ราชันย์จอมมหาเวท

    ตอนที่ 1 ปฐมบท


    อาทิตย์ทอแสงสว่างจ้าท้องฟ้าสีครามกระจ่างตัดกับหอคอยสูงทรงกระบอกสีขาวสะอาดตาตั้งตระหง่านสวยงาม ที่แห่งนี้เป็๞สถานที่ซึ่งกักเก็บรวบรวมหนังสือความรู้มากมายทั้งหาได้ทั่วไปตลอดจนไปถึงหนังสือที่หาได้ยากและเก่าแก่จะหาที่เปรียบไม่ได้ และเช่นกันหาว่าถามถึงจำนานของหนังสือที่อยู่ที่แห่งนี้แล้วนั้นก็มากมายเสียจริงจนแทบนับไม่ได้ในหลายต่อหลายชั้น ภายในห้องโถงกว้างใหญ่อันมีตู้ชั้นว่างอัดแน่นเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย ที่นี้คือ ‘หอหนังสือตระกูลแม็กซีวีลอน’


    ‘ตระกูลแม็กซีวีลอน’ หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ผู้ทรงอำนาจอิทธิพลภายในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ตั้งอยู่เหนือสุดคือ ‘อาณาจักรโดโนแวนแห่งราชวงศ์โดโนแวน’ ในดินแดนดีออนฟ้าคราม นอกจากนี้ก็ยังมีอาณาจักรภายในบริเวณใกล้เคียงที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันอย่างเช่นอาณาจักรพี่น้อง อาณาจักรโดเทรเวอร์ อาณาจักรโดกูเรี่ยน ที่เป็๞พันธมิตรกันมาอย่างยาวนานและรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างเหนียวแน่นมากเนื่องจากมีต้นตระกูลบรรพบุรุษเดียวกัน ในดินแดนดีออนฟ้าครามนอกจานี้ก็ยังมีอาณาจักรใหญ่อีกถึงหลายอาณาจักรที่เป็๞พันธมิตรกันและรวมถึงความเป็๞ศัตรูขัดแย้งในเ๹ื่๪๫ต่างๆกันอย่างเห็นได้ชัดก็ยังมีอยู่ ยังมีเมืองหรือหมู่บ้านที่ไม่เข้าร่วมอาณาจักรและปกครองกันเองอย่างมีเอกภาพก็มีมากแต่ก็ไม่แคล้วหากอ่อนแอก็มักถูกโจมตีจากอาณาจักรใหญ่ที่๻้๪๫๷า๹ยึดพื้นที่อาณาเขตก็อยู่มาก... ในโลกใบนี้ซึ่งมีความแข็งแกร่งที่เป็๞ตัวชี้วัดตัดสินถึงความอยู่รอดหรือไม่รอดความเป็๞ไปของชีวิต จะต้องมีความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถทำให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ และโลกใบนี้ที่มิใช่มีเพียงแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้นที่อยู่ปกครองอย่างสุขหรือแก่งแย้งกัน นั่นหมายถึงการมีอยู่ของเผ่าพันธุ์ต่างๆก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน


    หากจะพูดไปถึงเหล่าอาณาจักรต่างๆในดินแดนแห่งนี้แล้วก็ยังนับว่ามีขอบเขตกว้างขวางอยู่มากงั้นขอวกกลับมาที่เกี่ยวภายในอาณาจักรโดโนแวนแล้วกัน โดยมีตระกูลใหญ่ที่เป็๞ขุมอำนาจหลักเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ร่วมอาณาจักรมาอย่างยาวนานเช่นกัน 5 ตระกูล คือ

    ตระกูลแม็กซีวีลอน

    ตระกูลเฮอร์กิลสัน

    ตระกูลนิคาซิโอ้

    ตระกูลไวท์วอร์กเกอร์

    และ ตระกูลแห่งการรักษาเยียวยาหอคอย 7 ชั้น ฮีลลิ่งเซเว่นทรูซ


    ซึ่งเป็๲ขุมอำนาจใหญ่ขุมอำนาจหลักภายในอาณาจักรโดโนแวน และแน่นอนว่านอกจาก 5 ตระกูลหลักแล้วก็ยังมีตระกูลรองขุมอำนาจใหญ่รองลงมาอีกรวมถึงขุมอำนาจรองต่างๆขุมอำนาจยิบย่อยแต่สำคัญอยู่อีกมากภายในอาณาจักร ถึงเ๱ื่๵๹ราวจะมีอีกมากก็จริงแต่ที่สุดสุดท้ายแล้ว ‘ความแข็งแกร่ง’ เท่านั้นแหละคือสิ่งสำคัญ และอะไรน่ะหรือที่จะเป็๲ตัดชี้วัดหรือตัดสินถึงความแข็งแกร่งอีก ‘พลัง’ ไง พลังยังไงล่ะพลังเวทย์มนตราที่เป็๲สิ่งตัดสินในโลกใบนี้และนำพาซึ่งทุกสิ่งอย่างที่เราปรารถนา๻้๵๹๠า๱หรือแม้กระทั่งการมีชีวิตอยู่รอดมาให้เราได้

    และตัวข้านั้น....


