แสงอ่อนในยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่สะท้อนผิวเงาของแจกันกลมสวย ประดับดอกไม้สีทองกลีบเล็กค่อย ๆ แย้มผลิบานออกยามต้องแสงอาทิตย์ภายในห้องทำงานของผอ.โรงเรียนอันเงียบสงบ ต้องพังทลายลงเมื่อเสียงฝีเท้าสองคู่รีบเดินเร่งเปิดบานประตูเข้ามา จนชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของห้องกำลังนั่งอ่านเอกสารด้วยหน้าเคร่งเครียดต้องเงยมอง รีบถอดแว่นตาทรงเหลี่ยมออก ลุกขึ้นเดินไปนั่งตรงชุดโซฟาตัวกลาง มีชายหนุ่มใบหน้าหวานกำลังเดินลากคอเสื้อเชิ้ตดำของเด็กสาวผมฟ้าเข้ามา สั่งให้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าท่านเดลล์
“ ปรากฏตัวเร็วกว่าที่คิดไว้นะ ” เสียงเรียบจากเดลล์เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเด็กสาวคนนี้กำลังก้มหัว หลบสายตาคมเฉียบคู่นั้นด้วยความรู้สึกน่าเกรงขานไม่ควรสบมองนาน ตัวนางสั่นสะท้านเพราะข้างในกายกลับร้อนรุ่นเหมือนกำลังโดนไฟเผาไปทั่วร่าง ก่อนเย็นลงเมื่อชายหนุ่มนามว่าเจฟฟรีย์เอามือจับไหล่เล็กของนางปล่อยกระแสพลังสายลมอ่อน ๆ ช่วยบรรเทาลงไปจนตัวนางเริ่มหายสั่นเหมือนเจ้าเข้าได้แล้ว“ ขอรับนายท่าน ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะกล้าทำกับเด็กตัวแค่นี้ได้ ! และยิ่งกับเด็กในความดูแลของท่านแล้วด้วย มันไม่น่าจะ... ! ”เจฟฟรีย์ตอบเสียงเข้มและหยุดลง เมื่อเดลล์ยกมือห้าม ชายหนุ่มรีบยื่นแผ่นใสปรากฏรูปผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เขานำมา ซึ่งเป็นนักเรียนปีหนึ่งของสายจอมเวท แต่ใบหน้ากลับดูขี้ริ้วขี้เหร่คางยาวเรียว มีสิวเสี้ยนเต็มไปทั่วหน้า ไม่เหมือนกับตัวจริง คนที่เขาเจอเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ยังได้ติดตามหลังจากท่านเดลล์สั่งให้จับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของคุณชาย จนเจฟฟรีย์เริ่มจับพลังรัตติกาลอันรุนแรงได้จากใกล้บริเวณแถวโบสถ์ เขารีบหาที่หลบซุ่มรอจังหวะให้ศัตรูเผยตัว โดยไม่ได้ตั้งใจให้อานนท์เป็นตัวล่อเพื่อจับตัวเดินหมากสำคัญอีกคนในแผนการนี้“ เอาเถอะ เดี๋ยวไว้เรื่องนั้นข้าจัดการเอง ”เดลล์เอ่ยเสียงเรียบ ลุกขึ้นยืน เดินวนรอบตัวนักเรียนหญิงและได้หยุดลงตรงด้านหลังร่างเล็ก ยื่นมือปัดปลายเส้นผมยาวของเด็กสาวไปด้านหน้า เผยเห็นท้ายทอยเนียนมีรอยกรีดเป็นเส้นตรงลู่ลงมาอยู่นิดหนึ่ง ก่อนมันจางหายไป เพราะเมื่อกี้เขาได้ใช้คาถาดวงเนตรภาพสะท้อนแห่งความจริงปรากฏ มันหลบซ่อนเครื่องแผ่รังสีเวทภาคีไว้ภายในกระดูกต้นคอของผู้ถูกโดน เป็นตัวสั่งการผสานระบบส่วนบนทำงานผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เหมือนกับหุ่นเชิด โดยคอยรับคำสั่งจากตัวผู้ติดตั้งเท่านั้น ถ้ามีเหตุขัดข้องหรือเครื่องทำงานหยุดชะงัก มันจะทำการปล่อยพลังที่มีอยู่ทั้งหมดทำลายระบบทิ้ง และผู้โดนกระทำเจ็บปวดเหมือนถูกไฟเผาทั้งเป็นไปเรื่อย ๆ จนสิ้นใจ แต่ถ้าพบเจอก่อนก็สามารถช่วยไว้ได้ทันการ ชายวัยกลางคนแบมือปรากฏมีดด้ามเล็กคล้ายมีดหมอ มีประกายสีขาวระยิบระยับ นำมาลงกรีดตามรอยเก่าของต้นคอนักเรียนหญิง ร่ายคาถาฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ซักพัก มีแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดจิ๋วสีดำผุดออกมาจากรอยแผลไร้คราบเลือด มีเส้นใยพัวพันไปหมดรอบตัวเครื่อง อันกำลังขยับเขยื้อนแสดงเห็นว่ามันยังทำงานเหมือนหางจิ้งจกที่ขาดจากตัวไปแล้ว แต่ยังดิ้นไปดิ้นมาได้อยู่ราวมีชีวิตเจฟฟรีย์รีบยื่นโหลแก้วกลมให้ท่านเดลล์นำเครื่องแผ่รังสีเวทภาคีเก็บไปวิเคราะห์ และได้เรียกผู้ติดตามชุดดำที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามาพาตัวนักเรียนหญิงไปรักษาในเวลาต่อมา ซักพักหนึ่งชายหนุ่มเอ่ยเปิดประเด็นเพื่อทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา “ นายท่าน เรื่องที่พวกข้าเข้าไปพบท่านอิคาโร ได้เรื่องว่าทางหน่วยเราและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยสั่งออกกำลังคนเพิ่ม เพื่อค้นหาผู้ร้ายกำลังหลบหนีอยู่แบบลับ ๆ และพบว่ามันกบดานอยู่แถวเขตเหนือของเรานี่เอง หึ ! มันคงคิดไม่ถึงว่าทางเราจะหามันได้ง่ายดายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ” เจฟฟรีย์ปรากฏรอยยิ้มอย่างสะใจ เอ่ยต่อในเมื่อเห็นเจ้านายดูพอใจกับข่าวดีที่เขานำมารายงาน “ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว กระผมขอตัวเข้าไปจัดการงานส่วนที่เหลือในหน่วยต่อนะขอรับ” เดลล์พยักหน้า อนุญาต ทำให้ชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องหลังจากความเงียบหวนกลับมา เดลล์ถือเอกสารสำคัญเดินมานั่งโซฟาตัวเก่งตรงกลางห้อง หยิบปากกาขนนกไร้หมึกในกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย ลงมือเขียนลายเซ็นเป็นอักขระเวทมนตร์สีแดงประกายเพื่อตอบรับความประสงค์ของกษัตริย์ทาราสตาร์ ในเรื่องที่ท่านทรงเปลี่ยนพระทัยเสด็จไปจัดบวงสรวงเหล่าเทพเจ้าในเขตใต้ โดยมีเหตุผลที่ว่าเบื่อกับการจัดบวงสรวงในสถานที่พระราชวังแบบซ้ำ ๆ แต่ชายวัยกลางคนรู้ถึงเจตนาที่แท้จริงแอบแฝงอยู่ในเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นของพระองค์ท่าน เดลล์กระตุกยิ้ม หัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงนิสัยที่ชอบทำอะไรสนุก ๆ ไม่แคร์ถึงยศศักดิ์สูงสุดของพระองค์เองเลย มันทำให้เขาหวนถึงสมัยเด็กของตนกับองค์ชายนามว่าทาราสตาร์ในรั้วราชวังแต่ก่อน..........................................................
วันหยุดสุดสัปดาห์ของการเรียนการสอนในรั้วโรงเรียนก็มาถึง เป็นวันที่เหล่านักเรียนทยอยกันกลับไปบ้านเกือบทุกหอ ทำให้บรรยากาศเงียบสงัดรู้สึกวังเวงพิกลสำหรับเหล่าศาสตราจารย์ที่ยังคงทำงานอย่างหนัก เพื่อประชุมวางแผนจัดงานสำคัญเรื่องวันบวงสรวงเหล่าเทพเจ้าในอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้มาทางเหล่านักเรียนปีหนึ่ง ในแต่ละหอกำลังพาเดินออกจากประตูโรงเรียนกันเป็นกลุ่ม ๆ ส่งเสียงพูดคุยเสียงดังและดีใจที่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัวหรือไปเที่ยว หนึ่งในนั้นมีกลุ่มของพวกฮารัสยืนรอเพื่อนผู้หญิงทำธุระส่วนตัวตรงปากทางหอเออยู่ได้ซักพักแล้ว“ ให้ตายเถอะ พวกผู้หญิงนี่อะไร ! ทำอะไรชักช้าอยู่เรื่อยเลย ” เสียงบ่นของเด็กหนุ่มผมสีฟ้าดังขึ้น พร้อมทำหน้าเบื่อหน่ายกับการรออะไรแบบนี้จนเต็มที ทำให้นัส เฟร็ด และแม๊กยืนหัวเราะแทนที่เข้ามาพูดให้ฮารัสเย็นลง ส่วนอีกคนรายนั้นได้หายตัวไปหลังจากพวกเขารู้เรื่องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเพื่อนชาย โดยทางท่านผอ.