เมื่อเวลาล่วงเลยไปเรื่อย ๆ ศิษย์ที่ได้รับการยอมรับจากของวิเศษก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหลือเพียงศิษย์ที่มีชีพจริญญาระดับดินไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังไม่เจอของที่ถูกใจ
“เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามแล้ว!” ผู้าุโสูงสุดเอ่ยเตือน “โอกาสมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น พวกเ้าอย่าได้โลภมากเป็อันขาด!”
“ครึ่งชั่วยาม” มู่เทียนเซี่ยถอนหายใจ ครึ่งชั่วยามสำหรับนางก็คงเพียงพอ นางได้รับความเชื่อใจจากิญญากระบี่แล้ว ขอเพียงทำให้กระบี่ยอมรับนางเป็นายได้ กระบี่เซียนเล่มนี้ก็จะเป็ของนาง!
บรรดาศิษย์ที่ยังไม่เจอของวิเศษที่ถูกใจ ต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างระอา ทำได้เพียงย้อนกลับไปหาของวิเศษที่ตัวเองเจอก่อนหน้านี้ ความจริงแล้วด้วยพร์ของพวกเขาย่อมได้รับการยอมรับจากของวิเศษตั้งนานแล้ว
แต่ในสุสานกระบี่แห่งนี้ทุกที่ล้วนมีของวิเศษอยู่เต็มไปหมด แม้แต่อาวุธครึ่งเซียน หรืออาวุธเซียนก็ยังมี!
โบราณกล่าวเอาไว้ว่า หากไม่เปรียบเทียบ ก็ไม่ช้ำใจ
หากไม่มีใครได้รับอาวุธเซียนเลย ต่อให้จะได้แค่สมบัติิญญาชิ้นหนึ่งติดมือไปพวกเขาก็พอใจแล้ว แต่เมื่อเห็นคนอื่นได้รับของวิเศษที่ดีกว่า สมบัติิญญาที่พวกเขาได้รับจึงกลายเป็ของไร้ค่าไปในพริบตา
ส่วนมู่เชียนจิ่วเวลานี้ยังคงไม่ได้ของวิเศษเลยสักชิ้น แต่ตรงหน้าของนางมีกระบี่หักเล่มหนึ่งปักอยู่ ตัวกระบี่ที่เหลือเพียงครึ่งเดียวดูราวกับอำพันก็มิปาน ด้ามกระบี่สลักคำว่า ‘อวิ๋น’ เอาไว้ ซึ่งตอนนั้นอาจารย์เป็คนสลักให้นางเอง
กระบี่ฉงอวิ๋นเป็อาวุธประจำกายของมู่เสียวจิ่วในชาติก่อน เดิมกระบี่เล่มนี้เป็อาวุธเซียนขั้นสุดยอด และเป็ของวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในสุสานกระบี่แห่งนี้ เพียงแต่ในศึกใหญ่ครานั้น กระบี่ฉงอวิ๋นขวางการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวแทนนาง จึงทำให้ตัวกระบี่หักครึ่ง โดยอีกครึ่งหนึ่งไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน
อดีตบรรพจารย์น้อยอวิ๋นจับกระบี่ฉงอวิ๋นและลูบเบา ๆ ที่ตัวกระบี่ ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา และหยดลงบนตัวกระบี่
“เสี่ยวอวิ๋น ข้ากลับมาแล้ว”
*วิ้ง!*
ทันทีที่สิ้นเสียง ตัวกระบี่ที่มีเพียงครึ่งเดียวก็เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง มู่เชียนจิ่วทั้งตกตะลึงและดีใจในเวลาเดียวกัน “เสี่ยวอวิ๋น ใช่เ้าหรือไม่?”
ตัวกระบี่สั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ แสงอันเจิดจ้าสาดส่องออกมา ทั่วทั้งสุสานกระบี่จึงเกิดความโกลาหลขึ้น!
“เกิดอะไรขึ้น!”
ผู้าุโทั้งเจ็ดพยายามทรงตัวให้มั่นคง ก่อนมองไปทางมู่เชียนจิ่ว
มือข้างหนึ่งของหลิวมู่เฉินกำแน่น “นั่นคือกระบี่ฉงอวิ๋น!”
“กระบี่ฉงอวิ๋นของบรรพจารย์น้อยอวิ๋นไม่ใช่--” ผู้าุโสูงสุดรู้ตัวว่าเผลอพูดเื่ที่ไม่ควรพูดออกไป จึงรีบปิดปากตัวเองทันที
จิ่งอี๋เองก็เอ่ยด้วยท่าทางตื่นตระหนก “กระบี่ฉงอวิ๋นจริง ๆ ด้วย!”
