หลังจากดวนปืนกันครู่หนึ่ง ฝ่ายศาสตราก็ได้เปรียบกว่าเพราะลูกน้องเยอะกว่า ชินและเชนน์ตามมาสมทบศาสตราหลังจากนั้นไม่นาน ขณะเดียวกันพวกกลุ่มที่มาใหม่ก็โดนยิงเกือบหมดเหลือไว้เพียงแค่สองสามคนที่เจ็บหนักเท่านั้น
“พวกมันเป็ใคร” ศาสตราถามลูกน้องคนสนิท
ปัง!
“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมกับเชนน์กำลังจัดการพวกยาเสพติดที่ค้นเจอ..ได้ยินเสียงปืนก็เลยรีบตามมา” ชินตอบขณะเดียวกันก็ยิงขู่อีกฝ่าย
ปัง! ปัง! ปัง!
หนึ่งในอีกฝ่ายที่เหลือจากสองสามคนจัดการยิงพวกตัวเองจนหมด และรีบวิ่งหนีออกไปตามทางที่มินตราและเรนจากไป
“ตามไปจับมาให้ได้!! เดี๋ยวฉันไปตามพวกผู้หญิงเอง! ” ร่างสูงสั่ง ก่อนจะแยกออกไปจากลูกน้องของเขา
ร่างสูงวิ่งเข้าป่าไปตามสัญชาตญาณ.. ยายงั่งนั่น.. จะเป็อย่างไงบ้างเนี่ย ชายหนุ่มคิด.. พลันใบหน้าซีดเผือดของมินตราเมื่อตอนที่เธอได้ยินเสียงปืนก็แล่นเข้ามาในสมอง.. ขายาวๆ ที่วิ่งก้าวไปแต่ละก้าวนั้น.. บอกได้เลยว่ามันไปพร้อมกับความหวังที่จะได้เห็นใบหน้าคนจอมยุ่งว่ายังสบายดี..
ใจไม่ดี.. คือคำที่อธิบายความรู้สึกของเขาตอนนี้.. แม้ว่าเ้าตัวจะไม่รู้ถึงความรู้สึกของตัวเองว่าหัวใจที่มันหวั่นๆ อยู่ตอนนี้คืออะไร..
จบงานนี้.. ยายนั่นลาออกแน่.. ความคิดเดียวที่โผล่แว๊บเข้ามา.. ทั้งๆ ที่เขาน่าจะรู้สึกดีใจที่จะเขี่ยยายผู้หญิงจอมวุ่นวายออกจากชีวิตได้.. กลับเป็ความว้าวุ่นใจที่บอกไม่ถูก..
ไปซะก็ดี ชีวิตจะได้วุ่นวายน้อยลง! ชายหนุ่มพยายามบอกกับตัวเอง
ทันใดนั้น! สายตาก็พลันไปเห็นร่างหนึ่งที่นอนสลบอยู่ไกลๆ ตรงหน้าเขา.. ศาสตราก้าวขาพรวดๆ เพื่อให้ไปถึงหญิงสาวอย่างเร็วที่สุด
“หยุดตรงนั้น! ” เสียงที่โผล่ขึ้นมาพร้อมกับกระบอกปืนจ่อ ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก ชายคนเดิมที่หนีกลับออกมาจากโกดังเดินจ้ำไปยังร่างของหญิงสาวก่อนจะดึงร่างของเธอขึ้นมา..
มินตราถูกปลุกอย่างสะลึมสะลือ สะบัดหน้าเบาๆ อย่างงุนงง ขณะที่พยายามลืมตาปรือ.. มือบางยื่นไปจับท้ายทอยตัวเองอัตโนมัติเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการปวดที่อยู่ตรงต้นคอ..
ภาพความทรงจำล่าสุดไหลเข้ามาในสมอง.. นั่นคือภาพสาวน้อยที่ชื่อ ‘เรน’ ยกขอนไม้ฟาดเธอขณะที่เผลอเพียงแว๊บเดียว
เด็กเวร..!