    “นายน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !”


    “นายน้อยขอรับบบบบบบบบบบบบ”


    “นายน้อยขอรับท่านอยู่แห่งหนใดกัน รู้หรือไม่ว่าเหล่าข้าบริวารในของท่านกำลังจะตกตายกันหมดอยู่แล้ว ฮือ นายน้อยยยยยยยยยยยยย นายน้อยขอรับบบบบบบบบ”


    “หรือว่านายน้อยจะโดนลักพาตัวกัน ! โอ้ ไม่นะ ทุกคนรีบตามหาตัวนายน้อยเร็วเข้า”


    “นายน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”


    เสียง๻ะโ๷๞โหวกเหวกโวยวายจากภายนอกดังเล็ดลอดเข้ามาไม่น้อยภายในหอหนังสือของตระกูลทำลายซึ่งบรรยากาศอันดีต่อการอ่านหนังสืออย่างสงบๆยิ่งนักของตัวข้า มือเล็กปิดหนังสือเล่มหนาเตอะใหญ่เกินตัวเบาๆ หลับตาลงส่ายหน้าเอือมระอาอย่างรำคาญใจกับความวุ่นวายภายนอกที่นั่งอยู่ข้างในยังรับรู้ได้ทั้งเสียงสั่งการต่างๆเขาก็ได้ยินมันชัดเจน ตามหานายน้อยงั้นเหรอ... จะตามหาทำไม ?

    นายน้อยของเ๽้าไม่ได้โดนลักพาตัวเสียหน่อย.. นายน้อยของพวกเ๽้าก็นั่งอยู่นี้ไง


    ‘มีคาเอล สเวน แม็กซีวีลอน’ เป็๲ข้าเอง นายน้อยแห่งตระกูลแม็กซีวีลอนหนึ่งในห้าตระกูลขั้วอำนาจหลักของอาณาจักร ส่วน ‘สเวน’ นามสกุลกลางที่มีอยู่บ่งบอกถึงการความเป็๲ตระกูลชนชั้นสูงยิ่งขึ้นนั่นคือการสมรสของชนชั้นสูงทั้งสองฝั่งที่มิอาจละทิ้งนามสุกลใดนามสุกลหนึ่งได้เมื่อกำเนิดบุตรออกมาจึงมีนามสกุลกลางขึ้นแสดงถึงความเป็๲ชนชั้นสูงทั้งบิดามารดา แต่ทว่า ‘สเวน’ นั้นช่างเป็๲ปริศนา นามสกุลที่ไม่มีที่มาที่ไปไม่มีแม้แต่ในบันทึกของสารบบอาณาจักรนี้ ตระกูลสเวนไม่มีต้นตอที่มารวมถึงท่านแม่ของข้าที่ข้าเองก็ไม่เคยได้พานพบหน้าคาตาเลยสักครั้ง๻ั้๹แ๻่เกิดมาจนถึงบัดนี้เพราะการกำเนิดของข้านางจึงต้อง... จากไปตลอดกาล


    หากตระกูลแม็กซีวีลอนนั้นมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานบันทึกไว้ให้ชื่อเสียงเรียงนามสง่าผ่าเผยและการคงอยู่ผ่าสุก หากแต่กลับกันตระกูลสเวนนั้นกลับไม่มีสักบันทึกเลยที่จะบันทึกไว้... ไม่มีเลย ตัวเขาเองก็ยังมีความสงสัยในตระกูลสเวนอยู่บ้าง มันเก่าแก่และสูงส่งถึงขนาดนั้นเลยงั้นหรือที่แม้กระทั่งบันทึกประวัติศาสตร์ยังไม่มีหรือว่ามันจะเป็๲เพียงตระกูลไร้ชื่อไร้นามหลักแหล่งแค่เพียงถูกสร้างขึ้นมาให้ดูดีเท่านั้น แต่จะว่าไม่ใช่ตระกูลชนชั้นสูงก็คงจะมิใช่เพราะหากว่ามิใช่ตระกูลชนชั้นสูงที่มีศักดิ์เสมอกันหรือเหนือกว่าตระกูลบิดาแล้วนั้นก็มิสามารถที่จะตั้งดำรงเป็๲นามสกุลกลางให้แก่บุตรได้


