“แม่ทัพใหญ่เองก็ต้องแต่งงานแล้วตอนนี้ยังไม่มีผู้ที่ถูกใจรึ” อวิ้นหยางเอ่ยถามแม่ทัพใหญ่ก็หน้าตาหล่อเหลา ทั้งสุภาพอ่อนโยน ต้องเป็ที่หมายตาของสาวงามมากแน่ไม่รู้ว่าในบรรดาสาวงามเ่าั้จะมีใครเป็ที่ต้องตาของแม่ทัพใหญ่หรือเปล่า
“ข้าไม่สันทัดเื่การคบหาใครหรือเกี้ยวใครก่อนข้าคงต้องพึ่งการดูตัวจากแม่สื่อสักงานเผื่อจะได้เจอคนที่ถูกใจ” จะให้ลี่ฮุ่ยซิ่วหาเองเขาคงจะไม่รีบร้อนเท่าไหร่แต่หากมีคนแนะนำมาให้คงจะได้แต่งเร็วอยู่บ้าง
“ข้าเองท่านพี่ก็ให้เวลาข้าหนึ่งปีในการหาคนที่ถูกใจมิเช่นนั้นท่านพี่จะให้แม่สื่อจัดงานดูตัวให้ ข้าเองก็ต้องเร่งมือบ้างแล้ว”สถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้ช่างเหมือนกันเสียจริงต่างคนต่างก็ต้องหาคู่แต่งงานของตัวเอง มิเช่นนั้นคงจะได้มีคนหาให้พวกเขาเป็แน่
หืม?
สถานการณ์เหมือนกันอย่างนั้นรึ
อวิ้นหยางแสร้งมองไปทางอื่นเล็กน้อยไม่รู้ว่าแม่ทัพใหญ่คิดเหมือนกันหรือเปล่าแต่รองประมุขจะไม่พูดเื่นั้นออกมาก็แล้วกัน มันน่าเขินอายมากเกินไป
“เอ่อ…”
“คือ….”
พวกเขาพูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่จะเงียบไปสถานการณ์นี้ชักจะเอ่ยปากพูดลำบากแต่หากปล่อยให้เงียบอยู่เช่นนี้พวกเขาคงจะพูดไม่ออกกันอีกนานแน่
พูดประเด็นเื่การแต่งงานขึ้นมาทำไมกันนะ
“ท่านพูดก่อนเถอะ” แม่ทัพใหญ่ให้เกียรติรองประมุขได้พูดก่อนส่วนตัวเองก็ตั้งใจฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเมื่อครู่พวกเขาชะงักกันไปนิด แต่ในที่สุดก็เอ่ยปากพูดออกมาได้
ดูเหมือนพวกเขาจะมีความคิดบางอย่างที่บังเอิญไปตรงกันโดยไม่ตั้งใจ
“อาจจะฟังดูแปลกไปบ้าง คือวันนี้…ท่านดูดีมาก” อวิ้นหยางพูดก่อนจะเกาแก้มเบาๆเขาอยากจะเอ่ยชมแม่ทัพใหญ่ั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วแต่เพราะมัวแต่พูดเื่อื่นอยู่จึงไม่ได้เอ่ยกับเขาในเื่นี้
วันนี้แม่ทัพใหญ่ทั้งดูดีและหล่อเหลาเป็พิเศษชุดที่เขาสวมมาวันนี้ก็เหมาะกับเขามากยามที่เดินด้วยกันอวิ้นหยางก็ขัดเขินอยู่บ้างเป็บางครั้งแต่เพราะแม่ทัพใหญ่ไม่ได้สังเกตเห็นจึงทำให้อวิ้นหยางรอดตัวไปได้
ั้แ่เมื่อไหร่กันที่อวิ้นหยางไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์ของราชครูผู้สุขุมนุ่มลึกต่อหน้าแม่ทัพใหญ่ได้เมื่อได้เจอเขาอวิ้นหยางก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็เด็กน้อยไปโดยปริยายไม่ว่าจะทำอะไรหรือแสดงท่าทางแบบไหนเขาก็ไม่ต้องระวังตัวรู้สึกราวกับว่าอยากจะทำอะไรก็สามารถทำได้ ไม่มีกฎระเบียบมาผูกมัด
นี่เป็ความสามารถในการเข้าหาคนของแม่ทัพใหญ่หรืออย่างไร
ร่างสูงที่ได้รับคำชมพร้อมกับแก้มแดงๆของรองประมุขก็นิ่งไปเล็กน้อยหรือว่าอวิ้นหยางกำลังเขินอย่างนั้นรึ
รู้สึกว่าคุ้มค่ายังไงก็ไม่รู้ที่เตรียมชุดนี้มาั้แ่ห้าวันก่อน