“ปล่อยผู้หญิงซะ” เสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้มินตราเงยหน้ากลับขึ้นไปมอง
“คุณแทน!! ” น้ำเสียงเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นคนตรงหน้า โดยที่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้น.. ทั้งๆ ที่เขา.. ออกจะอันตรายขนาดนั้น!!
ศาสตรามองหญิงสาวแวบหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา..
ยายงั่ง.. ร่างสูงแอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้มินตราแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร..
“ถ้าอยากได้ผู้หญิงคนนี้ ไปเอานังเรนมาแลก!! ” ชายคนที่จับตัวหญิงสาวอยู่ประกาศ ก่อนจะยกปืนจ่อขมับเธอ..
มินตราดูเหมือนเริ่มจะสติแตกอีกครั้งเมื่อเห็นปืนที่จ่ออยู่.. ร่างบางตัวแข็งทื่อ หายใจรัวเร็ว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับนิ้วมือ
“แกไม่เห็นหรือไงว่า เด็กนั่นหนีไปแล้ว” ศาสตราตอบ เขาเดาจากเหตุการณ์ได้ไม่ยากนัก เด็กผู้หญิงจอมแก่นนั่นคงจะผละหนีจากมินตรา..
ยายบื้อ ยายงั่งเอ้ย!! ชายหนุ่มสบถในใจ
“งั้นแกก็ไปตามมันมาสิ” ชายที่ปืนจ่อเธอพูดง่ายๆ ... “หรือไม่อีนี่ก็ตาย...” เขาพูดต่อ
ยังไม่ทันจะตอบ ศาสตราก็มองผ่านทั้งสองไป สายตาคมเห็นร่างของลูกน้องทั้งสองของเขาอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามอย่างชัดเจน ชินและเชนน์กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทางด้านหลังของมินตรา...
ศาสตรายิ้มนิ่มตอบกลับสบายๆ
“ก็เอาสิ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ... ในขณะเดียวกันมินตราเบิกตาโพลงอย่างใ
“ไอ้บ้าศาสตรา!! นี่นายจะให้มันยิงฉันเหรอ!! ” น้ำตาเม็ดโตไหลรัวลงข้างแก้ม ร่างบางสั่นน้อยๆ มือเรียวเย็นเฉียบ
“ฮึก.. คุณทำกับฉันอย่างนี้.. ฮึก..อย่างนี้ไม่ได้นะ!!! ” ร่างบางะโเสียงดัง
ฉันยังไม่ได้ทำฟาร์มแกะเลยนะ จะให้มาตายที่แบบนี้ได้ไง ฮือๆๆๆ ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย ฮือๆๆๆ
น้ำตายังคงไหลอาบแก้มของมินตราอย่างไม่หยุด ขณะที่ชายหนุ่มกลอกสายตามองหญิงสาวและส่ายหัวเบาๆ ..
ยายนี่คิดว่าเขาจะยอมให้หล่อนตาย.. เหมือนกับที่เขาจะฆ่าเด็กเรนนั่นจริงๆ หรือไงกัน!
“วางปืนลงดีกว่าพี่ชาย.. มันอันตราย” อีกเสียงที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ทำให้มินตราหัวใจแทบหยุดเต้น ชิน และเชนน์ยกปืนพกสั้นของพวกเขาเองขึ้นจ่อขมับของชายที่จับมินตราคนละข้าง
ชายหนุ่มมองละลั่กละเลิก ก่อนจะค่อยๆยอมวางปืนที่ถือลงเมื่อรู้ว่าเขาเองคงจะไปไหนไม่รอด แต่แล้ว..
ทันใดนั้น! เขาก็หันกลับมาก่อนจะดึงแขนหญิงสาวออกไปด้วย
ปัง!
“กรี๊ดดดดดด” ลูกปืนหนึ่งนัดจากชินปักเข้ากะโหลกของเขาทันที ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องไร้สติของมินตรา
ปัง!
อีกหนึ่งนัดจากเชนน์ที่ซ้ำลงไป.. ชายคนนั้นชักกระตุกแหง็กๆ ก่อนจะแน่นิ่งไป มินตราอ้าปากค้างมองภาพนั้น ร่างบางตัวเย็นเฉียบ ใบหน้าหวานซีดจัด
เขาตายแล้วเหรอ.. ตายแล้วจริงๆ เหรอ..
มินตรายังมองภาพนั้นตาค้าง.. ปากเรียวที่เคยสีชมพูระเรื่อสีซีดจาง.. เธอไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวขาออกเดิน ร่างบางจึงร่วงซุดลงกับพื้น รู้สึกหายใจไม่ออก..
ศาสตรามองภาพตรงหน้า สีหน้าของเขาบอกไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร.. ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง.. ร่างสูงเดินสวบๆ เข้าไปก่อนจะช้อนร่างหญิงสาวขึ้นอ้อมกอด เขามองหน้าเธอ ก่อนจะพูดนิ่งๆ ..
“สำออย”
หญิงสาวในอ้อมกอดมองหน้าเขาอึ้งๆ .. เธอไม่มีแรงจะเถียงเขาจึงทำได้เพียงแค่มองอย่างไม่เชื่อสายตา..
“ปล่อยฉัน” ร่างบางตอบหนักแน่นด้วยน้ำเสียงซีดๆ ใบหน้าเธอบ่งบอกว่ายังคงใไม่หาย
“....” ร่างสูงไม่ตอบอะไร ทำเพียงเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ
มินตราดิ้นขลุกขลักด้วยแรงเพียงน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่
“อยู่นิ่งๆ ! หนัก” ศาสตราว่าเสียงดุ ขณะที่หญิงสาวในอ้อมกอดมองเขาอย่างไม่พอใจ
“แล้วคุณจะอุ้มฉันทำไม! ” มินตราเอ่ย แม้ว่าจะดิ้นน้อยลง
ชายหนุ่มไม่ตอบ.. อันที่จริงเขาเลิกสนใจคำพูดของเธอ และยังคงอุ้มมินตราที่ดิ้นขลุกขลักเดินกลับออกไปจากป่า ตามด้วยสายตาสงสัยของลูกน้องคนสนิทที่มองตามหลัง..
“มันทะแม่งๆ นายว่าหรือเปล่าเชนน์” ชินถามขณะเดินไปเรื่อยๆ
“นั่นน่ะสิ.. อย่างกับว่า..” เชนน์ตอบ.. ก่อนจะพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ที่พวกเขาเข้าใจกันสองคน..
ห่างออกไปไม่ไกลนัก.. หญิงสาวที่ชื่อเรน.. มองดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ.. สาวน้อยได้แต่โล่งใจเบาๆที่มินตราไม่เป็อะไร.. เพราะเธอแท้ๆ ผู้หญิงคนนั้นเกือบจะโดนเป่ากะโหลกเสียแล้ว.. เมื่อเห็นทุกคนเดินกลับไป เธอจึงวกหันหลังและออกเดินทางไปตามเส้นทางของเธอบ้าง..
หวังว่าคงไม่พบกันอีก..
