บทที่ 29
ความเห็นแก่ตัว
เว่ยเจ๋อจงไม่สามารถสะกดกลั้นความโกรธของตนเองได้ทำการตบตักและก็สบถคำอย่างเกรี้ยวกราด ภายในใจตอนนี้ร้อนราวกับเปลวเพลิงการกระทำของตระกูลโจวอย่างแน่นอน
“ เื่นี้คงจะเป็การกระทำและก็เป็ความคิดของตระกูลโจว ”เว่ยเจ๋อจงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว
ลู่หยางที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆเลยถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ เหตุใดคุณชายถึงคิดแบบนั้น ”
ลู่หยางเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่นานนักแทบจะไม่รู้จักอันใดเลยตระกูลโจวเขาเองก็เคยได้ยินแต่เพียงชื่อเท่านั้นไม่เคยพบเจอหน้าพวกมันด้วยซ้ำเพราะแบบนั้นคงจะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเื่นี้เป็ฝีมือของผู้ใด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถตัดสินใจได้ก็คือการกระทำของพวกมันที่แสดงออกมาในครั้งนี้ถือว่าผิด
“ ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็ผู้ใดลำพังเพียงแค่โรงหมอแห่งหนึ่งภายในเมืองจะกล้าคิดทำเื่อย่างนี้ได้อย่างไรโดยที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดเลยตระกูลโจวพวกมันคิดใช้สิ่งที่ข้าป่าวประกาศออกมาเป็ตัวเลือกในการหาผลประโยชน์ของพวกมัน ”
เมื่อเว่ยเจ๋อจงิญญาออกมาอย่างหนักแน่นเช่นนั้นลู่หยางสงบใจแล้วก็เอ่ยถามออกไป“เพราะฉะนั้นขอถามคุณชายสักหน่อยว่าต่อจากนี้จะเอาอย่างไรเมื่อรู้ว่าพวกนั้นทำการสร้างเทียบยาปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกขายเหล่าผู้คน”
เว่ยเจ๋อจงสงบเปลวเพลิงแห่งโทสะภายในจิตใจลงหลายส่วนพลางพูดออกมาด้วยความคิด“ ข้ากำลังคิดหาทางอยู่ ในตอนนี้พวกมันทำการสร้างเทียบยาปลอมขึ้นมาถ้าจะไปแจ้งพวกขุนนางที่ดูแลและจัดการบริหารภายในเมืองแห่งนี้ พวกมันเองก็คงจะหาวิธีการเอาตัวรอดออกไปแล้ว ”
ลู่หยางเอียงคอสงสัย“ วิธีรอดหมายความว่าอย่างไร? ”
เว่ยเจ๋อจงหันไปแล้วทำการอธิบาย“ นายท่านลู่ลองคิดเกี่ยวกับเื่นี้ดูดีๆสิขอรับถ้าพวกเราไปแจ้งที่ว่าการอำเภอให้ขุนนางทำการตรวจสอบท่าทางการทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วผู้ใดเล่าจะเป็คนยืนยันได้ว่ามันเป็ตัวยาที่มีสรรพคุณการรักษาหรือไม่? ”
เว่ยเจ๋อจงเขานั้นไม่ได้ดูถูกดูแคลนว่าลู่หยางนั้นไม่สามารถตามความคิดนี้ทันแต่ว่าตัวของเขารู้ดีว่านายท่านลู่ผู้นี้อาจจะยังตามเลขกลอุบายที่พวกพ่อค้าใช้ในการเอาตัวรอดไม่ทันสักเท่าไหร่
พ่อค้ามีกลยุทธ์และวิธีการนำเอาตัวรอดกันอยู่กับตัวอยู่ในครั้งนี้เองก็เช่นเดียวกันตามความคิดของพวกมันแล้วพวกมันคิดว่าต่อให้มีทางการมาตรวจสอบจริงๆผู้ใดเล่าจะเป็คนยืนยันได้ว่าตัวยานี้มีสรรพคุณรักษาโรคบุปผาสีชาดหรือไม่
อย่างไรเสียโรคบุปผาสีชาดมันเองก็เป็โรคที่เพิ่งเกิดขึ้นมา ไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ด้วยว่ายาที่พวกมันขายเป็ยาของจริงหรือของปลอม
ลู่หยางถึงแม้ว่าเขาจะยืนยันได้แล้วแต่คำพูดของเขาเมื่อลองชั่งน้ำหนักถึงความเชื่อถือดูแล้วเขายังถือว่าเป็คนที่ไม่มีความเชื่อถือภายในเมือง
อีกฝ่ายถูกออกเทียบยาโดยคนที่เป็หมอประจำเมืองแห่งนี้เพราะแบบนั้นคนผู้นั้นย่อมมีความเชื่อถือมากกว่า
เว่ยเจ๋อจงลองชั่งน้ำหนักดูแล้วแน่นอนว่าตัวของพวกมันย่อมเป็คนที่เสียเปรียบถ้าทำการแจ้งเื่นี้ให้กับทางการ
ลู่หยางก้มใบหน้าของตนเองต่ำลงเล็กน้อย“ แต่ว่าถ้ายังเป็เช่นนี้ต่อไปคงจะย่ำแย่อย่างแน่นอนผู้คนจำนวนมากต่างพากันนำเงินมาซื้อยาที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ ”
