วันนี้เป็วันที่สองที่ได้พักผ่อนอยู่ที่เมืองอี้ หลังจากที่เฟิ่งเทียนได้ละลายทรัพย์ออกจากกระเป๋าเป็จำนวนมาก แต่ของที่เขาได้มาก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะได้ทั้งเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าผักและผลไม้ต่างๆ รวมถึงพืชสมุนไพรในการทำอาหาร และที่สำคัญที่สุดคือเขาบังเอิญได้มีดสั้นเหล็กดำพยักฆ์ทมิฬมาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่เฟิ่งเทียนได้ฝากเก็บไว้ในระบบก่อนเอาไว้เมื่อกลับไร่ตระกูลหวังก็พอดีกับการได้เปิดกล่องสุ่มประจำเดือนหลังจากทำภารกิจซื้อทาสฉางไห่ ฉางเหอได้สำเร็จ แล้วเขาค่อยเปิดผนึกอาวุธิญญาเล่มนั้น
เฟิ่งเทียนได้วางแผนที่จะพาน้องๆไปเที่ยวในสถานที่ที่มีหาดทรายเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ วิ่งเล่นและก่อปราสาททราย เฟิ่งเทียนได้ปรึกษาและขอคำแนะนำจากพี่ชายทั้งสอง ดังนั้นคณะเดินทางของครอบครัวหวังก็ได้มาที่ชายหาดฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือเมืองอี้ไปอีกฝั่ง ชายหาดสีขาวสะอาดทอดกว้างไปตามแนวชายฝั่ง น้ำทะเลกระทบคลื่นมีเขตน้ำตื้นที่เด็กเล็กสามารถลงไปเล่นได้
"พี่ใหญ่ขอรับ ทะเลสวยมากเลยขอรัย ดูกว้างมากๆเลยขอรับ" เฟิ่งหลง
"พี่ใหญ่ พี่รอง ดูเรือนั่นสิขอรับ ลำเล็กๆที่ลอยอยู่ตรงนั้น" เฟิ่งจิน
"อืม.. ทะเลสวยใช่ไหมหล่ะ แต่พวกเ้าอย่าได้วิ่งลงน้ำเองโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วยหล่ะ เพราะทะเลมีความลึกมากไม่เหมือนกับลำธารหลังบ้านของเรา หากจมน้ำลงไปพี่ใหญ่ตามหาพวกเ้าไม่เจอหรอกนะ เราหาที่นั่งกันก่อน เดี๋ยวพี่ใหญ่จะพาพวกเ้าไปก่อปราสาททรายกัน"
เฟิ่งเทียนพาน้องๆมาเล่นน้ำบริเวณเขตน้ำตื้นที่มีโขดหินเล็กๆ น้ำทะเลไหลเข้ามาเป็แอ่งน้ำตื้นเหมาะสำหรับเด็กเล็ก เมื่อเด็กๆเดินลงมาเล่นน้ำทะเล ต่างก็ดีใจสนุกสนานส่งเสียงเจี้ยวจ้าวกันใหญ่
"น้องรอง น้องเล็ก อย่าให้น้ำทะเลเข้าตาหล่ะเดี๋ยวจะแสบตาเอาได้ พวกเ้าลองแตะน้ำทะเลแล้วลองชิมสิว่าน้ำทะเลมีรสชาติอย่างไร"
"อี๋!…ทำไมมันเค็มอย่างนี้หล่ะขอรับ" เฟิ่งจินยู่หน้า พร้อมกับแลบลิ้นออกมาหลังจากได้ลองชิมน้ำทะเลเข้าไป
"พี่ใหญ่เคยบอกว่าเกลือทำมาจากน้ำทะเลใช่ไหมขอรับ" เฟิ่งหลงยังคงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
"ใช่แล้วหล่ะ น้องรองน้องเล็ก น้ำทะเลมีความเค็มสามารถนำไปตากแห้งหรือต้มให้กลายเป็เกลือได้"
"แล้วสัตว์ที่อยู่ในทะเล พวกมันไม่เค็มน้ำทะเลหรือขอรับ" เฟิ่งหลงยังคงถามด้วยความสงสัย
"ฮ่าๆ…เป็เพราะว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลจะเรียกว่าสัตว์น้ำเค็ม ส่วนสัตว์ที่อาศัยในน้ำจืดแม่น้ำหรือแหล่งน้ำจากูเาเรียกว่าสัตว์น้ำจืดอย่างไรหล่ะ หากเรานำสัตว์ทั้งสองชนิดสลับแหล่งน้ำกันพวกมันก็จะตาย แต่ก็มีสัตว์น้ำอีกประเภทที่อยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มผสมกันจะเรียกว่าสัตว์น้ำกร่อย เดี๋ยวคืนนี้พี่ใหญ่จะหาหนังสือภาพสัตว์น้ำมาให้พวกเ้าดูจะได้เข้าใจมากขึ้น เอาหล่ะเรามาก่อปราสาททรายกันดีกว่า"
