EP.4/1
ลมพัดผ่านซากกระโจมผ้าใบอย่างแ่เบาแต่เสียงกระพือของผืนผ้าเก่า ๆกลับดังสะท้อนราวกับเสียงคร่ำครวญของค่ายที่เคยมีชีวิตชีวา
เมื่อเช้าค่ายนี้ยังมีผู้คนกว่า300 ชีวิตเดินขวักไขว่
แต่ตอนนี้เหลือเพียงเงาร้อยกว่าคน ที่ยืนปะปนกันอย่างหลวม ๆ
เงียบงันเหมือนไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปทางไหนดี
พวกเขาไม่จำเป็ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าพวกเขาถูกทิ้งแล้วจริงๆ
หญิงชราคนหนึ่งนั่งพิงเสากระโจมเก่าสีหน้าหม่นหมอง มือข้างหนึ่งกอดผ้าห่มเก่า ๆ ไว้แน่นส่วนอีกข้างวางทาบไว้บนเข่าอย่างเงียบงัน
“เขาจะกลับมารับเราบ้างไหมลูก…”
เธอพึมพำกับตุ๊กตาผ้าขาดๆ ที่วางอยู่ข้างตัว สีหน้าแววตาเลื่อนลอย
ใกล้กันนั้นเด็กชายคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างลงบนพื้นดิน
“พี่ถ้าผมทำเครื่องหมายไว้ตรงนี้ พี่จะเห็นแล้วพี่ก็จะตามผมเจอด้วยใช่ไหม”
เขาพูดเบาๆ ทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า มือเล็ก ๆขีดเส้นโค้งเชื่อมก้อนหินจนเป็รูปหัวใจบิดเบี้ยวในใจรู้ว่าไม่มีวันนั้นแล้วแต่เขายังคงหลอกตัวเองอยู่เช่นเดิม
ทางด้านมุมแคบสุดของค่ายแม่ลูกสองกำลังพับเสื้อผ้าเก่า ๆ อย่างไร้จุดหมาย
“แม่ต่อไปเราจะทำยังไงดี?”
ลูกชายคนโตเอ่ยถามเสียงเบาเขาอายุเพียงเจ็ดขวบเท่านั้นแม่จึงได้แต่ดึงเขาเข้ามากอดในขณะที่เด็กน้อยวัยสามขวบกำลังนอนหลับอยู่ด้านข้างเธอร้องไห้อย่างไร้หนทาง ตอนแรกคิดว่าค่ายนี้คือที่หลบภัยที่ดีเธอยอมทำงานทุกอย่างเพื่อให้ลูกของเธอเติบโตอย่างดี แต่สุดท้ายมันก็โหดร้ายกว่าที่เธอคิดมากทีเดียว
เสียงก่นด่าก็ดังแว่วมาจากอีกฟากของค่าย
“ขี้ขลาดทั้งนั้น!สัญญากันไว้แท้ ๆ ว่าจะไม่ทิ้งกัน! แล้วดูสิ ยังไม่ทันพ้นคืนก็เผ่นกันหมดหนำซ้ำยังทิ้งพวกเราเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง!”
ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ กำลังระบายอารมณ์กับผนังเหล็กเก่า ทุบกำปั้นซ้ำ ๆ จนแดงช้ำ
“อย่าไปโกรธเขาเลย”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยปลอบเบาๆ
“บางทีเขาก็แค่กลัวเหมือนเรานั่นแหละ”
ผู้คนที่เหลืออยู่ตอนนี้หากไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือกก็เพราะไม่มีความสามารถที่จะช่วยตัวเองได้ บางคนพิการบางคนแก่ชรา ในขณะที่บางคนก็ยังเป็เพียงเด็กเหลือชายฉกรรจ์และผู้หญิงที่ร่างกายแข็งแรงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่ยอมไป
การจากไปของผู้นำค่ายทำให้ค่ายแห่งนี้เข้าสู่โหมดสิ้นหวังแซนมองสถานการณ์โดยรอบเงียบๆ
ที่เธอไม่ไปเพราะเธอมั่นใจกับระบบสร้างบ้านของตัวเองมากว่าอย่างน้อยเธอจะสามารถดูแลและปกป้องชีวิตพ่อกับแม่ของเธอได้แน่นอนแต่เวลานี้หัวใจของเธอกลับสั่นไหว
ผู้คนร้อยกว่าชีวิตไม่ใช่เล็กๆเธอจะช่วยพวกเขาได้ไหมเธอยังไม่มีความมั่นใจด้วยซ้ำ
“พวกเขาไปกันหมดแล้วงั้นเหรอคะ?”
แซนหันมาถามชาญชัยหลังจากยืนเงียบมองค่ายที่ร้างลงเกือบครึ่งเสียงของเธอเบาราวกับกลัวว่าคำตอบจะยิ่งตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายของมนุษย์ในโลกใบนี้
ชายวัยกลางคนพยักหน้าช้าๆ
“ไปหมดแล้วลูกไม่มีแม้แต่คำลา”
แซนเม้มปากแน่นเธอมองฝุ่นที่ยังฟุ้งค้างกลางอากาศราวกับมันกำลังพัดพาอะไรบางอย่างที่ควรจะยังอยู่ให้หายไป
“แต่มีคนหนึ่งที่ยังอยู่”พ่อเธอพูดต่อ
“ใครเหรอคะ?”
