เล่มที่ 1 บทที่ 23 คนชุดดำปริศนา
เฒ่าไป๋เซียง เถียนอี้เหอ อาเฉิน หมิงจื่อ และเจี่ยต๋าที่นอนอยู่ ไหนเลยจะคาดคิดว่าคนชุดดำจะโหดเหี้ยมอำมหิตปานนี้ คิดจะกร่อนละลายผู้คนทั้งห้าด้วยพิษศิลากบแดงให้ตายจนหมดสิ้น แต่ในดวงตาของทุกผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกจนสุดเปรียบปาน แววตาของอาเฉินแม้นปรากฏความตระหนกปนอยู่เช่นกันแต่ปฏิกิริยาของเขาท่วงท่ากลับยืนหยัดอยู่ในความสงบหาพรั่นพรึงต่อสิ่งที่บังเกิดขึ้นตรงหน้าไม่ โดยเฉพาะหมิงจื่อที่อยู่ใกล้เขาที่สุดแววตานางถึงกลับปรากฏร่องรอยความเย้ยหยันฉายออกมาจากดวงตากลมโตของนาง มือน้อยๆของนางเกาะกุมไข่มุกประกายม่วงที่ห้อยคอไว้คล้ายต้องการปิดบังประกายแสงสีม่วงอ่อนๆที่ไข่มุกเปล่งออกมา " ทุกคนนิ่ง! อย่าได้ขยับ " พลันที่ผงสีแดงฟุ้งกระจาย เสียงตวาดอันทรงพลังของอาเฉินก็ดังขึ้นทันควัน เฒ่าไป๋เซียงที่คิดจะขยับตัวเมื่อได้ฟังคำตวาดของอาเฉิน ไหนเลยจิตใจเขาจะเชื่อฟัง เฒ่าไป๋เซียงเห็นถึงความร้ายกาจของพิษศิลากบแดงที่กัดกร่อนละลายทุกสิ่งอย่างที่กระทบถูกยิ่งเห็นสภาพของเจี่ยต๋าด้วยแล้ว แต่ด้วยเสียงที่หนักแน่นแฝงด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นของอาเฉินจนเฒ่าไป๋เซียงสัมผัสได้ ทำให้เขาหยุดนิ่งแล้วขยับร่างเข้าบดบังร่างน้อยๆของหยางอี้เหอที่เข้ามาเกาะแขนเขาไว้แน่นเช่นกัน หยางอี้เหอที่ภายในใจรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เท้าน้อยๆของเขาไหนเลยจะกล้าขยับหนีไปที่ใด เพราะรู้สึกทุกที่เต็มไปด้วยภยันอันตรายเมื่อเขาได้ยินเสียงอาเฉิน สิ่งที่เด็กน้อยทำได้ตอนนี้คือขยับมือที่สั่นเทาเกาะกุมแขนผู้เฒ่าไป๋เซียงไว้แน่น หลังผงสีแดงของพิษศิลากบแดงฟุ้งคลุมลงพื้นทั่วบริเวณที่คนทั้งห้าเกาะกลุ่มกันอยู่จนหมดสิ้น เนื้อตัวเฒ่าไป๋เซียง เถียนอี้เหอ อาเฉิน หมิงจื่อ และเจี่ยต๋าที่นอนอยู่ปรากฏผงสีแดงที่จับเกาะบนร่าง เสียงฟู่ค่อยๆดังขึ้นโดยรอบบริเวณพร้อมๆกัน ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พื้นที่โดยรอบที่ห่างออกไปที่กระทบถูกผงพิษมรณะสีแดงไม่ว่าจะเป็นพุ่มไม้ใบหญ้าต้นไม้ก้อนหินแถวนั้นล้วนบังเกิดปฏิกิริยาเสียงฟู่ดังขึ้นจนเกิดควันขาวคลุมปกคลุมไปทั่วบริเวณจากการหลอมละลายอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนชุดดำประหลาดใจอยู่บ้างที่คนทั้งห้าตัดสินใจปล่อยให้ผงพิษศิลากบแดงเกาะสัมผัสร่างปานยอมตกตายร่างหลอมละลายอย่างทรมานไม่ยอมหลบหนี พลันที่ควันขาวที่ลอยตัวอยู่จางลง เรื่องที่เหลือเชื่อกลับเกิดขึ้นต่อหน้าชายชุดดำ มันมองบริเวณโดยรอบในรัศมีสี่ก้าวที่คนทั้งห้าเกาะกลุ่มกันกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นยังอยู่ในสภาพดังเดิมนอกจากมีสีแดงที่เกิดจากผงพิษมรณะสีแดงที่เกาะจับ ผงสีแดงของพิษศิลากบแดงที่เกาะบนเนื้อตัวเฒ่าไป๋เซียง เถียนอี้เหอ อาเฉิน หมิงจื่อ และเจี่ยต๋าเหมือนเป็นเพียงผงฝุ่นสีแดงธรรมดาไร้พิษสงอันใดที่มันโปรยปรายเล่น หัวใจมันสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง ความสงสัยลุกลามเกาะกินห้วงความคิดของมันจนกลายเป็นความมืดมิดอย่างรวดเร็ว หากบอกคนชุดดำว่ามันสะเพร่าหยิบผงพิษสะบัดผิดไปมันยังจะเชื่อเสียยิ่งกว่า " อำมหิตนัก !! " อาเฉินตวาดก้อง โถมกายออกไปยังร่างของคนชุดดำที่ยังตกตะลึงอยู่ เขาหยุดยืนก่อนจะร่ายรำท่วงท่าฟาดฝ่ามือที่ทอประกายสีทองปานมีผู้เอาสีทองมาฉาบทาไว้ทะลักใส่ร่างคนชุดดำที่อยู่ตรงหน้า " เอ๊ะ! หัตถาทองเก้าจักรวาล " คนชุดดำเห็นฝ่ามือสีทองเคลื่อนเข้าไปใกล้ประกายสีทองวับวาบพลังกดดันหนักหนาทับโถมมา สีหน้าแปรเปลี่ยนอีกครา ใยกล้ารับไว้รีบถอยปราดร่างดีดลอยตัวพุ่งขึ้นฟ้าสูงเกือบเจ็ดวาจนร่างลอยอยู่กลางอากาศ กระบี่ด้านหลังที่มันตอนต่อสู้กับเจี่ยต๋าไม่เคยใช้ออกถึงกับชักดึงจากฝักอย่างรวดเร็ว ปากแค่นเสียงตวาดออกไปว่า" ท่าน !..เป็นอะไรกับเจ้าวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล " อาเฉินได้ยินเสียงคนชุดดำที่ชักกระบี่ลอยร่างอยู่กลางอากาศยังส่งน้ำเสียงแหบพร่าจนเสียดหูออกมา คาดว่าเป็นมารร้ายที่ไม่อาจพบหน้าผู้คนกลับกลืนกินสมุนไพรหรือตัวยาดัดเสียงเร้นสำเนียงชนิดหนึ่ง ความคิดสังหารที่ปกติไม่เคยมีในใจเขากลับลุกโชนขึ้นหมายกำจัดมารร้ายที่อำมหิตผู้นี้ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนเข่นฆ่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างเหี้ยมโหดอำมหิตเช่นนี้อีก อาเฉินไม่ตอบคำใดๆ เห็นคนชุดดำลอยร่างหลบฝ่ามือที่ฟาดออกในครั้งแรก จึงเคลื่อนท่าร่างอย่างต่อเนื่องสลับเท้าย้ายร่างในวิชาตัวเบาราชสีห์ร่างทองท่องธาราของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลพุ่งร่างดุจไร้น้ำหนักโผขึ้นเบื้องบน คนชุดดำก็โถมลงมาใส่เขาคล้ายไม่เกรงกลัวอาเฉินเช่นกัน มันพลิกร่างเปลี่ยนกระบวนท่าสลับขั้วฟ้าดินเปลี่ยนเป็นเท้าอยู่บนศีรษะอยู่ล่างกระบี่ทิ่มแทงจี้ลงมาหาเขา ด้วยความรวดเร็วฝ่ามือที่ฉาบไปด้วยสีทองของอาเฉินตะบบขึ้นไปปรากฏแรงฝ่ามือทะลักทลายออกจนเสียงครั่นครืนไปทั่วทั้งบริเวณ ถึงกับเป็นท่าราชสีห์ทองขย้ำดวงดาว อันเป็นท่าไม้ตายฝ่ามือธาตุทองอันแข็งแกร่งสุดเปรียบปานหนึ่งในหัตถาทองเก้าจักรวาลของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล คนชุดดำเห็นแรงฝ่ามือที่ทะลักทลายออกมามีแต่เพิ่มพูนทุกขณะไม่ลดน้อยถอยลงปานจะอาศัยแรงกดดันนี้บดขยี้ทั้งมันทั้งกระบี่ให้แหลกเป็นผุยผง จึงรีบหนุนเนื่องพลังปราณฝึกปรือหมุนวนดุจห้วงมหานทีอันลึกสุดหยั่งปลดปล่อยแล่นสู่กระบี่เหล็กของมันจนทอแสงจ้ายิ่งกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่า หากมันรู้ว่าต้องเผชิญกับสุดยอดฝีมือที่ใช้กระบวนท่าสะท้านแดนดินเช่นหัตถาทองเก้าจักรวาล มันคงนำกระบี่คู่กายติดตัวมาด้วยแล้ว เปรี้ยง!!! เจี่ยต๋าที่ตะลึงงันชั่วขณะหนึ่ง เห็นคนทั้งสองหนึ่งฟาดฝ่ามือสีทองที่มีเสียงครั่นครืนทะลักออกมา หนึ่งแทงกระบี่ทอแสงเจิดจ้าออกมารู้สึกเปรียบกับระดับพลังฝีมือที่เขาฝึกปรือแล้วรู้สึกยังห่างชั้นจากทั้งสองคนที่ต่อสู้กันอยู่มากมายนัก นึกมิถึงว่าตลอดเวลาที่เขาประมือกับคนชุดดำมันถึงกับยังมิใช้ฝีมือที่แท้จริงออกมา ชายที่เรียกว่าอาเฉินกระบวนท่าที่เขาใช้ออก ฝ่ามือที่ฉาบไปด้วยสีทองในแดนดินมีเพียงหัตถาทองเก้าจักรวาลของเจ้าวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลหรือเขาเป็นคนของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล?เจี่ยต๋าคำนึงขึ้นมา เปรี้ยง!!! เคร๊ง!! ปลายกระบี่ของคนชุดดำหลังปะทะกับฝ่ามือสีทองของอาเฉินเป็นครั้งที่สองถึงกลับหักกระเด็นออกไปตามหัวใจของมันที่กระดอนสูงขึ้น คนชุดดำเมื่อปราศจากกระบี่ย่อมไม่คิดรั้งอยู่ที่นี้อีกเมื่อกระบี่มันหักไปและยังพิษศิลากบแดงที่มันได้รับมาใช้ไม่ได้ผลอีก ชายชุดดำที่คาดว่าจะมิใช้ฝีมือที่แท้จริงออก เพียงอาศัยวิชาพื้นฐานทั่วไปและความร้ายกาจของพิษศิลากบแดงที่ได้มาช่วยให้มันทำงานชิ้นนี้สำเร็จโดยง่ายแต่กลับไม่เป็นดั่งเช่นที่มันมั่นหมายไว้ มันจึงรีบหลบจากฝ่ามือที่ฟาดครืนครั่นมา เอี้ยวร่างโผลงพื้นไม่คำนึงถึงหน้าตาอันใดกลิ้งกับพื้นไปหลายวาท่าทุลักทุเลอยู่บ้าง ก่อนเคลื่อนเท้าหมุนวนไหลลื่นเป็นวงกลมที่ต่อเนื่องพิสดารทะยานร่างหายไปทางทิศใต้ที่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นอย่างรวดเร็ว ที่มันใช้ออกถึงกับคล้ายคลึงกับกระบวนท่าแปดเซียนจรวิถีที่เจี่ยต๋าใช้ออกแต่ลึกล้ำกว่ามากนัก อาเฉินเมื่อเห็นคนชุดดำพลันผละจากการต่อสู้กระทันหันรู้แก่ใจว่ามิใช่มันสู้เขามิได้ คาดว่าเพียงมันเห็นสถานการณ์ที่พลันพลิกผันจึงหลบหนีไป เพราะปราณฝึกปรือที่คนชุดดำถ่ายทอดสู่กระบี่เหล็กของมันจนทอแสงจ้าจนฝ่ามือเขายังสั่นสะท้าน และที่ปะทะกระบวนท่ากันคาดว่าพลังฝึกปรือของมันไม่สูงต่ำกว่าเขาเท่าใดนัก .........................