“วันนี้ท่านเองก็งดงามมาก ชุดนี้เหมาะกับท่านมาก”หลายครั้งที่ลี่ฮุ่ยซิ่วอยากจะเอ่ยชมรองประมุขแต่กลัวว่าคำว่างดงามจะไม่ถูกหูรองประมุขเท่าไหร่แต่เขาก็หาคำอื่นมาบรรยายรูปลักษณ์ของอวิ้นหยางไม่ได้หวังว่ารองประมุขจะไม่ถือสากับคำชมนี้
“ไม่ดูเด็กเกินไปรึ?” เพราะสาวใช้บอกว่าเขาสวมชุดนี้แล้วดูเด็กลงมากแม่ทัพใหญ่มองเป็เช่นนั้นหรือเปล่า
“ข้าก็รู้สึกว่าท่านดูเด็กลงแต่เพราะแบบนั้นชุดนี้ถึงได้เหมาะกับท่าน เข้ากันมากทีเดียว” เื่นี้ไม่ใช่เื่โกหกเลยแม้แต่น้อยปกติแล้วฉางเก๋อจะสวมชุดสีขาวหรือสีเขียวที่เป็เอกลักษณ์แต่ไม่ค่อยจะได้เห็นการสวมชุดสีฟ้าเช่นนี้มาก่อน ลี่ฮุ่ยซิ่วเข้าใจแล้วว่าทำไมเพราะหากสวมแล้วจะดูเด็กลงจนรักษาภาพลักษณ์ของราชครูลำบากนี่เอง
“เช่นนั้นเอง” ก็นับว่าคุ้มแล้วที่ได้เตรียมชุดนี้เอาไว้ั้แ่เมื่อห้าวันก่อนแม่ทัพใหญ่ดูจะชอบด้วย
ทำไมเขาถึงได้ดีใจขนาดนี้นะ
“ท่านกลับเรือนเถอะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”ร่างสูงเอ่ยเตือน ตอนนี้ดึกมากแล้วคนของฉางเก๋อไม่ค่อยจะนอนดึกสักเท่าไหร่แล้วพรุ่งนี้อวิ้นหยางยังมีนัดแลกเปลี่ยนความเห็นในเื่ดนตรีร่วมกับหัวหน้าคณะการแสดงดนตรีอีกต้องนอนเก็บแรงให้เยอะๆเสียหน่อย
“ท่านเองก็เดินทางปลอดภัยคราวหน้าไว้เราไปกินข้าวด้วยกันที่ในเมืองข้าจะพาท่านไปร้านอร่อยๆพร้อมกับสุราที่ดีที่สุดในเมือง” ตอนนี้พวกเขามีนัดหมายหลายอย่างที่ต้องทำร่วมกันวันว่างๆของอวิ้นหยางจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว
“ข้าจะตั้งตารอ” แม่ทัพใหญ่ยิ้มหลังจากที่ร่ำลากันแล้วลี่ฮุ่ยซิ่วก็ปลีกตัวจากมาเพื่อเดินทางกลับฉางหวั่นก่อนที่จะดึกเสียก่อนอวิ้นหยางก็ยืนส่งจนร่างสูงลับสายตาไปเขายืนอยู่ที่หน้าพรรคสักพักก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปด้านในอย่างอารมณ์ดี
ได้ฟังดนตรีกับคนที่พูดคุยรู้ใจได้มีนัดหมายไปทำในสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบแล้วยังได้รับคำชมเื่การแต่งตัวที่เตรียมตัวมาั้แ่เมื่อห้าวันก่อนหากได้อาบน้ำอุ่นแล้วเข้านอนเสียหน่อยวันนี้ก็จะจบอย่างสมบูรณ์
แต่รู้สึกว่าอวิ้นหยางจะมีปัญหาเื่ข้อตกลงบางอย่างกับเทพเซียนเพราะพระองค์ไม่ยอมให้อวิ้นหยางมีวันที่ดีไปตลอดทั้งวันจนถึงเวลาเข้านอน
“รองประมุขช่างสนิทสนมกับแม่ทัพใหญ่เสียจริงดึกดื่นค่อนคืนยังให้เขามาส่งถึงที่หน้าพรรค ช่างเหมาะสมเสียจริง” ลู่เฉิงนั้นเหมาะกับนิยามคำว่าเ้ากรรมนายเวรจริงๆถึงตอนนี้จะยังไม่ดึกมาก แต่ยังอุตส่าห์มาดักรอเพื่อหาเื่อวิ้นหยางช่างมีความพยายามเสียจริง