“ขอรับ/ขอรับ”
เฟิ่งเทียนกับน้องๆนั่งก่อปราสาททราย บ้างก็วิ่งเล่นไล่จับกัน เมื่อตัวเลอะก็ลงนั่งเล่นล้างตัวในแอ่งน้ำตื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่ก้อนกลมกันแรงคลื่นที่ซัดเข้ามา ส่วนวันนี้หยางไห่หยานและเย่เสี่ยวเฉินไม่ได้ตามมาด้วย เพราะเฟิ่งเทียนบอกว่าจะพาน้องชายมาเล่นน้ำทะเลหากพวกเขามาเล่นน้ำด้วยก็คงจะกระไรอยู่ เสียภาพลักษณ์รองแม่ทัพและคุณชายจากเมืองหลวงแย่เลย แต่ว่าพวกเขาก็ให้คนของตนที่จวนนำทางและคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ
“เอาหล่ะ เหนื่อยกันแล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้แดดเริ่มแรงแล้วเดี๋ยวพวกน้องๆจะป่วยเอาได้ พวกเราขึ้นไปนั่งพักกินข้าวกันก่อน แล้วพี่ใหญ่จะพาไปเก็บมะพร้าวกัน”
“ขอรับ/ขอรับ”
เฟิ่งเทียนชักชวนน้องๆไปทานอาหารกลางวันที่ผู้คุ้มกันทั้งสองได้ปูผ้าบนผืนทรายรอไว้แล้ว แต่ก่อนที่จะทานข้าว เฟิ่งเทียนกับน้องๆก็หลบเข้าไปในเกวียนปิดผ้าม่านทั้งสี่ทิศ เฟิ่งเทียนได้ใช้ผ้าชุบน้ำในถังที่เตรียมมาด้วยเช็ดตัวน้องๆแก้ขัดไปก่อนแล้วจึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เตรียมมาด้วย หลังจากแต่งตัวเสร็จเฟิ่งเทียนจึงส่งน้องๆลงจากเกวียนโดยมีฉางไห่ และฉางเหอสองผู้คุ้มกันคอยรออุ้มอยู่ เมื่อทางสะดวกเฟิ่งเทียนจึงนำอาหารที่ทำไว้เมื่อเช้าแล้วเก็บเอาไว้ในช่องมิติของระบบออกมา กล่องข้าวผัดทะเลหอมกรุ่นจำนวนเจ็ดกล่อง พร้อมน้ำซุปเต้าหู้ไข่สาหร่ายทะเลร้อนๆก็ปรากฏออกมา เฟิ่งเทียนจึงลำเลียงและแจกจ่ายให้กับทุกคนรวมถึงคนของจวนแม่ทัพสองคนที่นำทางมาด้วย
“อื้ม..อร่อยจังเลยขอรับ ข้าวผัดที่พี่ใหญ่ทำมีกุ้ง มีปลาหมึกด้วย ข้าอิ่มมากเลยขอรับ” เฟิ่งจินที่กินอิ่มแล้วไม่ลืมที่จะชื่นชมฝีมือการทำอาหารของพี่ชาย
“ข้าก็อิ่มมากเลยขอรับ พี่ใหญ่ทำอะไรก็อร่อยขอรับ” เฟิ่งหลงก็เช่นกัน พี่ใหญ่ของพวกเขาช่างทำอาหารอร่อยจริงๆ
“ฮ่าๆ...พวกเ้าอิ่มอร่อยพี่ใหญ่ก็ดีใจ เอาหล่ะเดี๋ยวพวกเราจะไปเก็บมะพร้าวกันแล้วพี่ใหญ่จะให้น้องๆได้ลองดื่มน้ำมะพร้าว มาทะเลทั้งที่ไม่ได้ดื่มน้ำมะพร้าวก็เสียเที่ยวแย่…..พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกเราเดินไปทางนั้นกันดีกว่าขอรับ” เฟิ่งเทียนฝากคนของจวนแม่ทัพเฝ้าเกวียนวัวของตนเอง จากนั้นจึงชักชวนสมาชิกของบ้านตระกูลหวังเดินลัดเลาะไปตามชายหาดก็พบกับดงต้นมะพร้าวที่ขึ้นเรียงราย แน่นขนัดไปตามแนวฝั่ง
“น้องรอง น้องเล็ก นี่คือต้นมะพร้าวมีลูกมะพร้าวขึ้นอยู่เต็มต้น ในลูกมะพร้าวนั้นมีน้ำรสชาติอร่อยอยู่ในนั้น เนื้อของมันด้านในก็สามารถนำไปทำอาหารหรือขนมได้ พวกเ้าระวังอย่าไปยืนใต้ต้นมะพร้าวหล่ะไม่อย่างนั้นลูกมะพร้าวจะตกลงมาใส่หัวได้ …พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกท่านสามารถนำมะพร้าวลงมาจากต้นให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ” เฟิ่งเทียนบอกน้องๆพร้อมกับหันไปถามผู้คุ้มกันของตน
“ได้ขอรับ เดี๋ยวพวกข้าจะนำมะพร้าวลงมาให้เองขอรับ”
“อืม..ดี น้องรอง น้องเล็ก เดินมาทางนี้”
เฟิ่งเทียนจูงมือน้องๆเลี่ยงออกมาอีกด้าน สองผู้คุ้มกันใช้กำลังภายในะโขึ้นไปยังยอดต้นมะพร้าว ใช้มีดดาบของตนฟันทะลายของต้นมะพร้าว แล้วะโนำทะลายมะพร้าวลงมา
“โอ้โห!…พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกท่านเก่งมากเลยขอรับ ะโขึ้นต้นมะพร้าวได้ด้วย” สองแฝดะโตบมือชื่นชมความสามารถของผู้คุ้มกันทั้งสอง
“เอาหล่ะ เรามาลองดื่มน้ำมะพร้าวกัน พี่ฉางไห่ พวกท่านใช้มีดฟันเปลือกมะพร้าวแล้วใช้มีดเฉาะเปลือกให้น้ำมะพร้าวออกมาแบบนี้ขอรับ”
เฟิ่งเทียนทำท่าปลอกมะพร้าวให้ผู้คุ้มกันเข้าใจและทำตาม เมื่อน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มจำนวน 5 ลูก ทุกคนก็ได้ลิ้มชิมรสชาติของน้ำมะพร้าว ซึ่งมะพร้าวทะลายนี้มีเนื้อมะพร้าวกำลังดี รสชาติน้ำมะพร้าวจึงหวานพอดีลิ้น เด็กๆรวมทั้งผู้คุ้มกันทั้งสองพอใจในรสชาติของน้ำมะพร้าวมาก โดยเฉพาะผู้คุ้มกันทั้งสองที่พวกเขาเคยได้เห็นต้นมะพร้าวแต่ไม่คิดเลยว่าลูกของมันจะกินได้แบบนี้ นายท่านของพวกมันนั้นแสนปราชญ์เปรื่องจริงๆ
“อร่อยใช่ไหมหล่ะ เดี๋ยวพี่ๆทั้งสองช่วยข้านำทะลายมะพร้าวลงมาให้ข้าด้วยนะขอรับ ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ข้าจะนำกลับไร่ของพวกเราด้วย ข้าอยากให้คนงานในไร่ของเราได้ลองกินกัน”
“ขอรับนายท่าน แต่หากเก็บมากไปเกวียนจะเต็มจนไม่สามารถลากกลับได้นะขอรับ เพราะมะพร้าวเหล่านี้มีน้ำหนักมาก” ฉางเหอรับปากเ้านายของตนแต่ไม่ลืมที่จะแย้งกลับเ้านาย เพราะจากที่มองดูแล้วมะพร้าวในที่แห่งนี้ก็มีหลายต้น จะนำกลับทั้งหมดก็ย่อมลำบาก
“ข้ามีวิธีนำกลับไปเดี๋ยวพวกท่านก็จะรู้เอง เอาหล่ะพวกท่านขึ้นไปเก็บมะพร้าวแล้วนำลงมากองรวมไว้ตรงนี้ หลังจากนั้นข้าจะเก็บเอง ข้าจะพาน้องๆไปเดินเล่นรอแถวๆนี้ก่อน”
“ขอรับนายท่าน” ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสงสัยแต่เมื่อนายท่านสั่งมาพวกเขาก็ย่อมเต็มใจทำตาม
เฟิ่งเทียนชวนน้องๆเดินไปอีกด้าน ไปเลือกเก็บลูกมะพร้าวแก่ที่ตกอยู่ตามพื้นและมีต้นอ่อนงอกอยู่ เฟิ่งเทียนวางแผนที่จะนำมะพร้าวไปลองปลูกที่ไร่ด้วย เมื่อเก็บลูกมะพร้าวแก่ได้ตามจำนวนที่้า เฟิ่งเทียนกับน้องๆจึงนำมากองไว้กับทะลายมะพร้าวที่ผู้คุ้มกันทั้งสองนำลงมา
“ป่ะ น้องรอง น้องเล็ก เราลองไปเดินดูที่โขดหินแถวๆนั้นกันดีกว่า พี่ใหญ่ว่าต้องมีของดีอยู่แน่ๆเลย” เฟิ่งเทียนถือถังไม้และมีมีดปลายแหลมที่ยืมมาจากครัวของจวนแม่ทัพ มาทะเลทั้งทีหอยนางรมเขาต้องได้กินสิ!
