“ที่นี่คือ?”
“ที่นี่เป็นที่ที่พี่มักจะแอบมาเวลาที่อยากอยู่คนเดียวน่ะ”
ลิลิธตอบพลางทอดสายตาที่บึงก่อนจะยืดเส้นยืดสายด้วยเหยียดแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ เออร์วินถามด้วยความสงสัยว่า
“นอกจากครั้งนั้นแล้วท่านพี่ยังแอบหนีออกมานอกเมืองไพร์ล็อกอีกเหรอครับ?”
ลิลิธตอบโดยไม่มองว่า
“ก็เหมือนเธอนั่นแหละที่ชอบหนีออกไปไหนคนเดียวกลางคืนแล้วก็ปล่อยให้พี่คนนี้เป็นห่วงอยู่เป็นประจำ”
เออร์วินจนในคำพูดจึงได้แต่ยืนนิ่งเพราะเรื่องนี้เขาไม่ให้มีสิทธิ์ว่าอะไรพี่สาว ลิลิธยิ้มให้กับท่าทีของน้องชาย เออร์วินไม่เห็นรอยยิ้มของพี่สาวก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
“ว่าแต่ว่าท่านพี่ทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”
“ทำอะไรเหรอ?”
“ก็แบบว่าที่ท่านพี่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงโดยการใช้สายฟ้าห่อหุ้มตัวจนร่างของพี่มีสถานะเป็นกึ่งสายฟ้า แล้วยังนำคนอื่นไปด้วยอีก”
“อ้อ” ลิลิธทำหน้าเข้าใจก่อนจะอธิบายว่า “เจ๋งใช่มั้ยล่ะเวทย์เนี่ยพี่ต่อยอดมาจากสิ่งที่เธอสอนพี่เองเลยนะ พี่ฝึกหนักมาตลอดเลยนะเอาไว้ใช้ตอนที่เธอแต่งงานพี่จะได้ใช้เวทย์นี้พาเธอหนีออกจากงานแต่งไงล่ะ”
เออร์วินนิ่งไปอีกรอบเขาไม่นึกเลยว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้ของพี่สาวคือการต้องพาเขาหนีจากงานแต่ง เขาถึงกับไปไม่เป็นอายุเขายังแค่สิบขวบแต่พี่สาววางแผนพังงานแต่งของเขาเรียบร้อย
“เอ่อ... ท่านพี่ครับ”
ลิลิธยิ้มให้น้องชายเธอ ในใจเออร์วินอยากถามว่าท่านพี่ทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของเธอจึงกลืนน้ำลายลงคอแล้วเปลี่ยนเป็นพูดว่า
“สุดยอดเลยครับท่านพี่”
ลิลิธกอดอกพูดว่า
“ไว้ใจได้เลยพี่จะไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่นอน”
เครื่องหมาย ? เต็มหัวเออร์วินไปหมด
‘หวัง? นี่ตูหวังอะไรหว่า’
ลิลิธจับมือน้องชายเธอพูดว่า
“มานี่สิพี่จะพาไปดูอะไร”
“ครับ?”
เออร์วินรับคำอย่างงงๆ แต่ก็ปล่อยให้พี่สาวจูงมือพาเขาเดินไป ลิลิธพาเออร์หันหลังให้บึงแล้วเดินเข้าไปในป่า ต้นไม้ใหญ่ขนาดหลายสิบคนโอบปรากฏขึ้นแก่สายตา เถาวัลย์ขนาดใหญ่ลดเลี้ยวเกี่ยวพันต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น ท่าทีของเออร์วินภายนอกดูผ่อนคลายแต่แท้จริงแล้วกำลังอาศัยประสาทสัมผัสที่ถูกฝึกฝนและลับจนคมกริบคอยสอดส่องรอบตัวเดิมตลอดเวลา
ทวีปอาร์เคนัสโรคที่ถือพลังเวทย์มนต์เป็นใหญ่ ในโลกนี้มีสิ่งมากมายที่พร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อและหนึ่งในสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือเภทภัยจากธรรมชาติ มอนสเตอร์ สัตว์ที่กลายพันธุ์เพราะพลังเวทย์ และสัตว์อสูร ในตอนที่เออร์วินกำลังถูกลิลิธอุ้มและพุ่งมาที่นี่ เขาขอรับรู้ว่าในป่านี้มีสัตว์ที่กลายพันธุ์เพราะพลังเวทย์มากมาย แต่ทันทีที่พี่สาวพาเขาลงถึงพื้นพร้อมกับกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงมหาศาลตาทด้วยเสียงฟ้าผ่าสัตว์เหล่านั้นก็พากันหนีกระเจิงไปด้วยความหวาดกลัว แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เขากลับไปเลือกที่จะไม่ประมาทเพราะว่าอาจจะมีสัตว์กลายพันธุ์บางชนิดที่ไม่กลัวสายฟ้าของลิลิธก็ได้
ขณะที่เออร์วินกำลังสอดส่องไปมาโดยแกล้งทำเป็นมองสิ่งต่างๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ สัญชาตญาณระวังภัยของเขาก็ทำงาน สายตาของเขามองไปทางหนึ่งมือข้างซ้ายที่ไม่ได้ถูกพี่สาวกุมของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าในนั้นมีถุงมิติเทียมอยู่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไรลิลิธก็พูดกับเขาว่า
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกพี่อยู่ตรงนี้แล้ว”
มันเป็นคำพูดที่เรียบง่ายแต่สำหรับเออร์วินแล้วเขารู้สึกอุ่นวาบไปทั่วอก สักพักก็มีเสียงร้องหนึ่งดังขึ้นลั่นพื้นที่ในบริเวณนั้น
“โฮก!!!”
พร้อมกับมีเงาร่างขนาดใหญ่กระโจนขึ้นฟ้าแล้วลงมาที่พื้นตรงหน้าทั้งคู่ พื้นดินสั่นสะเทือนจากขนาดและน้ำหนักตัวของมัน เออร์วินพบว่าเป็นกอริลล่าเผือกขนาดใหญ่ตัวหนึ่งท่ามกลางขนสีขาวทั้งตัวใบหน้ามือแล้วก็เท้าของมันกลับเป็นสีดำเมี่ยมส่วนสูงของมันประมาณตึก 2 ชั้น แววตาสัตว์ป่าของมันมองไปยังทั้งคู่ แม้ลิลิธจะพูดว่าไม่ต้องกังวลแต่เออรร์วินก็เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของพี่สาวแต่เพราะเขายึดถือคติตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ขณะที่เออร์วินเตรียมเคลื่อนไหวถ้าเห็นท่าไม่ดี ลิลิธกลับพูดออกมาว่า
“ไม่ต้องกังวลเขาเป็นน้องชายฉัน”
กอริลล่าเผือกตัวนั้นหันมามองเออร์วินก่อนจะคำรามใส่เขา
“โฮก!!!”