“ธุระของเ้ารึ ข้าจะสนิทสนมกับใคร กลับดึกกับใครหรือให้ใครมาส่ง หาได้เกี่ยวอันใดกับเ้า อีกอย่าง แม่ทัพใหญ่เป็คนดีเสียป่านนี้หากมิใช่เพราะวันนี้มันดึกมากแล้วเขาต้องรีบกลับข้าก็ว่าจะเชิญเขาไปนั่งดื่มชาที่เรือนของข้าเสียหน่อยแต่ไม่เป็ไร เรามีสัญญานัดหมายไปกินข้าวด้วยกันในวันหน้าเื่วันนี้ไม่เป็ไปตามที่คิดเอาไว้เสียหน่อยข้าก็ไม่ถือว่าขาดทุนอะไร” อวิ้นหยางยิ้ม หลังจากนี้เขากับแม่ทัพใหญ่มีนัดหมายไปที่นู่นนั่นนี่ด้วยกันเยอะเลยลู่เฉิงคงจะคิดไม่ถึงเป็แน่
“หากแม่ทัพใหญ่รู้ว่าเ้าคบหากับคนอื่นมาก่อนเขาจะยอมรับเ้าได้รึ”ดวงตาของรองประมุขมองคนตรงหน้าขึ้นลงก่อนจะเหยียดยิ้ม ตายจริงพูดอะไรไม่มีมูลออกมาได้อย่างไร
“คบหากับใครรึ กับเ้า? นอนดึกมากไปเ้าถึงเลอะเลือนอย่างนั้นสิมีใครเชื่อด้วยรึว่าเ้ากับข้าเคยคบหากันป่าวประกาศไปทั่วทั้งแคว้นยังไม่มีใครเชื่อเื่นี้เลย” ทำไมลู่เฉิงถึงได้นึกอยากจะเอ่ยถึงความสัมพันธ์เมื่อครั้งกาลเก่านั้นขึ้นมาเกิดคิดถึงเื่ในอดีตอย่างนั้นรึ
“อวิ้นหยาง…!”
“ถึงข้าจะเคยคบหากับเ้าจริงแล้วอย่างไร? ข้าเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเ้าด้วยอย่างนั้นรึ เ้าคงจะไม่นับการจูบกันแค่ไม่กี่ครั้งว่าเป็ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งหรอกกระมังอีกอย่าง เื่ระหว่างข้ากับเ้ามันจบไปเสียตั้งนานแล้ว เ้าจะเอ่ยเื่นี้ขึ้นมาทำไมอีก?อยากจะรื้อฟื้นอดีต? หรืออยากจะเรียกร้องเอาอะไรจากข้า?”อยากจะเรียกร้องอะไรอย่างนั้นรึอวิ้นหยางไม่ได้ไปทำอะไรให้ลู่เฉิงเสียหายสักหน่อยนี่ เป็เขาเองต่างหากที่จะเป็ฝ่ายเสียหายหากมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลู่เฉิงไปก่อนหน้านี้นับว่าโชคยังเข้าข้างที่อวิ้นหยางไม่ได้สนใจในเื่นี้ที่ทำมากสุดก็แค่การจูบเท่านั้น แล้วยังเป็จูบที่ผิวเผินเสียด้วยเรียกว่าพวกเขาแทบจะไม่มีสัมพันธ์ทางกายกันเลยมากกว่า
แล้วถึงจะมีความสัมพันธ์ทางกายกันจริงลู่เฉิงที่แต่งงานไปแล้วจะมาพูดเื่นี้กับเขาอีกทำไม
“ข้ากับเ้าไม่ได้มีอะไรที่เกินเลยต่อกันตัวข้ายังบริสุทธิ์ไร้มลทิน แล้วยังสามารถตัดขาดจากคนที่เคยคบหาได้อย่างไร้เยื้อใยหากข้าคิดจะคบหากับแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ใช่เื่ที่ไม่เหมาะสมมิใช่หรอกรึ” แล้วสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้ก็ยังคล้ายคลึงกันมากเสียด้วยไม่แน่ว่าหากพวกเขาให้แม่สื่อจัดงานดูตัวให้พวกเขาอาจจะได้เป็คู่ดูตัวของกันและกันก็ได้
แต่ไม่ว่าเื่เ่าั้จะเกิดหรือไม่เกิดก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลู่เฉิง แล้วลู่เฉิงก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเื่ของเขาด้วย
คนเดิมที่จบไปแล้วก็ขอให้จบกันไป ไม่หวนกลับมาสานสัมพันธ์กันอีก
“เ้ากับเขาคบหากันแล้วอย่างนั้นรึ” เพิ่งจะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งแต่ด่วนสรุปตกลงคบหากันแล้วอย่างนั้นรึ
