ไอ้หนานเฟืองเ้าของโรงเผาอิฐจากบ้านสบคาบแลครอบครัว ถูกจับกุมมายังป้อมหอคอยบนยอดกำแพงเมืองฝั่งประตูเวียงชัย ชาวบ้านย่านตลาด เมื่อรู้ข่าวถึงเหตุกำแพงเมืองที่ก่อใหม่ถล่ม ด้วยเป็เพราะมีขุนนางตำแหน่งปากโกงกิน ก็พากันมายืนมุงรอดูการไต่สวน แลตัดสินโทษจากเ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย จนทั่วบริเวรหน้าป้อมประตูเวียงชัย แน่นถนัดไปด้วยผู้คน
“มึงฤา หนานเฟือง”
เ้าขุนอินทร์ถวายจ้องมองชายวัยกลางคน ผู้มีรูปร่างผอมบาง แลครอบครัวของมัน ที่มีทั้งเมียแลลูกใหญ่ลูกน้อยเขยสะใภ้ อีกร่วมสิบชีวิต พร้อมกับคนงานบ่าวไพร่ในโรงเผาอิฐ
“พะ…พระเ้าข้า เ้าเหนือหัว ข้าเอง...หนานเฟือง”
“ไม่ต้องกลัว กูแค่อยากรู้จักมึง แลอยากรู้ว่ามึงแลไอ้ปากขุนนางกู ตกลงจ่ายค่าก้อนอิฐกันเช่นไร มึงจงว่ามาให้แจ้งแกกูเถิดหนา มิต้องหวั่งเกรงอันใด ขอแค่สิ่งที่มึงบอกกูเป็ความจริง หากสร้างเื่โกหกลวงกู มึงคงรู้นะว่า ผลลัพธ์ที่มึงจะได้รับนั้น เป็เช่นไร”
หนานเฟืองที่พนมมือนั่งกราบกราน ถึงกลับหมอบหน้าลงพื้นตัวสั่น ลูกเมียของมันก็ไม่ต่างกัน
“ฝ่าา ข้าแลปากแก้วอิง เคยรู้จักกันผ่านอ้ายจะลอพ่อค้าเมี่ยว ข้าเห็นว่าท่านแก้วอิงเป็ขุนนางคุมคนทำกำแพงเวียง เลยเข้าไปเสนอขายอิฐให้ ในจำนวนข้าวเปลือกหนึ่งเกวียน แลกกับอิฐเผาห้าสิบหาบ เดือนแรกทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั้ง่หลังมานี้ ที่ท่านแก้วอิงขอสั่งอิฐเพิ่มจากข้าพเ้า แลเร่งรัดของอยู่ทุกวี่วัน ทั้งที่ข้าพเ้าเคยแจ้งไปก่อนนี้ั้แ่แรก ว่าทำให้ได้แค่สามสิบวันต่อของห้าสิบหาบ แต่ท่านแก้วอิงก็หาฟังข้าไม่”
“มึงใส่ความกู…” ปากแก้วอิงที่ถูกคุมตัวอยู่อีกด้าน ถึงกลับะโโวยวายโต้แย้ง
“กูหาใส่ความมึงไม่ ลูกน้องในโรงอิฐแลลูกเมียกู ต่างเป็พยานได้ แลค่าตอบแทน ก็ยังคงเป็ข้าวเปลือกแค่หนึ่งเกวียนเท่านั้น ของใหม่ที่ตกลงกันไว้ มึงก็หาได้ส่งให้กูไม่ แต่กลับเร่งของอยู่ทุกวัน จนพวกกูแทบไม่ได้หลับนอน ด้วยกลัวมีโทษต้องอาญา”
พอเื่มาถึงจุดนี้ ไอ้แสนเป็ง จำต้องให้ลูกน้องไปตามตัวอ้ายคำเปิง เ้าพนักงานดูแลห้องพระคลังเสบียงเพื่อมาให้ปากคำ
“เรียนเ้าราชบุตร ปากแก้วอิง เคยได้ส่งใบเบิกข้าวเปลือกที่ข้าพเ้าดูแลไปทั้งหมดห้าเกวียน โดยอ้างว่าจะนำไปจ่ายค่าก้อนอิฐดินกี่เหล่านี่พระเ้าข้า นี่ก็คือใบเบิกข้าวที่ปากแก้วอิงทำเื่มาขอจากข้าพเ้า”
ใบลานขนาดฝ่ามือ จารลงลายลักษณ์อักษร บอกการเบิกจ่ายชัดเจน ข้าวเปลือกหายออกจากคลังเสบียงไปห้าเกวียน แต่กลับตกถึงโรงอิฐบ้านสบคาบเพียงหนึ่งเกวียน อีกสี่เกวียนคงตกถึงท้องไอ้แก้วอิงผู้นี้ไปจนสิ้น
