แต่แล้ว!ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หลังจากที่กู้จวิ้นเทียน รู้จักกับหนิงไป๋เหลียนผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา
ในคืนที่กู้จวิ้นเทียนเมามายจนไร้สติเยี่ยนเฟยคนเก่าที่แอบรักเขาสุดหัวใจทำได้เพียงเข้าไปดูแลปรนนิบัติด้วยความห่วงใยทว่าในความมืดมิดและฤทธิ์สุราที่ครอบงำทหารหนุ่มกลับเป็นฝ่ายดึงรั้งเธอเข้าไปในห่วงอารมณ์ที่เขาร้อนแรง...เยี่ยนเฟยที่อ่อนไหวจึงยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความรักที่เธอมีให้เขาจนหมดสิ้น
แต่โลกของเธอก็พังทลายลงในรุ่งเช้า...
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาคนแรกที่เขาโหยหาและพร่ำเรียกชื่อกลับไม่ใช่เธอ แต่เป็น ‘หนิงไป๋เหลียน’ น้องสาวต่างมารดา!เขาปักใจเชื่อว่าความสัมพันธ์ในคืนนั้นคือความผิดพลาดที่เยี่ยนเฟยจงใจสร้างขึ้นเพื่อสวมรอยแทนหญิงในดวงใจของเขา
การร่วมเตียงในคืนนั้นไม่ได้แลกมาด้วยความรักแต่มันคือตราประทับแห่งความรังเกียจกู้จวิ้นเทียนจดทะเบียนสมรสเพียงเพื่อรับผิดชอบตามเกียรติของทหารแต่เขากลับปฏิบัติต่อเธอเหมือน ‘ขโมย’... ที่แย่งชิงวาสนารักของน้องสาวไปอย่างหน้าด้านๆ!
“หะ…ห๋าาา! ตอนนี้นายทหารคนนั้นเป็นผัวของฉันงั้นเหรอ?”
หญิงสาวพึมพำด้วยน้ำเสียงตกใจสายตาที่เคยเฉิดฉายในฐานะนางเอกแถวหน้าบัดนี้สั่นระริกขณะมองดูหยดน้ำที่ไหลจากชายเสื้อที่เปียกปอนลงสู่พื้นดินแต่สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าความหนาวเหน็บคือกระแสความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่ไหลวนอยู่ในหัว ราวกับตะปูแหลมคมที่คอยตอกย้ำความโง่เขลาในอดีต
“ทะลุมิติไม่พอ…แถมยังมีผัวที่เย็นชาเข้ากระดูกดำด้วย... มิน่าล่ะเขาถึงได้ยืนมองฉันตะเกียกตะกายขึ้นจากฝั่งโดยไม่แม้แต่จะขยับปลายนิ้วมาช่วยพยุงคงจะกลัว ‘แม่น้องสาวบัวขาว’ คนนั้นขาดใจตายสินะถ้าหากเขาต้องเอื้อมมือมาแตะต้องตัวผู้หญิงที่ไม่เคยอยู่ในสายตาอย่างฉัน!”
เธอแค่นหัวเราะเยาะหยันให้กับโชคชะตาก่อนจะยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำใสที่ร่วงหล่นอาบแก้มทิ้งอย่างไม่ใยดี...น้ำตานี้ไม่ใช่ของเธอ แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์ครั้งสุดท้ายของ ‘เยี่ยนเฟย’ คนเก่าที่จากไป
“เยี่ยนเฟยคนโง่เอ๋ย... เธอลืมไปแล้วหรือว่าในวันแรกที่พบกันจวิ้นเทียนคนนั้นตะเกียกตะกายอยู่ในสายน้ำที่เย็นจัดร่างกายเขาเป็นตะคริวจนขยับไม่ได้และกำลังจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งในวินาทีที่ความตายมาจ่อตรงหน้าเธอก็เป็นคนวิ่งวุ่นหากิ่งไม้มาให้เขาฉุดดึงขึ้นมา... ความเมตตาเพียงเล็กน้อยในวันนั้นกลับกลายเป็นพันธนาการที่ล่ามเธอไว้กับเขาจนตัวตาย”
“แต่ดูสิ่งที่เขามอบคืนให้เธอในวันนี้สิ...ทั้งที่เขารู้ซึ้งดียิ่งกว่าใครว่าการสำลักน้ำจนจะขาดใจตายมันทรมานเพียงใดแต่เขากลับเลือกที่จะยืนมองดูเธอด้วยสายตาที่นิ่งเฉย...แม้แต่กิ่งไม้ที่เขาเคยได้รับจากเธอวันนี้เขาก็ยังไม่คิดจะหยิบยื่นมันคืนให้เธอเลยด้วยซ้ำ!ทั้งที่เขาก็รู้ว่าในท้องของเธอมีลูกของเขาอยู่”
“ในเมื่อเขารู้ทั้งรู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา...แต่ยังเลือกที่จะยืนมองดูทั้งแม่และลูกจมน้ำตายอย่างนิ่งเฉยเช่นนั้นฉันก็จะให้เธอคนเดิมที่เคยรักเขาจนมืดบอด ตายไปจากโลกนี้เสียที!”