“ตอนนี้ยังแต่ข้ามีแผนจะโยนผ้าเช็ดหน้าให้เขาในวันที่เขาเดินทัพมาที่เมืองหลวงตายแล้ว…..พูดถึงเื่นี้ข้ายังไม่ได้เตรียมผ้าเช็ดหน้าเอาไว้เลยสักผืนปีกกระเรียนคู่ต้องใช้เวลาปักนานเสียด้วย ข้าคงไม่มีเวลามาสนใจเ้าแล้วสงสัยสองสามวันนี้ข้าต้องตั้งใจปักเสียหน่อยหากได้เอาไว้สองผืนกันพลาดก็คงจะดีเหมือนกัน” คนพูดยิ้มเยาะก่อนจะเดินผ่านลู่เฉิงกับคนติดตามกลับมาที่เรือนเอาเถอะ ถึงวันนี้อวิ้นหยางจะต้องมาเจอลู่เฉิงก่อนเข้านอนแต่ได้ตอบกลับไปตรงๆเช่นนี้ก็นับว่าทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและสาแก่ใจยิ่งนักดีกว่าตอบกลับแบบทะเลาะกันตั้งเยอะ
หลังจากนี้ใช้วิธีพูดถึงแม่ทัพใหญ่เยอะๆดีกว่า ได้ผลกว่าทะเลาะและปฏิเสธคำพูดของลู่เฉิงเป็ไหนๆ
ใครบ้างจะไม่อิจฉาหากเขาได้คบหากับแม่ทัพใหญ่ลู่เฉิงกับภรรยาจะต้องดิ้นเป็ปลาขาดน้ำเพราะเห็นเขามีความสุขมากเป็แน่
รองประมุขถอนหายใจเมื่อเดินเข้ามาในเรือนถึงเขาจะคิดอะไรเอาไว้มากมายแต่ก็ไม่อาจเอาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่ทัพใหญ่มาล้อเล่นได้หากเื่นี้แพร่ออกไปแม่ทัพใหญ่อาจจะลำบากใจเขาจะพูดเื่นี้แค่ต่อหน้าลู่เฉิงกับคนติดตามเท่านั้น ด้วยนิสัยของลู่เฉิงอีกฝ่ายจะไม่บอกเื่นี้กับใครหรือแม้กระทั่งกับภรรยาตัวเองเพราะรู้ว่าหากพูดออกไปทุกคนจะต้องเห็นด้วยเื่การคบหาของเขากับแม่ทัพใหญ่แน่นอนว่าจะต้องออกมาดียิ่งกว่าที่คบหากับลู่เฉิงอย่างแน่นอนดังนั้นแล้วลู่เฉิงจะไม่บอกเื่นี้กับใครเพื่อสร้างปมให้กับตัวเอง
คนคบหาเก่ากำลังจะไปได้ดีกับคนที่ดีกว่าตัวเองลู่เฉิงจะบอกเื่นี้กับคนอื่นได้อย่างไร
แต่ว่าเื่ผ้าเช็ดหน้าถึงอวิ้นหยางไม่ได้คิดที่จะไปโยนให้แม่ทัพใหญ่จริงๆแต่ตอนนี้ผ้าเช็ดหน้าของเขาก็ใช้การมาหลายหนแล้ว ถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่พอดีแล้วยังต้องปักลายปีกกระเรียนคู่และตัวอักษรหยางที่เป็ชื่อของเขาด้วยหนึ่งผืนก็ใช้เวลาปักสามวันเลยทีเดียว เดิมทีผ้าเช็ดหน้าทั้งหมดท่านแม่เป็คนปักเอาไว้ให้แต่เพราะอวิ้นหยางก็อายุประมาณหนึ่งแล้วผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่ปักเอาไว้ให้จึงเหลือเพียงแค่ผืนเดียวแล้วอวิ้นหยางก็ไม่อยากจะเอาออกมาใช้เพราะอยากจะเก็บเอาไว้ดังนั้นเขาจึงจะต้องปักขึ้นมาใหม่ โชคดีที่อวิ้นหยางร่ำเรียนทั้งดนตรีและศิลปะมามากถึงการเย็บปักถักร้อยบุรุษจะไม่นิยมเรียนกันแต่ไม่ได้หมายความว่าอวิ้นหยางจะทำไม่เป็เสียหน่อย แล้วเขาก็ทำออกมาได้ดีเสียด้วย
อวิ้นหยางเดินไปยังกล่องใบเล็กที่ใส่ผ้าเช็ดหน้าที่ยังไม่ปักลายเอาไว้เลือกสีฟ้าอ่อนกับสีขาวออกมาสองผืน พรุ่งนี้หลังจากที่พูดคุยกับหัวหน้าคณะแสดงดนตรีเสร็จเขาค่อยเริ่มปักผ้าเช็ดหน้าก็แล้วกัน
