เสียงแจ้งเตือนเบา ๆ ดังขึ้น
"สายแล้วนะ เซ็น เวลาออกเดินทางใกล้ถึงแล้ว"
เขาหรี่ตา สูดหายใจลึก ก่อนจะพึมพำตอบกับแว่น AR ที่อยู่บนใบหน้า
"เรียกรถให้หน่อย...ที่ทำงาน"
ทันทีที่พูดจบ เสียงประมวลผลก็ดังขึ้น และภาพรถรับจ้างแบบไร้คนขับก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นผ่านกระจกแว่น
เซ็นก้าวขึ้นไปนั่ง เบาะโฟมอัจฉริยะปรับรูปร่างรองรับหลังและไหล่เขาอย่างพอดี
แต่ในหัวกลับไม่พร้อมจะเข้าสู่วันใหม่เลย
"โลกใบนั้น...ฝันเมื่อคืน..."
เขาพิงศีรษะกับพนักพิง มองภาพตึกสูงโลหะสีเงินและโฮโลแกรมโฆษณาที่ลอยอยู่เหนือถนนผ่านกระจกตา
เสียงบรรยากาศในรถถูกตั้งให้เงียบ — เงียบพอให้ได้ยินเสียงของตัวเอง
“ถ้าเป็เราจริง ๆ ล่ะ…ในโลกนั้น…จะทำยังไงต่อไป?”
“ฝึกพลังยุทธ์ไม่ได้แล้วนิ…แต่จากนิยายที่เคยอ่านมันก็มีวิธีอื่นไม่ใช่เหรอ?”
เสียงความคิดเริ่มดังขึ้นในหัวตัวเอง
“ค่ายกล? อักษรรูน? อักขระ? พลังจิต?
แม้แต่หมอแปลกที่มือใช้ไม่ได้ ยังเปิดประตูมิติด้วยเวทมนตร์ได้เลย…”
เขาขมวดคิ้วเล็ก ๆ “หรือเราแค่คิดมากไปเอง... แต่...มันรู้สึกเหมือนจริงเกินไป”
รถหยุดลงตรงหน้าตึกกระจกโค้งสูงของบริษัท 'Neuralis Core' — หนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยี AI ฝังตัวระดับโลก
เซ็นเดินผ่านประตูอัตโนมัติ ทักทายเสียงจากแว่น AR ที่เชื่อมต่อกับระบบภายในของตึก
“ยินดีต้อนรับ เซ็นคาล สู่ศูนย์ปฏิบัติการ AI ฝ่ายพัฒนาโครงสร้างประสาทเทียม”
เขาทำงานในโครงการที่ชื่อ “Eidolon” — ระบบ AI ที่ไม่เพียงตอบคำสั่ง แต่สามารถ “อยู่กับคุณ” เหมือนเป็เพื่อนร่วมชีวิต
ไม่ใช่แค่แปลภาษา ไม่ใช่แค่เปิดแผนที่หรือหาข้อมูล
แต่ต้องเป็ AI ที่ “รู้ว่าคุณรู้สึกยังไง” “ตอบโต้ได้แม้ไม่มีคำสั่ง” และ “เติบโตไปพร้อมคุณ”
และตอนนี้ ทุกบริษัทกำลังวิจัยแข่งกัน — ใครสร้าง AI ที่เหมือน “จิติญญาของผู้ใช้” ได้ก่อน... คนนั้นจะเปลี่ยนโลก
เซ็นนั่งลงที่เก้าอี้ประจำโต๊ะทำงาน
หน้าจอโฮโลซินธิซ ที่ลอยอยู่กลางอากาศเริ่มทำงาน
แต่เขากลับเหม่อมองมันอยู่ครู่หนึ่ง...ก่อนจะเผลอพึมพำกับตัวเองอีก
“...ถ้าโลกนั้นมีวิธีอื่นจริง ๆ ถ้าเราเข้าใจมันมากพอ...บางทีเราจะช่วย ‘เขา’ ได้...ไม่สิ ช่วย ‘เราเอง’ ได้…”
ภาพเด็กชายในฝันคืนนั้นยังติดตา
เืเปรอะมือ ร่างเล็กที่สั่นระริก ความเ็ปที่รู้สึกได้ แม้ไม่ได้อยู่ในร่างกายตัวเองจริง ๆ
“เห้อ... ปวดหัวแฮะ ถ้าเป็เราจริง ๆ คงไม่รอดแน่ๆ …”
"เฮ้! เซ็น!!"
