“ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปไปแล้วเ้าทำหน้าหงิกหน้างอจะพานเสียชื่อว่าข้าอบรมไม่ดีไม่มีใครตำหนิแม่เ้าหรอกนะ เพราะนางจากโลกนี้ไปนานนมแล้ว ที่อยู่ก็คือข้าไม่เต็มใจไปก็อย่าไปเสียดีกว่า” อี้หงตีโพยตีพายเหตุใดนางจะปล่อยให้หลานสาวสามีไปแย่งชิงความสนใจที่ผู้ชายในงานจะมองลูกสาวนางอย่างชื่นชมแค่มีหลางเชียนอิงตามไปด้วย งานก็กร่อยมากแล้ว
“ไหว้พระจันทร์ปีนี้เ้าจะอายุสิบห้าแล้วสมควรที่จะไปรู้จักคนให้มาก ไม่แน่วันหน้าคนพวกนั้นอาจจะจำเป็กับกิจการสามีเ้าเื่เสื้อผ้าข้าจะให้อาสะใภ้เ้าจัดการ หวังว่าคงจะทันนะ”
หวงกว่างฝูทอดสายตามองหวงเฟิ่งเหยาเขาถอนใจเล็กน้อย จะว่าไปก็ผ่านมาพักใหญ่แล้วที่ไม่ได้สนใจหลานสาวคนนี้เลย เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเื่ครอบครัวตนเองนางหงส์น้อยแห่งสกุลหวงช่างดูหมองหม่น ไม่เฉิดฉายน่ามองอย่างแต่ก่อนบนเนื้อตัวเรือนผมก็ล่อนจ้อนไร้เครื่องประดับชิ้นงามร้างเครื่องประทินโฉมอันจะบ่งบอกว่านางเป็คุณหนูตระกูลใหญ่
“วานเ้าดูแลนางด้วยนะอี้เอ๋อร์”เขากำชับถึงขนาดนี้แล้ว หวังว่า ฟูเหรินใหญ่จะปฏิบัติตาม
“เ้าค่ะท่านพี่”อี้หงรับคำอย่างเสียมิได้
“ขอบคุณอาสะใภ้เ้าค่ะ”หวงเฟิ่งเหยาขอบคุณตามมารยาทที่ท่านปู่เคยอบรมสั่งสอนมา
“แล้วเ้าเล่าจื่อเอ๋อร์กับคุณหนูสกุลว่านที่พบกันในงานเลี้ยงปีก่อน ตอนนี้เป็อย่างไรบ้างย่าว่าจะถามเ้าก็ลืมอยู่เรื่อย พอจะให้พ่อเ้าส่ง แม่สื่อไปทาบทามได้หรือยังย่าอยากจะอุ้มเหลนก่อนตาย”
นางหวางกุ้ยถามหลานชายที่อายุย่างเข้าสู่วัยสร้างครอบครัว
“ถ้าไม่พลาดจากคุณหนูว่านแน่แล้วพ่อก็จะได้หาฤกษ์เตรียมไว้” บิดาเสริมขึ้น
“ขอรับท่านพ่อ” หวงจื่อฉินที่แทบไม่มีส่วนร่วมในบทสนทนา เลยรับเขาน้ำเสียงบางเบา
หลังจากเงาของถังเจี๋ยทาบผ่านไปทุกส่วนของหวงเสียงเป่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกก็แลดูจืดจางลงมากหลางรั่วอิ๋งลอบมองอาการมึนตึงของพ่อลูกทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่นางวางไว้