กระแสลมรุนแรงพุ่งเข้าใส่หน้าจนเออร์วินต้องเบือนหน้าหนี ลิลิธที่เห็นปฏิกิริยาของกอริลล่าเผือกจึงพูดอย่างเย็นชาพร้อมกับแผ่ความรู้สึกที่เย็นยะเยือกออกมา
“นี่แกทำเขากลัวนะ”
กอริลล่าเผือกเริ่มมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดมันรีบถอยถอยหลังแล้วก้มตัวลงต่ำ ลิลิธสั่งมันว่า
“ไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วอย่ามาทำลายเวลาของฉันกับเออร์วิน”
เจ้ากอริลล่าเผือกคล้ายได้รับนิรโทษกรรมมันหันมาทางเออร์วินแวบหนึ่งแล้วหันไปทางลิลิธสุดท้ายมันก็หันหลังแล้วพุ่งหาเข้าไปในป่า เออร์วินมองไล่หลังกอริลล่าตัวนั้นไป
“ท่านพี่นี่สุดยอดไปเลยนะครับเล่นเอากอริลล่าตัวนั้นหงอไปเลย”
คำชมของเออร์วินทำให้ลิลิธยิ้มออกมา
“ไม่เพียงแต่กอริลล่าตัวนั้นหรอกนะพวกสัตว์อื่นๆ ก็ถูกพี่จัดการซะอยู่หมัด”
พูดจบก็เหลียวมองเข้าไปในป่าแล้วได้ยินเสียงเหมือนสัตว์ป่ามากมายเดินจากไป ทำเอาเออร์วินสงสัยว่า
‘ท่านพี่คงไม่ได้เอาสัตว์พวกนี้มาเป็นเครื่องระบายอารมณ์หรอกนะ’
เออร์วินได้แต่คิดแต่ไม่กล้าพูดออกไป หลังจากนั้นลิลิธก็พาน้องชายของเธอเที่ยวชมป่าพลางเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ทั้งเรื่องที่เธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วเจอกลุ่มโจรเดินผ่าน โจรพวกนั้นคิดทำร้ายเธอแต่กลับเป็นเธอที่จัดการโจรพวกนั้นจนกลายเป็นตอตะโก หรือไม่ก็เล่าว่าสัตว์อสูรละแวกนี้มีอะไรบ้างและเธอจัดการพวกมันยังไง ทั้งเธอยังบอกว่าถ้าเออร์วินมาที่นี่กับเธอก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เออร์วินก็รับฟังอย่างสนุกสนานทั้งย่างกล่าวชมพี่สาวไม่หยุดจนลิลิธยิ้มแก้มปริ ขณะที่ถูกพี่สาวจงมือเดินชมป่าเออร์วินก็มาเด็ดดอกไม้ป่าตามรายทาง
“เออร์วินชอบดอกไม้หรอ?”
ลิลิธถามขึ้นขณะมองดูดอกไม้มากมายในมือของน้องชาย
“ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่หรอกครับเพียงแต่ว่าดอกไม้พวกนี้ผมจะเอาไปทำเป็นของขวัญให้ท่านพี่ครับ”
“ของขวัญให้พี่?”
เออร์วินยิ้มให้พี่สาวตน ลิลิธก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน
“พี่จะรอดูนะ”
“ครับผมมั่นใจได้เลยว่ามันจะเหมาะกับท่านพี่และท่านพี่ต้องชอบแน่”
จากนั้นสองพี่น้องก็กลับมาที่ริมบึงขนาดใหญ่นั้น เออร์วินอาสาลงไปจับปลามาทำเป็นมื้อเที่ยง ลิลิธที่เข้าใจว่าน้องชายอยากโชว์ความสามารถให้เธอเห็นถึงไม่ได้ทัดทาน ทว่าเมื่อได้เห็นน้องชายใช้วิธีจับปลาแบบที่เธอไม่เคยเห็น เออร์วินลงไปยืนในน้ำจนน้ำท่วมหัวเข่าในขณะที่สองมือของเขาว่างเปล่า ทว่าแทนที่เขาจะรีบจับปลาเขากลับยืนอยู่เฉยๆ เขายืนอยู่อย่างนั้นพักนึงก่อนจะต้องวัดมือลงในน้ำปลาตัวหนึ่งก็เดินขึ้นมาบนฝั่ง เออร์วินทำอย่างนั้นต่ออีก 3 รอบจนมีปลาขึ้นมาบนฝั่ง 4 ตัว แล้วเขาจึงขึ้นมาบนฝั่งทำการก่อไฟเพื่อปิ้งปลา ลิลิธมองมองภาพเหล่านั้นอย่างเพลิดเพลินเธอมองดูเออร์วินทำทุกอย่างอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องใช้เวทย์มนต์ ขณะที่กำลังรอให้ปลาสุกอยู่นั้นเออร์วินก็หยิบดอกไม้ป่าที่เด็ดมาเริ่มทำอะไรบางอย่างที่เขาบอกว่าจะนำมาเป็นของขวัญให้พี่สาว ลิลิธมองน้องชายของเธอก็ถามว่า
“เธอไปเรียนวิธีจับปลาแบบนั้นมาจากไหน”
เออร์วินตอบโดยไม่เงยหน้าว่า
“เรียนมาจากหมีครับ”
ลิลิธเกือบจะหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชาย
“หมีเธอเรียนวิชาจับปลามาจากหมีเนี่ยนะ?”
เขาละสายตาจากงานในมือเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่สาวยิ้มให้เธอ
“ใช่ครับผมเล่นจากหมี”
ลิลิธก็ได้แต่ยิ้มแล้วไม่พูดอะไรเออร์วินก็กลับมาก้มหน้าทำงานในมือต่อในขณะที่ลิลิธมองดอกไม้ป่าเหล่านั้นถูกน้องชายแปรรูปอย่างสนใจ สักพักเขาก็พูดออกมาว่า
“เสร็จแล้วครับท่านพี่”
ลิลิธมองดอกไม้ป่าที่ถูกดัดจนเป็นห่วงขนาดเล็กเธอถามในความสนใจว่า
“นี่คือ?”
“มงกุฏดอกไม้ครับท่านพี่”
“มงกุฎดอกไม้หรอ?”
“ใช่ครับให้ผมใส่ให้ท่านพี่นะครับ”
พูดจบเออร์วินก็ลุกขึ้นยืนแล้ววางมงกุฎดอกไม้ลงบนศีรษะของพี่สาว ก่อนจะถอยออกมามองดูผลงานของตน เออร์วินตาเป็นประกายทันที
“ว้าว!!! เหมาะมากเลยครับผมคิดไปแล้วว่ามันต้องเหมาะกับท่านพี่แน่ๆ ถ้าพี่ดูสวยขึ้นมากเลยไม่สิต้องพูดว่าการที่มันอยู่กับท่านพี่มันทำให้มันดูสวยมากขึ้นต่างหากล่ะครับ”
ลิลิธที่ได้ยินน้องชายกล่าวชมก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีพูดด้วยความเขินว่า
“เธอน่ะชมพี่เกินไปแล้วนะ”
“ผมไม่ได้ชมเกินไปนะครับท่านพี่ดูสวยจริงๆ ถ้าท่านพี่ไม่เชื่อท่านพี่ลองไปส่องดูเงาสะท้อนที่บึงสิครับ”
ลิลิธเบือนหน้าไปอีกทาง
“ฮึ เจ้าน้องชายคนนี้รู้จักแต่ชมคน”
“ผมไม่ได้แค่ชมนะครับท่านพี่สวยจริงๆ”
“ฮึ ไหนดูซิว่าสวยจริงหรือเปล่าถ้าไม่สวยแล้วก็เธอโดนแน่”
พูดจบก็เดินไปที่ริมบึงแล้วก้มลงดูเงาของตอนในน้ำสิ่งที่เธอเห็นคือใบหน้าของเธอที่เดิมทีก็งดงามอยู่แล้ว เดิมทีลิลิธเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยจะแต่งองค์ทรงเครื่องเท่าไหร่นัก แต่แม้จะเป็นอย่างนั้นความงดงามของเธอนับวันกับยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงกับเริ่มมีความรู้สึกว่าเจ้าหญิงผู้นี้ยิ่งโตยิ่งคล้ายกับราชินีเอลิเซียผู้เป็นมารดาเข้าไปทุกที ทว่าตอนนี้บนศีรษะของเธอกลับมประดับไปด้วยมงกุฎดอกไม้จากดอกไม้หลากสีสันซึ่วช่วยขับเน้นความงามของเธอให้ยิ่งขึ้นไปอีก ลิลิธมองเงาของตนในน้ำพักหนึ่งเสียงของน้องชายก็ดังมาจากทางด้านหลังว่า
“เป็นยังไงบ้างครับท่านพี่สวยเหมือนที่ผมบอก”
ลิลิธรีบละสายตาจากเงาของเธอทันที
“ก็ปกตินี่ไม่เห็นจะสวยขึ้นตรงไหนเลย”
ปากแม้กล่าวเช่นนั้นแต่ลิลิธดูจะพอใจของขวัญที่น้องชายของเธอทำให้นี้ไม่น้อย เออร์วินเพียงยิ้มให้พี่สาว ก่อนจะชวนเธอทานปลาย่างเอาไว้