“ผู้ชายคนนั้นเห็นว่าชื่อซีอาร์”
แซนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“เขาเป็ใครคะ?มีพลังพิเศษด้วยงั้นเหรอ?”
“ใช่”พ่อพยักหน้า “แต่เขาเลือกจะอยู่ ทั้งที่ไปได้เหมือนคนอื่น ๆ”
แซนขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
“ทำไมล่ะคะ?”
ชาญชัยเงียบไปเล็กน้อยก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“ตอนเช้าพ่อเจอเขาที่แนวรั้ว เขากำลังฝึกใช้อาวุธอยู่คนเดียวซอมบี้ที่เข้ามาใกล้ก็จัดการเงียบ ๆ ไม่มีท่าทางลังเลเลยสักนิด”
“เขาดูนิ่งมากนะลูกเงียบขรึม ไม่พูดมาก แต่แววตาเขา พ่อไม่เคยเห็นแววตาแบบนั้นมานานแล้ว”
ชาญชัยนึกถึงตอนที่ตัวเองทำงานใหม่ๆเขาก็มีสายตาแบบนั้น มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่จริงๆ
แซนเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน
“เขาไม่คิดจะหนีไม่ทิ้งคน ไม่มีท่าทีว่าจะรังเกียจพวกเราที่ไม่มีพลังอะไรเลยด้วยซ้ำพ่อคิดว่าเขาเหมือนคนที่ตัดสินใจจะยืนอยู่ตรงนี้จริง ๆปักหลักอยู่แบบนั้นจนกว่าจะตาย และหมดหน้าที่ของตัวเอง”
แซนหรี่ตาลงเล็กน้อยจิตใจเธอพลันไหววูบประหลาด
“แบบนั้นมันดูเหมือนคนกำลังจะฆ่าตัวตายเลยนะคะคนที่มีโอกาสรอดแท้ ๆ แต่กลับเลือกจะอยู่กับพวกที่ไม่มีอะไรเลยและเฝ้ารอวันที่จะตายไปพร้อมกัน”
“นั่นสิ”พ่อของเธอยิ้มบาง ๆ
“บางทีซีอาร์คนนี้คงมีแผลบางอย่างอยู่ในใจหรือไม่ก็เป็คนดีเกินไปจนยอมตายจริงๆ”
แซนฟังคำที่ชาญชัยพูดก่อนจะเดินไปเฝ้าดูอีกฝ่ายที่มุมๆหนึ่งของค่าย
ในค่ายตอนนี้คนที่ดูแข็งแรงหน่อยก็ถูกอพยพไปหมดแล้วปืนที่เคยยิงใส่ซอมบี้เองก็ไม่มีด้วยเช่นกันที่รั้วลวดหนามมีเพียงร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังต่อสู้เพียงลำพังกับซอมบี้สองสามตัวที่อยู่บริเวณนั้นทำให้ค่ายอพยพแห่งนี้ยังคงไม่มีซอมบี้เล็ดลอดเข้าไปได้
แซนเม้มปากแน่นเธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากขึ้น และอยู่ห่างกันเพียงรั้วลวดหนามกั้นเท่านั้นทำให้เห็นการต่อสู้เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน
กรอดกรอด
เสียงของกรงเล็บที่ลากไปกับพื้นคอนกรีตเก่าดังขึ้นต่อเนื่อง
ร่างของซอมบี้สองตัวเดินโซเซอยู่ด้านนอกแนวรั้วลวดหนามบางตัวยังมีเศษเหล็กปักอยู่ที่บ่า ขณะที่อีกตัวหนึ่งมีรอยแผลเปิดกว้างตรงกลางศีรษะแต่ยังไม่ยอมล้ม
ซีอาร์ยืนนิ่งดวงตาเย็นเฉียบ เขายกท่อนเหล็กยาวขึ้นหมุนพลิกมือร่างผอมสูงของเขาพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ตัวหน้าราวกับแรงโน้มถ่วงไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของเขา
ผัวะ!
ท่อนเหล็กกระแทกเข้าเต็มขมับซอมบี้กระเด็นล้มในทันที ส่วนอีกตัวพุ่งเข้าด้านหลังอย่างไม่ทันให้พักหายใจ
ซีอาร์เบี่ยงตัวหลบได้ทันและเตรียมจะสวนกลับอีกที แต่เสียง “แกร๊ก” เบา ๆจากด้ามเหล็กในมือกลับเตือนเขาว่ามันเริ่มจะหักแล้ว
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอยออกหนึ่งก้าว แต่ว่า...
แฮ่กกกก!!!
เสียงครางต่ำดังขึ้นข้างล่างซอมบี้อีกตัวที่เหมือนตายไปแล้วก่อนหน้า กลับยังไม่ตาย
“ระวัง!”
แซนไม่มีเวลาคิดรีบจัดการเ้าซอมบี้ตัวนั้นในทันที
[ขาย]
[+100เหรียญ]
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ซีอาร์ชะงักเขาจ้องมองหญิงสาวผอมแห้งที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างตกตะลึง
“เธอเป็ผู้มีพลังพิเศษงั้นเหรอ?”