนั้นเงื้อหมัด เตรียมจะต่อย ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มเทพบุตรนั่นเข้าให้ ตอนนี้ผู้คนต่างเปลี่ยนจาก การเต้นข้าวหน้าเวที มามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์คร่าวๆคือจู่ๆไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเข้ามาเดินชน อย่างตั้งใจ แล้วก็เซเอง จนเกือบล้มหน้าทิ่มฟันหักแล้วก็เลยโวยวาย เพราะกลัวเสียหน้า เหตุการณ์ที่ตอนแรกบางเบาก็เริ่มมาคุขึ้น ความชุลมุลเริ่มขึ้นโดย ไม่ได้นัดหมาย เสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม ไม่ได้มาจากบูธดีเจ แต่มาจากในงานนั่นเอง เสียงรองเท้าที่ดังตุบตับ กระทบเนื้อของอีกฝ่าย ดังก้องไปทั่วทั้งงาน
"ปากมึงน่ะ ต้องเจอตีนกูนี่"
วืดดดดด!!
เสียงปล่อยหมัดและตั้งการ์ดขึ้น ทำท่าปล่อยหมัด แต่ดูเหมือนจะพลาดไป เพราะพี่หมูทอดหลบได้และตั้งท่าเอาคืนแต่ดูพี่แกจะอยากประทับรอเท้าบนตัวอีกฝ่ายมากมาย พี่แกเลยใช้เท้าออกแรงถีบส่งเข้ากลางยอดอกอีกฝ่าย
ผัวะ!!
"กาก มึงอะ อย่าทำปากดี ถ้าสู้ได้แค่นี้อีสัส"และอีกนานาสัตว์ในโลกใบนี้ที่พี่แกสรรหามาด่าอีกฝ่าย จนโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ควันออกหู เหตุการณ์เริ่มจะผิดปกติเมื่ออีกฝ่าย เงื้อไปหยิบเอาแก้วที่หล่นแตกขึ้นมาในขณะที่ล้มลงไป
ผู้คนแตกฮือ เหมือนผึ้งแตกรังไปคนละทิศ!!
"มามึงเข้ามา...กูฆ่ามึงตายแน่ๆ"เขาใช้มือกำรอบฐานแก้วอย่างมาดมั่น ั์ตาแสดงออกถึงความโกรธ เสียงหายใจที่รุนแรงและเร็ว แสดงได้ถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างดี
"มึงแพ้แล้วอย่ากวนตีน ....เพื่อนมึงยอมแล้วมึงก็หยุดได้แล้ว"
"ขี้แพ้ชวนตีน"
"ไม่ยอมรับความจริง"
"เป็เด็กอมตีนเหรอมึงอ่ะ"และอีกสารพัดคำด่าจากกลุ่มเพื่อนๆของเขาดังขึ้นเพื่อด่าฝ่ายตรงข้ามที่ตอนนี้นอนหมอบกันจนหมดแล้ว เพราะหมดแรง หรืออย่างไรไม่ทราบ
จันทร์เ้าและหมูปิ้งไม่ได้ขยับไปไหนห่างนัก เนื่องจากยัยเพื่อนของเธอมันก็ห่วงพี่ชายตัวเองอยู่เหมือนกัน สีหน้าดูเป็ห่วงและเครียด เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้มันบานปลาย และดูจะเลยเถิดไป
ดีเจคนดังตอนนี้ได้ถูกเชิญออกไปจากงานนานแล้ว เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยเป็หลัก รปภ.ถูกเชิญเข้ามาในงานเพื่อเกลี้ยกล่อม ชายคุ้มคลั่งขี้แพ้ ที่ไม่ยอมรับความจริง และในขณะที่เหมือนจะเจรจากันไปเกือบจบแล้วนั่นเอง