ในสายตาของเขาแม้ว่ามันจะเป็ยาบำรุงกำลังที่ดูจะมีประโยชน์อยู่บ้างแต่ถ้าเมื่อเทียบกับเงินห้าตำลึงที่ต้องเสียไปเ้าของที่อยู่ภายในมือของเขาในตอนนี้มันเป็ยาที่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
เว่ยเจ๋อจงเปิดผ้าของรถม้าออกใช้ดวงตามองตรงไปยังสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าโรงหมอที่ตอนนี้มีผู้คนมากมายหนาแน่น
เว่ยเจ๋อจงแสดงใบหน้าจริงจังแล้วก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง“ ไม่ใช่เพียงแค่คนภายในนี้นะขอรับ แต่ว่าถ้าข่าวนี้มันเริ่มแพร่กระจายไปเรื่อยๆกระจายไปที่เมืองข้างๆผู้คนมากมายจะขนเงินทองมาซื้อพวกนี้มากขึ้น ”
“ แล้วมันเองก็จะทำให้พวกเขาเหมือนกับเหยื่อที่นำเงินมาถวายให้กับพวกตระกูลโจว"
ลู่หยางพอจะเข้าใจในคำพูดนั้นได้เมื่อลองดูตัวส่วนผสมของยาที่เขาได้ลองดมกลิ่นและลองตรวจสอบดูแล้วสมุนไพรในภายในนั้นมีน้อยเป็อย่างมาก แถมพวกมันยังเป็สมุนไพรราคาถูก
ลองคิดคำนวณแล้วต้นทุนถ้าทำซักร้อยเม็ดคงจะยังไม่ถึงร้อยตำลึงเลยแต่คนพวกนี้มาขายสามเม็ด ห้าตำลึงกำไรที่พวกมันได้ไปย่อมเป็กำไรก้อนโตแล้วถ้ามีผู้คนเดินทางเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้มากขึ้นเล่า
ลู่หยางเริ่มแสดงใบหน้าที่วิตกมากกว่านั้น“ มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะขอรับจากการที่ตัวของข้าลองดูแล้วคาดการณ์ว่าถ้ามีผู้คนมากมายสนใจเกี่ยวกับยาตัวนี้มันจะทำให้ผู้คนจำนวนมากจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมารวมกันที่เมืองตี้หนาน ”
เว่ยเจ๋อจงหันมองผู้ที่อยู่ข้างกายอย่างรวดเร็วดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นคิดตามท่านนายลู่ได้ทันจีงกล่าว“ ที่นายท่านลู่อยากจะสื่อออกมาก็คือ ”
ลู่หยางพยักหน้าตอบรับไปแล้วก็กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตก“ ใช่แล้วขอรับ!! สิ่งที่ข้ากำลังอยากจะบอกก็คือถ้าข่าวเื่นี้แพร่กระจายออกไปทั่วทุกสารทิศเมืองแห่งนี้จะกลายเป็จุดศูนย์กลางของโรคระบาดวงกว้างเพราะมีผู้คนเดินทางมามากมาย”
ลู่หยางมองเห็นถึงปัญหาที่มันจะตามมาซึ่งมันเป็ปัญหาใหญ่กว่าปัญหาเกี่ยวกับการที่ตระกูลโจวจะกอบโกยภายในสถานการณ์เช่นนี้เพราะความเห็นแก่ตัว
เมืองแห่งนี้กลายเป็จุดศูนย์กลางของโรคระบาดขนาดใหญ่กว่าวุ่นวายจะต้องเข้ามาถึงภายในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
เว่ยเจ๋อจงทิ้งกายของตนเองมาด้านหลังเขาใช้แผ่นหลังพิงกับพนักพิงด้านหลังอย่างรุนแรงแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจส่ายใบหน้าไปมาพลางกล่าวอย่างตัดพ้อ “เพราะความเห็นแก่ตัวของคนผู้เดียวจะนำพาหายะมาสู่เมืองแห่งนี้ ”
…
ณ จวนตระกูลโจว
ในขณะที่พวกลู่หยางกำลังหนักใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรู้ไหมว่าคนที่เป็ต้นตอของสาเหตุเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มันกำลังนั่งแกว่งขาไปแกว่งขามายกสุราดื่มอย่างสบายใจ
โจวฉีิชายวัยกลางคนร่างกายอ้วนท้วนผู้นี้วันนี้แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทตั้งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องโถงอย่างสบายใจยกสุราภายในมือของมันขึ้นมาดื่มแล้วก็หัวรือเสียงดัง“ ดีจริงๆ ดีจริงๆ!!! ”
อันที่มันสถบคําออกมาอย่างดีใจเป็เพราะว่าเมื่อครูมีคนมาแจ้งข่าวมันเรียบร้อยแล้วเพียงแค่ทำการปล่อยข่าวออกไปและเริ่มทำการซื้อขายยาเ่าั้
เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้นยอดขายของมันก็พุ่งทะยานขึ้นไปสู่เพดานเงินก้อนโตกำลังไหลเวียนเข้าสู่ตระกูลของมัน
การค้าขายเช่นนี้ทำกำไรได้มากกว่าการที่มันค้าขายในแต่ละวันเสียด้วยซ้ำเรียกได้ว่ามันได้เงินเป็จำนวนมากอย่างแน่นอนหลังจากที่จบการขายในวันนี้
พ่อบ้านโจวกำลังยืนอยู่ข้างๆมันเป็ต้นตอของการคิดแผนการดีขึ้นก้าวเข้ามาใกล้ๆแล้วก็พูดขึ้น “ถ้าเช่นนั้นข้าคิดว่าพวกเราควรจะเดินทางออกจากเมืองแห่งนี้ได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ? ”
โจวฉีิมันหันใบหน้าไปหาผู้ที่อยู่ด้านหลังยิ้มด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากฤทธิ์ของสุราแล้วกล่าวด้วยท่าทางสะใจ“ แน่นอน!!! ในเมื่อแผนการเป็ไปได้ด้วยดีพวกเราก็เดินทางไปที่เมืองหลวงกันส่วนทางนี้ต้องจัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ”
พ่อบ้านโจวก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วก็รายงานกับนายท่านของมันด้วยรอยยิ้ม“ แน่นอนขอรับว่าจัดการเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ข้าทำการจัดการเกี่ยวกับเื่คนที่จะจัดการดูแลพวกเงินทองที่ค้าขายยาเ่าั้ได้แล้วจะส่งตามพวกเราไปที่เมืองหลวง”
คนเหล่านี้ช่างเป็คนเห็นแก่ตัวพวกมันรู้ดิถึงผลกระทบที่จะตามมาหลังจากนี้อยู่แล้วถ้ามีผู้คนเดินทางมาเพื่อซื้อยาชนิดนั้นมากขึ้น มีโอกาสที่ภายในเมืองแห่งนี้จะกลายเป็บ่อเกิดของโรคระบาดขนาดใหญ่
และเมื่อรู้ได้เช่นนั้นแทนที่พวกมันจะทำการหยุดการกระทำของพวกมันแต่ด้วยความโลภมากของพวกมัน พวกมันไม่ได้หยุดการกระทำนั้น
แต่ว่าสิ่งที่พวกมันกระทำก็คือการที่พวกมันนั้นเลือกที่จะดำเนินกิจการต่อแล้วก็ทำตามแผนการทุกอย่างส่วนตัวพวกมันก็รักษาชีวิตโดยการที่อพยพไปอยู่ภายในเมืองหลวง
ใน่เวลาที่พวกมันไปอยู่ด้วยเมืองหลวงจะมีคนจัดการนำเอาเงินที่ค้าขายได้ในแต่ละวันส่งตามพวกมันไปที่เมืองหลวง
เพราะแบบนั้นพวกมันก็เพียงแค่ทำการรอเท่านั้นรอรับเงินอยู่ที่เมืองหลวงอย่างปลอดภัยในขณะที่เมืองแห่งนี้จะกลายเป็บ่อเกิดของโรคระบาดขนาดใหญ่และในขณะเดียวกันก็จะกลายเป็เหมือนกับขุมทรัพย์ก้อนโตให้กับพวกมัน
โจวฉีิฉีกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจพยักหน้าแล้วก็ขานรับออกไป“แน่นอนถ้าเตรียมการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้วในวันพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปที่เมืองหลวง”
มันต้องรีบทำการออกเดินทางเพราะว่ามันรู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าข่าวนี้แพร่กระจายออกไป
เพียงแค่ไม่กี่วันผู้คนจำนวนมากก็จะเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้
ที่จริงแล้วผู้คนมักจะเลือกอย่างใดอย่างนึงจากเงินทองแล้วก็ชีวิตแต่ว่าคนพวกนี้ละโมบมันเลือกทั้งสองอย่างอยากทั้งรักษาชีวิตและก็อยากได้เงินทองเลยทำการคิดแผนการนี้เพื่อทำร้ายคนอื่น
โจวฉีิมันสนใจเพียงแค่ชีวิตของตนเองและเงินทองเท่านั้นเพราะแบบนั้นเลยไม่สนว่าตัวเองจะใช้วิธีเช่นไร
ในตอนนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็บริเวณเมืองแถบชายแดนหรือว่าจะเป็เมืองตี้หนานมันก็ล้วนแล้วแต่เป็สถานการณ์ที่ย่ำแย่ทั้งสิ้น
ทางด้านเมืองชายแดนเกิดกลายเป็โรคระบาดขนาดใหญ่ที่กำลังจะแทรกซึมเข้าทางกองทัพเมืองตี้หนานกำลังจะกลายเป็เขตที่มีโรคระบาดขนาดใหญ่อพยพเข้ามา
ลู่หยางหลังจากที่แยกจากกับคุณชายเว่ยเขาสะพายกล่องไม้ของตนเองเดินไปที่สำนักศึกษาเพื่อรอรับบุตรสาวของตนเองกลับบ้านแต่กลับต้องเจอบางอย่างที่ไม่คาดคิด
จบบท