แต่ก่อนที่จะถึงเวลานัดกับหัวหน้าคณะในตอนเช้าอวิ้นหยางก็ต้องไปที่เรือนของประมุขเสียก่อนเพราะท่านพี่สั่งให้สาวใช้มาเรียกตัวเขาไปที่เรือนรองประมุขแต่งกายอย่างเรียบร้อย เกล้าผมประดับด้วยกวานสีเงินเช่นราชครูยามปกติพอดูแบบนี้แล้วเขาในตอนนี้กับเขาคนเมื่อวานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงวันนี้เขากลับมาดูมีอายุอย่างเช่นที่ราชครูควรเป็แล้ว
หากแม่ทัพใหญ่กลับไปถึงฉางหวั่นแล้วรีบเข้านอนทันทีก็คงจะดีเขาจะต้องเหนื่อยมากเป็แน่
“คารวะท่านพี่” เมื่อมาถึงที่เรือนของประมุขก็พบว่าไป๋เฮ่อกำลังนั่งจิบชารอเขาอยู่ก่อนแล้วท่านปู่เทพไม่ได้อยู่ด้วย คงจะหลับอยู่ในเรือนกระมัง
“มาแล้วรึ” มือหนาวางจอกชาลงอวิ้นหยางเดินไปหาพี่ชายใกล้ๆก่อนจะนั่งลงยังที่ว่างข้างๆมีเื่อะไรอย่างนั้นรึถึงได้เรียกเขามาหาถึงที่เรือนประมุขแบบนี้
“ท่านพี่มีเื่อันใดกับข้ารึขอรับ”
“เมื่อเช้าลู่เฉิงมารายงานกับข้าว่าเมื่อคืนยามวิกาลเ้าแอบนัดพบกับใครบางคนบอกว่าเ้าควรจะได้รับการตักเตือนข้าจึงเรียกเ้ามา” ไป๋เฮ่อบอกสาเหตุที่เรียกอวิ้นหยางมาในวันนี้รองประมุขพยักหน้า แม้ในใจจะรู้สึกรำคาญที่ลู่เฉิงมายุ่งวุ่นวายกับเื่ของเขาก็ตาม
อยู่ไม่สุขหรืออย่างไรที่ตัวเองไม่มีดีพอที่จะเทียบกับคนที่อวิ้นหยางไปพบเจอด้วย
“ทราบแล้วขอรับข้าจะไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเพื่อลงโทษตัวเองที่ทำตัวไม่เหมาะสม” อวิ้นหยางยอมรับการตักเตือนอย่างว่าง่ายแค่ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเื่นั้นไม่ได้ลำบากแม้สักนิด แต่ประมุขกลับส่ายหน้า
“เื่นั้นข้าไม่ได้ใส่ใจหรอกปกติลู่เฉิงก็หาเื่เ้าไม่เว้นแต่ละวันเื่วันนี้เขาก็คงจะมารายงานข้าเพราะ้าหาเื่เ้าอย่างเช่นทุกที” ราชครูยกชาขึ้นจิบแม้ว่าไป๋เฮ่อจะไม่มีความทรงจำั้แ่ก่อนหน้านี้แต่เขาก็ได้ฟังเื่ของน้องชายจากหน่วยลับที่คอยเล่าเื่ภายในพรรคและคนที่อยู่รอบๆตัวให้เขาฟังเขาจึงได้รู้ว่าในอดีตน้องชายของเขาเคยคบหาอยู่กับลู่เฉิงคนนี้และตัวเขาเองก็ไม่เห็นด้วยหลังจากที่สังเกตพฤติกรรมของลู่เฉิงมาสักพักไป๋เฮ่อก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้คัดค้านการคบหาของสองคนนี้
ไป๋เฮ่อบอกตามตรงว่าเขาไม่ปลื้มลู่เฉิงเลย แค่อยู่ใกล้ก็รู้สึกปวดหัว
“พวกเ้าเองก็เลิกรากันมานานแล้วเหตุใดจึงยังไม่ตัดขาดกันอีก”
“ข้าตัดขาดจากเขาแล้วแต่เป็เขาที่ไม่ยอมเลิกราต่อข้าเสียที” อวิ้นหยางเอ่ยเขาน่ะรึจะไม่ตัดขาดจากลู่เฉิงที่เขายังไม่ทำตอนนี้ก็คือแต่งงานกับคนที่ถูกใจแล้วจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ต่างหาก
“ได้ยินว่าภรรยาของเขาก็คอยหาเื่เ้าอย่างนั้นรึ”
“เื่นั้นเป็มานานแล้วขอรับ แต่ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้าจัดการได้” มีสองคนนี้อยู่ก็แก้เบื่อได้ดีเหมือนกันมีคนให้ต่อปากต่อคำลับฝีปากก็ไม่เลว
