สวยเหลือเกิน...พ่อมักจะพูดเช่นนี้กับฉันเสมอๆและเพื่อเป็เครื่องยืนยันในคำพูดนี้พ่อจะหยิบล๊อกเก๊ตห้อยคอทองคำล้อมกรอบด้วยไข่มุกและเพชรท่านจะหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังอย่างทะนุถนอม และแล้ว...เรา...พ่อกับลูกก็จะก้มลงมองดูรูปของแม่ที่บรรจุอยู่ในล๊อกเก๊ตนั้น...แม่มีท่วงท่าสง่างามตามที่ได้รับเชื้อสายจากความเป็พระราชวงศ์จริงๆ ท่านงามเหมือนพระนางแมรี่ราชินีแห่งฝรั่งเศส ใบหน้านั้นงามละมัย ด้วยรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบริมฝีปากอิ่มเต็มดวงตาเป็สีผสมระหว่างน้ำตาลแกมเขียว สีของผมเล่าก็เป็ประกายสีทองสุกปลั่ง ราวแนวคลื่นที่เยียรยับ
สวยอย่างเลิศล้ำนะ...พ่อมักจะพูดซ้ำๆ พร้อมกับถอนหายใจและฉันก็เห็นด้วยกับท่าน และไม่เคยสำนึกแม้แต่สักนิดว่าใบหน้าที่เรากำลังก้มลงมองอยู่นั้น ก็คือใบหน้าของตัวฉันเองสีผิวของแม่ก็คือสีผิวของฉัน รวมทั้งสีผมและดวงตาด้วย
พ่อมักจะพูดซ้ำๆ ซากๆ เกี่ยวกับความงามของแม่ความงามที่ทรงเสน่ห์ ฉลาดเฉลียวและแม่เลือกจะแต่งงานกับหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งซึ่งชื่อ โจนาธาน ฟอเรสเตอร์ แต่มิได้มองบุรุษผู้นั้นอย่างหนุ่มบ้านนอก เป็ชาวนาชาวไร่ แต่มองในด้านของคนที่มีความรู้ และเป็นักดนตรี ซึ่งรู้สึกว่าคุณสมบัติของพ่อที่ถูกใจแม่ก็มีอยู่เพียงเท่านี้และ่เวลาที่ท่านได้พบกันนั้น ก็เป็่ที่พ่อกำลังเป็นักแสวงโชคและแล้ว...ไร่ฮอร์ทอร์น ฮิลล์ แห่งนี้ ก็ได้เข้ามาอยู่ในมือของแม่ซึ่งมีความสามารถในการบริหารงานของไร่แห่งนี้อย่างน่าชมเชยแม่แบ่งไร่บางส่วนให้คนเช่าไปทำ สร้างโรงนมรีดนมขึ้นและซื้อม้าเืผสมพันธุ์ดีมา...
และในไม่ช้า ฐานะการเงินซึ่งได้จากผลผลิตในไร่ก็ฟื้นคืนตัวขึ้นแม่จัดการขยายบ้านโดยเพิ่มเติมปีกทั้งสองออกไปและเราก็ได้ห้องรับแขกกับห้องครัวใหม่ขึ้นมาเครื่องเรือนหลังเก่าแก่ถูกนำมาบูรณะซ่อมแซม หน้าต่างมีผ้าม่านสดใสมากางกั้นและแม่ก็ยังหาเวลาที่จะปลูกพืชผักสวนครัวและไร่ดอกไม้ไว้ดูเล่นได้อีกด้วยจนบ้านเก่าแก่หลังนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้...
