องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 114 อับอายขายหน้าอีกคราเมื่อยามอาหารกลางวัน

            ปกติอากาศช่วงนี้น่าจะร้อนอบอ้าวแต่พอนั่งอยู่ในสวนไผ่แห่งนี้ อันซิ่วเอ๋อร์กลับไม่รู้สึกร้อนเลย ถึงกระนั้นป่านเซี่ยก็ยังเรียกสาวใช้ร่างเล็กสองคนมายืนพัดวีให้นางอยู่ไม่ห่าง

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกว่าตนเองกำลังจะจมลงสู่ความสุขสบายหรูหรานี้เสียแล้วไม่ว่าหญิงสาวบ้านนอกคนไหนได้ก้าวเข้ามาในสวนสวยงามตระการตาเช่นนี้ก็คงต้องตาลายพร่าไปตามๆ กัน

            แต่การจะได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่า สำหรับอันซิ่วเอ๋อร์แล้วทุกสิ่งที่นี่เหมือนเงาจันทร์ในน้ำ ดอกไม้ในกระจก จับต้องไม่ได้จริงแม้แต่บรรดาบ่าวไพร่ นางก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน ราวกับผุดขึ้นมาจากอากาศธาตุ

            บางทีนี่อาจเป็นธรรมเนียมของตระกูลจางบ่าวไพร่เหล่านี้คงถูกส่งมาจากคนอื่นในตระกูลเพื่อมาดูแลนางหากพอใจก็ส่งคนมาให้ใช้ ไม่พอใจเมื่อไรก็เรียกกลับไปได้ทุกเมื่อ

            อันซิ่วเอ๋อร์ต้องการสิ่งที่นางควบคุมเองได้ทุกอย่างที่นี่ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนาง ไม่ใช่ของนาง ต่อให้หรูหราเพียงใดนางก็ยังรู้สึกแปลกแยก ไม่รู้สึกเป็นเจ้าของเลยแม้แต่น้อย

            "ฮูหยินเจ้าคะฮูหยินผู้เฒ่าให้มาเชิญท่านไปรับประทานอาหารกลางวันเจ้าค่ะ" พักผ่อนได้ไม่นาน ก็มีสาวใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาจากด้านนอก

            อันซิ่วเอ๋อร์สูดหายใจลึกรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้ไม่ต่างจากงานเลี้ยงเชือดเฉือน นางจึงถาม"ท่านพี่ใหญ่ไปด้วยหรือไม่?"

            "ไปเจ้าค่ะ" สาวใช้ก้มหน้าตอบ "นี่เป็นมื้ออาหารภายในครอบครัวคุณชายใหญ่กับฮูหยินต้องไปร่วมด้วยเจ้าค่ะ"

            "อื้อ" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าแล้วลุกขึ้น "ถ้าเช่นนั้น ก็นำทางไปเถอะ"

            "เจ้าค่ะ" สาวใช้ลุกขึ้นเดินนำ อันซิ่วเอ๋อร์เดินตามไป นางพยายามยืดตัวตรงไม่มองซ้ายมองขวา ไม่อยากให้ใครรู้ว่านางกำลังกลัวหรือประหม่ากลัวจะถูกหาว่าเป็นหญิงบ้านนอก ไม่รู้ธรรมเนียม

            พอมาถึงเรือนพักของอูซื่ออีกครั้งอันซิ่วเอ๋อร์ก็สูดหายใจลึก กลยุทธ์แสร้งโง่เมื่อเช้าใช้ไม่ได้ผลตอนนี้นางไม่รู้จะรับมือกับอูซื่อและคนอื่นๆ อย่างไรดี หากนางทำอะไรพลาดไปนิดเดียวอูซื่อต้องหาเรื่องตำหนินางแน่

            ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในใจนาง"อยากจับผิดก็ปล่อยให้จับผิดไปสิ ก็เรามันบ้านนอกจริงๆ นี่นาจะเป็นไรไป"

            "แต่จะปล่อยให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะไม่ได้นะ!"อีกเสียงหนึ่งแย้งขึ้น

            สองเสียงในหัวเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่ได้ข้อสรุปนางเป็นเพียงหญิงสาว หรือต่อให้เป็นคนอื่น ใครบ้างจะไม่รักหน้าตาใครบ้างอยากจะโดนคนอื่นดูถูกเยาะเย้ย

            ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าระวังตัวให้มากเข้าไว้พยายามไม่พูดอะไรก็แล้วกัน