เสียงะโจากข้างหลังทำให้เขาสะดุ้ง
หัวหน้าแผนก — ชายวัยกลางคนที่ยังดูมีไฟในแววตา ก้าวเข้ามาเคาะโต๊ะเบา ๆ
"รายงานประจำวันด้วย เอ็งพัฒนาไปถึงไหนแล้ว?"
เซ็นกะพริบตา ก่อนจะหันกลับมาตอบช้า ๆ
“ผม…กำลังทดลองแนวใหม่ครับ”
“…แนวไหน?”
เซ็นลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะยกมือแตะขมับของตัวเอง
“ผมอยากลองสร้าง AI แบบฝังสมองบางส่วนลงในจุดเฉพาะของสมองผู้ใช้ครับ เหมือนที่เราเห็นใน...”
“ตรงขมับ?” หัวหน้าเลิกคิ้ว “เหมือน...พวกหุ่นแอนดรอยด์?”
“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า “มันอาจจะไม่ต้องถึงขั้นฝังชิปลงสมองจริง แต่อาจจะใช้คลื่น AR/NER Synapse ที่เรามี
แปลงให้เกิดการตอบสนองเหมือนมีตัวตนอยู่ร่วมกับเราจริง ๆ …”
หัวหน้ามองเขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“เอาเถอะ แบบไหนก็ลองส่งรายละเอียดงานวิจัยมา เดี๋ยวฉันไปเสนอต่อให้เอง”
เซ็นพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาที่หน้าจอ
เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปกดเปิดแบบจำลองต้นแบบ…
วงกลมสีฟ้าเรืองแสง ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงขมับของโมเดลมนุษย์จำลอง
หลังเลิกงาน เซ็นกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ทิ้งตัวลงบนโซฟา
เสียงในหัวไม่เคยเงียบ
“สถานที่ตรงนั้นที่จำได้...มันมีไว้ทำอะไร?”
“ค่ายกล...มันต้องมีสิ ค่ายกลที่ใช้กันอสูร หรือปิดบาเรีย...”
“ปะ…รีบอาบน้ำ แล้วนอนดีกว่า คืนนี้…อาจจะได้ฝันอีกครั้งก็ได้…”
เขาอาบน้ำ ขึ้นเตียง ตั้งระบบปิดแสง
“ถ้าฝันอีกครั้ง...เหมือนเดิมก็ดีสิ”
แสงพร่าเลือนเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบสายตา
“ใช่แล้ว...นี่มัน...ที่เดิม! ได้ผลจริงด้วยเหรอ!?”
แต่ไม่ทันที่เขาจะดีใจ
สายตาก็ปะทะกับความว่างเปล่า
“เอ๊ะ... อาคารนั่น...หายไปไหนแล้ว...?”
“นั่นมัน...ลานหินเหรอ...?”
สถานที่ที่เขาคุ้นเคยในฝันเก่าดูเปลี่ยนแปลงไป
และในความสับสนนั้น
และแล้วเขาก็เห็น — เด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังเดินโซเซอยู่ตรงนั้น
“...ซู่เหยียนจื่อ…”
ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างไหลทะลักเข้าสู่หัวของเขา
ไม่ใช่ความทรงจำของเขา... แต่เขากลับ “รับรู้” ได้ทุกอย่างอย่างชัดเจน
ทั้งความคิด ความรู้สึก ความเ็ป — เหมือนสิ่งเ่าั้เป็ของเขาเอง
[แฟลชแบ็ค — ชีวิตของซู่เหยียนจื่อ]
เด็กชายวัยสิบสองปีถูกบีบคั้นจากผู้าุโในตระกูล
เสียงเ็าดังขึ้นในโถงรับรอง:
“ลูกเ้าก็ฝึกพลังไม่ได้ ไม่มีพร์อะไรเลย จะเก็บสมุนไพรนั้นไว้ให้เปลืองทำไม?