ขณะที่ทุกฝ่ายของเทพบุตรกำลังหันหลัง อีกฝ่ายก็ไปหยิบเศษแก้วมาจากไหนไม่รู้ พุ่งมาจากอีกทางอย่างว่องไว ฝ่าวงล้อมของพี่รปภ.เข้ามาจนเกือบถึงตัวของพี่ชายเธอ
ด้วยปฏิกิริยาตอบกลับอัตโนมัติหรือความรักพี่ชายหรืออย่างไรของเพื่อนเธอไม่ทราบได้ ในมือของเธอมีดอกไม้กำหนึ่งที่ใหญ่พอสมควรวิ่งไปทิศที่ชายคนนั้นวิ่งไป แล้วกระทำการกระชากหัวจากด้านหลังอย่างเต็มแรง
"โอ๊ย..ยัยนี่"ชายหนุ่มสบถหลังจากเสียหลักและล้มหงายหลัง แบบไม่ได้ตั้งตัว ด้วยฝีมือจากหญิงสาวตัวเล็กที่แรงยิ่งกว่าเดอะฮัก ผสมช้าง
"กล้าทำพี่ฉันหรอ ไอหัวขวด"หญิงสาวฝีปากกล้า เงื้อมือก่อนหันไปมอง หาอะไรสักอย่าง ก่อนกลับมาอีกทีพร้อมอ่างคอกเทลสีสวย ที่ตอนนี้มีเธอถืออยู่ประหนึ่งบริกร แล้วจัดการดึงเธอไปยืนใกล้ๆกันกับผู้ชายหัวขวดคนนั้นที่จะทำร้ายพี่ชายของเธอ
"ไอ้หัวขวด ...อย่างแกน่ะต้องโดนฉับปราบด้วยน้ำมนต์สูตรเย็นเจี๊ยบชื่นใจ ย๊าก"
ฟึบๆๆๆๆๆๆ
ภาพของคอกเทลและไวน์สีสวย ที่ตอนนี้ถูกแปลงร่างเป็น้ำมนต์เพื่อไล่อีปลอมๆนี่ออกจากร่าง ที่ตอนนี้ถูกช่อดอกไม่ที่เปรียวเสมือนที่จุมน้ำมนต์ที่พระใช้ให้พร อ่างใส่ไวน์คือขันน้ำมนต์ และมีผู้ให้พรกิตติมาศักดิ์คือเพื่อสาวคนสวยของเธอ คนนี้นี่เอง ก้านดอกไม้กำโตที่ตอนนี้มือเล็กกำไว้แน่น ละอองของไวน์และเศษดอกไม้กระเด็นไปทั่วทั้งใบหน้า หู จมูกปาก ของชายผู้โชคร้ายคนนั้น อย่างน่าสงสาร เพื่อนของชายคนนั้น ที่ตอนนี้ถูกรปภ.ลากออกไปได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆก่อนจะเดินคอตกออกไป
"เอ่อคุณนภัทรครับ..พวกผมพาตัวคนกลุ่มนี้ไปก่อนนะครับ"พี่รปภ.พูดกับหนึ่งในกลุ่มนี้ ณภัทรหรือออกัส หนึ่งในสมาชิกในกลุ่ม ก่อนเดินออกไปในที่สุด
สรุปตอนนี้มีแค่พวกเธอ และพวกเขา ไอ้หัวขวดนั่น ส่วนคนในงานที่เหลือน่ะ ถูกทยอยเชิญออกกันไปหมดแล้ว
"มา..เดี๋ยวช่วยย"
เสียงของเพื่อนๆของกลุ่มเทพบุตร ดังขึ้นก่อนช่วยกันจับชายคนนั้นไว้ นำเชือกที่ประยุกต์จากผ้าปูโต๊ะในงาน มัดปาก และแขนของชายคนนั้นแน่นไปกับเก้าอี้ ก่อนเดินถอยออกมา อยู่หลังเพื่อนสาวของเธออย่างรับมุข
"ไอ้นาย มึงถ่ายคลิปไว้แบล๊คเมล์มันแล้วใช่ปะ"
"อืออ..."คนชื่อนายพนักหน้าก่อนไหวไหล่ ทำหน้าตาไม่สนโลก ภายในมือ ถือสมาร์ทโฟนราคาแพงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ตอนนี้คนแทบจะต้องจองเพื่อให้ได้มันมา เพราะยังไม่เข้ามาในไทย ดูจากรูปการแล้วคงถ่ายไปั้แ่เริ่มต้นสินะ