หนิงเยี่ยนเฟยนางเอกสาวหยัดยืนสองขาอย่างมั่นคงแม้น้ำจะยังหยดจากชายเสื้อลงสู่พื้นดินดั่งหยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปแต่สายตาที่เคยมองเขาด้วยความเทิดทูนกลับมอดไหม้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบยิ่งกว่ากระแสน้ำในคลอง
เพราะผู้ชายที่เลือดเย็นพอจะเห็นลูกตัวเองตายได้ลงคอ...ไม่คู่ควรแม้แต่จะได้รับเศษเสี้ยวความรู้สึกใดๆ จากเธออีก
“กิ่งไม้ที่เคยหยิบยื่นช่วยชีวิตเขาในวันนั้นฉันจะถือว่ามันถูกเขาเหยียบจนหักสะบั้นลงแล้วด้วยเท้าของเขาเองและเส้นทางที่ฉันจะเดินต่อจากนี้จะไม่มีที่ว่างให้ผู้ชายที่ชื่อกู้จวิ้นเทียนอีกตลอดกาล!”
เยี่ยนเฟยประกาศกร้าวแววตาที่เคยหม่นแสงพลันวาวโรจน์ด้วยความทระนงความอาลัยอาวรณ์ของเจ้าของร่างเดิมถูกฝังกลบลงไปใต้ความนิ่งสงบเธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สำรวจแต้มต่อในมือที่ช่างริบหรี่... ไม่มีญาติที่พึ่งได้ไม่มีทรัพย์สินติดตัว ที่ซุกหัวนอนเพียงแห่งเดียวในตอนนี้คือ ‘บ้านตระกูลกู้’ เท่านั้น
“เอาเถอะ ในเมื่อยังไม่มีทางไปฉันจะขอใช้บ้านนายเป็นฐานทัพกบดานสักพักแล้วกัน พอปีกกล้าขาแข็งเมื่อไหร่ใบหย่าจะถูกวางกระแทกบนหน้านายแน่... กู้จวิ้นเทียน!”
ระหว่างที่เดินกะเผลกเพราะก้อนหินริมทางความทรงจำเรื่อง‘แม่ดอกบัวขาว’ ก็ผุดขึ้นมาให้เยี่ยนเฟยอยากจะเบะปากมองบนถึงดาวอังคารที่แท้ไป๋เหลียนก็แค่ผู้หญิงขี้อิจฉาที่ตาถึงเห็นว่าจวิ้นเทียนอนาคตต้องไกลแน่เลยอยากจะเสวยสุขถึงได้แสร้งบีบน้ำตาเป่าหูให้กู้จวิ้นเทียนเข้าใจผิดมองเยี่ยนเฟยว่าเป็นคนไม่ดีชอบกลั่นแกล้งน้องสาวต่างมารดาทั้งที่ความจริงยัยคนนี้แหละที่ร้ายจนลึกสุดใจ!
ที่น่าเจ็บใจกว่าคือความลำเอียงของกู้จวิ้นเทียนเขาจงใจ‘ดอง’ เยี่ยนเฟยไว้ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ไม่ยอมย้ายชื่อเธอเข้าเขตทหารทั้งๆที่เขารู้ว่าที่นั่นคือใบเบิกทางไปสู่อนาคตที่ดีเพียงเพราะอยากเว้นที่ว่างในทะเบียนบ้านไว้รอรับภรรยาในฝันอย่างไป๋เหลียนในอนาคต!