“หากเ้ารำคาญใจไยไม่ส่งพวกเขาออกไปอยู่ที่นอกพรรคเสียหากเ้าไม่อยากทำข้าจะทำให้”
“ข้าไม่ทำให้ท่านพี่ลำบากหรอกขอรับเื่นี้ข้าจะจัดการด้วยตัวเอง พวกเขาก็แค่อิจฉาที่ข้ามีความสุข ท่านพี่อย่าไปสนใจพวกเขาเลย”ความชิงชังก่อกำเนิดจากความอิจฉาอวิ้นหยางจะทำให้สองคนนั้นอิจฉาจนไฟริษยาสุมอกแล้วมอดไหม้ดับดิ้นกันไปทั้งคู่เสีย
“หากวันไหนเ้าทนไม่ไหวก็ให้มาบอกข้าข้าจะจัดการพวกเขาเอง” ต้องเห็นน้องชายรู้สึกรำคาญใจกับคนที่ตัวเองไม่ชอบเช่นนี้ไป๋เฮ่อก็รู้สึกรำคาญใจแทนหากภรรยาของเขารู้เื่นี้จะต้องออกหน้าจัดการให้อย่างแน่นอน
“ขอรับท่านพี่” สองสามีภรรยาสกุลลู่นั้นหน้าหนาถึงเพียงใดอวิ้นหยางย่อมรู้ดีแม้จะมีหลักฐานหรือพยานมากแค่ไหนทั้งสองคนก็จะบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำตัวเองไม่มีส่วนรู้เห็น พูดอย่างไรก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ น่าตายนัก
“แล้วเื่ที่ลู่เฉิงพูดเป็ความจริงหรือเปล่าที่ว่าเ้าแอบนัดพบกับใครในยามวิกาลมีการลงรายนามที่ว่าเห็นเ้าทำเช่นนั้นจริง ตกลงแล้วความจริงเป็อย่างไรกัน”น้องชายของเขาน่ะรึจะนัดพบใครในยามวิกาลที่มันผิดวิสัยเื่นั้นจะเป็ไปได้อย่างไร
อวิ้นหยางลังเลเล็กน้อยว่าจะบอกเื่นี้ดีหรือไม่แต่การปกปิดท่านพี่ก็ไม่ใช่เื่ที่ควรทำดังนั้นรองประมุขจึงตัดสินใจที่จะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“ท่านพี่จำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านว่าข้าจะพาสหายผู้หนึ่งไปชมการแสดงดนตรีด้วยกัน?”
“จำได้ หรือว่าเมื่อคืนจะเป็สหายผู้นั้นรึ?” อวิ้นหยางพยักหน้า ไม่รู้ว่าแม่ทัพใหญ่นับเขาว่าเป็สหายหรือเปล่าแต่สำหรับอวิ้นหยางนั้นแม่ทัพใหญ่เป็สหายรู้ใจของเขาแล้ว
“ขอรับ เมื่อคืนคือแม่ทัพใหญ่ขอรับ”
“หืม?” ไป๋เฮ่อเลิกคิ้วเขาไม่รู้มาก่อนว่าน้องชายของเขากับแม่ทัพใหญ่จะสนิทชิดเชื้อกันถึงขนาดนัดเจอกันยามวิกาลแล้ว
“ก่อนหน้านี้ข้าถูกภรรยาสกุลลู่ส่งคนไปทำร้ายที่ในเมืองแต่ได้แม่ทัพใหญ่มาช่วยเอาไว้ ข้าาเ็เล็กน้อยข้อเท้าพลิกเดินไม่ไหวแม่ทัพใหญ่จึงได้มาส่งข้าที่พรรคั้แ่นั้นเป็ต้นมาข้ากับแม่ทัพใหญ่จึงเริ่มส่งสารพูดคุยกันบ่อยๆพอข้าได้ยินว่าจะมีคณะดนตรีมาที่นี่ข้าจึงเชิญแม่ทัพใหญ่มาร่วมชมการแสดงด้วยกันเมื่อคืนก็เป็เขาที่มาส่งข้าที่หน้าพรรคเพราะเขาเห็นว่ามันดึกเกินไปที่จะให้ข้ากลับคนเดียวแล้วลู่เฉิงมาเห็นเข้าพอดีขอรับ” อวิ้นหยางอธิบายให้ฟังสองครั้งแล้วที่ลู่เฉิงมาเห็นเขาอยู่กับแม่ทัพใหญ่ แต่ไม่ยักบอกคนอื่นว่าคนที่เขาอยู่ด้วยเป็ใครกลับบอกเพียงแค่ว่าเขานัดพบกับใครบางคนยามวิกาลลู่เฉิงก็นับว่าเคยพบเจอแม่ทัพใหญ่มาหลายครั้งเป็ไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จักแม่ทัพใหญ่ นี่เท่ากับว่าลู่เฉิงจงใจหาเื่เขาชัดๆ
“ลู่เฉิงไม่รู้หรอกรึว่านั่นคือแม่ทัพใหญ่?”
“ข้าคิดว่าเขารู้ แต่เขาจงใจไม่บอกถึงแม่ทัพใหญ่จะไม่ได้แต่งกายด้วยชุดเกราะ แต่ลู่เฉิงก็เคยเห็นหน้าค่าตาของแม่ทัพใหญ่มาก่อนเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้ว่าคนที่อยู่กับข้าเมื่อคืนเป็ใคร” เพราะแบบนั้นถึงได้เป็การจงใจหาเื่เขาอย่างไร
“เ้ากับแม่ทัพใหญ่สนิทกันมากเลยรึ” ถึงขนาดเชิญมาชมการแสดงดนตรีด้วยกันแล้วแม่ทัพใหญ่ก็ยังมาถึงที่เมืองหลวงเสียด้วย
“เปล่าขอรับแม่ทัพใหญ่กับข้าสนใจในหลายๆเื่ที่เหมือนกันจึงได้ส่งสารติดต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่หลายครั้งขอรับ” อวิ้นหยางไม่รู้ว่าพวกเขาสนิทกันหรือเปล่าแต่เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันอวิ้นหยางรู้สึกผ่อนคลาย เป็ตัวของตัวเองคงจะเรียกว่าเป็ความไว้ใจมากกว่ากระมัง
“อืม เป็เช่นนั้นนี่เอง” ปกติแล้วอวิ้นหยางไม่เข้าหาใครง่ายๆแต่นี่ทั้งส่งสารพูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ ทั้งเชิญอีกฝ่ายมาชมการแสดงดนตรีด้วยกันคงจะไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับแม่ทัพใหญ่กระมัง
หากจำไม่ผิด แม่ทัพใหญ่ก็ดูเหมือนจะเป็โสดอยู่?
ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของประมุขแห่งฉางเก๋อเื่ของลู่เฉิงก็นับว่าน่ารำคาญใจนัก รวมถึงภรรยาของอีกฝ่ายด้วยสิ่งที่ลู่เฉิงทำก็ไม่ต่างอะไรกับการตามรังควานคนรักเก่าที่ชีวิตกำลังไปได้ด้วยดีไป๋เฮ่อก็อยากจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกน้อยของเขาจะคลอด
จะมีวิธีไหนง่ายไปกว่าการให้อวิ้นหยางแต่งออกไปอยู่ที่ฉางหวั่นอีกเล่า?
นอกจากจะอยู่ไกลจากคนน่ารำคาญอย่างลู่เฉิงกับภรรยาแล้วแม่ทัพใหญ่นั้นก็นับว่าเป็บุรุษที่เพียบพร้อมทุกด้าน ทั้งความสามารถ ความคิดการวางตัว ฐานะ ตำแหน่งการงาน หน้าตาไม่ว่าจะมองอย่างไรแม่ทัพใหญ่ก็คู่ควรกับอวิ้นหยาง ที่สำคัญด้วยสิ่งที่แม่ทัพใหญ่เป็คนที่เหมาะจะแต่งงานกับเขาก็ต้องเป็ถึงระดับองค์หญิงเสียด้วยซ้ำแล้วตอนนี้ก็ยังมีองค์หญิงอยู่สองสามพระองค์ที่ยังไม่ได้อภิเษกหากว่าฝ่าาเกิดอยากจะพระราชทานรางวัลให้แก่แม่ทัพใหญ่ขึ้นมาคงจะหนีไม่พ้นการอภิเษกกับองค์หญิงเป็แน่
เห็นได้ชัดว่าอวิ้นหยางเข้ากับแม่ทัพใหญ่ได้ดีมีความเป็ไปได้ที่ความสัมพันธ์นี้จะคืบหน้าไป๋เฮ่อจะให้ฝ่าาชิงตัวแม่ทัพใหญ่ไปก่อนไม่ได้อย่างเด็ดขาด
น้องชายของเขาก็ดูจะไม่ค่อยใส่ใจเื่การเฟ้นหาคนที่ตัวเองจะแต่งงานด้วยเช่นนั้นพี่ชายเช่นเขาก็ควรจะปูทางเื่ความสัมพันธ์นี้ให้กับน้องชายสักหน่อยเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเส้นทางระหว่างพวกเขาจะมั่นคงแข็งแรงดีไม่มีคนขัดขวาง
เื่นี้แม้จะเป็ฝ่าาไป๋เฮ่อก็ยอมให้ไม่ได้เด็ดขาด
“เ้าคิดว่าแม่ทัพใหญ่เป็คนอย่างไร?” ไป๋เฮ่อเอ่ยถามยกชาขึ้นจิบเหมือนกำลังถามเื่ดินฟ้าอากาศเพื่อไม่ให้อวิ้นหยางรู้ตัวคนที่ถูกถามก็นั่งคิดอยู่เล็กน้อย แม่ทัพใหญ่น่ะรึ
“เป็คนกล้าหาญ สุภาพ การวางตัวดี โดยรวมก็ไร้ที่ติขอรับ”รองประมุขเอ่ยออกมาตามความจริงหากให้เอ่ยโดยรวมใช้คำว่าไร้ที่ติจะสื่อความหมายได้ง่ายกว่าหากจะให้กล่าวถึงรายละเอียดว่าดีอย่างไรหรือเป็คนแบบไหนอวิ้นหยางคงต้องใช้เวลาสักหนึ่งหรือสองวันถึงจะพูดออกมาได้หมด
“อืม ข้าเห็นพ้องกับเ้า” ในเมื่อเป็คนที่ไร้ที่ติไป๋เฮ่อยิ่งจะปล่อยผ่านไปไม่ได้ดูเหมือนคงจะต้องเชิญแม่ทัพใหญ่มาร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันที่ฉางเก๋อบ่อยๆเสียแล้ว
“หากจำไม่ผิดฉางหวั่นจะต้องมาฝึกซ้อมการรบให้กับกองทัพหลวงเ้าอยู่ที่หอตำราคงจะเบื่อวันที่ฉางหวั่นเดินทัพมาที่เมืองหลวงเ้าไปรับแม่ทัพใหญ่พร้อมกับข้าก็แล้วกัน”ไป๋เฮ่อได้กำหนดการการเดินทัพและการฝึกในระยะเวลาสามเดือนนั้นมาแล้วคนของฉางหวั่นจะค้างแรมอยู่ที่ค่ายทหารของวังหลวงตลอดสามเดือนแล้ววังหลวงก็อยู่ไม่ไกลจากที่ฉางเก๋อ สะดวกต่อการเดินทางไปมาอย่างรวดเร็วดังนั้นการเชิญแม่ทัพใหญ่มาร่วมมื้ออาหารย่อมไม่ใช่เื่ที่เป็การรบกวนแม่ทัพใหญ่จนเกินไป
อวิ้นหยางเองก็ทำอาหารอร่อย คงจะไม่ขัดอะไรหากไป๋เฮ่อจะบอกให้เขาทำเพื่อต้อนรับแขก
จะหาแผนที่ดีกว่านี้ได้จากที่ไหน
“ทราบแล้วขอรับ” อวิ้นหยางมีแผนที่จะไปรับแม่ทัพใหญ่ที่ประตูเมืองอยู่แล้วจะไปยืนอยู่ที่กำแพงเมืองหลวงจะได้มองเห็นแม่ทัพใหญ่ง่ายๆถึงการกระทำนั้นจะดูเป็เด็กอยู่บ้างแต่เขาก็รับปากกับแม่ทัพใหญ่เอาไว้เช่นนั้นดังนั้นจะคืนคำไม่ได้
แม่ทัพใหญ่จะต้องได้รับการโยนผ้าเช็ดหน้าไม่น้อยทีเดียว
“เ้าไปทำธุระของเ้าเถอะเื่ของลู่เฉิงหากจัดการไม่ไหวก็มาบอกข้า ข้าจะได้ส่งออกนอกพรรคไปทั้งคู่”ไป๋เฮ่อเอ่ยกับน้องชาย อวิ้นหยางพยักหน้ารับคำแต่เื่นี้ไม่ต้องถึงมือพี่ชายของเขาหรอก อวิ้นหยางจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยด้วยตัวเอง
ประมุขมองน้องชายที่กำลังเดินจากไปสตรีในเมืองจะต้องโยนผ้าเช็ดหน้าให้กับชายที่หมายตาแม่ทัพใหญ่จะต้องมีคนโยนผ้าเช็ดให้มากมาย…
หรือว่าไป๋เฮ่อควรให้คนเอาผ้าเช็ดหน้าของอวิ้นหยางไปโยนให้แม่ทัพใหญ่ดี