“ท่านพี่ครับปลาสุกแล้วมาทานกันเถอะครับก่อนที่มันจะไหม้”
ลิลิธเดินมาหาเออร์วินส่วนมือของเธอก็ลูบไล้กลีบดอกไม้บนศรีษะของเธออย่างพึงพอใจ
ค่ายทหารที่เมืองไพร์ล็อก
ลิลลี่ที่ตอนนี้กำลังฝึกฝนดาบยักษ์อย่างขมักเขม้น การหวดของเธอแต่ละครั้งก่อให้เกิดเสียงลมที่บ่งบอกถึงความเร็วและน้ำหนักของมัน
“ฮึบ!!!” ลิลลี่ร้องออกมาพร้อมกับหวดดาบหนึ่งครั้ง
ส่วนเหล่าอัศวินฝึกหัดคนอื่นๆ ตอนนี้ก็หยุดฝึกโดยไม่รู้ตัวแล้วหันมามองลิลลี่เป็นตาเดียว
เนื่องจากว่าวันนี้ลิลลี่เพิ่งได้มาเริ่มฝึกเป็นอัศวินวันแรก ไลลาที่รู้จักเธออยู่ก่อนจึงอาสามารับหน้าที่ดูแลเธอเป็นการชั่วคราว ขายทุกวันนี้จะไม่มีอะไรมากเริ่มจากให้เธอเลือกอาวุธมาหนึ่งชิ้นก่อนแล้วเริ่มทำความคุ้นเคยกับมัน ลิลลี่ที่ไม่เคยจับเอาจริงๆ จังๆ เธอก็ลองเลือกเอาในคลังมาหลายชิ้น ทั้งดาบขวานและก็ค้อนหรืออื่นๆ แต่ไม่มีอันไหนเลยที่เธอถูกใจจนกระทั่งเธอไปเห็นดาบใหญ่เล่มหนึ่งสีดำทั้งเล่มวางพิงผนังอยู่ ไลลาแนะนำเธอว่าดาบเล่มนี้เดิมที่เป็นของอัศวินคนหนึ่งแต่ตอนนี้เกษียณแล้วและตัดสินใจทิ้งดาบของตนไว้ในครั้ง ดาบใหญ่เล่มนี้ถ้าวางแนวตั้งมันสูงกว่าลิลลี่อยู่สองช่วงศีรษะ ขนาดความกว้างของมันประมาณฟุตครึ่ง ลิลลี่ลองหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาผลคือเธอยกมันไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อยหรือจะพูดให้ถูกเธอมันไม่ขยับเลยต่างหากแต่เธอกลับถูกใจดาบเล่มนี้ไม่น้อย ไลลาที่เห็นลิลลี่เลือกดาบใหญ่จึงได้พูดให้เธอเปลี่ยนใจแต่ลิลลี่ยืนการว่าจะเอาดาบใหญ่ ไลลาจึงให้เธอลองเริ่มจากอะไรที่ใกล้เคียงแต่เบากว่า สุดท้ายเลยจบที่ดาบใหญ่อีกเล่มหนึ่งดาบเล่มนี้มีความยาวประมาณเกือบศีรษะของลิลลี่ ตัวดาบกว้างประมาณหนึ่งฟุต ตอนที่ลิลลี่ลากดาบเล่มนี้เดินโซซัดโซเซไปที่ลานก็มีหลายคนพากันสนใจ มีเรียตกตะลึงไปทันทีเมื่อเห็นว่าลิลลี่เลือกดาบใหญ่
อัศวินไพร์ล็อกต้องฝึกอาวุธสองอย่างอาวุธอย่างแรกเป็นอาวุธที่พูดตามความชอบและความถนัด ส่วนอาวุธอย่างที่สองคืออาวุธที่ทหารในกองทัพใช้ เพราะว่าอัศวินบางครั้งก็ต้องร่วมรบกับทหารและอาจถึงขั้นต้องเข้าร่วมค่ายกลก็มี มีคนไม่น้อยพากันดูถูกลิลลี่จนเมื่อเธอเริ่มหวดดาบ การหวดดาบแรกๆ นั้นยังไม่มั่นคง เธอเหมือนคนที่ใช้แรงทั้งหมดไปจากการหวดดาบเพียงครั้งเดียว เธอมีการเดินเซบ้างบางครั้งก็เกือบล้ม มีเรียที่คอยยืนดูอยู่อย่างเป็นห่วง จนบางครั้งก็วิ่งเข้าไปพยุงลิลลี่ให้ลุกขึ้น แล้วลิลลี่ก็เริ่มหวดดาบอีกครั้งจนเวลาผ่านไปครึ่งค่อนวัน แม้ว่าการหวดดายของเธอแต่ละครั้งมันจะดูกินแรงทั้งยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่เธอก็เริ่มหวดดายอย่างมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกอัศวินคึกคักต่างก็มองเธอด้วยความรู้สึกทึ่งไม่เว้นแม้แต่กิลเบิร์ต
กิลเบิร์ตมองการฝึกหวดดาบของไลลาพร้อมกับถามตัวเองว่า ถ้าตัวเขาที่อายุมากกว่าเดิมเป็นคนหวดดาบเล่มนี้แทนเขาจะทำได้แบบเธอหรือไม่ กิลเบิร์ตได้คำตอบอย่างรวดเร็วว่าทำไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเขาไม่มีเวลาฝึกสักหนึ่งเดือนเขาอาจจะทำได้แต่ในระยะเวลาแค่หนึ่งวันนี้ แค่หวดดาบให้ได้สักห้าครั้งในวันนั้นเขายังไม่รู้ว่าเขาจะทำได้หรือเปล่า
ส่วนมีเรียก็กำลังมองลิลลี่ด้วยความทึ่งดาบใหญ่ที่ลิลลี่ใช้ทำให้มีเรียนึกถึงดาบสีดำที่พิงไว้ในคลังแล้วไม่มีใครเอาไปใช้เล่มนั้น ในขณะที่ไลลากลับมองลิลลี่ด้วยความสนใจเธอรู้สึกว่ามีคนแบบนี้ได้ไปอัศวินคงจะน่าสนุกไม่น้อย ส่วนลิลลี่นั้นเธอสนใจแค่การหวดดาบใหญ่เพียงแค่นั้นสำหรับเด็กสาวเผ่ามารหูสัตว์อย่างเธอการได้รับโอกาสให้ฝึกเป็นอัศวินเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันมาโดยตลอด และตอนนี้เมื่อเธอได้โอกาสนี้มาเธอก็อยากจะทำมันให้เต็มที่
ขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไปอยู่นั้นก็มีสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาใกล้บริเวณ
“เปรี้ยง!!!”
อัศวินฝึกหัดหลายคนถึงกับหูดับไปเลยทีเดียว มีเรียที่กำลังมองลิลลี่พร้อมกับให้กำลังใจส่วนลิลลี่ที่เพ่งสมาธิอยู่กับการหวดดาบ ทั้งคู่พากันหันไปมองตำแหน่งที่ฟ้าผ่าลงมาโดยสายตาที่ชื่นชมและเทิดทูน
ฝุ่นฟุ้งตลบไปพักนึงจนเมื่อฝุ่นเริ่มจางหายก็เผยร่างของเจ้าหญิงลิลิตที่กำลังอุ้มน้องชายของเธอในท่าอุ้มเจ้าหญิงโดยบนศีรษะของเจ้าหญิงประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จากดอกไม้ป่านานาชนิด
เออร์วินที่ถูกอุ้มในท่าอุ้มเจ้าหญิงหน้าแดง
“เอ่อ ท่านพี่ครับทำไมต้องอุ้มท่านี้ด้วยครับ”
ลิลิธยิ้มให้น้องชายของเธออย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า
“ก็พี่อยากอุ้มเธอท่านี้นี่”