กุกกักๆๆๆๆๆ
"อื้อออออออออ...."เสียงดิ้นรนและร้องอย่างโหนหวนของชายคนดัง กล่าวดังขึ้น พร้อมส่ายหน้า ไปมา เสียงของการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากลุ่มคนบ้าดังขึ้น
" น้องมึงแม่งเจ๋งสัส..."บลูหนึ่งในนั้นพูดขึ้นพร้อมชูนิ้วโป้งให้แบบสรรเสริญและยกย่อง เอ่อ มันควรจะขัดหน่อยไหม ก็รู้ว่าเพื่อนเธอไม่ค่อยปกติ ่นี้มันยิ่งชอบดูซีรีส์แม่หมอวูดู บวกไสยศาสตร์ แล้วทำตาวิ้งๆอยู่ด้วย แบบเกรงกลัว ตราบใดที่คนที่ถูกทดลองไม่ใช่เธอก็โอเคอยู่ นายหัวขวดโชคดีนะ อาเมน หญิงสาวอวยพรให้อีกฝ่ายในใจ แด่ชีวิตที่เหลือของเขา ถึงเพื่อนเธอจะสวยแต่มันค่อนข้างจะประหลาดๆอยู่พอสมควร
"ไอดอล"ลีไวหนึ่งในสมาชิกพูดขึ้น
"ชักช้า....มานี่มา"ทูนหัว หนึ่งในนั้นส่งเสียงขึ้นอย่างขัดใจ ก่อนจะยื้อแย่งโปรยน้ำมนต์ปลอมกันกับหมูปิ้ง อย่างขะมักเขม้น และดูเหมือนจะไม่มีใครห้ามเลย ทำไมพวกเขาดูเหมือนเด็กที่แย่งของเล่นกันนะ ไม่ได้ดูหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่ที่เก้าอี้เลย ผ่านไปนานหลายนาทีการยื้อแย่งก็ยังไม่หยุด เธอที่เงียบมานานเลยพูดขึ้นมา
"ไม่มีใครห้าม หน่อยเหรอคะ?"จันทร์เ้าพูดขึ้นก่อนหันไปมองหน้าทุกคนอย่าง ขอความช่วยเหลือ ที่ต้องขอความช่วยเหลือเพราะเธอไม่เคยห้ามเพื่อเธอได้น่ะสิ มีครั้งหนึ่งสมัยมหาลัย ยัยนี่ก็เล่นเอาตุ๊กตาวูดู ไปปลุกเสกงึมงำๆอยู่แถวตึกเรียน เรียกเสียงฮือฮาจากสายตาของเพื่อนๆในคลาสได้เป็อย่างดี แต่มันก็ดีอย่างหนึ่งที่ความสนใจของยัยนี่อยู่ไม่เกิน อาทิตย์ แต่กว่ามันจะสงบได้ก็แทบลากเื ในตอนนั้นเธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆและส่งสายตา ขอโทษไปให้ทุกคนแค่นั้นเอง
สวยแต่ประหลาด นี่แหละเพื่อนเธอ แต่ดูเหมือนทูนหัวหนึ่งในกลุ่มนั้นจะ เป็คนประเภทเดียวกับเพื่อนเธอ มันเหนือการควบคุม นี่มันคู่หูนรกส่งมาเกิด ถ้าเป็เหล่าวายร้ายบอกเลยว่าโลกนี้ะเิแน่นอน!เธอรับประกัน
"ฉันห้ามไม่ได้หรอก ขอโทษด้วยนะ สองคนนี้มันเหมือนกันเกินไป ฮ่าๆๆ"พี่หมูทอดส่งสายตาจนปัญญามาให้พร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นแบบยอมแพ้ ทุกคนในกลุ่มตอนนี้ก็ส่ายหัว แล้วก็เปลี่ยนไปเป็ผู้ชมนั่งมองคู่หูนรก ที่ตอนนี้ไกล่เกลี่ยกันลงตัวจากการเป่ายิ้งฉุบ แล้วปรากฏว่าให้สลับกันฟาดคนละ10ครั้ง
ตอนที่ชนะ ยัยนั่นวิ่งมาะโโลด เต้นจนหมดมาดสาวสวยเลยทีเดียว ทำเอาทุกคนได้แต่สายหัว ก่อนที่เธอจะวิ่งไปทางเก้าอี้ และทำท่าซ้อมเล็งเพื่อฟาดเอ้ย!สาดน้ำมนต์อีกครั้ง
"ทูนหัว....นายรู้มั้ยว่ามันต้องใช้เทคนิคนะการสาดน้ำมนต์น่ะ มันคือศิลปะ นายดูนี่"ภาพของผู้ชายตัวโตที่หน้าตาหล่อเหลากำลังสนใจในสิ่งที่คนตัวเล็กอธิบาย มองดูแล้วน่ารักพิกล มันอาจจะน่ารัก มองดูเหมือนคู่รัก แต่ถ้าได้ฟังบทสนธนาแล้วนั้น อาจขยาดและเดินหนีเลยทีเดียว
ป้าปๆๆๆพึ่บๆๆๆๆๆซ่าๆๆๆ
เสียงของการทำพิธีของคู่หูนรกยังคงดำเนินต่อไป
"นี่แบบนี้ องศามันต้องได้นายเข้าใจปะ....เอออแบบนั้น นายนี่มันเก่งกาจจริงๆเรามาเป็เพื่อนกันเถอะ!!"ความน่าสยองได้เริ่มขึ้นแล้ว
"แบบนี้เหรอ...อ๋อออ.....แต่ฉันเคยเห็นพระใช้อีกสเตปนะ"ทูนหัวว่าพลางอธิบายความรู้ในการสาดน้ำมนต์ จากการที่พ่อขอเขานั้นเป็ผู้เชี่ยวชาญ เพราะเป็เ้าอาวาสมาก่อน!!ได้ฟังแล้วก็เป็ความรู้ใหม่ เขาได้อธิบายว่า พ่อของเขาหนีแม่ไปบวชจนตอนนี้ได้บรรลุเป็ถึงเ้าอาวาสแล้ว ได้ฟังดังนั้นเธอก็แทบยกมือพนมก้มลงพร้อมพูดสาธุทันที
"แบบเหวี่ยงสุดแขนไง ใช้ในกรณีที่เป้าหมายอยู่ไกล" คอกเทลที่ตอนนี้พร่องไปจนจะหมดอ่างแล้วในขณะนี้ เพราะทั้งคู่ต่างสนอกสนใจในการทดลองเป็อย่างยิ่ง เธอได้แต่ยืนเอียงคอมอง ตาแป๋วพร้อมพูดในใจว่า หน่านิ!!!ไอ้ทฤษฎีแปลกๆที่พูดขึ้นมาเป็ตุเป็ตะให้คนคล้อยตามี่คืออะไร พอกันเลย
เสียงของก้านดอกไม้พร้อมเสียงฟึบฟับยังคงดังต่อเนื่อง พร้อมกับการถอยเพื่อเพิ่มระยะห่างเพื่อทำการทดลองไร้สาระต่อไป
"เฮ้ยเจ๋ง......นี่มันอเมซิ่ง อ้าวสลบไปแล้วอะ"ชายผู้ถูกมัดตรึงไปกับเก้าอี้ดิ้นไปจนหมดแรงและสลบ ตาค้างไปในที่สุด
"เหี้ยยย"พี่หมูทอดอุทานขึ้นมาพร้อมลากออกัสมาทางพวกเธอ ที่ตอนนี้มียัยหมูปิ้งทำเสียงอู้วอ้าๆ อยู่ข้างๆหู อะไรของมัน
"ตายมั้ยวะนั่น"
"กูก็แปลกใจว่าทำไมมึงไม่เคยให้เจอน้องเลย"
"กูรู้แล้วไอสัส รู้แจ่มแจ้งเลย!!"
"เข้าใจหัวอกกูแล้วสินะเพื่อน" พี่ชายที่น่ารักว่าพลางทำหน้าตาน่าสงสารและเศร้าสร้อยแบบปลอมๆขึ้นมา
"ก็ว่าทำไมมึงไม่เคยพามาเจอน้องมึง เพราะมันนิสัยเหมือนไอทูนหัวนี่เอง!!"ออกัสพูดอย่างเห็นแจ้ง และรู้ซึ้งถึงรสพระธรรม พร้อมกุมขมับ ไอ่ตอนแรกมันก็สนุกหรอก พอดีเขาโม้กับเพื่อนๆนานไปหน่อย หันไปอีกที อีกฝ่ายก็สลบเหมือดไปแล้ว
"อะไร นินทาอะไรกันฮะ!!"
"หมูทอดน้องมึงคือจุดพีคในชีวิตกูเลย....!!"
"มึง!อย่าพูดอะไรขนลุกกูจะอ้วก"หมูทอดทำหน้าแบบอีหยังวะ ใส่อีกฝ่าย ก้อนจะชูนิ้วกลางและด่าฟักๆอะไรอีกหลายคำ
"ไม่นะ..พี่จะเอาตัวทูนหัวไปไหน"
" นายสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันก้าวต่อไปได้เป็อย่างดี เราเกิดมาคู่กันเป็คู่์สรรสร้าง แต่งงานกันเถอะทูนหัว"หมูปิ้งพูดพร้อมคล้องแขนอีกฝ่าย พร้อมพูดประโยคประหลาดมากมายราวกับเล่นละครเวทีอยู่ก็ไม่ปาน และทำท่าทางจะเดินไปอีกทาง แต่ทั้งคู่ถูกดึงไว้ด้วยมือของพี่ชายผู้เป็ที่รัก และฉันคนนี้ที่ปวดหัวกับทั้งคู่สุดจะทน
หมับ
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ"เสียงหัวเราะ จนต้องกุมท้องของทุกคนดังขึ้น พร้อมส่ายหน้าแบบเอือมๆ เพื่อนเธอคงไม่มีแล้วไอ่ลุคสาวสวยเซ็กซี่อะไรนั่น เอามันปาทิ้งไปเถอะ มันเป็อดีตไปแล้วตอนนี้ กระซิกๆ
"จะไปไหน...ไอ้เหี้ยทูนหัวมึงนี่มัน!!ช่วยมีคนปกติๆบ้างได้มั้ยวะ แยกๆกลับบ้านได้แล้ว พวกมึงเข้ากันได้ดีจนกูขนลุก "
"แล้วมันไม่ดีตรงไหน"
"นั่นสิพี่..มันไม่ดีตรงไหนอะ"เพื่อนเธอแย้งขึ้นมา
"โอ้ยยยยยยยย"ชายหนุ่มที่ถูกรุมจากสองด้านยกมือกุมขมับก่อนเดินหนี ออกไป และพูดทิ้งท้ายไว้ว่า
"พวกมึงไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ ไม่มีใครห้ามใครเลย กูล่ะปวดหัว!!"ฉันพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยอย่างที่สุด
"คู่นรกส่งมาจริงๆ"และอีกหลายคำยกย่องจากออกัสที่พูดก่อนจะเอื้อมมือไปอังที่จมูกผู้โชคร้าย แล้วพบว่ายังหายใจอยู่ สภาพช่างดูไม่จืดจริงๆ บทสรุปของเื่นี้คือ มีเื่กับใครก็ได้อย่ามีเื่กับยัยหมูปิ้งและทูนหัวเด็ดขาด!!
ทุกคนต่างแยกย้าย เื่นี้ไม่ต้องถึงตำรวจเพราะพวกเรามีคนแบคใหญ่อย่างออกัส ที่มีดีกรีเป็ถึงลูกเ้าของโรงแรมใหญ่คับฟ้าแห่งนี้
ไอ้หล่อมันก็ดี แต่ความไม่ปกตินี่สิ มารวมกลุ่มกันแล้วเธอเห็นช่องทาง การดำเนินไปของชีวิตไปในทางดีๆไม่ได้เลยพระเ้า!!เธอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปพร้อมกับเสียงของยัยหมูปิ้งที่ยังคงเจี้ยวจ้าวไม่หยุด จู่ๆยัยนั่นก็วิ่งไปทางทูลหัวพร้อมกับพูดอะไรอีกสองสามคำแล้วทำตาโต พร้อมเดินมาหาเธอ
"......"เธอคิดว่าเธอไม่อยากรู้สักเท่าไหร่ ไม่ไม่ใช่เื่ดีหรอก ใครก็ได้อย่าให้สองคนนี้มาเจอกันอีกขอร้องเถอะ!!
1 อาทิตย์ผ่านไป
หลังจากนั้นไอ้คนที่มาคุกเข่าขอให้เธอ วาดภาพก็คืออีตาคนที่โดนฟาดด้วยก้านน้ำมนต์นั่นแหละ น่าสงสารจริงๆที่มาเจอเพื่อนเธอ ราวกับน้ำมนต์ นั่นเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผีร้ายได้หายไป พี่เฟรนด์คนนั้นกลับมาสุขภาพแข็งแรง และตอนนี้ก็เหมือนจะกลายเป็เพื่อนๆกับกลุ่มเทพบุตรนั่นแล้ว
นี่เธออยู่ในโลกคู่ขนานหรืออย่างไร...
หรือเพื่อนเธอและนายทูนหัวนั่น จะเป็หมอผีกันจริงๆนะ แค่คิดก็ปวดหัว
เฮ้ออออออออ.....