“ขอรับ”
“เสี่ยวเป่า เปิดระบบสแกนพื้นที่ ลองหาหอยนางรมหรือหอยมุกหน่อยสิว่าแถวนี้จะมีหรือไม่” เฟิ่งเทียนจูงมือน้องๆเดินพร้อมเรียกระบบให้เปิดระบบสแกนพื้นที่
[เปิดระบบสแกนพื้นที่….อีก100 เมตร พบกลุ่มหอยนางรมเกาะกลุ่มกันอยู่ และมีหอยมุกคุณภาพดีปะปนอยู่ไม่มาก]
“โอ้….มีของดีอีกแล้ว เปิดพิกัดเลยเสี่ยวเป่า วันนี้ข้าจะรวย!” หอยมุกถึงแม้ว่ามีประปรายแต่หอยมุกคุณภาพดีเชียวนะ ถ้าได้เม็ดใหญ่ สีสวย ย่อมสามารถทำเงินได้แน่นอน หรือว่าเขาจะเก็บไว้เป็สมบัติของตระกูลก็ดีเหมือนกัน
“น้องรอง น้องเล็ก มาทางนี้พี่ใหญ่จะพาไปหาหอยมุกกัน!” เฟิ่งเทียนเดินนำน้องๆมายังโขดหินขนาดใหญ่ที่มีโขดหินใหญ่น้อยขึ้นประปราย น้ำทะเลที่ซัดขึ้นมาก็ดูตื้นเขินไม่เป็อันตราย
“หอยมุกหรือขอรับ มันกินได้หรือไม่ขอรับพี่ใหญ่” เฟิ่งจินถามด้วยความสงสัย
“หอยมุกมันกินไม่ได้หรอกน้องเล็ก แต่หอยมุกสามารถนำไปเป็เครื่องประดับหรือขายได้ในราคาแพง ส่วนหอยที่กินได้คือหอยนางรม เดี๋ยวพี่ใหญ่จะแกะให้พวกเ้าดู”
เฟิ่งเทียนเดินตามพิกัดที่ระบบแจ้งไว้ เขาเดินเก็บหอยมุกใส่ถังไม้มาได้จำนวนยี่สิบกว่าตัว แต่ก็ถือว่าได้เยอะอยู่ เฟิ่งเทียนจึงลองใช้มีดปลายแหลมแกะหอยออกมาก็พบมุกสีขาวนวลเม็ดใหญ่จำนวน 10 กว่าเม็ดอยู่ในเปลือกหอยหนึ่งตัว เฟิ่งเทียนและน้องๆจึงหาที่นั่งแกะหอยมุก โดยเฟิ่งเทียนเป็ผู้แกะเปลือกหอย เฟิ่งหลงนำเปลือกหอยไปทิ้ง ส่วนเฟิ่งจินใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ในอกเสื้อนำมาปูรองมุกที่แกะได้
“โอ้โห!…พี่ใหญ่ขอรับ หอยมุกมีมากเลยขอรับ มุกแต่ละเม็ดก็ดูสวยงามอีกทั้งมีหลายสีอีกด้วยขอรับ” เฟิ่งจิน เฟิ่งหลง ที่นั่งลุ้นรอพี่ชายแกะหอย พร้อมกับนับจำนวนไปด้วย เอ..แต่ว่าพวกเขานับมุกได้ 10 เม็ดแล้วนะ แล้วมุกที่เหลือต้องนับจำนวนอย่างไรกันเพราะตอนนี้เขากับพี่รองยังนับจำนวนได้ 1 - 10 อยู่เลย
“อืม…เป็โชคดีของเรา มุกเหล่านี้เราจะเก็บเอาไว้ หากเราขัดสนเราสามารถนำออกมาขายได้ เอาหล่ะมุกเหล่านี้พี่ใหญ่จะเป็คนเก็บรักษาไว้ก่อน นี่เป็ความลับของเราสามคน น้องๆห้ามไปบอกใครหล่ะรู้มั๊ย” เฟิ่งเทียนกำชับน้องๆ มุกเหล่านี้ย่อมมีมูลค่าสูง หากคนรู้เข้าย่อมเป็อันตราย ดั่งสำนวนที่ว่า หยกไม่ผิด ผิดที่ผู้หยก