สายตาคมกล้า มองไปที่ไอ้ตัวคนก่อเหตุ ปากแก้วอิงเห็นสายตาดุดันนั่น ก็พลอยหวาดกลัวตัวสั่น เห็นทีครานี้คงโดนจับตายเสียแล้ว
“ลากตัวมันมาข้างหน้ากูนี่ ถูกโอนย้ายมาเริ่มงานกับกูได้เพียงไม่กี่เดือน กับทำเื่ให้กูเดือดร้อน บ้านเมืองมีศึกา ข้าวปลาอาหารเป็เื่ที่ทุกคนต้องประหยัดอดออม แต่มึงกลับยักยอกข้าวหลวง ไหนไอ้สารเลวแก้วอิง ไหนมึงยังมีอันใดจะแจ้งแกกูอีกหรือไม่ ข้าวสี่เกวียนนั่น มึงเอาไปไว้เสียที่ใด หรือมึงเอาเข้ายุ่งฉางของตนเสียหมดเพียงผู้เดียว”
ไอ้แก้วอิงรีบหมอบกราบตัวสั่น “ฝ่าพระบาท ข้าพเ้าเบิกของออกมา ตั้งใจจะนำไปให้แก่โรงอิฐจริง ๆ นะพระเ้าข้า แต่หนานเฟืองยังทำของส่งมาไม่ครบ ข้าพเ้าเลยต้องนำข้าวสี่เกวียนนั่น ไปเก็บไว้ที่บ้านของตนเองไปก่อน กะว่าหากได้อิฐครบตามที่ตกลงกันแล้ว ก็จะนำข้าวทั้งหมดนั้นไปส่งให้”
“มุสาโดยแท้ ฝ่าพระบาทเ้าราชบุตรเ้าขา ข้าน้อยตกลงค่าทำอิฐไว้ที่ข้าวเปลือกทั้งสิ้นเพียงสองเกวียนพระเ้าข้า” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหนานเฟือง ยิ่งทำให้ความผิดของไอ้แก้วอิงสว่างขึ้น
“ไอ้คนชั่ว กูขอปลดมึงออกจากงานราชการ แลโบยมันผู้นี้สามสิบไม้ ยึดทรัพย์สินแลข้าวเปลือกในยุ้งฉางของมันคืนเข้าสู่ยุ้งหลวง อันตัวมันแลลูกเมีย ให้มาทำงานใช้แรงแลกข้าวกินอยู่ที่นี่”
“ไม่ได้นะ อินทร์ถวาย มึงจะตัดสินโทษกูเยี่ยงนี้มิได้ อันตัวกูนั้นก็เป็ถึงหลานชายของท้าวเสือฟ้า ผู้เป็บิดาแห่งพระชายาจันทร์แดง ทั้งมึงแลตัวกู อันที่จริงมิต่างกับเป็ญาติดองกัน จะลงโทษกูถึงเพียงนี้มิได้หนา อย่างน้อยมึงควรเห็นแก่หน้าพระชายาจันทร์แดงบ้าง”
คำพูดตีตนเสมอนาย ที่หลุดออกมาจากปากของไอ้แก้วอิง ยิ่งทำให้เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย ถึงกับจ้องมองมันด้วยความโกรธจนดวงตาแดงกล่ำ พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น จนผู้ที่มองเห็นต้องรู้สึกเย็บวาบไปทั้งกาย
“บังอาจนักไอ้ไพร่ มึงกล้าเทียบตนเสมอองค์เ้าฟ้าเหนือหัว อันตัวมึงแลวงศ์ญาตินั้นเกิดมาแต่ท้องนา หากแม้นไม่เพราะพระเมตตาในองค์เ้ามหาชีวิตฝนแสนห่า มีหรือที่สตรีสาวบ้านดงไกล จะขึ้นมาเป็ถึงพระชายาได้ คนเยี่ยงมึงไม่มีสิทธิ์ ที่จะยกตนมาเทียบกับองค์เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย รู้ตัวไว้เสียด้วย”
ไอ้แสนเป็งที่เฝ้ารับใช้อยู่เคียงพระบาทของผู้เป็นาย ถึงกับเดือดดาลจนทนไม่ได้ ลุกขึ้นง้างตีนถีบยอดอกไอ้แก้วอิง จนหงายหลังล้มกลิ้งไม่เป็ท่า
“จาบจ้วงถึงตัวกู เห็นทีแค่โทษโบยหวายคงมิพอ เปลี่ยนไปใช้ไม้หนามเป็อย่างไร”
ไอ้แสนเป็งหันไปส่งสายตาแก่ทหารองครักษ์ใต้บัญชาของตน แล้วพยักหน้าให้มันผู้นั้น จงรีบไปเบิกไม้หนามมาลงทัณฑ์ตามรับสั่ง
ไอ้แก้วอิงหุบปากเงียบตัวสั่น ทั้งหวาดกลัวทั้งอับอาย ได้แต่ร้องไห้ออกมาจนเสียเพศบุรุษ
“ส่วนมึงหนานเฟือง อิฐมึงมีปัญหาจริงมิได้ถูกใครใส่ไคล้ จนเกือบทำกูเจ็บตัว เื่นี้มึงเองก็มีความผิด แต่กูเห็นแก่ที่มึงทำงานใต้คำสั่งของไอ้คนชั่วนั่น กูจักให้อภัยแก่พวกมึง แต่เื่อิฐกูคงสั่งของมึงมาใช้ต่อไปอีกมิได้”
“พระเ้าข้า ข้าพเ้ารู้ผิดแล้ว แลละอายใจเกินกว่าจะทูลขอพระราชทานอภัย ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่พระองค์จะตัดสินเถิด ขอเพียงแค่ให้พระองค์ละเว้นโทษต่อลูกเมียแลบ่าวในโรงอิฐก็พอ โทษอันใดที่พระองค์จะมอบให้ ขอเป็ข้ากระหม่อมชดใช้แต่เพียงผู้เดียว”
“กูจะละเว้นโทษให้มึงไอ้หนานเฟือง ไอ้แสนเป็ง มึงจงมอบข้าวเปลือกให้โรงอิฐบ้านสบคาบไปหนึ่งเกวียน อย่างไรพวกมันก็ทำของส่งมาให้ แม้จะด้อยคุณภาพสึกกร่อนจนใช้การมิได้ ก็จงนำอิฐพวกนี้ ไปปูทางเข้าวัดวาอารามเสียเถิด แม้สึกกร่อนด้อยค่าต่องานผนัง แต่เป็ทางเดินมิให้ฝุ่นดินติดพระบาทองค์สงฆ์ ก็ยังถือว่ามีค่าอยู่แล”
คำตัดสินของเ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย ที่มีต่อโรงอิฐบ้านสบคาบ ทำเอาชาวประชาที่รอฟังผลการตัดสิน ณ ตีนป้อมหอคอยประตูเวียงชัย พากันสรรเสริฐต่อปัญญาในตัวเ้าราชบุตรผู้นี้ยิ่งนัก ครอบครัวโรงอิฐบ้านสบคาบ หมอบกราบพระบาทเ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวายทั้งน้ำตา ด้วยคิดว่าตนคงต้องโทษเยี่ยงไอ้ปากแก้วอิงไปด้วยเสียแล้ว
“ไอ้แสนเป็ง ตำแหน่งปากคุมไพร่พลก่อสร้างกำแพงเมืองนี้ เดิมทีเป็ของผู้ใด”
“เป็ของปากคำเจืองพระเ้าข้า ข้าเพิ่งรู้แจ้งเมื่อครู่ ว่าก่อนที่ไอ้แก้วอิงจะมาประจำอยู่ที่นี่ ไอ้คำเจืองต้องโทษจนต้องจำตรุอยู่ในคุกหลวง ด้วยเื่ชู้สาว งานนี้ดูจะมีพิรุธอยู่ไม่น้อย แม้นข้าพเ้าเองจะมิรู้จักคนผู้นี้เป็การส่วนตัว แต่ก็หาใช่ว่าจะมิรู้ใจพวกมัน คนที่ทำงานรับใช้พระองค์มานานปี มีหรือจะกล้าทำเื่ผิดศีลธรรม ด้วยทุกตัวคน ต่างรับรู้ในจารีตที่พระองค์ตั้งขึ้นมาเป็อย่างดี ไอ้ปากคำเจือง มีเมียแล้วสองลูกเล็กอีกสี่ ไยต้องหาเื่ผิดลูกเขา จนต้องโทษถึงเพียงนี้อีกเล่า ตำแหน่งราชการเช่นมัน จะหาเมียเพิ่มมิใช่ปัญหา ข้าเห็นเป็ที่ผิดสังเกตนักพระเ้าข้า”