ผู้าุโคนอื่น ๆ เองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกเช่นกัน กระบี่ฉงอวิ๋นเดิมเป็กระบี่ประจำกายของบรรพจารย์สำนักชิงอวิ๋น หลังจากที่ท่านบรรพจารย์จากไปแล้วก็ทิ้งกระบี่เล่มนี้เอาไว้ที่สุสานกระบี่ หลังจากหลับใหลมาหลายพันปีก็ยอมรับท่านบรรพจารย์น้อยอวิ๋นเป็นาย
เพียงแต่หลังจากที่ท่านบรรพจารย์น้อยอวิ๋นดับสูญ กระบี่ฉงอวิ๋นก็หักครึ่ง และหลังจากที่ท่านเ้าสำนักเอาไปแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยเห็นกระบี่เล่มนี้อีกเลย คิดไม่ถึงว่าท่านเ้าสำนักจะนำมันกลับมาไว้ในสุสานกระบี่
มู่เทียนเซี่ยตอนนี้กำลังอยู่ใน่เวลาสำคัญ ทว่าขณะที่กระบี่ชิงซวงกำลังจะยอมรับนางเป็นาย ทันใดนั้นกระบี่กลับะเิไออันเย็นะเืที่น่าพรั่นพรึงออกมา จนทำให้นางกระเด็นลอยไปไกล
อาวุธเซียนอันแข็งแกร่งมากมายทะยานขึ้นกลางอากาศ สมบัติิญญาที่เหลือก็พุ่งตามขึ้นไปติด ๆ แม้แต่ของวิเศษที่ได้นายใหม่แล้วก็ยังฝืนตัวจนเป็อิสระและพุ่งขึ้นไปกลางอากาศด้วยเช่นกัน
มู่เทียนเซี่ยถึงกับกระอักเืออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกระบี่ชิงซวงที่พุ่งขึ้นไปกลางอากาศ นางยื่นมือหมายจะคว้ากระบี่เอาไว้ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
“อย่า อย่าไป เ้าเป็ของข้า!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของจิ่งอี๋ก็ไม่สู้ดีนัก ทั้ง ๆ ที่กระบี่ชิงซวงมีท่าทีเหมือนจะยอมรับเซี่ยเอ๋อร์เป็นายแล้วแท้ ๆ ทว่าจู่ ๆ เหตุใดถึงทำร้ายนางเช่นนี้?
“รีบไปดูเร็วเข้า!” หลิวมู่เฉินเอ่ยเพียงเท่านั้น ร่างของจิ่งอี๋ก็หายไปจากตรงนั้นทันที
เวลาเดียวกัน มู่เชียนจิ่วเองก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ เสี่ยวอวิ๋นยังจำนางได้นางเองก็ดีใจมาก แต่ความโกลาหลเช่นนี้จะเล่นใหญ่เกินไปหน่อยหรือไม่
หมดกัน ตอนแรกข้า้าถ่อมตนเข้าไว้ แต่คราวนี้คงทำไม่ได้แล้ว
กระบี่ฉงอวิ๋นเปล่งแสงหลากสีออกมา และมีอาวุธเซียนเก้าชิ้น อาวุธครึ่งเซียนสิบสามชิ้น สมบัติิญญา สมบัติเวทอีกเกือบพันชิ้นวนรอบมันอยู่ นี่คืออาวุธที่สำนักชิงอวิ๋นเก็บสะสมมาหลายหมื่นปี
สำนักระดับสูงอื่น ๆ แค่มีอาวุธเซียนสองถึงสามชิ้นก็ถือว่าดีมากแล้ว และเกรงว่าคงมีแค่สำนักชิงอวิ๋นเท่านั้น ที่มีอาวุธเซียนมากมายเช่นนี้ใน!
“เด็กคนนี้นี่เอง!” ผู้าุโสูงสุดเห็นมู่เชียนจิ่วที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าผู้าุโก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ตอนนั้นที่บรรพจารย์น้อยอวิ๋นได้รับการยอมรับจากกระบี่ฉงอวิ๋นก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน!
หลิวมู่เฉินจับจ้องที่ไปมู่เชียนจิ่ว กระบี่ฉงอวิ๋นเล่มนี้เขาเป็คนนำกลับมาและเอามาไว้ในสุสานกระบี่ด้วยตนเอง อีกทั้งตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของิญญากระบี่แล้วนี่นา เหตุใดจู่ ๆ ิญญากระบี่ของกระบี่ฉงอวิ๋นถึงฟื้นคืนมาได้ล่ะ?
หรือความจริงแล้วมันยังอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เพียงแต่ตั้งใจหลบซ่อนตัว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน?
*ตูม!*
ของวิเศษนับพันชิ้น ไม่ว่าจะเป็อาวุธเซียน หรืออาวุธครึ่งเซียนต่างก็ะเิพลังิญญาอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ก่อนที่แสงเ่าั้จะหายไป เพราะถูกกระบี่ฉงอวิ๋นดูดกลืนพลังิญญาเ่าั้เข้าไปจนหมด
“พวกมันจะทำอะไรกันแน่?” ผู้าุโสูงสุดตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด
เสียงของหลิวมู่เฉินสั่นเครือเล็กน้อย “พวกมันกำลังซ่อมแซมกระบี่ฉงอวิ๋น”
“ซ่อมแซมกระบี่ฉงอวิ๋น?” ผู้าุโตันซิงจื่อร้องออกมาด้วยความใ “จะเป็ไปได้อย่างไร!”
ทว่าไม่นานพวกเขาก็พบว่า ตัวกระบี่ฉงอวิ๋นได้รับการซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว ตัวกระบี่เปล่งแสงระยิบระยับ พร้อมแผ่ไอพลังของอาวุธเซียนขั้นสุดยอดออกมา เรียกได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
“นั่นมันอะไร?” มู่เทียนเซี่ยที่วิ่งตามกระบี่ชิงซวงมา เมื่อเห็นกระบี่ฉงอวิ๋นที่ลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้า ดวงตาก็มีประกายความปรารถนาอันแรงกล้าพาดผ่านทันที
*วิ้ง!*
กระบี่ฉงอวิ๋นยังสั่นไม่หยุด ส่งเสียงฉวัดเฉวียนไปมา มันรออยู่ที่นี่มาสามร้อยปีเต็ม ๆ ในที่สุดเ้านายของมันก็กลับมาแล้ว!!!
มู่เชียนจิ่วถึงกับกุมขมับ แต่ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่านางจะแก้ตัวอย่างไรก็คงไร้ประโยชน์ อย่างไรเสียนางก็เปลี่ยนกายเนื้อไปแล้ว ต่อให้อาจารย์จะมีตบะบารมีสูงส่ง เขาก็ไม่สามารถมองทะลุไปถึงจิติญญาของนางได้แน่!
หากช่วยไม่ได้จริง ๆ อย่างมากนางก็แค่แกล้งทำตัวบ้าใบ้เท่านั้นเอง ยืนกรานไม่ยอมรับท่าเดียว นางไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครกล้าผ่ากะโหลกของนางออกมาดู
“อาจารย์ ข้า...ข้าควรทำเช่นไรขอรับ?” มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่มองไปทางอาจารย์ของตน พลางแสร้งถามออกมาด้วยท่าทางประดักประเดิด
หลิวมู่เฉินสบตากับศิษย์คนใหม่ชั่วอึดใจหนึ่งด้วยความสับสน “มัน้ารับเ้าเป็นาย เ้าแค่ให้เืมันหยดหนึ่งก็พอ”
“ขอรับ!” มู่เชียนจิ่วรับคำ ก่อนจะรีบกรีดนิ้วของตัวเอง
เืยังไม่ทันหยดลงพื้นก็ถูกกระบี่ฉงอวิ๋นดูดหายเข้าไปในตัวกระบี่ทันที หลังจากนั้นทุกคนได้แต่งุนงง เมื่อเห็นกระบี่ฉงอวิ๋นหายเข้าไปในร่างของมู่เชียนจิ่ว!
ภายใต้หน้ากาก ลายรูปกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมู่เชียนจิ่ว ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“เ้าคนสารเลวนั่นอีกแล้ว!” มู่เทียนเซี่ยจ้องบุรุษหน้ากากไร้หน้าเขม็ง ความเคียดแค้นในดวงตาราวกับจะฉีกคนออกเป็ชิ้น ๆ ได้ นับั้แ่เ้าคนสารเลวนั่นปรากฏตัว ทุกอย่างที่นางวางเอาไว้ต่างก็ผิดแผนไปหมด!
…หากไม่สังหารเ้าสารเลวผู้นี้ นาง มู่เทียนเซี่ยก็ไม่ใช่คนแล้ว!
หลังจากกระบี่ฉงอวิ๋นยอมรับเ้านายของมันแล้ว บรรดาของวิเศษชิ้นอื่น ๆ ต่างกลับไปอยู่ในมือของเ้านายพวกมันตามเดิม
มู่เทียนเซี่ยคิดว่ากระบี่ชิงซวงก็จะกลับมาหานางเช่นกัน ทว่าไม่นานนางก็ถึงกับยิ้มไม่ออก เพราะกระบี่ชิงซวงไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาหาแต่อย่างใด มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศเช่นนั้น ทั้งยังแผ่ความเย็นอันรุนแรงออกมา
นอกจากนี้อาวุธเซียนอื่น ๆ ก็ยังคงลอยอยู่กลางอากาศเช่นกัน ทั้งยังแผ่อานุภาพของตัวเองออกมาอย่างแรงกล้า
ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาว่าอาวุธเซียนเ่าั้้าทำสิ่งใดกันแน่ อาวุธเซียนที่เป็รองเพียงกระบี่ชิงซวงอย่าง ‘หม้อสารพัดนึก’ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของมู่เชียนจิ่ว
.
.
.