“ขอรับพี่ใหญ่/พวกข้าจะเก็บเป็ความลับไม่บอกใครขอรับ”
“อืมดี…ป่ะต่อไปเรามาแกะหอยนางรมกันดีกว่า เย็นนี้พี่ใหญ่จะทำของอร่อยจากหอยนางรมให้พวกเ้าได้กินกัน”
“เย้ๆๆ พี่ใหญ่จะทำของอร่อยอีกแล้วหล่ะพี่รอง” เฟิ่งจินตัวตะกละน้อยชูไม้ชูมือด้วยความดีใจ
เฟิ่งเทียนแกะหอยนางรมได้เป็จำนวนมาก เมื่อยามน้องๆเผลอเขาก็ให้ระบบเก็บเข้าช่องมิติ เพราะช่องมิติของเสี่ยวเป่ามีข้อดีคือรักษาอุณหภูมิ และจำกัดการหมดอายุของอาหาร เสี่ยวเป่าของเขามีความสามารถรอบตัวจริงๆ^^ หอยนางรมยังสามารถนำมาเป็เครื่องปรุงทำอาหารอีกด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ขากลับคงต้องแวะซื้ออาหารทะเลตากแห้งกลับบ้านด้วยแล้ว
เมื่อแกะหอยเสร็จเฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆมายังจุดกองทะลายมะพร้าวกองโตเป็ูเาขนาดเล็ก ส่วนผู้คุ้มกันทั้งสองคนกำลังนั่งพักเอาแรง พร้อมกับดื่มน้ำมะพร้าวไปด้วย
“โอ้โห…พี่ใหญ่ พี่รองดูสิ พี่ฉางไห่กับพี่ฉางเหอ เก็บมะพร้าวได้เยอะมากเลย”
“อืม..พวกท่านเก่งมาก เอาหล่ะข้าจะเก็บมะพร้าวกับสิ่งของทั้งหมด แล้วขอให้พวกท่านรู้ไว้ หากพวกท่านรู้เห็นอะไรก็ไม่ต้องพูดมากหล่ะ”
“ขอรับนายท่าน”
เฟิ่งเทียนโบกมือผ่านกองมะพร้าวขนาดย่อม มะพร้าวทั้งหมดก็หายไปในพริบตา สร้างความใให้กับทุกคนมาก โดยเฉพะน้องๆทั้งสองที่ตื่นเต้นมาก ส่วนผู้คุ้มกันทั้งสองกลับเข้าใจว่าเ้านายของพวกมันคงจะมีอุปกรณ์มิติที่มีราคามหาศาลติดตัวมาด้วย เ้านายของพวกมันไม่ธรรมดาเสียจริง!
“เอาหล่ะ กลับกันได้แล้ว” เฟิ่งจินทำไม่รู้ไม่ชี้ชักชวนทั้งหมดเดินกลับไปยังเกวียนที่จอดอยู่
“ขอรับ”
เฟิ่งเทียนจูงมือน้องๆเดินนำอยู่ด้านหน้า พร้อมกับกระซิบบอกน้องๆ
“น้องรอง น้องเล็ก หากพวกเราเป็คนดี ตั้งใจขยันทำงาน ท่านเทพก็จะช่วยเหลือพวกเรา เมื่อครู่ท่านเทพก็ช่วยเก็บของให้กับพวกเรา พวกเ้าอย่าบอกใครหล่ะ”
“ขอรับพี่ใหญ่ / ขอบคุณท่านเทพขอรับ”
[………เสี่ยวเป่า]
“ฮิฮิ…ขอบใจน๊าเสี่ยวเป่า วันนี้ได้ของดีมาอีกแล้ว”
****************************