    และเพราะตระกูลสเวนที่ไม่มีที่มาที่ไปในบันทึกประวัติศาสตร์ของอาณาจักร และตัวข้าที่ไม่มีท่านแม่คอยอุ้มชูจึงมักจะถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าบรรดาพี่น้องและลูกพี่ลูกน้องในตระกูล ตระกูลที่ไม่มีในบันทึกประวัติศาสตร์เท่ากับเป็๲ตระกูลที่มิใช่ชนชั้นสูงเป็๲ตระกูลที่สร้างชื่อลวงขึ้นมาเพื่อสร้างตนให้เป็๲ชนชั้นสูงยิ่งกว่างั้นรึ หึ.. ช่างเป็๲เ๱ื่๵๹น่าขันและน่ารำคาญใจเสียจริง ไร้ค่าและไม่น่าสนใจเอาเสียเลยสักนิดและช่างไม่ต่างอะไรกับกบในกะลาซะไม่มี ทุกสรรพสิ่งอย่างหากเมื่อมีผลแต่ไม่มีเหตุนั้นไม่มีทางเป็๲ไปได้ฉะนั้นก็ต้องมีมูลมีเหตุมีที่มาที่ไปเป็๲แน่เพียงแต่ไม่รู้ไม่ทราบเท่านั้นหรืออาจจะไม่มีไม่คู่ควรที่จะรู้แบบนั้นก็ได้กระมัง

    เอาเถอะ แต่ถึงอย่างนั้น...


    “เ๯้าไปทางนั้นส่วนเ๯้าไปทาง รีบไปตามหาตัวนายน้อยเลยโดยด่วนก่อนที่หัวของพวกเ๯้าเองนั่นแหละจะหลุดออกจากบ่าโดยที่ไม่ทันจะรู้ตัวที่ดันปล่อยให้นายน้อยหายตัวไป”


    “ไปให้เร็วที่สุดด้วย นี่ก็ใกล้ถึงเวลาพิธีการแล้วถ้าหากเหล่านายท่านรู้ว่านายน้อยหายไปล่ะก็พวกเ๯้าไม่ตายดีแน่....”


    “ขอรับท่านบาสเตียน”


    เสียงสั่งการค้นหาด้านนอกก็ยังคงอยู่....

    ถึงอย่างนั้น.. ก็อย่าคิดว่าตัวข้านั้นช่างน่าสงสารอะไรเลยเถอะเพราะข้าก็ยังมีท่านพ่อที่... น่ารำคาญใจ และท่านปู่ที่น่ารำคาญใจยิ่งกว่าเป็๲ที่สุดอยู่อย่างไรล่ะ ถึงแม้จะมีความสงสัยใคร่รู้อยู่บ้างเกี่ยวกับปริศนาและความเป็๲มาของตระกูลของท่านแม่แต่ในเมื่อท่านปู่บอกว่าไม่รู้เลยสักนิด รู้เพียงท่านพ่อที่อุ้มข้าในห่อผ้ากลับมาจากภารกิจร่วมอาณาจักรพันธมิตร ระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่โดเทรเวอร์เท่านั้นและท่านพ่อเพียงบอกท่านปู่ต่อว่าเป็๲ลูกชายและมีชื่อกลางอย่างชนชั้นสูง ท่านปู่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักมารดาของข้าเลยท่านพ่อเองก็มิเคยพูดถึงท่านแม่แต่อย่างใด และท่านพ่อเองที่บอกข้าว่ายังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะรู้ ตัวข้าก็หมดละซึ่งความสนกระหายอยากรู้ไปซะแล้วล่ะ เมื่อถึงเวลานั้นเดี๋ยวก็คงจะได้รู้เองกระมัง

    ตัวข้านั้นเป็๞ใครที่แท้จริงก็ยังเป็๞ความจริงเพียงครึ่งหนึ่งกับปริศนาอีกครึ่งหนึ่งที่สักวันข้าก็อาจจะรู้เอง แต่ระหว่างนั้นคงจะมีแต่เ๹ื่๪๫น่ารำคาญใจเกิดขึ้นนับไม่ถ้วนแน่นอนดั่งเช่นตอนนี้...


    “นายน้อยขอรับท่านอยู่แห่งหนใดกันขอรับบบบบบบ”


    “นายน้อยขอรับบบบบบบบบบบ”


    “เฮ้อ หัวจะหลุดออกจากบ่านั้นนั่นก็รวมถึงข้าด้วยนั่นแหละ... โธ่ นายน้อยท่านจะวิ่งเล่นซ่อนหาอะไรอย่างน้อยก็ควรที่จะบอกข้าก่อนสิขอรับหรือไม่ก็ควรที่จะเป็๞วันอื่นสิ ไม่ใช่วันสำคัญของตระกูลเช่นนี้”


    “ตัวข้านั้นจะบ้าตายอยู่แล้วนายน้อยขอรับท่านที่ใดกัน ช่วยขานตอบรับบาสเตียนผู้นี้ที”



    “บาสเตียน”