ได้พาอานนท์ไปพักรักษาตัวที่คฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว..........................................................10.50 นาที ณ คฤหาสน์ตระกูลก๊อตเธอคิงเป็นเช้าที่สดใสและหนาวเย็นตามสภาพอากาศของเขตตะวันออกเฉียงเหนือ ลมหนาวอ่อน ๆ พัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียงนุ่มสบายสำหรับเด็กหนุ่มรูปงาม กำลังนอนหลับปุ๋ยหันหน้ารับแสงอาทิตย์ยามเช้าโดยไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งมีบุคคลหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องอานนท์อย่างเงียบเชียบ มือเรียวถือถาดน้ำ นำมาวางบนโต๊ะเล็กตัวงามข้างเตียงใหญ่ หันมองคุณชายนิดเดียว รีบตรงไปหน้าต่างเพื่อกระชับผ้าม่านเข้าหากัน มันทำให้คนบนเตียงขมวดคิ้วเข้ม แสดงไม่พอใจทั้งที่ตัวเองยังคงหลับตาอยู่“ อื้อ...”เสียงครางเบา ๆ ของเด็กหนุ่มเมื่อรู้สึกคอแห้งกระหายน้ำ จนเปลือกตาต้องลืมขึ้นรับแสงสลัวของหลอดไฟคริสตัลทั้งสองดวงจากเหนือหัวเตียง พร้อมอาการมึนงงพยายามดันตัวเองขึ้นนั่งพิงในท่าที่สบาย สายตาเห็นใบหน้าของหญิงสาวผมเทามัดรวบ มีหูคล้ายกระต่ายกับหางยาวที่ส่ายไปมาดุ๊กดิ๊กอย่างน่ารัก กำลังยืนมองตาแป๋วยิ้มหวาน ก้มหัวลงจนหูทั้งสองข้างลู่ลงมาปิดบังดวงตาสีฟ้าเกือบมิด มันทำให้อานนท์อดขำในความน่ารักของผู้หญิงตรงหน้า “ เอ่อ... ว่าแต่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้ว... แล้วคุณคือใคร ? ” อานนท์รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในห้องเดิมในคฤหาสน์ของน้าชาย แต่แปลกใจคือผู้หญิงคนนี้อันแต่งกายด้วยชุดเมดสาวสีน้ำตาลสวมเอี๊ยมสวยลูกไม้ส้มยืมทำหน้าอย่างกับตุ๊กตาล้มลุก เอาแต่ยิ้มเอียงคอมองคุณชายของนางกลับ รีบเอ่ยแนะนำตัว“ สวัสดีเจ้าค่ะคุณชาย ดิฉันชื่อริต้า แดน เป็นผู้รับใช้ส่วนตัวของคุณชายนับตั้งแต่วันนี้เจ้าค่ะ ริต้าจะดูแลคุณชายให้ดีที่สุด! ”เด็กสาวนามว่าริต้า แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสดใส หลังจากได้รับมอบหมายของท่านนิกซ์ให้มาดูแลคุณชาย โดยนางได้ผ่านมาตรฐานการคัดเลือกผู้รับใช้ส่วนตัวอานนท์โดยเฉพาะและเร่งด่วน ทำให้นิกซ์หัวหน้าพ่อบ้านต้องรีบทดสอบเหล่าบรรดาคนรับใช้ที่ได้ประกาศรับสมัครให้ตรงเกณฑ์ แทบเข้มในทุก ๆ การทดสอบที่ท่านเดลล์ได้ตั้งไว้ เพื่อรับมือกับคนที่ประสงค์ร้ายหรือดีเข้ามาก็ตาม จนสุดท้ายได้คนที่เหมาะกับหน้าที่นี้ ที่ต้องทั้ง สวย อืด ทน ฉลาด และเก่งในด้านความรู้และด้านการต่อสู้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของคุณชายไปอีกแรงหนึ่ง โดยนางรู้ว่าถ้าได้เป็นผู้ติดตามของผู้ชายคนนี้ ตัวเองต้องได้เรียนต่อในโรงเรียนแอนทิลลิสเตียรอีกด้วย ซึ่งนางมีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่างโดยไร้คู่แข่งที่ได้รับสมัครเข้ามาทั้งนอกและใน จนตอนนี้ได้มารับแผนตารางงานของวันแรกในรุ่งเช้า และอ่านประวัติเจ้านายของตัวเองเสร็จ รีบขึ้นมาทำหน้าที่ปลุกคุณชายลงไปรับประทานอาหาร แต่พอนางเข้ามาในห้องอานนท์กลับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเพราะความประหม่า เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมทองรับแสงดวงอาทิตย์ในยามนี้กำลังหลับใหลอย่างกับเจ้าชายในหนังสือนิทานก่อนนอน“ ผู้รับใช้ ? รับใช้ข้ารึ ?! ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ? ” อานนท์ทำหน้างุนงง รีบยิงคำถาม สมองทวนความจำว่าน้าทั้งสองได้บอกเขาก่อนหรือเปล่าในเรื่องที่ตัวเองต้องมีคนรับใช้ส่วนตัวหรืออะไรทำนองนั้น ? ซึ่งเขาคิดว่ามันไม่จำเป็นเลย“ ใช่เจ้าค่ะ ดิฉันได้รับหน้าที่มาดูแลคุณชายนับตั้งแต่วันนี้นะเจ้าค่ะ !! ” น้ำเสียงริต้าตอบอย่างหนักแน่นและดังฟังชัด จนอานนท์ต้องเอานิ้วขึ้นมาแคะหู คิดแนะนำตัวกลับเมื่อเห็นสายตาที่ดูมุ่งมั่นในหน้าที่ตัวเองอย่างมาก“ โอเค ๆ ตกลงว่าข้าจะเชื่อคุณก็แล้วกัน ว่าแต่น้าเดลล์กับน้าแคทอยู่ไหนเหรอริต้า ? ” อานนท์เปลี่ยนเรื่อง มือรีบหยิบแก้วน้ำข้างเตียงขึ้นมาดื่มดับกระหาย จากดูผู้หญิงคนนี้กับหน้าที่ใหม่ต้องมารับใช้เขาแล้ว คงรู้ประวัติจากคนที่จ้างนางมาอยู่แต่แรก เด็กหนุ่มเลยไม่แนะนำตัวอย่างที่คิดไว้ เปลี่ยนมาถามในสิ่งที่เขาสนใจต่อมาอานนท์ลุกขึ้นยืน มองสำรวจตัวเองพบว่าอยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดขาวกางเกงยีนส์เนื้อผ้าสีดำอันรู้สึกใส่แล้วสบายตัวมาก หันมองริต้าที่ยืมยิ้มอยู่ด้านหลัง บนมือนางกำลังถือถาดขาวที่มีประเป๋าสตางค์กับนาฬิกาข้อมือเรือนขาวไว้เตรียมพร้อม อานนท์ยิ้มแทนการขอบคุณ รีบหยิบของทั้งสองอย่างนำใส่กระเป๋าหลังกางเกงและสวมนาฬิกาข้อมือเสร็จ หันมาสนใจกับเมดส่วนตัวว่านางจะทำอะไรต่อไป ถ้าพินิจดูดี ๆ ผู้หญิงคนนี้ถือว่าสวยมาก มีผมสีเทามัดรวบสุขภาพแลเข้ากับใบหน้ากลมสวยแก้มระเรื่อชมพู แต่ถ้ามองนาน ๆ สามารถทำให้เขารู้สึกหัวใจเต้นแรงได้เลยทีเดียว แต่เอาเถอะหาน้าแคทเป็นสิ่งแรกที่เขาอยากทำในตอนนี้หลังจากเขาทำธุระส่วนตัวเสร็จ รีบลงมาด้านล่างของตัวบ้าน พบว่าน้าทั้งสองได้ไปทำธุระในเมืองจากการบอกของริต้า ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหงาขึ้นมาทันทีทั้งได้หยุดทั้งทีแต่กลับหายไปไหนกันหมด ทำให้บ้านหลังนี้มันยิ่งใหญ่และใหญ่มากขึ้นสำหรับความรู้สึกภายในใจเขา“ เออ !! ว่าแต่คุณรู้ไหม หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับข้าเมื่อคืน ข้าโดนอะไรเหรอครับ ? ” อานนท์นึกขึ้นได้ว่าถามน้าเดลล์กับเรื่องเหตุการณ์ในเมื่อคืน แต่น้าชายดันไม่อยู่ตอนนี้เลยคิดว่าเมดสาวของตน นางน่าจะรู้บ้างเกี่ยวกับตัวเขา ซึ่งเป็นอย่างที่คิดริต้าพยักหน้าและตอบ“ คุณชายโดนยาสลบเจ้าค่ะ ” ริต้าตอบสั้น ๆ และเอ่ยต่อ “คุณชายเจ้าคะ... ” ระหว่างอานนท์กำลังนั่งครุ่นคิดกับคำตอบของริต้า เขาต้องสะดุด หันมองเมดสาวตรงหน้า“ หืม ” คิ้วอานนท์ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“ คุณชายช่วยเรียกดิฉันว่าริต้าเฉย ๆ ได้ไหมเจ้าค่ะ อย่าเรียกดิฉันว่าคุณเลยนะเจ้าค่ะ ” เด็กสาวตอบ ก้มหัวด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและยิ้ม หูกระต่ายของนางกระดิกอยู่ ทำให้อานนท์พยักหน้าตอบรับ เผลอมองหูของริต้าที่กระดิกไปมาอย่างเพลินตา จนนางต้องเรียกสติคุณชายให้หลุดภวังค์ ระหว่างนั้นมีคนรับใช้หญิงสองคนนำอาหารเข้ามาเสริฟถึงตรงหน้า เด็กหนุ่มก้มหัวเป็นการขอบคุณ ลงมือรับประทานอาหารเช้า เริ่มถามเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากตัวเขามาอยู่ที่นี่ไปด้วยหลังจากอานนท์เสร็จในมื้อเช้า เมดสาวส่วนตัวนำเขามายังสวนหลังคฤหาสน์ และขอประลองฝีมือกับเด็กหนุ่ม “ ริต้าเจ้าว่าอะไรนะ ! จะให้ข้าต่อสู้กับเจ้าเนี่ยนะ ข้าว่ามันไม่ดีมั้ง ”อานนท์ไล่มองรูปร่างของริต้านิดหนึ่ง เพื่อประเมินความสามารถคร่าว ๆ ของนาง แต่เขาไม่ควรประมาทกับแค่ร่างกายที่ดูเปราะบางของอีกฝ่าย “ เข้ามาได้เลยค่ะคุณชาย ” ริต้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แววตาช่างดูอ่านไม่ออกสำหรับอานนท์ มือนางปรากฏดาบยาวเรียวสีดำกระชับไว้แน่นเพื่อเตรียมรับอานนท์เรียกดาบไว้ในมืออยู่เช่นกัน ดวงตาต้องเบิกกว้างในเมื่อร่างบางพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มต้องรีบรับดาบตามสัญชาตญาณ ‘ อ้าวเฮ้ย ไหงเป็นนี้ล่ะเนี่ย ’ แรงกดของริต้าทำให้อานนท์ต้องผลักดาบออกแล้วกระโดดไปตั้งรับอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะตั้งตัวดี ริต้าพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง จนเด็กหนุ่มต้องอึ้งไปชั่วขณะ รีบกวาดมองร่างนั้นที่หายไปต่อหน้าต่อตา ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านเมื่อนึกเหตุการณ์คืนวันนั้นเข้ามาหลอกหลอน เด็กหนุ่มรีบหลับตาเพื่อสงบสติตน จับการเคลื่อนไหวด้วยโสตประสาท แต่กลับมารู้สึกตัวอีกทีมีปลายมีดแหลมจ่อลูกกระเดือกของเขาจากคนด้านหลังก่อนเสียแล้ว“ ทำไมคุณชายไม่เอาจริงล่ะเจ้าคะ หรือว่าคุณชายเห็นว่าดิฉันเป็นผู้หญิงถึงไม่อยากจะต่อสู้ด้วยเหรอเจ้าคะ ? ” ริต้าลดมีดลงสั่งให้มันเปลี่ยนแปลงกลายเป็นดาบอย่างเดิม เดินเข้ามาอยู่ด้านหน้าเด็กหนุ่ม มองอย่างไม่เข้าใจอานนท์ส่ายหน้า เดินหนีไปนั่งตรงม้านั่งใกล้น้ำพุ ประชับเสื้อคลุมเข้าหากันด้วยความหนาวเย็นขึ้นเมื่ออยู่ด้านนอก เขารู้สึกเสียฟอรม์หน่อย ๆ ที่ความสามารถตัวเองในตอนนี้รู้สึกว่ามันแย่ลงไปกว่าเดิม หรือภายในใจเขาคิดยอมแพ้ต่อโชคชะตายังไงไม่รู้ ริต้าเห็นสีหน้าคุณชายเหมือนเบื่อหน่าย นางเดินไปยืนตรงข้างอานนท์ ยื่นอะไรสักอย่างให้เขาพลางเอ่ย“ คุณชายคงเบื่อมากเลยสินะเจ้าค่ะ… สิ่งนี้มันอาจจะช่วยให้คุณชายหายเบื่อลงได้บ้าง ” อานนท์มองสิ่งของบนมือเล็กของริต้าสลับกับใบหน้านางก็เข้าใจกับคำพูดนั้นที่อยากสื่อ เด็กหนุ่มยิ้ม หยิบขึ้นมามันเป็นไลมิวอาของเขา บนจอปรากฏรายชื่อติดต่อของพวกเพื่อนกับข้อความเป็นร้อยร้อยเด้งขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ “ ขอบคุณนะ ” อานนท์เอ่ยเสียงเรียบแฝงความอบอุ่นสำหรับคนที่ได้ยิน“ ริต้า เจ้าพอรู้เรื่องแหล่งปลูกสมุนไพรหรือพิษบ้างไหมครับ ? ” อานนท์หันถามเด็กสาว มือนำไลมิวอาใส่กระเป๋าเสื้อ เขารู้สึกอยากรู้จักพวกพิษต่าง ๆ บนโลกใบนี้ให้มากขึ้น เพื่อได้ปกป้องตัวเองจากสิ่งเหล่านั้นได้บ้าง บางทีการสลบไม่รู้เรื่องตลอดที่เกิดขึ้นกับเขามันจะถี่มากไปแล้ว ยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ลงไปทุกที“ ก็พอจะรู้จักบ้างเจ้าค่ะ คุณชายสนใจเหรอเจ้าคะ ? ” ริต้าพยักหน้าและเอ่ย ในหัวนึกถึงสถานที่ที่หนึ่งที่นางเคยไปอยู่ตลอด เต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดกับพิษมากมายปลูกไปทั่วบริเวณ
" อืม แน่นอน ข้าอยากรู้เกี่ยวกับพิษทุกชนิดในมิตินี้น่ะ พาข้าไปหน่อยนะ " อานนท์เอ่ย
" ยินดีเจ้าค่ะ! " ริต้ารีบตอบ ผายมือเชิญให้คุณชายไปยังพาหนะของตระกูลเพื่อนำไปยังสถานที่แห่งนั้น
อานนท์กับริต้าได้เดินทางไปในตัวเมืองด้วยพาหนะด้วยมอนลีแอน ริต้ารับหน้าที่เป็นคนบังคับมอนลีแอน ตัวมันคล้ายสิงโตกำลังบินขึ้นด้วยความเร็วสูงมากกว่านกยักษ์สีขาวตั้งหลายเท่า ท่าทางที่ยังไม่เคยขี่มันมาก่อนทำให้เด็กหนุ่มอยากจะอาเจียน แต่ด้วยความใจดีของริต้านางอนุญาตให้เขาหาที่ยึดเกาะได้อย่างเต็มที่ ดูชำนาญในการบังคับเจ้าสัตว์เหล่านี้อีกด้วย ระหว่างการเดินทางเด็กสาวหัวเราะคิกคักไปด้วยความจั๊กกะจี้และท่าทางของคุณชายนาง
เมื่อมาถึงที่หมาย อานนท์เห็นบรรดาอาคารหรูกับบ้านเรือนส่วนใหญ่ทำมาจากไม้สวยเรียงกันเป็นครึ่งวงกลมอย่างระเบียบเรียบร้อย แสดงถึงความใส่ใจจากผู้ปกครองของเขตเหนือหรือเมืองหลวงแอนทิลลิสเตียรแห่งนี้ได้ดี (ถูกก่อตั้งที่นี่เป็นสาขาแรก โรงเรียนแอนทิลลิสเตียรนั่นมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา โดยเขตเหนือเป็นสาขาแรกคือเมืองแห่งนี้ และส่วนเขตกลางเป็นสาขา 2 ที่อานนท์กำลังเรียนอยู่ปัจจุบันนั่นเอง ) และประชากรดูไม่มากมายนัก แต่ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชั้นดีมีราคาสมกับฐานะ ส่วนใจกลางล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนมีน้ำพุขนาดใหญ่กับรูปปั้นอนุสาวรีย์กษัตริย์ของเขตนี้ เด็กหนุ่มไม่ได้พินิจดูอะไรมากเพียงเห็นป้ายหินใหญ่สลักชื่อ โรบิน ทาราสตาร์ กษัตริย์ลำดับที่สิบใต้รูปปั้น หันมาสนใจกับเมดสาวเมื่อเห็นริต้าเรียกให้เดินตามมาไปยังสถานที่ที่นางแนะนำ ระหว่างทางเห็นสายตาหลายคู่มองพวกเขาเหมือนคนต่างถิ่น จนถึงด้านหน้าของร้านสะดวกซื้อ ใช่แล้วมันเป็นร้านทั่วไปที่ดูธรรมดาและไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย เขารีบหันไปถามเมดสาวอย่างสงสัย แต่ต้องชะงักเมื่อร้านตรงหน้ากลับกลายเป็นประตูบานเดี่ยวสีแดงอย่างกับในหนังการ์ตูนโดเรม่อน ริต้าพยักหน้า ยิ้มสื่อให้อานนท์รับรู้ว่า นี่แหละสถานที่ที่ข้าจะพาเขาเข้าไปดู เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายดังเอื๊อก หันเพ่งประตูด้านหน้าอย่างสนใจและตื่นเต้น ‘ ไม่มีสิ่งใดที่จะดูไม่ธรรมดาในโลกนี้จริง ๆ เลยสินะ ’ริต้าเอื้อมมือบิดกลอนประตูสนิมเกาะปรากฏแสงสีขาวทำให้ดวงตาพร่ามัว ก่อนหายไปเมื่อตรงหน้าคือกระเช้าคล้ายลิฟท์ทำมาจากไม้ทั้งหมดพันไปด้วยเถาวัลย์เต็มทั่วทั้งตัว อานนท์เบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น ก้าวนำริต้าเข้าไปสำรวจด้านใน บริเวณโดยรอบเป็นสีขาวเหมือนห้องธรรมดาห้องหนึ่งกับกระเช้าที่เริ่มเคลื่อนตัวลงไปเมื่อริต้ากดปุ่มรูปดอกไม้ไปชั้นหมายเลขศูนย์ เสียงดัง กึก เมื่อถึงชั้นล่างสุด ทุกอย่างกลับมืดลง ประตูกระเช้าพร้อมเปิดออก สิ่งแรกที่ปรากฏคือสวนสมุนไพรปลูกรายเรียงกันเป็นแนวซิกแซกคล้ายฟันปลาราวสิบกว่าไร่ ส่วนถัดไปเป็นบ้านคล้ายกระต๊อบพันด้วยเถาวัลย์สีเขียวทั้งหลัง ถัดจากนั้นเป็นส่วนของต้นพิษทุกชนิดที่เจ้าของสวนนี้ปลูกขึ้นมา“ คุณชายระหว่างทางอย่าไปจับพิษพวกนี้เด็ดขาดนะเจ้าค่ะ มันอันตราย! ”ริต้าเอ่ยเตือน อานนท์พยักหน้าตอบแต่สายตาแฝงไปด้วยความซุกซน แต่เดินตามเด็กสาวไปติด ๆ อย่างว่าง่าย จนกระทั่งมายืนหยุดสวนพิษชนิดหนึ่ง มีระบุของชื่อต้นว่า เอลริน ยอดของต้นมันคล้ายกับหม้อไม่มีฝาสีเทา ส่วนรากของมันไม่ยึดติด แต่ลอยได้จากระดับพื้นราวหนึ่งเมตรครึ่ง มือเรียวกำลังเอื้อมจับมันดูต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียง ‘ ซิก ซิก ’ อยู่ข้างหู เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาไม่พบอะไร จนกระทั่ง ‘ เหอะ มันช่างน้อยใจนัก เจ้านายคนเดียวของข้ากลับเมินเฉยและลืมข้าไปเสียได้ ข้ามันไร้ความหมายสำหรับเจ้าไปแล้วใช่ไหม !! ’ อานนท์ถึงกับลืมไปสนิทว่าตัวเองมีภูตอยู่ในห้วงจิต ตอนนี้เขาเลิกสนใจว่าจะหยิบต้นเอลรินขึ้นมาดู ‘ โถ่ ใครจะลืมภูตคนสวยของตัวเองได้ลงกัน หืม.. ’ อานนท์คิดง้อ เมื่อรู้ว่าตัวเองผิดจริง ๆ มัวแต่สนใจกับสวนพิษเหล่านี้‘ แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้เจ้าถ้าเจ้าทำอะไรอย่างหนึ่งให้กับข้าเสียก่อน ’ ลูซเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย จนอานนท์ต้องหยุดชะงักความคิดว่าจะแหย่แกล้งกลับ‘ จะให้ข้าทำอะไรเหรอลูซ ? ’ อานนท์ลากเสียงยาว ระหว่างเดินตามร่างเล็กของริต้าไปเรื่อย ๆ จนผ่านมายังสวนสมุนไพรหลากสี มีรูปทรงแปลกประหลาดเต็มไปทั่วบริเวณที่ล้อมรอบบ้านกระต๊อบ ซึ่งถ้าดูจากจุดยืนขึ้น-ลงกระเช้ามันอาจเห็นใกล้มาก แต่แปลกพอได้ก้าวเดินออกมามันช่างรู้สึกไกลราวกับภาพลวงตา‘ ข้าถามก่อนนี่เจ้าไว้ใจเด็กสาวคนนั้นจริง ๆ เหรอ ? ถึงได้ตามหล่อนมาถึงที่นี่ได้น่ะ ’ ลูซรู้สึกถึงกลิ่นแปลก ๆ จากตัวเด็กสาวผู้นั้น นางแผ่รังสีชนิดที่ว่าแรงกว่าพวกโกคาเรย์เสียอีก จะว่ามาร้ายก็ไม่ใช่มีประสงค์ดีก็ไม่เชิง แต่เตือนให้เจ้านายตนระวังตัวทุกฝีก้าวเป็นดีที่สุด‘ ก็ดู ๆ นางไปก่อนล่ะกัน แต่ถ้ารู้สึกว่านางมีประสงค์ร้ายกับข้าจริง ๆ ถึงตอนนั้นข้าก็ขอสู้ตาย ! ’ อานนท์เข้าใจที่ลูซเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงเขา แต่ระหว่างที่มากับริต้าเด็กหนุ่มไม่รู้สึกถึงสิ่งที่ภูตบอกมาเลย ถ้าหล่อนอยากทำร้ายเขาจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้มาถึงที่นี่ให้มันเสียเวลาเปล่า สู้ฆ่าอานนท์ตอนที่อยู่บนมอนลีแอนก็ยังได้เลย เพราะดูจากฝีมือของริต้าแล้ว เขาต่อสู้ด้วยกำลังด้านพลังเวทคงได้แพ้อย่างราบคาบ แต่ด้วยกำลังกายเด็กหนุ่มพอสูสีเอาอยู่“ คุณชายเจ้าคะ ! ”เสียงริต้าตะโกนเรียกอานนท์มาทางสวนพิษ โดยมีบุคคลหนึ่งยืนอยู่ด้านข้างเด็กสาว ทำให้อานนท์ต้องเร่งฝีเท้ารู้สึกตัวเองเสียมารยาทที่ให้เจ้าของสวนนี้ต้องรอนาน เมื่อมาถึงเด็กหนุ่มรีบก้มหัวเพื่อสวัสดี บุคคลตรงหน้ามีรูปร่างเตี้ยผอม หน้าตาดูมีอายุราวห้าสิบกว่าปีที่มีหนวดเครายาวเทาเหมือนคนในหนังกำลังภายใน แต่งกายด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวทั้งตัว บนมือหิ้วกระเช้าสมุนไพรเต็มทั้งใบ ปรากฏรอยยิ้มยินดีเมื่อริต้าเอ่ยแนะนำ“ คุณชายเจ้าคะ นี่คือคุณอัมเบอ แดน เป็นพ่อของดิฉันเองเจ้าค่ะ ” ชายวัยกลางคนก้มหัวให้ ยื่นมือออกไปเพื่อทักทายเมื่อริต้าลูกสาวคนเดียวของเขาเอ่ยจบ ทำให้อานนท์ต้องรีบยื่นมือทักทายกลับเช่นกันอย่างอึ้ง ๆ“ พ่อเจ้าค่ะ และนี่คุณชายอานนท์ ที่เป็นเจ้านายของหนู ” อานนท์ก้มหัวให้อีกครั้งเป็นมารยาท เดินตามหลังคุณอัมเบอกับริต้าเข้าไปภายในกระต๊อบเมื่อพวกเขาผายมือเชิญด้านนอกกระต๊อบหลังนี้ถือว่าเป็นภาพลวงตา เมื่อข้างในกลับตรงกันข้ามเหมือนร้านที่อานนท์เคยเข้าไปซื้อโซรูซ ซึ่งเป็นห้องกว้างขวางมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตกแต่งในฉบับบ้านไม้ไผ่อันประดับประดาไปด้วยเถาวัลย์รายล้อมได้อย่างลงตัวและดูสบายตา เพราะสีเขียวกับสีขาวของผนังบ้านทำให้รู้สึกผ่อนคลายและน่าอยู่ กับกลิ่นชาหอมอุ่น ๆ ลอยเตะจมูกชวนน่าให้หยิบขึ้นมาลิ้มลองรส “ เอ่อ คุณน้าอัมเบอครับ ข้ารบกวนถามอะไรหน่อยนะครับ คือข้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติของพิษในสวนของคุณน้าน่ะครับ ” อานนท์วางแก้วชาลงบนโต๊ะเมื่อรู้สึกถึงการมองของชายวัยกลางคนตรงหน้าอยู่ตลอดจนทำให้รู้สึกเขินทำตัวไม่ถูก“ ได้สิคุณอานนท์ ลูกสาวของข้าบอกก่อนที่ท่านจะมาเรียบร้อยแล้ว ”อัมเบอตอบรับ พยักหน้าอย่างยินดี ลุกขึ้นผายมือเชิญไปทางสวนพิษให้เจ้านายของริต้าเดินตาม อานนท์ยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่ การตอบรับอย่างเป็นพิธีแบบนี้เขาไม่ได้สัมผัสมันมานานเลยมีท่าทางเกร็ง ๆ อยู่นิดหนึ่ง ระหว่างทางได้ยินเสียงพูดคุยของภูตทั้งสองตนภายในห้วงจิต รู้สึกจะนินทาซึ่ง ๆ หน้าชนิดเผาขนกันเลยทีเดียว จับประเด็นเรื่องก็ไม่พ้นสาวเมดนามว่าริต้ากับเจตนาที่แท้จริงแอบแฝง ความเป็นห่วงและหวงเจ้านายของลูซ นางไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแย่งความดีความชอบตัดหน้าไปได้แน่ แค่ลำพังเจ้าภูตดาบแย่งความสนใจจากอานนท์ไปมากพอแล้ว‘ แหม นินทาใครก็เบา ๆ กันหน่อยก็ได้นะครับ เดี๋ยวสาวคนนั้นก็ได้ยินพวกเจ้าคุยกันอยู่หรอก ’ อานนท์เอ่ยแซว ตามองไปด้านหน้าเมื่อมาถึงทางเข้าสวนพิษเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มเดินตามไปที่ต้นพิษเอลรินอีกครั้ง หันมาถามน้าอัมเบอเพื่ออยากรู้ข้อมูลของมัน จนชายวัยกลางคนถึงกับตกใจการหันหน้ามาอย่างกะทันหัน“ ต้นเอลริน เดิมทีมันไม่มีพิษสงอะไรมากหรอกขอรับ แต่ถ้าได้นำมันมาบดกับขนของสัตว์เวทไคก้า และเข้ากระบวนการสกัดเป็นน้ำหรือกลิ่นเพื่อสะดวกในการนำไปใช้ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รินก้า ก็ได้ ” อัมเบอเอ่ย มือลูบใบหม้อของมันอย่างครุ่นคิด และอธิบายต่อ “ ส่วนถ้าใครที่โดนพิษมันเข้าไปจะทำให้เป็นอัมพาลไปทั้งตัวอย่างฉับพลันและพลังเวททั้งหมด จะถูกปิดกั้นไปด้วย ” อานนท์พยักหน้าอย่างเข้าใจและนึกอีกชื่อขึ้นได้ “ เอ่อแล้วพิษที่ชื่อลวงตาล่ะครับ ต้นของมันเป็นอย่างไรเหรอ ? ” เด็กหนุ่มชะงักเมื่อเท่าที่จำได้ เฟร็ดเคยบอกว่ามันมีพิษมาจากสัตว์นี่นา “ ไม่สิ มันมีพิษมาจากผิวของสัตว์เวทที่ชื่อคีล่า โทษทีครับ ข้าคงจำผิดไป ” เด็กหนุ่มเกาหัวแก้เขิน ทำให้ริต้ากับพ่อของนางยิ้มแห้ง ๆ ยกมือโบกไปมาอย่างไม่เป็นไร“ สัตว์เวทคีล่า จริง ๆ แล้วมันได้สูญพันธุ์ไปนานแล้วขอรับคุณอานนท์ แต่ที่ยังคงมีพิษชนิดนี้อยู่จนถึงปัจจุบันก็เพราะเหตุผลเดียวคือมนุษย์... ” อัมเบอหยุดพูด ทำให้เด็กหนุ่มมองสงสัยและถาม “ มนุษย์... ? คุณน้าอยากจะบอกว่าเป็นเพราะมนุษย์ที่สะสมผิวหนังของสัตว์คีล่าและรักษามันอย่างดี ถึงเจ้าสัตว์ตัวนั้นจะสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่การเก็บรักษามันทำให้พิษยังคงอยู่ใช่ไหมครับ ? ” อัมเบอเพียงพยักหน้า พินิจดูเด็กหนุ่มคนนี้อีกครั้งอย่างชื่นชมอานนท์ยิ้ม เดินตามคุณอัมเบอและริต้าไปอีกฝั่งหนึ่งทางด้านซ้ายมือ พร้อมฟังข้อมูลของแต่ละต้นพิษที่คุณน้าเขาอธิบายอย่างสนใจมาก มารู้ตัวอีกทีก็ใกล้ค่ำแล้วทำให้พวกอานนท์ต้องลาคุณอัมเบอกลับบ้านก่อน+++++++++++++++++++++