เอาไปให้คนที่มีพร์ดีกว่า!”
บิดาของซู่จื่อกำหมัดแน่น แต่ก็ไม่อาจเถียงได้
ผู้าุโที่พูดนั้นเป็ผู้มีอำนาจในตระกูล และคนที่มีพร์ที่เขาว่าก็คือลูกสาวของเขาเอง..และยังเป็คนที่หมั้นหมายกับซู่จื่อ
สุดท้าย เขาจึงจำใจยอม ยื่นสมุนไพรให้ผู้าุโด้วยแววตาเ็ป
เด็กสาวคนนั้น — หลังได้รับสมุนไพรไม่นาน ก็ตื่นพลังได้สำเร็จ
และยังปลุกพลัง 'จิ้งจอกศักดิ์สิทธิ์' ระดับสูง
ทั้งตระกูลจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ให้เธอ —
แต่ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณสำหรับเด็กชายผู้เสียสละ
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากสำนักใหญ่ เด็กสาวคนนั้นเริ่มเย่อหยิ่ง
เธอหันไปพูดกับพ่อของตัวเองโดยไม่หลบสายตา:
“พ่อเ้าคิดจะให้ข้าแต่งกับคนไร้ค่าแบบนั้น? ข้าไม่ขอรับหมั้นอีกต่อไป”
เสียงนั้นยังฝังอยู่ในหัวของซู่จื่อจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเวลาเดินผ่านไป เขาอายุสิบหกแล้ว
แต่กลับดูแก่กว่าอายุจริงด้วยสภาพที่ไม่ใส่ใจตัวเอง ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามความว่างเปล่า
ผู้คนในตระกูลต่างลืมเลือนชื่อของเขา
แม้เขาจะเป็ลูกหัวหน้าตระกูล ก็ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป
มีแต่เพื่อนรุ่นเดียวกันที่เติบโตเข้าสำนักดี ๆ มีตำแหน่ง มีชื่อเสียง
ซู่จื่อ...เหลือเพียงรอยแผลในใจ กับแสงเทียนที่แทบมอดดับในดวงตา
เซ็นที่ยืนมองจากอีกฟากหนึ่งของจิต รู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ
เ็ป โกรธ และโดดเดี่ยว
เขากำหมัดแน่นจนมือสั่น
“ทำไมกันนะ…เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ…”
“เราต้องแค่เฝ้าดูงั้นเหรอ…?”
“เฝ้าดูเขาถูกกลืนหายไปแบบนี้?”
เขาะโออกมาเต็มเสียง — แม้ไม่มีใครได้ยิน
“โถ่เว้ย!! ถ้าเราสามารถคุยกับเขาได้…แค่สักคำเดียว…!”
เสียงของเขาหล่นหายไปในเงามืด
เหลือเพียงดวงตาของซู่จื่อ — ที่มองกลับมาด้วยความว่างเปล่า...
ในความเงียบของความฝัน...เขาะโ แต่ไม่มีเสียงใดส่งไปถึง
แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ?ถ้าคุณรับรู้ทุกความเจ็บปวดของใครบางคน แต่ทำอะไรไม่ได้เลย...คุณจะทำอย่างไรขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้หากคุณรู้สึกสะเทือนใจเหมือนเซ็น ฝากกดไลก์ + เมนต์ไว้ให้เทอด้วยนะ ♥เราจะเติบโตในฝันนี้ไปด้วยกัน