            อันซิ่วเอ๋อร์คิดเช่นนั้นแล้วจึงก้าวเข้าสู่ลานบ้าน ไม่นานก็มีสาวใช้ของอูซื่อออกมาต้อนรับป่านเซี่ยอธิบายกับสาวใช้ผู้นั้นสองสามคำ จากนั้นนางก็เดินนำอันซิ่วเอ๋อร์เปิดม่านพาไปยังห้องอาหาร

            พออันซิ่วเอ๋อร์เข้าไปถึงห้องอาหารก็มีคนนั่งอยู่บ้างแล้ว ยังคงเป็นหน้าเดิมๆ ที่เจอเมื่อเช้าจางเจิ้นอันก็อยู่ที่นั่นด้วย ทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างยังดีที่คนในตระกูลจางไม่ได้เยอะแยะมากมายอย่างที่คิดไม่อย่างนั้นนางคงลำบากกว่านี้แน่

            "ซิ่วเอ๋อร์ มาแล้วรึ" พอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์เดินเข้ามา จางเจิ้นอันก็รีบลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้พอนางนั่งลง เขาก็พูด "ข้าว่าจะไปตามเจ้าอยู่พอดีแต่คนของท่านแม่บอกว่าไปแจ้งเจ้าแล้ว ข้าเลยมานี่ก่อน"

            "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะแล้วเรื่องงานวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?" อันซิ่วเอ๋อร์ถาม

            "ก็เรียบร้อยดีข้าเพิ่งได้รับมอบหมายงานใหม่ ช่วงนี้คงจะยุ่งๆ หน่อย อาจจะต้องห่างๆ เจ้าไปบ้าง"จางเจิ้นอันบอกนาง

            อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มอย่างเข้าใจ"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านไปทำงานเถอะ ข้าอยู่เรือนสบายดี"

            "แค่กๆ!" ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันออกรสอูซื่อก็ทนดูไม่ได้ กระแอมเสียงดังขัดจังหวะ "พวกเจ้าไม่รู้จักกฎที่ว่าเวลากินไม่พูด เวลาหลับไม่จา หรืออย่างไร?"

            พอได้ยินอูซื่อพูดเช่นนั้นใบหน้าจางเจิ้นอันก็กลับไปเรียบเฉยเหมือนท่อนไม้อีกครั้ง เขาเอ่ย"ท่านแม่ กินข้าวกับคนในครอบครัวไม่เห็นต้องถือพิธีรีตองจอมปลอมพวกนี้เลยนี่ขอรับ"

            "หึ!" อูซื่อแค่นเสียงในลำคอนางแค่ทนไม่ได้ที่เห็นจางเจิ้นอันคุยกับอันซิ่วเอ๋อร์ด้วยสีหน้าอ่อนโยนเช่นนั้นโดยไม่สนใจใครต่างหาก

            นางเป็นแม่ของเขาแท้ๆ แต่ในความทรงจำดูเหมือนเขาไม่เคยยิ้มให้นางแบบนี้เลย เขามักจะเคร่งขรึม จริงจังเสมอนางไม่เคยรู้เลยว่าเขาก็มีมุมที่อ่อนโยน มุมที่สนิทสนมกับคนอื่นแบบนี้ด้วย

            นอกจากอูซื่อแล้ว เย่จิ้งซูที่นั่งอยู่ข้างๆก็ยิ่งเจ็บปวดใจ นางดึงดันจะอยู่ที่ตระกูลจางต่อก็เพราะไม่เชื่อว่าตนเองจะสู้หญิงบ้านนอกคนนี้ไม่ได้ แต่ภาพตรงหน้าวันนี้ช่างบาดตาบาดใจนางเหลือเกิน

            เดิมทีความอ่อนโยนเหล่านี้ควรเป็นของนางแต่ตอนนี้ เขากลับมอบให้คนอื่นไปหมดแล้ว

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้คิดซับซ้อนขนาดนั้นนางแค่คุ้นเคยกับการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับจางเจิ้นอันระหว่างกินข้าวไม่คิดว่านี่จะเป็นการผิดธรรมเนียมของตระกูลจางอีกแล้ว

            นางจึงเงียบปากลงตามที่พวกเขาต้องการนั่งตัวตรงอยู่ข้างกายจางเจิ้นอัน รออาหารมาขึ้นโต๊ะ

            อาหารของตระกูลจางเลิศรสอย่างยิ่งแต่ละจานที่ทยอยนำมาตั้งสำรับ ล้วนปรุงแต่งอย่างประณีตบรรจงราวกับงานศิลปะเหมือนจงใจจะแสดงความมั่งคั่งโอ่อ่าให้ประจักษ์แก่อันซิ่วเอ๋อร์หลายจานนางถึงกับไม่รู้จักชื่อ ได้แต่ลอบชำเลืองมอง

            รอจนอาหารทุกอย่างถูกนำมาวางครบอูซื่อจึงเริ่มลงมือก่อนเป็นคนแรก ทุกคนถึงค่อยๆ เริ่มกินระหว่างนั้นไม่มีใครพูดคุย แม้แต่เสียงเคี้ยวก็ยังแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

            ข้างกายทุกคนมีสาวใช้คอยรินน้ำชาคีบอาหารให้ แม้แต่ด้านหลังอันซิ่วเอ๋อร์ก็มีป่านเซี่ยยืนอยู่ป่านเซี่ยเหมือนจะอ่านใจนางออก เพียงแค่นางเหลือบมองอาหารจานไหนครู่ต่อมาอาหารจานนั้นก็จะมาอยู่ในชามของนาง

            ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็นับว่าสะดวกสบายดีแต่นางกลับยังไม่ชินอยู่ดี

            พอนางกินอาหารในชามหมดก็แสร้งทำเป็นไม่มองไปทางไหนอีก ในตอนนั้นเองจางเจิ้นอันก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาสีขาวราวหิมะชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามให้นาง

            ภาพนี้ทำให้นางนึกถึงวันเก่าๆตอนอยู่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ย ตอนนั้นพวกเขาก็กินปลากันบ่อยๆเขาจะคอยคีบเนื้อชิ้นใหญ่ๆ ที่เลาะก้างแล้วใส่ชามให้นางเสมอแต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเลาะก้างออกไม่หมด นางเผลอกินเข้าไปจนก้างติดคอต้องวุ่นวายอยู่นานกว่าจะเอาออกมาได้

            หลังจากนั้น แม้จะดีใจที่เขายังคีบปลาให้แต่นางก็จะใช้ตะเกียบพลิกดูให้แน่ใจทุกครั้งว่าไม่มีก้างหลงเหลืออยู่

            แต่ปลาในชามตอนนี้ดูไม่เหมือนปลาแม่น้ำธรรมดา อันซิ่วเอ๋อร์ลองใช้ตะเกียบพลิกดูก็พบว่าก้างถูกเลาะออกจนหมดจดจริงๆ พอลองชิม เนื้อปลาก็นุ่มละมุนลิ้นเป็นปลาชนิดที่นางไม่เคยกินมาก่อน

            "นี่คือปลาเก๋าดอกหอม" จางเจิ้นอันคอยมองนางอยู่ตลอด พอเห็นนางคีบชิ้นปลาขึ้นมาพิจารณาก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบเบาๆ ข้างหู

            อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับ แต่ไม่ได้พูดอะไรตั้งหน้าตั้งตากินอาหารในชามต่อไป

            อาหารอร่อยเลิศรสจริงๆนางอยากจะกินต่ออีกสักชามสองชาม แต่พอนึกถึงคนที่ร่วมโต๊ะอยู่ นางก็ยับยั้งใจไว้กินไปแค่อิ่มประมาณหกส่วนในท้องเท่านั้น

            เป็นไปตามคาดหลังจากนั้นก็มีผู้นำขนมหวานหลายชนิดมาตั้งสำรับหนึ่งในนั้นเป็นขนมสีเขียวอ่อนดูน่ากิน อูซื่อให้สาวใช้ตักแบ่งใส่จานให้คนละชิ้นอันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น เห็นคนอื่นเริ่มกิน นางจึงเอื้อมมือไปหยิบ

            แต่ทันทีที่นางแตะขนมชิ้นนั้นมันก็พลันแตกละเอียดเป็นสองส่วน ร่วงกราวลงในจานอูซื่อยังคงกินขนมในปากต่อไปเหมือนไม่ใส่ใจแต่แววตาดูถูกเหยียดหยามนั้นไม่ได้ปิดบังเลย

            เมื่อเห็นดังนั้นจางเจิ้นอันจึงอธิบายให้อันซิ่วเอ๋อร์ฟังเบาๆ "ขนมชนิดนี้เป็นสูตรพิเศษของตระกูลจางต้องใช้ช่างฝีมือทำโดยเฉพาะ มันเปราะบางมาก ต้องใช้แรงพอดีๆ ตอนหยิบถ้าแรงไปก็จะแตกง่าย ถ้าน้อยไปก็จะหยิบไม่ขึ้น"

            พูดจบเขาก็ใช้ตะเกียบคีบขนมครึ่งชิ้นที่แตกอยู่ในจานของนางขึ้นมาอย่างนุ่มนวลแล้วยื่นไปตรงหน้านาง ยิ้มพลางบอก "อ้าปากสิ"

            อันซิ่วเอ๋อร์อ้าปากเล็กน้อยจางเจิ้นอันก็ป้อนขนมชิ้นนั้นเข้าปากนาง มันอร่อยมากจริงๆ เนื้อนุ่มเบาละลายในปากทันที ไม่แปลกใจที่มันจะเปราะบางขนาดนี้นางเดาว่าขนมนี้คงเป็นสิ่งที่อูซื่อจงใจสั่งมาเพื่อหาเรื่องทำให้นางขายหน้าโดยเฉพาะ

            แต่ทำแบบนี้แล้วได้อะไร?ไม่ว่านางจะขายหน้าหรือไม่ ในสายตาของพวกเขานางก็คงเป็นตัวตลกอยู่ดี

            อูซื่อไม่คิดว่าแผนที่จะใช้ขนมทำให้อันซิ่วเอ๋อร์อับอายจะกลายเป็นการส่งเสริมภาพความรักใคร่ของคนทั้งสองไปเสียได้นางรู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง แต่คนที่ไม่พอใจยิ่งกว่านางก็คือเย่จิ้งซูพอเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า นางแทบจะขย้ำผ้าเช็ดหน้าในมือจนขาด

            เขาไม่เคยป้อนอะไรให้นางเลยแม้แต่ตอนที่ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังจะพัฒนาไปสู่การหมั้นหมายตอนที่ใกล้ชิดกันที่สุด เขาก็ยังคงรักษาระยะห่างเสมอ แต่ตอนนี้เพื่อหญิงบ้านนอกต่ำต้อยที่แม้แต่ขนมชิ้นเดียวยังหยิบไม่เป็น เขากลับเปลี่ยนไปมากไม่ใช่แค่แสดงความสนิทสนมต่อหน้าคนอื่น แต่ยังป้อนขนมให้นางแถมไม่ใส่ใจกฎระเบียบอะไรทั้งสิ้น

            ท่าทางแบบนี้ของเขาจะเหลือเค้าคุณชายบัณฑิตผู้สูงส่งคนเดิมได้อย่างไร แต่ที่น่าเจ็บใจคือท่าทางแบบนี้กลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจนางยิ่งกว่าเดิมเสียอีกนางรู้สึกเหมือนมีปีศาจริษยาเกาะกินอยู่ในใจจนแทบบ้าแต่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ถูกอบรมมาดี นางจึงต้องตีหน้าเรียบเฉยรักษาท่าทีสง่างามจอมปลอมนั้นไว้

            อาหารมื้อนี้ทุกคนต่างมีความคิดซ่อนเร้นอยู่ในใจ แทบไม่มีใครตั้งใจกินอาหารจริงๆ จังๆพอกินเสร็จอย่างยากลำบาก สาวใช้ก็ยกน้ำชามาให้

            พอเห็นสาวใช้ยกถ้วยชาเข้ามาอันซิ่วเอ๋อร์ก็เอื้อมมือไปรับ เหลือบเห็นคนอื่นๆ ยกขึ้นดื่มนางเองก็รู้สึกคอแห้งหลังจากกินขนมหวาน จึงทำตาม ยกชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดถ้วยแต่พอน้ำชาไหลลงคอไปแล้ว นางถึงเพิ่งสังเกตเห็นสาวใช้อีกกลุ่มยกอ่างแก้วเข้ามาคนอื่นๆ ต่างอมน้ำชาไว้ในปาก กลั้วคอ แล้วใช้แขนเสื้อป้องปากบ้วนน้ำชาทิ้งลงในอ่าง แต่น้ำชาของอันซิ่วเอ๋อร์... มันลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว

            เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นแผ่วๆ จากมุมห้องเย่จิ้งซูเห็นท่าทางเงอะงะของนาง ก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก หัวเราะเบาๆทำทีน่ารักน่าเอ็นดู

            อูซื่อเหลือบมองนางด้วยสายตาเย็นชา"น่าขายหน้าสิ้นดี"

            คนที่เหลือก็มองนางอย่างเหยียดหยามอันซิ่วเอ๋อร์อับอายจนหน้าร้อนผ่าวรู้สึกได้ว่าสายตาของพวกสาวใช้ที่มองมาเปลี่ยนไป เหมือนกำลังหัวเราะเยาะนาง

            "ไม่เป็นไร" จางเจิ้นอันเอื้อมมาจับมือนาง "ก็แค่น้ำชาอยากดื่มก็ดื่มไปสิ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่พูดอะไรนางไม่รู้จริงๆ ว่าธรรมเนียมของตระกูลใหญ่ หลังอาหารต้องใช้น้ำชาดีๆ มาบ้วนปากด้วย

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808