ตอน 7 หนีไม่พ้นหรอก
"จะถือว่าท่านช่วยชีวิตของข้าไว้ ข้าจะไม่ขอปิดบังท่าน..."
"ที่ข้ามาอยู่สถานที่เช่นนี้เพียงลำพัง เพราะว่าข้ากำลังหนีงานแต่งของตัวเอง..."
"หนีงานแต่ง...หนี??? ช่างน่าแปลกใจ หญิงสาวควรดีใจที่ตนจะได้แต่งงานกับบุรุษที่ตนรัก"
"ไอ๊หย๊า...ท่านจอมยุทธ ท่านช่างอ่อนต่อโลกนัก หากข้ากับสามีชมชอบกันจริงๆเหตุใดข้ายังต้องหนีงานแต่งจนเกือบเป็ตายเช่นนี้"
"นั่นเป็เพราะว่า...ข้าไม่ยินดีที่จะแต่งกับสามีผู้นี้ั้แ่แรก....สามีของข้าผู้นี้รูปร่างน่ากลัว ขึงขังดุดัน ิัสีดำราวปีศาจ...เหี้ยมโหดไร้ความปรานี หากข้ายินยอมแต่งกับบุรุษผู้นี้ล่ะก็ ชีวิตข้าคงจะไม่มีวันมีความสุขแน่"
"ฮ่าๆ ท่านล่าวมาเช่นนี้ ข้าอยู่ในเมืองนี้มาหลายปี ั้แ่เล็กจนโต ไม่คิดว่าจะมีผู้คนเช่นนี้อยู่ จะเห็นแต่ในบทละครที่มีหนังสือเท่านั้น แม่นางเคยเห็นโฉมหน้าของสามีหรือยัง"
"ข้ายังไม่เคยเห็นหรอกนะ แต่ข้าคิดว่าไม่ต้องพบเขาเลย จะดีที่สุด..."
"ข้าเล่าเื่ของข้าแล้ว ท่านล่ะเหตุใดแต่งตัวเช่นนี้กลางป่า บุรูษรูปงามเช่นท่านเหมาะสมกับวังหลวงของข้ามากกว่าสถานที่แห่งนี้"
เหยาจิ่นหยวน หลุดปากพูดเปิดเผยฐานะของตัว
หลานเจาฝูคิดในใจ...
"ในที่สุดนางก็เผยฐานะที่แท้จริงของตัวเองออกมา นางต้องเป็องค์หญิงสามเหยาจิ่นหยวนแน่"
นางพึมพำกับตัวเองว่า
"หากสามีของข้าเป็บุรุษที่รูปงามเช่นจอมยุทธท่านนี้คงจะดีไม่น้อย"
"ตกลง ท่านมาทำอะไรที่กลางป่า"
"ข้า... ข้า มาตามหาภรรยาของข้า...ข้ายืนรอขบวนของนางอยู่หลายชั่วยาม ก็ยังไม่พบนาง ด้วยความร้อนใจ กลัวนางจะเกิดอันตรายระหว่างทาง ข้าจึงร้อนใจรีบออกตามหานาง จนกระทั่งได้พบเ้า"
"ดีๆจริงๆ รักของพวกท่านช่างหอมหวานนัก งั้นข้าขออวยพรให้ท่านหาภรรยาจนเจอ และได้เคียงคู่รักกันชั่วชีวต"
"ช่างเป็เื่ที่น่ายินดีเสียจริง ที่งานแต่งของเ้าตรงกับงานแต่งของข้า"
หลานเจาฝูพูดด้วยความน้อยใจ
"บางที ภรรยาของข้า นางอาจจะไม่อยากแต่งงานกับข้าจึงได้หนีข้าไป"
"จะมีแม่นางที่ใจร้ายแบบนั้นที่ไหนกัน...ท่านอย่าแต่งเื่หลอกข้า"
"แม่นางคนไหนไม่แต่งกับท่านถือว่านางตาบอด ไร้วาสนา ปฏิเสธโชคชะตา..."
หลานเจาฝุ หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู พร้อมกับคิดในใจว่า...
"ฮูหยินของข้าเหตุใดช่างโง่เขลานัก... ความจริงเ้าก็ไม่ได้มีสิสัยเลวร้ายอะไร ข้ากลับรู้สึกสบายใจแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนเมื่ออยู่ใกล้นาง..."
ไม่นานบทสนทนาก็เงียบลง... หลานเจาฝูเร่งฝีเท้าม้าขึ้นเรื่อยๆ
"ท่านจะพาข้าไปที่ไหนกัน เหตุใดจึงเร่งรีบขนาดนั้น.... งั้นท่านไปส่งข้าที่เมืองข้างหน้านี้เถอะ...แล้วท่านก็ไปตามหาภรรยาของท่าน"
หลานเจาฝูนิ่งเงียบไม่ตอบกลับใดๆ...
