เทพสงครามมังกรเทวะ

    งานชุมนุมขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์

    เฟยหรงไม่ได้แปลกใจอะไรกับเฟยหว่านถิงนักที่นางได้รับเลือกให้มายังหอกระบี่ดาวตกที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากนางเองก็อยู่ในระดับนักบุญและมีคุณสมบัติมากพอที่จะมาที่นี่ แต่กลับเหล่ยอิงแม้จะไม่ได้พบเจอกันมากนักเพียงแค่เห็นนางตอนไปเอาบัลลังก์ราชันเท่านั้นในเวลานั้นนางยังอยู่เพียงระดับราชันขั้นปลายอยู่เลย การที่นางมาที่นี่ได้ย่อมแสดงว่าพรสวรรค์ของนางนั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน

     

    "หืม ถือว่าไม่ธรรมดาถึงขนาดหลุดรอดการสัมผัสของมหาเทวะทั้งสองได้"ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังสนใจการประลองอยู่นั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ผิดปกติได้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีใดแอบลอบเข้ามาถึงกับทำให้พลังปราณของตัวเองเบาบางดุจอากาศ แต่น่าเสียดายนักที่เฟยหรงสามารถตรวจจับทางวิญญานได้ดังนั้นเขาจึงเคลื่อนกายออกไปพร้อมกับอุ้มลูกน้อยไปด้วย พริบตาก็มาโผล่ที่ริมหน้าผาของเกาะศิษย์สายนอก

     

    "ออกมาเถอะ ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่"เฟยหรงกล่าวเสียงเรียบ เด็กน้อยสองคนในอ้อมแขนมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง นี่พ่อของพวกนางคุยอยู่กับใครกันแต่พริบตาหลังจากนั้นร่างเงาของเทพธิดาผมมรกตก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเฟยหรง

     

    "จะ เจ้าสัมผัสถึงข้าได้อย่างไร"นางกล่าวออกมา แม้นางจะอยากเรียกตัวเองว่าย่ามากเพียงใดแต่ตอนนี้กลับต้องกลืนคำนั้นลงไป จนกว่าจะได้รับการยอมรับจากพวกเขาอีกครั้ง

     

    "ทักษะของท่านดีมาก หากสัมผัสพลังปราณย่อมไม่มีทางทำได้ แต่สิ่งที่ข้าสัมผัสหาใช่พลังปราณแต่เป็นพลังวิญญานของท่าน ดังนั้นจึงระบุตัวตนได้ไม่อยาก เอาละข้าก็ตอบคำถามแล้วถึงตาท่านตอบบ้าง"เฟยหรงกล่าวอีกครั้ง หยุนอู่หลิงที่ได้ยินก็ผงะไปครู่ใหญ่

     

    "เพียงแค่อยากจะขอโทษ"นางกล่าวด้วยเสียงสั่นเคลือ

     

    "ขอโทษ?? ขอโทษในฐานะอะไร? หากเป็นในฐานะคนในตระกูลหยุนท่านพ่อก็กล่าวไปแล้วว่าไม่มีอะไรติดค้างกันอีก แต่หากมาขอโทษในฐานะแม่หรือภรรยาอันนี้ข้าก็คงช่วยท่านไม่ได้อีกเช่นกันเรื่องนี้ท่านควรจะต้องไปบอกกับเขาเอง"เฟยหรงกล่าว แววตาของหยุนอู่หลิงดูเศร้าขึ้นทันตา เฟยหรงเมื่อเห็นถึงกับถอนหายใจออกมาก่อนที่จะกล่าวขึ้นอีกครั้ง "ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับท่านปู่และท่านพ่อก็แล้วกัน ท่านก็พยายามเข้าละ"เฟยหรงกล่าวจบก็หันหน้าเตรียมตัวจะจากไป

     

    "ดะ เดี๋ยวก่อน!! เจ้าไม่โกรธข้าหรือ??"หยุนอู่หลิงกล่าวถาม เฟยหรงหยุนชะงักฝีเท้าก่อนจะหันมากล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ"โกรธ??ข้าจะโกรธท่านเรื่องอะไรกัน เรื่องราวทั้หมดท่านเป็นคนทำหรือ ก็ไม่นี่ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดจริงไหม ท่านย่า"

     

    กล่าวจบเงาร่างของชายหนุ่และเด็กน้อยสองคนก็หายไปในทันที หยุนอู่หลิงที่ได้ยินคำกล่าวนั้นถึงกับน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เมื่อครู่เขาเรียกนางว่าย่า และมันทำให้จิตใจที่แสนมืดมนของนางในตอนนี้ได้พบกับแสงสว่างอีกครั้ง แม้จะยังไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับสามีและลูกแต่นางก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อยกับคำพูดนั้นของเฟยหรง

     

    "ท่านพ่อเจ้าคะ ผู้หญิงแสนสวยคนนั้นเป็นใครหรือเจ้าคะ นางงดงามเหมื่อนท่านแม่เลย"เฟิงหยุนเยว่กล่าวด้วยความสงสัยในระหว่างทางที่กำลังจะกลับ เฟยหรงเมื่อเห็นว่าเด็กๆสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาเขาก็ก้มลงก่อนจะกล่าวว่า "นั่นคือย่าทวดของพวกเจ้า แต่พวกเจ้าต้องรับปากกับพ่อ อย่าได้พูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่"

     

    "เรื่องนั้นก็ได้อยู่เจ้าค่ะ แต่ท่านพ่อท่านต้องจ่ายค่าปิดปากให้พวกข้านะเจ้าคะ"เฟิงหยุนเยว่กล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้เฟยหรงถึงกับผงะ นี่ลูกสาวของเขาไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันละเนี้ย สงสัยคงจะเป็นพวกแม่ๆของนางที่สอนพวกนางเช่นนี้

     

    "แล้วพวกเจ้าอยากได้อะไรละ พ่อจะหามาให้"เฟยหรงหันไปหาบุตรสาวก่อนจะกล่าว เฟิงหยุนเยว์ยกยิ้มอย่างพอใจ "ข้าอยากได้กระบี่เจ้าค่ะ"

     

    "ขะ ข้าก็อยากได้เจ้าค่ะ"ปิงลี่อินกล่าวขึ้นอีกหนึ่งเสียง เฟยหรงที่ได้ยินก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ถึงอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็เป็นแหล่งรวมของมือกระบี่มากมาย ดังนั้นไม่แปลกอะไรที่พวกนางจะอยากได้กระบี่สักเล่มเป็นของตัวเอง

     

    'กระบี่ของพวกนางงั้นหรือ คนหนึ่งมีธาตุไฟคงต้องไปขอวัตถุดิบจากตระกูลเฟิง ส่วนอีกคนเป็นธาตุเหมันต์คงจะต้องไปขอวัตถุดิบจากทางทิศเหนือ ดูเหมือนจะต้องพาพวกนางไปเที่ยวเสียหน่อยแล้วกระมัง แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องจัดการเรื่องท่านแม่เสียก่อน'เฟยหรงคิดในใจ

     

    "ก็ได้ พอจะทำกระบี่ให้พวกเจ้าคนละเล่มตกลงหรือไม่"เฟยหรงหันไปกล่าวกับเด็กน้อยทั้งสอง พวกนางที่ได้ยินพากันดีใจยกใหญ่ เฟยหรงเมื่อให้ว่าเจ้าหญิงน้อยของเขาพึงพอใจก็ได้ยิ้มออกมาและพุ่งตัวหายไปพร้อมกับพวกนาง จนมาหยุดอยู่ที่หน้าถ้ำบำเพ็ญของตนเองที่ในเวลานี้หญิงสาวสามคนกำลังกอดอกรอพวกเขาพ่อลูกอยู่

     

    "สามคนพ่อลูกไปไหนกันมา!! ดึกดื่นป่านนี้พึ่งจะกลับ!"เฟิงเสวียในฐานะพี่ใหญ่ในเวลานี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม เจ้าหญิงตัวน้อยทั้งสองรีบมาซ่อนด้านหลังของผู้เป็นพ่อในทันที ทำให้เฟยหรงต้องรับหน้าเต็มๆ จนชายหนุ่มต้องยกยิ้มเจื่อน "ข้าพาพวกนางไปดูการประลองที่เกาะลอยฟ้าศิษย์สายนอกมาน่ะ"

     

    "การประลองศิษย์สายนอก!!!"หญิงสาวทั้งสามอุทานพร้อมกัน พวกนางหันมาไปหากันก่อนจะหันกลับมามองเฟยหรง "เจ้าตัวร้ายนี่คงไม่ใช่ว่าไปหว่านเสน่ห์มาใช่ไหม เจ้ามีหญิงที่พึงใจอีกแล้วหรือ!!"