ถึงแม้ว่า ฉันอาจจะไม่ได้รู้จักแม่ผ่านทางพ่อแต่ก็รู้จักได้จากการที่ท่านได้สรรค์สร้าง ฮอร์ทอร์น ฮิลล์ ของเราให้เป็สวน์ที่น่าอยู่ขึ้นมา...และแม้ว่าบัดนี้แม่จะไม่มีชีวิตอยู่แล้วแต่เราพ่อกับลูก ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่แม่สร้างไว้เลย
สำหรับพ่อนั้นฉันสามารถบรรยายความรู้สึกที่มีต่อท่านได้เพียงคำเดียวว่า “รักจนสุดหัวใจ”พ่อเป็คนร่างผอมสูง สีหน้าสงบ เคร่งขรึม มีแววกวีและความเป็ศิลปินอยู่ในตัวท่านอย่างมากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวพ่อนั้น เราจะระมัดระวังดูแลกันอย่างดีที่สุดด้วยความร่วมมือของฉันกับ โนเบิ้ล ฮาร์โรว...และโนเบิ้ลผู้นี้คือพลทหารที่รับใช้พ่อมาั้แ่สมัยา
โนเบิ้ล เคารพบูชา ในผู้บังคับบัญชาของเขาคือพ่ออย่างมอบกายถวายชีวิตให้พวกเราในบ้านเรียกเขาว่า “น๊อบ” เขาไม่ใช่คนช่างพูดและดูเหมือนจะรักพ่อเสียยิ่งกว่าหมาที่รักเ้าของเสียอีก... และเราก็ไม่เคยคิดว่าน๊อบเป็คนรับใช้ของเราด้วย เราถือเขาเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวไม่ว่าฉันจะคิดถึง ฮอร์ทอร์น ฮิลลิ์ ขึ้นมาครั้งใด ครั้งนั้นในความทรงจำของฉันจะต้องมีภาพของน๊อบร่วมอยู่ด้วยเสมอ...ฉันจะมองเห็นภาพของเขาได้อย่างชัดเจนทุกครั้งทุกครา ร่างเตี้ยๆ อ้วนๆของเขาเคลื่อนไหวไปทุกแห่งในบ้าน...น๊อบรักม้านักหนาและรับหน้าที่เป็คนดูแลม้าทุกตัวของฮอร์ทอร์น ฮิลล์ด้วย และก็จากน๊อบนี่เองที่ฉันได้เรียนรู้ทุกเื่เกี่ยวกับม้า สัตว์แสนน่ารักพวกนั้น
พอฉันเริ่มเดินได้ ฉันก็ตามน๊อบเสียแล้ว ขณะที่ตามไปนั้นเขาก็จะเริ่มสอน... มิใช่การสอนด้วยคำพูดแต่ด้วยมืออันอ่อนโยนขณะที่เขาััเ้าสัตว์เลี้ยงพวกนั้น และพอฉันโตพอที่จะขี่ม้าได้เขาก็เลือกลูกม้าให้ฉันตัวหนึ่ง ให้ฉันเลี้ยงดูมันเองสอนให้ปฏิบัติต่อมันอย่างอ่อนโยน รักใคร่ ฉันให้ชื่อม้าตัวนี้ว่า “เจสัน” สีของมันดำสนิท ราวกับลูซิเฟอร์ เ้าแห่งซาตาน กระนั้น เท้าทั้ง 4ข้างขาวผ่อง ราวกับหุ้มไว้ด้วยถุงเท้าแพรสีขาว จมูกของมันนุ่มราวกับกำมะหยี่ริมฝีปากบางเหมือนกลีบกุหลาบและรู้ภาษาเหมือนมนุษย์
นานแสนนาน ก่อนหน้าที่ฉันจะได้เจสันมาด้วยซ้ำวันแล้ววันเล่าที่ผ่านไปชีวิตของฉันได้ดำเนินอยู่ท่ามกลางอ้อมอกที่คอยประคับประคองของผู้ชายสองคนนี้เท่านั้นคือ พ่อกับน๊อบ...ถ้าเพียงแต่จะมีผู้หญิงผ่านเข้ามาในชีวิตของเราตอนนั้นสักคนหนึ่ง ชีวิตของฉันก็คงจะแปรเปลี่ยนไปกว่านี้มากผู้หญิงคนนั้น คงจะไม่ยอมให้พ่อให้การศึกษาแก่ฉันตามแนวทางของท่านแน่เพราะพ่อนั้นไม่ยอมให้ใครมาพรากฉันไปจากท่านอย่างเด็ดขาดพ่อไม่ยอมแม้แต่จะส่งฉันไปโรงเรียนไม่ว่าจะใกล้สักแค่ไหนก็ตามแต่กลับสอนหนังสือและวิชาความรู้อื่นๆ ให้ด้วยตัวท่านเองโดยตั้งเวลาเรียนขึ้นั้แ่ 9 โมงเช้าถึงเที่ยงโดยเราจะนั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะตัวใหญ่ในห้อง
ทำงานของพ่อ พ่อจะนั่งพิงเก้าอี้พนักสูงในขณะที่ฉันนั่งอยู่บนตัวที่เตี้ยกว่า ต้องใช้หมอนหนุนรองก้นจึงจะสูงพอที่จะเขียนหนังสือบนโต๊ะตัวนั้นได้
แม้ฉันจะหลับตาลงในขณะนี้แต่ภาพจากความทรงจำรำลึกนั้นก็จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนภาพของแผนที่ซึ่งระบายสีไว้สดใสก็ดูราวจะมาวางอยู่ตรงหน้า มือผอมๆ บางๆประกอบด้วยนิ้วมือที่เรียวของพ่อจะเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าหนังสือหรือแผนที่นั้นตลอดเวลาที่อธิบายสายลมบริสุทธิ์โชยชื่นเข้ามาทางช่องหน้าต่างจนม่านบังตาปลิวไสวเสียงของพ่อราบเรียบสม่ำเสมอด้วยอารมณ์ที่ราบเรียบ และโต๊ะหนังสือนี่เองที่ฉันได้รู้จักการนับเลขจำนวนแรกรู้จักวิธีเขียนจดหมายที่ถูกต้องแบบแผนและหัดอ่านหนังสือตัวแรกเช่นเดียวกันจนก้าวหน้าไปถึงการเรียนภาษาละติน ฝรั่งเศส และกรีก รวมทั้งภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ด้วย