"ท่านจอมยุทธ ท่านช่างแปลกคนนัก บทจะพูดท่านก็พูด บทจะเงียบขรึม ท่านก็เงียบขรึมจนข้าาทำตัวไม่ถูก...แต่เอาเถอะ ก็คงเป็ข้า ที่ไม่เข้าใจยุทธภพ"
ในที่สุดทั้งสองก็ควบม้ามาจอดที่หน้าจวน... แขกในงานก็ยังคงรอคอย....เหยาจิ่นหยวนทำสีหน้ามึนงง
จนกระทั่งสังเกตเห็นเกี้ยวเ้าสาวของตนจอดอยู่ และบ่าวที่ติดตามขบวนเกี้ยวของตนมา...
"นะ นะ นี่ท่าน..."
"อย่าบอกนะว่าท่านคือ....."
เมื่อเถาเซียวเล่ย(ผู้ช่วยคนสนิท มือสังหาร) เห็นท่านแม่ทัพใหญ่ควบม้ามาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ก็ได้รีบเข้าไปเก็บม้า
ท่านแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝู ไม่ฟังที่เหยาจิ่นหยวนพูด รีบอุ้มนางลงจากอานม้า...อุ้มนางเข้าไปในจวน ก่อนจะวางนางลง...และมอบผ้าดอกไม้สีแดงให้นางถือร่วมกับตน เดินเข้าประตูในห้องโถงที่มีฮูหยินใหญ่หลาน นั่งรอต้อนรับอยู่...
มีเสียงกล่าวขานของกรมพิธีการ
"เชิญบ่าวสาวโค้งคำนับผุูมีพระคุณ...."
"เชิญบ่าวสาวโค้งคำนับสามี คำนับภรรยา...."
"บ่าวสาวคำนับแขก... 4 ทิศ"
วินาทีนั้นเหยาจิ่นหยวนเข้าพิธีแต่งงานด้วยความมึนงง..เพื่อไม่ให้คนแตกตื่นนางยอมเข้าพิธีแต่งงานกับหลานเจาฝู
นางคิดในใจว่า...
"ท่านจอมยุทธผู้นี้กลัวเสียหน้าที่ออกไปตามหาภรรยาไม่พบ จึงมีใจอยากจะให้ข้ามาเข้าพิธีก่อน เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น"
"เอาเถอะ เห็นแก่ที่ท่านช่วยเหลือข้า งั้นครั้งนี้ข้าจะถือว่าตอบแทนท่านที่ช่วยชีวิต ยอมเข้างานแต่งกับท่านแทนภรรยาของท่าน "
"ข้าใส่ผ้าปิดหน้ามาตลอด คงไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าข้าเป็ภรรยาตัวปลอมที่แกล้งมาร่วมงานแต่งนี้ไม่ให้ล่ม"
"ไว้แขกกลับไปหมดแล้ว ข้าค่อยแอบหนีออกไป กล่าวขอบคุณ และเอ่ยคำลากับท่านจอมยุทธก่อนจะจากไปเริ่มต้นชีวิตที่ดีนอกวัง..."
"ก่อนอื่น ข้าจะอยู่รอดด้วยตัวเองนอกวังได้อย่างไร...ไม่ได้การ ข้าต้องรีบไปตามหาฟางจู"
และแล้วการแต่งงานก็ราบรื่นไปด้วยดี...ท่านแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝูอุ้มเ้าสาวไปที่ห้องหอ....
หลานเจาฝูกลัวว่านางจะหาทางหนีไปอีก จึงสั่งให้ทหารจำนวนมากเฝ้าประตูห้องหอไว้อย่างแ่า
เขาคิดในใจว่า
"ถึงท่านไม่อยากแต่งกับข้า เช่นนั้นข้าจะไม่บังคับใจท่าน แต่อย่างน้อยท่านก็ควรรู้ว่า การที่ท่านหนีไปไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ท่าน แต่ยังส่งผลใหญ่หลวงต่อสกุลหลานของข้า อาจจะโดนลงโทษฐานขัดพระราชโองการของฝ่าา โชคดีที่ครั้งนี้ข้าหาท่านพบ..."
ท่านแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝูออกไปต้อนรับแขกในงานต่อ ระหว่างนั้นเหยาจิ่นหยวนก็ไม่ได้คิดหาวิธีหนีใดๆ นางคิดแต่เพียงว่า
"หลายชั่วยามแล้ว เหตุใดท่านจอมยุทธยังไม่มา... หรือว่าท่านจอมยุทธกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขก...เอาเถอะงั้นข้าจะรอท่านจนกว่าท่านมา ค่อยบอกลาท่านและไปซะ ต่อให้ข้ารีบร้อนออกไปตอนนี้ก็คงช่วยไม่ได้ แขกก็คงจะสงสัย อีกอย่างข้าไม่เข้าใจท่านผู้นี้จริงๆ แค่ภรรยาอยู่ในห้องหอเหตุใดมีคนคอยระวังภัยที่หน้าประตูมากมายขนาดนั้น.... ราวกับว่าภรรยาของท่านเป็นักโทษ ... อืม..."
"ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดภรรยาของท่านจึงหนีงานแต่งงาน..."
"ถึงแม้ท่านจะรูปโฉมงามเกินผู้ใดเปรียบ แต่ทำเช่นนี้ก็อึดอัดไม่น้อย ไม่ว่าสาวงามแม่นางไหนก็คงยากยิ่งที่จะอยากเคียงคู่"
หลายชั่วยามผ่านไป
"โอ๊ย ข้าร้อนจะตายอยู่แล้ว เมื่อไหร่จะมา วันนี้ข้าเหนื่อยล้ามากเกินไป ช่างเถอะ งั้นข้าขอถอดออกก่อนละกัน หากท่านมาข้าค่อยใส่กลับคืนไป"
เมื่อพูดจบ เหยาจิ่นหยวนนางก็ถอดเครื่องหัวออกและถอดผ้าปิดหน้าออก นั่งจิบน้ำชากินขนมรอหลานเจาฝูอย่างสบายใจ...
จนกระทั่งนางเผลอหลับไปในที่สุด...ทั้งๆที่ยังไม่ได้สวมผ้าปิดหน้ากลับคืน
หลายชั่วยามจนกระทั่งแขกกลับไปหมด....หลานเจาฝูก็รีบร้อนมาที่ห้องหอ กลัวว่านางจะรอนานเกินไป...
ด้วยความสงสัย หลานเจาฝูคิดในใจว่า
"วันนี้ข้าตั้งใจจะเปิดผ้าคลุมใบหน้าของเ้าออกให้ได้ "
ด้วยความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันของเหยาจิ่นหยวน ทำให้นางนอนหลับลึกจนไม่ได้สติ...
กระทั่งหลานเจาฝูเปิดประตูเข้าไป ค่อยๆเดินไปหานางบนโต๊ะน้ำชาที่นางหลับอยู่ นางก็ยังไม่รู้สึกตัว
วินาทีนั้น หลานเจาฝุถึงกับต้องผงะ... ตกตะลึงราวกับว่าเวลาหยุดหมุน เมื่อได้พบใบหน้าที่แท้จริงของนางที่แสนงดงาม
เขาคิดในใจว่า
"นี่เ้าคือเหยาจิ่นหยวน ภรรยาของข้าตัวจริงใช่หรือไม่ เหตุใดโฉมหน้าของเ้าไม่เป็ดั่งคำร่ำลือของคนทั้งเมือง "
"เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่...ใบหน้าของนางช่างงดงามนัก ราวกับว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของนาง"
"หากเป็การรักษาจนหายย่อมไม่ใช่แน่ เช่นนั้นจะต่องมีร่องรอยหลงเหลืออยู่"
"จริงสิ ข้าลืมสังเกตไปเลยว่า แท้จริงแล้วร่างกายของนางก็แข็งแรงดี ไม่เหมือนกับคนป่วยเป็โรคประหลาด..."
"ตอนข้าพบนางในป่า นางก็มีเรี่ยวแรงมากมาย"
"หรือว่านางจะแกล้งปล่อยข่าวลือพวกนี้ทั้งหมดเพื่อปกปิดอะไรบางอย่าง..."
หลานเจาฝูยิ้มมุมปากออกมา กล่าวออกมาด้วยความเอ็นดู
"ภรรยาของข้าผู้นี้ช่างเฉลี่ยวฉลาดนัก...น่าสนใจจริงๆ"
หลานเจาฝู...เอามือค่อยๆลูบหัวนางเบาๆจนนางเริ่มรู้สึกตัว....
นางใรีบเอามือหยิบผ้าปิดหน้ามาปิดหน้าไว้
"ทะ ท่าน มาั้แ่เมื่อไหร่ นี่ข้าหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมท่านไม่ส่งเสียงก่อนที่จะเข้ามาล่ะ"
หลานเจาฝูกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมว่า...
"เ้าไม่ต้องรีบร้อนใไปหรอก"
"ข้าเห็นใบหน้าของท่านแล้วอย่างไร"
"ท่านปิดบังตัวตนแล้วอย่างไร"
"เป็ภรรยาของข้าแล้ว ท่านไม่ควรมีเื่ใดปิดบังข้า"
"อะ อะไรนะ ภรรยา!!!! ท่านน่าจะเข้าใจผิดแล้ว"
"ที่ข้ายอมเข้าพิธีกับท่านในวันนี้เพื่ออยากจะช่วยเหลือท่านไม่ให้ท่านต้องเสียหน้า"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอลา"