ณัฐกานต์มองหน้าหลานชายด้วยความเข้าใจและอ่านความคิดของเขาออก..
“เอาล่ะต้อง!ไม่ต้องทำหน้าสงสัยจนคิ้วขมวดเป็ปมขนาดนั้นหรอกเดี๋ยวต้องจะได้รู้คำตอบที่สงสัยในไม่ช้าแล้ว” ณัฐกานต์เหลียวหันไปมองสบตากับกานตาพยักหน้าให้เธอเตรียมพร้อมเป็สัญญาณบอกกล่าวบางสิ่งบางอย่างให้ชายหนุ่มได้รับรู้
“ต้องอยากรู้ใช่มั้ยจ๊ะว่าคุณตฤณตั้งดำรงธนเสถียร เป็ใคร ? และร่างทั้ง 3 ร่างที่ต้องเห็นในความฝันอย่างชัดเจนแล้วเป็ใคร ? กานตามองสบตาบุตรชายผู้เป็ที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเธอด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
“และต้องก็อยากรู้ด้วยใช่มั้ยว่าลุงธีร์มาเกี่ยวข้องอะไรด้วยในเื่นี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ธีร์ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้เริ่มมีเส้นผมสีดอกเลาอยู่ประปรายหัวเราะเหมือนรู้ทันในสิ่งที่ต้องกล้าสงสัยเขา้าให้บรรยากาศในการสนทนาไม่ตึงเครียดเกินไปนัก
ต้องกล้าหันไปสบตาและพยักหน้าให้กับกานตาและธีร์
“ครับแม่ครับลุงธีร์ ทำไมทุกคนเหมือนอ่านใจต้องออก” ต้องกล้าก็ยังไม่วายอดสงสัยไม่ได้
“แหม!ตาต้อง ก็ลูกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซะขนาดนั้น ใคร ๆ ก็เดาออกกันทั้งนั้นล่ะฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชนัยแกล้งหยอกเย้าบุตรชาย
“เอาล่ะแม่จะเล่าให้ลูกฟัง” กานตาเริ่มเข้าสู่บทสนทนาที่เป็จริงเป็จัง
“แม่พ่อ ลุงธีร์ และคุณตฤณ เป็เพื่อนรักกันั้แ่สมัยเรียนปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเดียวกันกับต้องเลยจ้ะ...”
กานตาเริ่มหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมายี่สิบกว่าปี...
“สมัยนั้นแม่เป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวในภาควิชาจับพลัดจับผลูได้ทำรายงานกลุ่มร่วมกันในเทอมแรกของปี 1พวกเราทั้ง 4 คนเลยสนิทสนมกันั้แ่นั้นเป็ต้นมา”
กานตาหันไปสบตากับชนัยเหมือนขอความช่วยเหลือเธอเกรงว่าหากจะเล่าเื่ต่อไป อาจทำให้เธอเสียน้ำตาออกมาและทำให้ต้องกล้าขวัญหนีดีฝ่อใจเสียไปเสียก่อนที่จะฟังเื่ราวต่าง ๆ จนจบ
“พวกเรารักกันมากช่วยกันเื่เรียน ใครมีความทุกข์อะไรก็จะเล่าสู่กันฟังเสมอไม่เคยมีความลับต่อกัน แม้กระทั่งเื่ส่วนตัว หากใครมีปัญหากับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนกลุ่มอื่น พวกเราก็จะช่วยกันรับฟัง ช่วยแก้ปัญหาเป็กำลังใจให้กันและกันตลอดมา จนพวกเราเรียนจบปริญญาตรี”ชนัยเล่าเื่ราวต่อจากกานตา
“หลังเรียนจบปริญญาตรีได้ไม่นาน...”ชนัยชะงัก...เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างตีบตันอยู่ภายในกล่องเสียง หันไปสบตากับธีร์เพื่อขอความช่วยเหลือให้เล่าต่อ
“2เดือน...ก่อนที่ตฤณจะต้องไปเรียนต่อปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจMBA ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อกลับมาสืบทอดกิจการของที่บ้านพ่อกับแม่ของตฤณก็เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำจมลงในแม่น้ำ พวกเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งคู่”ธีร์เล่าพลาง หันมองหน้าสบตากับชายหนุ่มพลาง สบตากับเพื่อนรักทั้งสองพลาง
“และหลังจากที่พ่อแม่ของตฤณเสียชีวิต...อีก2เดือนต่อมาตฤณก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตแบบเดียวกับพ่อแม่และเป็สถานที่เดียวกันด้วย”
ณัฐกานต์ช่วยแขกผู้มาเยือนทั้งสามเล่าต่อเมื่อเห็นอาการของชายหญิงรุ่นน้องวัยกลางคนอยู่ในสภาวะเริ่มะเืใจ...
ที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สลดหดหู่นี้ขึ้นแทบจะไม่มีใครอยากเอ่ยถึงเื่นี้อีก เพราะทุกคนมีความรักให้กับตฤณเป็อย่างมาก
...แม้กระทั่งณัฐกานต์ที่รักตฤณดุจน้องชายแท้ๆ ของเธอ
...หรือแม้กระทั่งพระอาจารย์กันต์ซึ่งรักตฤณประหนึ่งลูกชายแท้ ๆมีเพียงคนใกล้ชิดของพระอาจารย์กันต์เท่านั้นที่รู้ว่าเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลที่ท่านตัดสินใจออกบวช เนื่องจากการเสียชีวิตของตฤณ...
“หา!อะไรนะครับ ทั้งสามคนเสียชีวิตแบบเดียวกัน ติดต่อกันแบบนี้...ไม่ใช่การตายเพราะอุบัติเหตุแน่นอนเป็การตายที่ผิดปกติ น่าสงสัยมาก ๆ”
ต้องกล้าอุทานออกมาด้วยความใหลังฟังเื่ราวที่ผู้เป็ที่รักทั้งสี่ของเขาบอกเล่า ชายหนุ่มค่อย ๆ เรียบเรียงความคิดก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“คนที่มาเข้าฝันที่ต้องเห็นภาพชัดๆ 3ร่างนั้น คือ...” ต้องกล้าหยุดสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆขนลุกเกรียวไปทั้งกาย
“คือ...คุณตฤณและพ่อแม่ของเขาใช่มั้ยครับ ?”
ต้องกล้าเอ่ยปากออกมาด้วยความรู้สึกสงสารดวงิญญาทั้งสามอย่างจับใจหยาดน้ำตาพร่างพรายในดวงตาคู่งาม หยดไหลรินอาบแก้มของเขา โดยที่เขาไม่รู้สาเหตุชายหนุ่มพยายามควบคุมตนเองไม่ให้น้ำตาไหล แต่ดวงจิตที่เต็มไปด้วยความสงสารทำให้เขาต้องสะอื้นไห้ออกมาไม่หยุด...
ชายหญิงวัยกลางคนทั้งสี่พยักหน้าตอบรับพร้อมๆ กัน แม้ไม่ได้มีเสียงตอบใด ๆ ออกมาจากปากของพวกเขา แต่ก็ตีความหมายได้ว่า ‘ใช่’
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเกือบ10นาที...กว่าที่ชายหนุ่มจะสามารถควบคุมอารมณ์เศร้าที่ไม่รู้เหตุผลของตนได้
ชายหญิงวัยกลางคนทั้งสี่เข้าใจความรู้สึกของบุคคลผู้เป็ที่รักที่อยู่ตรงหน้าเป็อย่างดีจึงปล่อยให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาปลดปล่อยอารมณ์เศร้าออกมาให้เต็มที่ โดยไม่ขัดจังหวะใดๆ...
ต้องกล้าสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วเอ่ยปากถามออกไปว่า...
“แล้วทำไมพวกเขาต้องมาเขาฝันต้องด้วย? ต้องไม่ใช่ญาติของพวกเขาสักหน่อย”
คำถามนี้ของต้องกล้า...ทำให้ชายหญิงวัยกลางคนทั้งสี่ต่างนิ่งเงียบไป...แขกผู้มาเยือนทั้งสามหันไปมองที่หญิงผู้าุโสูงสุด ณที่แห่งนั้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ณัฐกานต์พยักหน้าให้กับพวกเขาทั้งสามเป็คำตอบว่าเธอจะเป็ผู้ตอบต้องกล้าในคำถามนี้เอง...
แต่เธอจะตอบชายหนุ่มอย่างไรดีหนอ?เพื่อให้เขาเข้าใจ และเต็มใจทำภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาณัฐกานต์ขบคิดอยู่ในใจ...
“คุณตฤณเป็คนที่นิสัยดีมากมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตากับทุก ๆ คน เขาเป็คนจิตใจงดงามและทำให้พวกเราทุกคนมีความสุขเสมอตลอดมา พวกเราทุกคนในที่นี้ รวมถึงหลวงตากันต์รักคุณตฤณมากตัวป้าเองก็รักคุณตฤณเหมือนน้องชายแท้ ๆ ส่วนหลวงตากันต์ก็รักเขาเสมือนลูกชายแท้ ๆเช่นกัน อย่างนี้ก็นับได้ว่าถึงเขาจะไม่ใช่ญาติทางสายเืเดียวกับป้าแต่ป้าก็นับเขาเป็ญาติที่มีสายเืเดียวกันกับป้า...”
ณัฐกานต์เอ่ยเหตุผลพลางมองหน้าชายหนุ่มแววตาของเธอเต็มไปด้วยความรักและมีความหวัง
“ดังนั้น...ถ้าต้องรักป้ารักหลวงตากันต์ รักพ่อ รักแม่ รักลุงธีร์ต้องก็ควรจะนับถือคุณตฤณและพ่อแม่ของเขาเป็เสมือนญาติแท้ ๆ ของต้องเช่นกันนะลูก”หญิงสาวผู้มีาุโสูงสุดกล่าวต่อ
“ต้องเป็คนที่มีััพิเศษมาั้แ่เด็กสื่อจิตช่วยิญญาต่าง ๆ ได้ทางความฝัน ช่วยเหลือคนที่ไม่ใช่ญาติมาก็มากทำไมต้องจึงไม่คิดช่วยคุณตฤณและคุณพ่อคุณแม่ของเขาซึ่งเปรียบเสมือนญาติสนิทของพวกเราให้พวกเขาพ้นทุกข์ล่ะลูก พวกเขา 3คนมาเข้าฝันต้อง เพราะ้าความช่วยเหลือจากต้องต้องก็รู้...”
ณัฐกานต์ไม่เปิดจังหวะให้ต้องกล้าเอ่ยปากถามเธอรู้ว่าต้องกล้ากำลังคิดไตร่ตรองตามคำพูดของเธออยู่
“สาเหตุที่ต้องฝันเห็นใบหน้าของพวกเขาชัดเจนเพราะต้องอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลจากการบวชให้พวกเขาและพวกเขาได้รับส่วนบุญจากการบวชของต้องอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงทำให้มีพลังบุญมากพอที่จะสื่อสารกับต้องได้มากขึ้น”
ณัฐกานต์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ้มละไมบนใบหน้า เธอมองแววตาของหลานชาย ที่เริ่มคลายความสงสัยต่าง ๆ ลงแล้ว
“ป้าณัฐครับพ่อครับ แม่ครับ ลุงธีร์ครับ ต้องเข้าใจแล้วครับ”ต้องกล้ามองสบตาชายหญิงวัยกลางคนทั้งสี่ ด้วยความรักและเข้าใจ
“แต่...ต้องจะช่วยพวกเขาอย่างไรดีครับ ? ต้องคิดไม่ออกเลย” ต้องกล้าจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะเริ่มต้นช่วยเหลือดวงิญญาทั้งสามอย่างไร
“อ้อ!เกือบลืมไปครับ เมื่อเช้าก่อนพ่อแม่และลุงธีร์ จะมาถึง...ต้องเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเจอบางสิ่งแปลกๆ ด้วยครับ” ต้องกล้าทำหน้าตาและน้ำเสียงตื่นเต้นแบบควบคุมตัวเองไม่อยู่
“ต้องทำโปรเจกต์จบเื่เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ตามที่พ่อให้คำแนะนำมาโชคดีที่เพื่อนของบัวเป็ลูกเ้าของโรงแรมทีดีทีเอสพาร์ก ต้องจึงขออนุญาตเข้าไปดูงานเพื่อหาข้อมูลครับ...”
“แถมชื่อของโรงแรมนี้ก็สอดคล้องกับชื่อย่อเป็ภาษาอังกฤษของนามสกุลตั้งดำรงธนเสถียรซึ่งเป็นามสกุลของคุณตฤณอีกด้วยครับ”
ต้องกล้าเล่าให้ชายหญิงวัยกลางคนทั้งสี่ฟังอย่างกระตือรือร้น
“โรงแรมทีดีทีเอสพาร์กเหรอต้อง?” ชนัย กานตา และธีร์ พูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ต้องกล้าและณัฐกานต์นึกแปลกใจที่แขกผู้คุ้นเคยทั้งสามคนอุทานด้วยเสียงอันดังออกมาพร้อมกัน
“แล้วยังไงต่อต้องบางสิ่งแปลก ๆ ที่ต้องเจอ...คืออะไร ? พ่ออยากรู้”ชนัยตั้งสติถามบุตรชาย
“ต้องเจอว่า...เ้าของโรงแรมทีดีทีเอสพาร์กมีนามสกุลเดียวกับคุณตฤณเลยครับ ต้องสงสัยว่าพวกเขาเกี่ยวข้องเป็ญาติกันหรือเปล่า?”
ต้องกล้าอธิบายพลางนึกสงสัยในพฤติกรรมที่บิดามารดาของตนและธีร์แสดงออกมาเมื่อสักครู่เป็อย่างมาก
‘โรงแรมนี้มีอะไรเกี่ยวพันกับคุณตฤณอย่างแน่นอน’ ต้องกล้าคิดสงสัยอยู่ในใจ