เราทำงานกันอย่างตั้งอกตั้งใจเต็มที่ จมอยู่ในโลกของหนังสือจนกว่าจะถึงเวลาอาหารกลางวัน ซึ่งหลังจากเวลานั้นแล้ว เราจะกลับไปเรียนต่อในชั่วโมงบ่ายนี้ ฉันจะต้องเรียนทั้งดนตรี ทั้งเปียโน และพิณ และพอถึงเวลาบ่าย 2โมง ชั่วโมงอิสระของฉันก็จะมาถึง ฉันจะวิ่งกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นุ่งกางเกง และสวมเสื้อเชิ้ตแต่งตัวแบบเด็กผู้ชายและวิ่งออกไปหาน๊อบซึ่งอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งซึ่งห่างกันแค่สวนกั้น น๊อบจะมาคอยอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาจะเฉยเมยอยู่เสมอเพราะไม่อยากจะให้ฉันได้ใจ และแล้ว...บทเรียนของเราก็จะเริ่มขึ้น โดยมีพวกสุนัขม้าในคอก ทุ่งหญ้าป่าใหญ่ และหุบเขาแห่งฮอร์ทอร์น ฮิลล์เป็ห้องเรียนวาระนั้นที่ฉันจะได้เรียนรู้วิธีการล่าสัตว์ ตกปลา และตามรอยสัตว์ด้วย
การพลิกฟื้นความทรงจำในอดีตนั้น ฉันยังได้ัักลิ่นอายแห่งชีวิตของเราใน่นั้นอยู่มากภาพของขวดหมึก หนังสือ สมุด แผนที่ ทำให้ฉันมองเห็นภาพของพ่อเฉกเช่นเดียวกันกับเมื่อมองเห็นภาพของฟางข้าว ม้า หรือสุนัขผู้ซึ่งเป็องค์ประกอบสำคัญของภาพนี้คือ น๊อบใบหน้าของพ่ออาบไว้แต่ความสุขขณะที่พ่อขยับปลายนิ้วไล่ไปตามคีย์เปียโนซึ่งฉันจะไม่มีวันทำได้อย่างท่านภาพของน๊อบที่ยืนจูงม้ารอที่จะพาฉันออกไปเที่ยวแถบูเาโอ้...วันคืนแห่งความสุขสันต์...วันคืนซึ่งได้สูญสิ้นไปจากชีวิตของฉันแล้ว...ปีทองแห่งชีวิตในวัยเด็กที่น่าหวนหาอาลัยยิ่งนัก
บุรุษทั้งสอง ซึ่งได้สร้างสรรค์ให้แก่เด็กหญิงเล็กๆคนหนึ่งนั้น จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า สิ่งเ่าั้มันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกินถ้าจะเปรียบเทียบกับชีวิตในวันข้างหน้าที่เธอได้ก้าวออกไปเผชิญรากฐานแห่งการศึกษาที่เขาได้มอบให้แก่ฉันนั้นมันมิใช่รากฐานแห่งการศึกษาสำหรับสุภาพสตรีในศตวรรษที่ 18 เลย ฉันไม่มีความรู้อะไรสำหรับการประพฤติปฏิบัติที่สุภาพสตรีเขาพึงมีกันไม่มีความรู้ด้านเย็บปักถักร้อย ความเป็แม่บ้านแม่เรือน ไม่รู้จักการเตรียมอาหารไม่มีสังคม...วิชาความรู้ที่น๊อบถ่ายทอดให้กับฉันนั้นซึ่งรวมทั้งการฟันดาบและยิงปืน เป็วิชาที่พวกผู้ชายเท่านั้นสมควรที่จะเรียนรู้แต่ทั้งน๊อบและพ่อ กลับช่วยกันอบรมสั่งสอนโดยมิได้สนใจว่าฉันจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย...วันคืนเ่าั้คือ์สำหรับเราโดยแท้
แต่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะเสพสุขใน์นั้นได้นานสักเพียงไหนความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และสิ่งแรกที่รบกวนความสงบสุขของเราก็ได้ย่างกรายเข้ามาตอนใกล้จะถึงครบรอบวันเกิดปีที่16 ของฉัน สิ่งที่ฉันไม่เคยได้รู้จักตลอดชีวิตที่ผ่านมาได้ปรากฏขึ้นวันที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนได้มาถึง โดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าวันเวลาแห่งความรื่นรมย์ของชีวิตใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว