ร่างของสมิทธิ์ลอยสูงขึ้น... สูงขึ้น… เขาจำคำแนะนำของเทพแห่งาได้ที่บอกว่าการเหาะเหมือนการว่ายน้ำถ้าอย่างนั้นตอนนี้เขาก็เปรียบเสมือนอยู่ใต้ทะเลลึก และกำลังพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ
รอบตัวของเขามีแต่ความมืดมิด อึดอัด ควันสีดำปกคลุมไปทั่วแม้สมิทธิ์จะกังวลว่าสถานการณ์ของโลกเบื้องล่างตอนนี้จะวุ่นวายสิ้นหวังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่เขาทำได้เพียงอย่างเดียวคือการหยุดยั้ง คราส คนทรงเทพแห่งความมืด ต้นเหตุทั้งหมดของความวุ่นวายเหล่านี้ให้ได้
ไม่นานนัก เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏช่องแสงเล็กๆ ลอดผ่านความมืดใกล้เข้ามา และดูขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
แสงสว่างวาบร่างของสมิทธิ์ทะลุผ่านความมืดออกมาจนได้
รอบข้างของเขาตอนนี้คือท้องฟ้าสดใส อากาศปลอดโปร่งเขารู้สึกว่าตัวเองสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอดอีกครั้งเมฆสีขาวจางๆ ลอยกระจายอยู่เหนือเมฆดำที่เกาะกลุ่มอยู่ด้านล่างมองไม่เห็นทิวทัศน์ของโลกอีกต่อไป
สมิทธิ์พยายามมองหาคราส เพียงครู่เดียวก็เจอเงาของมนุษย์ที่ลอยอยู่กลางดวงอาทิตย์ต้องเป็เขาไม่ผิดแน่ แต่ปัญหาของสมิทธิ์ตอนนี้ก็คือ ร่างของเขากำลังลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด
“หยุด… หยุดซี่ เทพแห่งา ช่วยผมด้วย!” สมิทธิ์ร้องะโออกมา ขณะที่พยายามตะเกียกตะกายอยู่กลางอากาศ
“เธอก็ไม่น่าออกแรงะโมากขนาดนั้นนะ ปกติเวลาจะเหาะเนี่ยเขาใช้นิ้วเท้าดีดพื้นเบาๆ ก็พอ” เสียงของเทพแห่งาในหัวของสมิทธิ์ดังก้องขึ้นมาแทรกกับเสียงลมที่ปะทะหน้าของเขา
“มาบอกอะไรตอนนี้เล่า! แล้วตอนนี้ผมจะทำยังไงไม่ให้ลอยไปถึงอวกาศ?” ลิ้นของสมิทธิ์เริ่มรัวด้วยความลนลาน
“จำตอนที่เธอเจอกับเราครั้งแรกได้ไหมแค่เพียงเธอตั้งจิตให้มั่น ความ้าของเธอก็จะเป็จริง” คำพูดของเทพแห่งาฟังดูเป็ปริศนาแต่สมิทธิ์แปลเอาเองว่า เขาต้องใจเย็นๆ
สมิทธิ์หลับตา และพยายามสลัดความกลัวความตื่นเต้น หรือแม้แต่เสียงของเทพแห่งาออกไปจากหัว เขาเพ่งไปที่ความ้าที่อยากให้ร่างกายของเขาหยุดเคลื่อนที่เสียที
ทันใดนั้น ร่างของสมิทธิ์ที่ลอยขึ้นจนเกือบหลุดจากชั้นบรรยากาศของโลกก็เริ่มเคลื่อนไหวช้าลงและค่อยๆ หยุด เมื่อรู้สึกถึงความนิ่งสงบ ไม่มีเสียงและแรงลมรอบตัวอีกแล้ว เขาก็ลืมตาขึ้นมา
“ได้ผลแฮะ”
“เรียนรู้ไวเหมือนกันนี่”น้ำเสียงของเทพแห่งาเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ
สมิทธิ์รวบรวมสมาธิอีกครั้ง เพื่อพาร่างของตัวเองเหาะไปทางคราสคราวนี้เขาทำได้อย่างง่ายดาย
ครั้งแรกที่สมิทธิ์ได้เห็นคนทรงเทพแห่งความมืดอย่างชัดเจนรูปลักษณ์ของเขาต่างไปจากร่างทรงระดับ 2 ของเทพแห่งาไม่น้อย
ชุดที่คราสสวมใส่เป็สีม่วงเข้มเกือบดำ เกราะโลหะสีทองแหลมเล็กโผล่ขึ้นมาตามร่างกายดูเผินๆ เหมือนเขี้ยวที่แทงทะลุิัขึ้นมาเขาใส่หน้ากากครึ่งหน้าปิดเฉพาะ่ดวงตา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งล่างที่มีสีผิวคล้ำเหมือนคนที่ผ่านการทำงานกลางแดดมาเป็เวลานาน
ด้านหลังศีรษะของเขาไม่มีแผ่นแสงส่องสว่างเหมือนกับสมิทธิ์เมื่อรวมกับสัญลักษณ์บนหน้าอกของคราส ซึ่งเป็รูปดวงจันทร์เสี้ยวมีเงามืดมาบังก็ดูสมกับเป็คนทรงเทพแห่งความมืดและ คราส ชื่อของเขา
“อ้อ! มาสักที ร่างทรงระดับ 2 งั้นเหรอ แกเป็คนฆ่าพวกคนทรงเมื่อ10 ปีก่อนใช่ไหม?” เสียงของคราสแหบทุ้มแต่คราวนี้ดังชัดเจนไม่ขาดๆ หายๆ
ไม่ผิดแน่ เขาคือเ้าของเสียงลึกลับก่อนหน้านี้ที่ส่งตรงเข้ามาในหัวของทุกคน
“ป... เปล่านะชั้นแค่มาบอกให้นายเลิกทำแบบนี้เท่านั้น” สมิทธิ์รีบปฏิเสธพัลวัน
“ให้ข้าเลิกงั้นเหรอ พวกมนุษย์ทั้งเห็นแก่ตัวทั้งไร้ความรับผิดชอบ!” คราสะโขึ้นมา
“หลังจากเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครจับตัวฆาตกรได้เลยั้แ่รู้ว่าตัวเองเป็คนทรง ข้าก็อยู่อย่างหวาดระแวงเรื่อยมา” เสียงของเขาเบาลงท่าทางของเขาดูหวาดกลัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะะโขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่ข้าจะไม่ทน!หลังจากที่ข้าฝึกฝนฝีมือจนสามารถสร้าง หมอกทมิฬ ได้ ข้าก็ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไปแล้ว”