มารดาทุกคนย่อมรักลูกของตนด้วยกันทั้งนั้นนางไม่ได้ทำเกินเลยสักนิดที่ปูทางไว้ให้ลูกของตนด้วยการอยู่เหนือคู่แข่งตอนนี้ถังเจี๋ยยังไม่ได้เข้าไปยุ่งก็แค่บัญชีร้านเท่านั้นแต่อีกไม่กี่ปีนางมั่นใจว่าหวงเสียงเป่าและทรัพย์สมบัติของตระกูลหวงจะต้องตกอยู่ในการดูแลของพวกนางไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปได้
งานเลี้ยงพบปะพ่อค้าคหบดีจัดขึ้นที่คฤหาสน์สกุลหยางที่ใหญ่โตติดอันดับสิบตระกูลใหญ่แห่งถูหยางริมสระบัว บรรดาต้นหลิวประดับด้วยโคมไฟหลากสีสันสะพานข้ามสระบัวถูกตกแต่งด้วยกระถางดอกไม้หลากหลายชนิด ตามซุ้มศาลามีนักดนตรีนั่งบรรเลงพิณมีเวทีเล็กให้นางรำยักย้ายกายไปตามบทเพลง
โถงกลางของสวนมีไว้สำหรับผู้ใหญ่อี้หงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับชุดใหม่ั้แ่ศีรษะจรดเท้าหญิงสาวหน้าบานยืนอยู่เคียงข้างหวงกว่างฝูตลอดงานเลี้ยงเหตุที่หลางรั่วอิ๋งไม่ได้มาด้วยเพราะแม่สามีเห็นควรให้อยู่ดูแลลูกอ่อนไม่ควรออกมาตากลมตากน้ำค้าง
ข้ามบึงบัวมาอีกฝั่งมีโถงกลางสวนสำหรับหนุ่มสาวสกุลหวงรุ่นเยาว์มีหวงจื่อฉินเดินนำหน้า ตามติดด้วยหวงจิ่วหลิน หวงเฟิ่งเหยาและหลางเชียนอิง บรรยากาศการมารวมตัวของคนหนุ่มสาวมีแต่ความคึกคักชื่นมื่น
ติงเฉิงคุนที่มารออยู่ก่อนแล้วจึงเดินเข้ามาทักทายสาวน้อยบ้านหวงที่ปรากฏเบื้องหน้าเขาคือวงหน้าผ่องใสดั่งจันทราสาดแสงนวลใยชวนให้ตะลึงลานของหวงเฟิ่งเหยาดวงตาดำขลับเป็ประกายจ้าสบต้องยังั์ตาชายหนุ่มติงเฉิงคุนคาดไม่ถึงว่าดรุณีน้อยผู้กุมหัวใจเขาจะสวยซึ้งผุดผาดเกินวัยได้ถึงเพียงนี้
“คุณชายติงควรจะหุบปากสักนิดประเดี๋ยวมีแมลงวันบินเข้าจะแย่เอา” หวงจื่อฉินเอ่ยเย้าด้วยความเก้อเขินเพื่อนรุ่นพี่จึงฟาดพัดในมือใส่เขาไปหนึ่งหนติงเฉิงคุนคุยกับหวงจื่อฉินสองสามประโยคหวงจื่อฉินก็ถูกเพื่อนรุ่นเดียวกันดึงตัวไป
หลางเชียนอิงที่รอจังหวะแทรกตัวกล่าวทักทายเมื่อติงเฉิงคุนมีแก่ใจละสายตาจากหวงเฟิ่งเหยาบ้างแล้ว
“เชียนอิงคารวะคุณชายติง”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเขาทักทายนางแล้วหันกลับไปสนใจหวงเฟิ่งเหยาดุจเดิมดวงตาคมมีแววชื่นชมและดื่มด่ำในความงามอันโดดเด่นของนางในดวงใจถึงขั้นที่ว่าต่อให้มีม้ามาฉุดลากในตอนนี้เขาก็ไม่อาจจะละสายตาและความสนใจไปจากหวงเฟิ่งเหยาได้แม้อายุนางจะยังเยาว์กว่าสตรีอื่นแต่นางหงส์น้อยของเขาช่างงดงามตราตรึงในชุดกระโปรงสีดอกกุ้ยฮวาลายปักรูปผีเสื้อด้วยไหมสีเงินยามสะท้อนแสงไฟราวขยับปีกรออีกสักปีสองปีความงดงามของนางคงเลื่องลือไปทั้งถูหยางเป็แน่เมื่อคิดว่าตนเองเป็คู่หมั้นจะได้นาง ความหยิ่งผยองลำพองใจยิ่งโลดเต้น
“หากเ้าไม่มางานคืนนี้ข้าคงนึกเสียดายนักที่ไม่ได้อวดโฉมเ้ากับคนอื่นๆ”
“ข้าไม่ชอบออกงานใหญ่แบบนี้นักหรอก”ยิ่งเื่ตกเป็เป้าสายตาผู้คนด้วยแล้ว นางชอบที่จะอยู่เงียบๆมากกว่า
หลางเชียนอิงยืนมองสองคู่หมายพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่ยากอธิบายใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีติดจะบึ้งตึงเล็กน้อย
ขณะเดียวกันนั้นถึงแม้หวงจิ่วหลินไม่ชอบใจกับความหวานชื่นของชายในดวงใจกับญาติผู้น้องแต่ความสะใจก็ยังพอมีเหลือไว้เยาะเย้ยผู้หญิงอีกคนที่นางคิดว่าเป็เพียงกาฝากของบ้านสกุลหวงนางมองเจตนาหลางเชียนอิงออกว่าอีกฝ่ายกำลังหมายตาคุณชายติง
“อีกาไหนเลยจะสู้นางหงส์”หวงจิ่วหลินเปรยเบาๆ ให้หลางเชียนอิงพอได้ยิน
ตัวนางก็ใช่จะไม่เจ็บเพราะไม่อยากมองน้องสาวให้เกิดความริษยาตาร้อนอีก หญิงสาวจึงกวาดสายตามองไปรอบๆเผื่อจะพบเพื่อนคุณหนูวัยเดียวกัน เผอิญได้สบตาเข้ากับคนผู้หนึ่งหวงจิ่วหลินบังเกิดความเขินอายขึ้นมาจนต้องหลบสายตาร้อนแรงที่เอาแต่จ้องนางคู่นั้นติงเฉิงคุนที่ยืนอยู่ใกล้มองไปยังต้นตอของอาการขวยอายของหญิงสาว เขายิ้มเล็กน้อยก่อนพยักหน้าให้ญาติของตนเป็การเชื้อเชิญให้มาร่วมวงสนทนา
“นี่คือคุณชายเจ้อเขาคือทายาทรุ่นที่สี่ของโรงทอผ้าเจ้อฝูอันโด่งดังแห่งเมืองจิ่งหรงเขาเป็ญาติผู้พี่ของข้า สองเดือนนี้เขามาพักผ่อนที่เมืองถูหยาง” ติงเฉิงคุนแนะนำญาติของตนน้ำเสียงฉะฉานด้วยความภูมิใจ
สตรีทั้งสามนางย่อกายคารวะชายหนุ่มที่มาใหม่สายตาของเจ้อ หนานหลงที่มองหวงจิ่วหลินทำให้นางเอียงอายได้อีกครั้ง
“ชีวิตข้าพบเจอสาวงามมามากที่สวยสะดุดตาโดดเด่นน่าจดจำคงมีแต่คุณหนูสกุลหวงเท่านั้น”
“พี่ชายข้ากล่าวชมนางใดเจาะจงให้แน่นอนเถิดหากที่กล่าวมาใช่เฟิ่งเอ๋อร์ก็ให้เกรงใจข้าบ้าง” ติงเฉิงคุนเย้าอาการตกพุ่มรักกะทันหันของญาติผู้พี่
หวงเฟิ่งเหยาครั้นถูกติงเฉิงคุนพูดเกี้ยวจับจองต่อหน้าคนอื่นก็เกิดอาการขวยเขินตามวิสัยสตรี นางกับคุณชายติงยังไม่ถึงขั้นคู่รักนางอายุยังน้อย ตลอดมานางถูกเขาตามใจเหมือนเมื่อตอนอยู่กับท่านปู่ขอเพียงนางชี้นิ้วสั่งอยากได้อะไร อยากกินอะไรก็ได้ดั่งใจ นางพอใจที่เขาดีกับนางแต่นี่ใช่ความรู้สึกรักได้หรือยัง นางไม่รู้จริงๆ
“ที่มุมโน้นมีแสดงมายากลมิทราบคุณหนูหวงได้ชมหรือยัง” คุณหนูหวงของเจ้อหนานหลงหมายถึงหวงจิ่วหลินคนเดียวเท่านั้น
หญิงสาวเองก็มิได้ไร้เดียงสาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกหมายปองหลายปีที่นางเสียเวลาวิ่งไล่ตามติงเฉิงคุนมาคืนนี้จึงพบว่านอกจากชายหนุ่มแล้วยังมีคนที่น่าสนใจเทียบเทียมเขาได้คุณชายเจ้อแม้รูปร่างหน้าตาด้อยกว่าติงเฉิงคุนอยู่บ้าง แต่ฐานะทางบ้านกิริยามารยาทนั้นไม่ได้ขี้ริ้ว โรงทอผ้าเจ้อฝูถือเป็โรงทอผ้าเลื่องชื่ออันดับต้นๆของิอาน นางทำความรู้จักกับเขาไว้คงไม่เสียหายกระไร ตกลงใจได้ดังนั้นหวงจิ่วหลินกับสาวใช้ก็แยกตัวไปตามคำเชื้อเชิญของชายหนุ่ม
ถึงตอนนี้ก็เหลือเพียงติงเฉิงคุนหวงเฟิ่งเหยา และหลางเชียนอิง
“ไปนั่งที่โต๊ะกันเถอะข้าสำรวจของกินแล้ว มีของที่เ้าชอบหลายอย่างเลย” นางหงส์น้อยของเขาผ่ายผอมลงไปถนัดตาคงเพราะความเศร้าโศกนับครั้งไม่ถ้วนที่ถาโถมส่งผลต่อสุขภาพของนางกระมังเวลาได้พานางออกนอกบ้าน เขาจึงมักพานางไปกินอาหารหรือไม่ก็ขนมอร่อยๆ
“เชียนเอ๋อร์ขออนุญาตเรียนถามแล้วฐานะอย่างเชียนเอ๋อร์สามารถไปนั่งกับพวกท่านได้หรือไม่เ้าคะ” หลางเชียนอิงจงใจใช้ถ้อยคำแสดงความน้อยใจและกดฐานะของตนเองหวังบีบคั้นมโนธรรมแห่งบุรุษเพศของติงเฉิงคุน
“เ้าเป็ถึงน้องสาวฟูเหรินสกุลหวงหากข้าไม่ชวนก็นับว่าไร้มารยาทควรถูกตำหนิ เชิญทางนี้เถิด”
แม้สตรีทั้งสองจะนั่งรถม้ามาด้วยกันแต่หลางเชียนอิงไม่พูดไม่คุยอะไรด้วยหวงเฟิ่งเหยาก็ถือว่าไม่ใช่ธุระของนางเช่นกันที่จะทำร่าเริงผูกมิตรให้เปลืองน้ำลาย
ติงเฉิงคุนนำหน้าสตรีสองนางไปยังโต๊ะที่มีบรรดาคุณชายคุณหนูรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งอยู่ก่อนแล้วสี่คนคนเหล่านี้หวงเฟิ่งเหยาเคยรู้จักมาบ้าง แต่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อถึงขั้นไปมาหาสู่หญิงสาวกวาดตามองรอบๆ บริเวณโถงกลางสวนหวังจะได้พบเพื่อนเล่นในวัยเยาว์บ้างสักนางสองนาง
หลางเชียนอิงเป็คนช่างเจรจาหลังจากติงเฉิงคุนแนะนำให้รู้จักคนอื่นไม่ทันไรหญิงสาวก็สรรหาเื่มาพูดมาคุยและป้อยอคุณหนูคุณชายเ่าั้มิได้หยุดจากกลุ่มสนทนาเล็กๆ ผ่านไปครู่หนึ่งก็เพิ่มจำนวนคนพูดคุยมากขึ้นเรื่อยๆลูกหลานเศรษฐีในเมืองหลวงเห็นนางเป็ตัวทำให้บรรยากาศครื้นเครงส่วนคุณชายหลายคนก็มองนางด้วยสายตาเพ้อฝันหลงใหลในความอ่อนหวานและงดงามของนางเพียงแต่ฐานะต่ำต้อยของนาง ชาติตระกูลก็ไม่มีทำให้ไม่มีใครคิดจะสานสัมพันธ์อย่างเปิดเผย
งานเลี้ยงผ่านมาได้ราวหนึ่งชั่วยามแล้วเื่ที่พูดคุยกันดูจะห่างไกลความสนใจของหวงเฟิ่งเหยามากขึ้นเรื่อยๆงานเลี้ยงนี้ให้ความรู้สึกน่าเบื่อจริงๆ นั่นแหละเกรงว่านั่งนานตัวเองจะหาวออกมาทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าผู้คนมากมายเด็กสาวจึงอ้างความสนใจอยากจะมองลายภาพบนโคมแขวนใกล้ๆ ติงเฉิงคุนจึงอาสาพานางออกไปทิ้งหลางเชียนอิงไว้เพราะนางยังฟังเื่ที่คุณหนูคนหนึ่งพล่ามไม่จบ
“ดูเ้าไม่ค่อยสดชื่นเลย”
“ข้าง่วง ปรกติยามนี้ข้าเข้านอนแล้ว”นางบอกตามตรงพร้อมกับหาวออกมาแบบไม่มีจริต คนมากมายทำให้นางอึดอัดยิ่งคนหลายคนแข่งกันพูดด้วยแล้วนางชอบบรรยากาศครึกครื้นเฉพาะกับคนในครอบครัวเท่านั้นแต่เื่เหล่านี้มันก็เกิดขึ้นมานานแล้ว
“อาทิตย์หน้าข้าจะไปต่างเมืองเ้าอยากได้สิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่”
“ของที่ท่านนำมาฝากข้าล้วนพิเศษทั้งนั้นแหละ”อย่างน้อยของฝากพวกนั้นก็ทำให้ชีวิตนางมีเื่ตื่นเต้นบ้าง
ใต้โคมกระดาษวาดรูปดอกหมู่ตานเสี้ยวหน้างดงามของหวงเฟิ่งเหยาที่แหงนมองโคมไฟช่างน่าทะนุถนอมดวงตาทั้งคู่ดำขลับดั่งนิล รอยยิ้มไร้เดียงสาผุดพรายภายใต้แสงโคมอ่อนๆส่องต้องใบหน้าขับเน้นโฉมสะคราญให้เฉิดฉายพริ้งพรายจมูกเขาได้กลิ่นหอมรวยรินจากเ้าของร่างอรชรติงเฉิงคุนสั่งใจตนเองห้ามมิให้ยื่นมือออกไปลูบััความเนียนนุ่มที่กำลังล่อหลอกความปรารถนาของตนพักนี้เขาจำเป็ต้องเดินทางไปดูแลสาขาต่างๆ ของร้านขายเครื่องเคลือบทำให้ไม่มีเวลาให้นางมากดังแต่ก่อน เื่ราวที่อยู่ในใจเห็นว่าคืนนี้ได้โอกาสเหมาะได้อยู่ตามลำพัง จึงตัดสินใจพูดออก
“เ้าใกล้จะสิบห้าแล้วเหลือเวลาอีกแค่สองปี ข้าจะส่งคนไปสู่ขอเ้ากับท่านอา”