     

    "ชะ ใช่ที่ไหนกัน!! พวกเจ้าคิดว่าข้าจะไปหว่านสเน่ห์โดยพาลูกไปด้วยหรือ เห็นข้าอย่างนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นสตรีแล้วรวบกินทั้งหมดเสียเมื่อไร"เฟยหรงถอนหายใจยาว ดูเหมือนภาพลักษณ์ของเขาที่บรรดาภรรยาคิดจะเป็นพวกบ้าตัณหาสินะ

     

    "แล้วไป ข้าก็คิดว่าจะต้องพิจารณาพี่น้องคนใหม่เสียแล้ว มาลูกๆเข้าถ้ำเถอะ ส่วนสามีตัวน้อยดูเหมือนว่าท่านหลงเสี่ยวหยาจะตามหาเจ้าอยู่นะเหมือนจะมีเรื่องสำคัญมากๆเลยด้วย"เฟิงเสวียกล่าวทิ้งทายและเดินเข้าถ้ำไป

     

    "เรื่องสำคัญ??"เฟยหรงสงสัยขึ้นมาทันที ดูเหมือนช่วงนี้เขาจะยุ่งเป็นพิเศษเลยทีเดียวขนาดพึ่งกลับมาจากตระกูลหยุนยังมีเวลาได้พักไม่ถึงสิบชั่วยามด้วยซ้ำ ในใจคิดอยากจะเล่นจ้ำจี้กับภรรยาบ้างยังทำไม่ได้เลย เฟยหรงถอนหายใจยาวและเดินไปด้วยท่าทียังอาลัยอาวรณ์ไม่น้อยในที่สุดก็มาถึงยังที่พักของหลงเสี่ยวหยาที่อยู่หลังเกาะลอยฟ้าของประมุข

     

    "ท่านหลงเสี่ยวหยามีอะไรหรือขอรับ"จักรพรรดิมังกรทองหันมามอง ใบหน้าของเฟยหรงในตอนนี้มุ้ยอย่างเห็นได้ชัดและเขาก็รู้ว่าสาเหตุน่าจะมาจากตัวของเขาที่เรียกชายหนุ่มมาในยามวิกาลเช่นนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อครั้งนี้มันจำเป็นจริงๆ

     

    "เมื่อสักครู่ผู้อาวุโสได้นำจดหมายมาให้เฟยเทียนพ่อของเจ้า แต่เขากำลังปิดด่านปลูกถ่ายเส้นลมปราณให้กับปู่ของเจ้าดังนั้นข้าจึงเปิดอ่านแล้ว มันคือจดหมายการชุมนุมของขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์!!"หลงเสี่ยวหยากล่าว

     

    "การชุมนุมขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์!!"เฟยหรงที่หน้ามุ้ยอยู่เมื่อครู่เริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว

     

    "ใช่ มันเป็นการชุมนุมในรอบห้าปีของขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สิ่งของ รวมไปถึงวิชายุทธด้วย โดยการชุมนุมครั้งนี้จะจัดขึ้นที่พิภพกู่ โดยงานจะเริ่มในอีกเจ็ดวันข้างหน้าหากจะไปเราต้องออกเดินทางตอนนี้เพราะพิภพกู่อยู่สุดเขตแดนของทวีปเขตเหนือ!!"หลงเสี่ยวหยากล่าวอธิบาย

     

    "พิภพกู่!!"เฟยหรงอุทานอย่างตกใจ หนึ่งคือขุมกำลังพวกนั้นรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขามีมหาเทวะแล้ว ทั้งหากเดาไม่ผิดพิภพกู่คือบ้านเกิดของอาจารย์ของเขาไม่ใช่หรือ น่าเสียดายที่ตอนนี้อยู่อาจารย์ของเขาอยู่ในกระบวนการณ์ฟื้นฟูพลังไม่เช่นนั้นเขาอาจจะมีความคิดเห็นในเรื่องนี้ก็ได้

     

    "ไปสิขอรับ มีท่านไปด้วยท่านพ่อคงไม่ว่าอะไร ให้ท่านไป๋หู่อยู่ที่นี่คอยดูสถานการณ์ไว้ก็น่าจะเพียงพอเพราะถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นขุมกำลังใหม่แต่กลับมีมหาเทวะถึงสองตน"เฟยหรงกล่าวอย่างสนใจ แหล่งแลกเปลี่ยนสำหรับขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือไม่แน่มันอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจก็ได้

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน