ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 39 บรรพบุรุษตระกูลหยาน

    อำนาจพลังงานที่ลั่วเทียนได้รับจากเทียนหลงมันเหลือเฟือพอที่จะจัดการกับคนตระกูลหยานทั้งหมด จากนั้นลั่วเทียนนำธงค่ายกลที่มีด้ามจับเป็นหยกออกมาจากแหวนมิติของฟางเซียนด้วยกันทั้งหมดห้าผืน เขาแยกธงให้ไปปักรอบอาณาเขตตระกูลหยานโดยมีลักษณะห้าแฉกคล้ายคลึงกับรูปดาว ด้วยค่ายกลพลางตาระดับห้าที่ถูกสร้างขึ้นมันเริ่มเชื่อมต่อธงค่ายกลที่ถูกปักแต่ละต้นโยงเป็นเส้นใยและพลังงานก็เอ่อล้นจนตอนนี้ตระกูลหยานถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลพลางตาระดับห้าหมดแล้ว
    จุดศูนย์กลางพลังงานเชื่อมโยงอยู่ที่ลั่วเทียน ค่ายกลนี้ทำหน้าที่เป็นภาพลวงตาจากคนภายนอกซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นหรือตรวจสอบจากจิตวิญญาณดูเหตุการณ์ด้านในได้เลย ด้วยอำนาจพลังงานของลั่วเทียนที่ตอนนี้อยู่ขอบเขตบรรพกาลแล้วสามาถที่จะดึงคนตระกูลหยานให้มารวมอยู่จุดที่ลั่วเทียนอยู่ได้ซึ่งก็คือลานฝึกยุทธตระกูลหยาน
    แต่เขาไม่อยากเสียพลังงานไปเปล่าประโยชน์แค่การปรากฏตัวโดยฉับพลันก็ทำให้ตระกูลหยานแตกตื่นและเสียงของเขาที่กล่าวไปตอนแรก ก็แทบจะมีคนมาสำรวจต้นตอด้วยตัวเองโดยที่ตัวของลั่วเทียนแทบไม่ต้องเหนื่อยแรงเลย
    เมื่อไม่มีผู้ใดรู้เห็นเหตุการณ์จากบุคคลภายนอกแล้ว ลั่วเทียนเพียงแค่รอเวลาให้คนตระกูลหยานมาปรากฏตัวด้านหน้าเขาเท่านั้น
    ตอนนี้ผู้นำตระกูลหยานเป่ยและผู้อาวุโสตระกูหยานรวมถึงสมาชิกที่เหลืออยู่ในตระกูลต่างออกมาหาสาเหตุต้นตอกับผู้ที่กล้าบุกรุกตระกูล หยานเป่ยที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันสัมผัสได้ว่าบุคคลปรากฏตัวโดยปริศนาเขาไม่สามารถมองเห็นระดับการบ่มเพาะของคนตรงหน้าได้เลย แสดงว่าต้องมีขอบเขตที่เหนือกว่าระดับเซียนสวรรค์อย่างแน่นอน แต่เขาแปลกใจเหตุใดชายหนุ่มที่อายุไม่น่ามากกลับบ่มเพาะมาถึงระดับนี้ได้ จะต้องเกี่ยวข้องกับมหาอำนาจซักที่ใดที่หนึ่งอย่างแน่นอน เขาเองก็คิดไม่ตกว่าไปล่วงเกินคนแบบนี้ได้ยังไงกัน
    หยานเป่ยเริ่มที่จะกลัวขึ้นจึงแอบติดต่อไปหาบรรพบุรุษด้านในตระกูลทันที เขาต้องหาวิธีถ่วงเวลาไว้ก่อน จากนั้นจึงกล่าวถามบุคคลตรงด้านหน้า "ไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไรจากตระกูลของข้า หรือมีคนของข้าไปรบกวนท่านข้ายินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้อย่างเหมาะสม หรือให้ท่านเสนอสิ่งใดที่ท่านต้องการมาก็ได้ ข้าหยานเป่ยผู้นำตระกูลจะไปหามาให้ท่านอย่างแน่นอน"
    ลั่วเทียนหัวเลาะเสียงดัง "ฮ่าๆๆๆ เจ้าชั่งกล้ามาก ตอนข้าบอกให้พวกเจ้าเลิกลา พวกเจ้าก็ไม่ยอมหยุด ยังส่งคนไปจัดการข้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาด้วย" และเทียนกล่าวเสร็จจิตสังหารของเขาเกิดขึ้นบริเวณรอบกลายจนก่อตัวเป็นม่านหมอกสีดำปกคลุมทั่วตระกูลหยาน ยกเว้นคนของเขาที่อยู่ในรถม้าเท่านั้นที่สัมผัสถึงจิตสังหารของเขาไม่ได้เนื่องจากรถเทียนสร้างอักขระก่อนที่จะมาตระกูลหยานแล้ว
    ตอนนี้ทั้งตระกูลหยานต่างล้มลงคุกเข่า ด้วยอำนาจจิตสังหารของลั่วเทียนที่ส่งผลโดยตรง คนที่มีระดับการบ่มเพาะพลังงานที่ต่ำต่างพากันเลือดออกจมูก บางคนก็นอนราบไปที่พื้นถึงขาดใจตายไปแล้ว คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างเอามือกุมไปที่ศรีษะด้วยความเจ็บปวด
    เหตุผลที่จิตสังหารของลั่วเทียนทรงอำนาจเช่นนี้ ก็คือช่วงเวลาที่ผ่านในชีวิตนับล้านปี ตัวของลั่วเทียนเองผ่านศึกสงครามการฆ่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนเขากว่าจะมาถึงจุดสูงสุดได้ จำนวนคนที่เขาฆ่าไปหากนำศพมากองกันอาจมากกว่าโลกใบหนึ่งทั้งใบก็เป็นได้
    ลั่วเทียนหันมากล่าวกับเว่ยหยวนเพื่อสอนบทเรียนชีวิตให้ "หนุ่มน้อยเจ้าได้เข้าสู่เส้นทางวิถีเซียนแล้ว มันคือโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนที่แข็งแกร่งปกครองคนที่อ่อนแอกว่า ถ้าหากว่าเจ้าพบเจอคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า จงฝึกฝนให้หนักแล้วก้าวข้ามผ่านมันไป"
    เว่ยหยวนฟังนายน้อยเขากล่าวอย่างตั้งใจ
    ตอนนี้หยานเป่ยกล่าวกับลั่วเทียนอย่างยากลำบาก "ท่านเป็นใครกันแน่ถึงทำกับพวกข้าเช่นนี้"
    ลั่วเทียนพูดกับคนตระกูลหยาน "ข้าคือลั่วเทียนคนที่พวกเจ้าต้องการจะหาเรื่องด้วย"
    เมื่อสิ้นเสียงกล่าวคนตระกูลที่ทราบข่าวเรื่องดีเป็นอย่างดี ตอนแรกพวกเขายุยงให้ผู้นำตระกูลจัดการปัญหานี้ แต่ไม่มีใครทบทวนเหตุผลแท้จริงเลย เมื่อมานึกย้อนไปมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วได้แต่เสียใจตามหลัง
    ตอนนี้บรรพบุรุษตระกูลหยานถึงว่าเขาจะบ่มเพาะพลังงานมาถึงขอบเขตหลุดพ้นดารา แต่ก็ยังต้องกะเสือกกะสนด้วยความยากรับบากออกมาจากภายในตระกูล เพราะความเข้มข้นของจิตสังหารที่ทรงพลังและขอบเขตการบ่มเพาะที่เขาเองก็ตรวจสอบไม่ได้ว่าอยู่ระดับไหนทำให้บรรพบุรุษตระกูลหยานตกใจกลัวเช่นกัน เขาคิดว่าลูกหลานคนไหนที่ไม่ได้เรื่องไปทำให้ตัวตนเช่นนี้โมโห
    บรรพบุรุษตระกูลหยานด้วยอายุที่อยู่มานานเขาทราบดีว่าวันนี้ยังไงก็ไม่มีสิทธิ์รอดอยากแน่นอน แต่เขาก็จะลองร้องขอเรื่องหนึ่งดูเผื่อคนตรงหน้าจะผ่อนปรนได้
    คนตระกูลหยานต่างร้องขอให้บรรพบุรุษตระกูลหยานที่ปรากฏตัวขึ้น "ท่านบรรพบุรุษโปรดช่วยพวกเราด้วย จัดการคนที่กล้ามาอวดดีกับพวกเราที"
    "หุบปาก" บรรพบุรุษตระกูลหยานตะคอกด้วยความเดือดดาล เขาเองก็คิดว่าพวกลูกหลานของเขาแกล้งโง่หรือว่าบ้าจริงที่มองสถานการณ์ไม่ออก
    แม้บุคคลตรงหน้าจะเป็นชายหนุ่ม แต่บรรพบุรุษตระกูลหยานก็กล่าวด้วยความสุภาพและให้เกียรติ "ท่านผู้อาวุโสข้าอยากจะขอร้องท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตคนที่เหลือในตระกูลบ้างได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าพวกเขาทำผิด ได้โปรดพิจารณาด้วย"
    ลั่วเทียนรู้ว่าหากเขาปล่อยคนใดคนหนึ่งรอดไป มันย่อมมีสักวันที่คนเหล่านั้นจะมาแว้งกัดเขา แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นลั่วเทียนก็กล่าวออกไปว่า "ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วว่าจะต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย ข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกตระกูลข้าจะละเว้นให้ และข้าจะปราณีโดยให้พวกเจ้าทั้งหมดตายแบบไม่เจ็บปวด"
    "ข้าขอบคุณท่านมากที่ปราณี" อย่างน้อยก็ยังดีที่มีคนในสายเลือดตระกูลหยานที่เหลือรอด บรรพบุรุษตระกูลหยานคิด
    แต่ยังมีบางคนไม่ยินยอม เริ่มกำลังจะด่าทอลั่วเทียนเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องตาย ทุกคนต่างพากันร้องไห้กันยกใหญ่ ลั่วเทียนไม่ได้ใ่ใจเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว เขาลบจิตสังหารออก พร้อมทั้งส่งพลังงานเปลี่ยนวิถีของค่ายกลเป็น ก่อกำเนิดวิชาห้วงแห่งนิทรา จนคนทั้งตระกูลหลับไปหมดจากอำนาจที่แสดงออกมาจากค่ายกล
    ลั่วเทียนควบคุมพลังงานให้คนในตระกูลหยานมารวมอยู่ตรงหน้า จากนั้นใช้วิชาเพลิงผลาญพิภพสุดยอดวิชาเผาคนทั้งตระกูลจนไม่เหลือร่องลอย





    คล้ายกับเรื่องราชันย์ราชบัลลังก์เลือด ที่คุณอ่าน