ศาสตราสั่งปิดปากลูกน้องทุกคน ไม่ให้พูดถึงเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น ขณะที่สั่งเลื่อนการนัดเจอลูกน้องทั้งหมดจาก่บ่าย ไปเป็วันพรุ่งนี้แทน.. พวกตำรวจกองปราบปรามยาเสพติดเข้ามาค้นคาสิโนอย่างที่ถูกรายงานไว้จริง.. แต่ชินและเชนน์ทำได้หน้าที่ได้ดีมาก พวกเขาทำลายยาเสพติดที่ค้นพบในแต่ละจุดของบ่อน.. แม้ว่าจะไม่รู้ถึงตัวการที่นำมาเก็บไว้ แต่เมื่อถูกทำลายทั้งหมด พวกตำรวจจึงไม่สามารถค้นอะไรจากบ่อนของภิรมย์พิสุทธิ์
“ไอ่พวกที่อยากให้ไนท์ คริสตัลถูกสั่งปิด ตอนนี้คงหงุดหงิดกันใหญ่” ชายหนุ่มเอ่ยกับลูกน้องคนสนิท
“นั่นสินะครับ แต่.. ผมว่าพวกมันไม่เลิกราแน่” เชนน์พูดขึ้น
“ผมว่าคุณคีธคงต้องทำงานหนักขึ้นแล้วล่ะครับ” ชินเอ่ยขึ้นบ้าง ขณะที่หันไปหาคุณคีธ.. ชายวัยกลางคนที่เป็ผู้ดูแลที่นี่แทนศาสตรา่ที่เขาไม่อยู่
“ต้องฝากด้วยนะ คุณคีธ” ศาสตราพูด ขณะที่คีธก้มหัวน้อยๆ
“ด้วยความเต็มใจครับ.. ว่าแต่.. เด็กผู้หญิงที่คุณแทนจับได้.. หายไปไหนแล้วหรือครับ” เขาถามต่อ
“เห็นมินตราบอกว่า.. เด็กนั่นหนีเข้าป่าไป.. คงไปไหนได้ไม่ไกล.. แต่เดี๋ยวก็คงจะขึ้นฝั่ง” ศาสตราตอบ
“จะให้ผมส่งคนไปตามหาไหมครับ?” เชนน์ถาม เมื่อได้ยินดังนั้น แต่ร่างสูงส่ายหัว
“ไม่ต้อง..” เขาคิดถึงเื่น้องสาวของยายเด็กนั่น.. เด็กอายุน้อยขนาดนั้น.. ถือว่าปล่อยไปทำบุญเสียดีกว่า
“ไอ่พวกที่มันอยากมีเื่.. เดี๋ยวมันก็โผล่หัวมาเรื่อยๆอีกอยู่ดี ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา” เสียงทุ้มเอ่ยต่อ
“ชิน เชนน์ ฉันกำลังคิดว่าเราคงต้องนอนต่อที่นี่กันอีกซักคืนแล้วล่ะ.. เดี๋ยวโทรบอกป้าจันทร์ให้ฉันด้วย”
สั่งเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินกลับออกไป..
คอนโดของเลออง
หญิงสาวร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องก้าวฉับๆเข้ามาภายในด้วยความคุ้นเคย.. พลอยทะเลวางกระเป๋าแชแนลสีดำของเธอลงบนโซฟาก่อนจะยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า
“พี่เลออง มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ” หญิงสาวถามถาม ยังไม่สร่างยิ้ม
“กินข้าวกันก่อนเถอะ.. ฉันเพิ่งทำสปาเกตตีเสร็จ” ชายหนุ่มนำไปยังโต๊ะอาหารเล็ก หม้อซอสมะเขือเทศที่จัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบพร้อมกับเส้นสปาเกตตีสองจาน
“อื้อหื้ออ.. สมกับที่เป็พ่อบ้านของฉันจริงๆ ฮิฮิ” หญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มไป
จุ๊บ! พลอยทะเลหอมแก้มเลอองอย่างเร็วก่อนจะวิ่งไปนั่งเก้าอี้อีกฝั่ง ขณะเดียวกันเลอองที่ถูกหอมแก้มถึงกับทำหน้าไม่ถูก.. ไม่ใช่เพราะเขิน.. แต่มันเป็เพราะความกระอักกระอ่วนใจ.. เขาควรจะทำอย่างไรให้เธอรู้ตัวเสียที..
ว่าเขาไม่ได้รักเธอ.. แบบนั้น..
เลอองนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเริ่มกินสปาเกตตีที่กำลังร้อน แต่กลับไม่รู้สึกถึงความอร่อยแม้จะเป็คนทำเอง.. เส้นสปาเกตตีค่อยๆไหลลงคออย่างยากลำบาก.. เวลาของเลอองกับพลอยทะเลตอนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกวินาทีของเขาผ่านไปด้วยความอึดอัดใจ.. ขณะที่พลอยทะเลเต็มไปด้วยความรัก และความอ่อนหวานของหญิงสาวที่กำลังมีความสุข เธอปรนนิบัติและดูแลเลอองอย่างดี โดยไม่รู้เลยว่าเขาคิดกับเธอเพียงแค่น้องสาวที่รู้จักกันมานานเพียงเท่านั้น..
มันเป็เพราะคำสัญญามั่วซั่วที่เขาให้กับเธอ..
“พี่เลอองสัญญานะ.. ว่าจะแต่งงานกับพลอย” หญิงสาววัยแปดขวบยื่นนิ้วก้อยให้ชายหนุ่มเกี่ยวสัญญากับเธอ..
“เออๆ.. ก็ได้ๆ แต่ห้ามบอกพ่อพี่นะว่าพี่แอบสูบบุหรี่..” เด็กหนุ่มวัยสิบสี่.. กำลังอยากรู้อยากเห็น.. ดันมาโดนจับได้ว่ากำลังลองสูบบุหรี่..
“เย้!!” สาวน้อยที่ได้รับสัญญาวิ่งโห่ร้องกลับไป.. ส่วนอีกคนก็โล่งใจที่พ่อจะไม่รู้เื่..
โดยที่ไม่รู้เลยว่า.. คำสัญญานั้นจะยังคงฝังอยู่ในใจสาวน้อยมาจนถึงทุกวันนี้..
“พี่เลอองเงียบจัง.. ” เสียงใสเอ่ยขึ้น ขณะที่กำม้วนสปาเกตตีเข้ากับช้อนส้อมในมือ
“ไม่สบายเหรอ?” พลอยทะเลถามอย่างเป็ห่วง เมื่อเห็นว่าเส้นสปาเกตตีในจานของเขานั้นไม่น้อยลงเลย
“อะ..อ๋อ.. เปล่าหรอก ฉัน.. ฉัน..เครียดๆเื่งานหน่ะ” เลอองตอบ..
ให้ตาย.. เขาจะเริ่มต้นยังไงดีนะ..
“โถ่.. นึกว่าเป็อะไรมาก.. พี่ก็อย่าหักโหมสิ..” ได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ถอนใจอย่างโล่งอก ร่างบางลุกขึ้น
“ฉันนวดให้ค่ะ จะได้ผ่อนคลาย” ว่าแล้วพลอยทะเลก็เดินไปจับบ่าชายหนุ่มก่อนจะเริ่มนวดให้
เลอองอ้าปากค้าง.. ก่อนจะตอบอย่างละลักละเลิ่ก
“ไม่ต้องๆ ฉันไม่อยากนวด”..
“อย่าดื้อน่า.. ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงฉันก็จะเป็เ้าสาวของพี่อยู่แล้วนะ!” ร่างบางตอบอย่างร่าเริงก่อนจะตั้งใจนวดต่อไป
เลอองได้แต่ถอนหายใจเบาๆ.. เอาไงดีวะเนี่ย..!
เกสท์เฮ้าบนเกาะ
“นอนค้างคืนเหรอ!?” ร่างบางลุกขึ้นพรวด เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มบอก
“ไหนคุณบอกว่าเราจะไป-กลับกันล่ะ” เสียงหวานถามต่อ
“งานฉันยังไม่เสร็จ.. ี้เีกลับ.. กว่าจะถึงนั่งเรืออีกตั้งนาน” ร่างสูงตอบ ก่อนจะค่อยๆถอดเนกไทของเขาออก ตามต่อด้วยชุดสูทเปรอะเปื้อนคราบเืของเขา
“คุณจะทำอะไรน่ะ?” มินตราถาม ขณะที่เอียงหน้าไม่มองเขา..
“อาบน้ำไง.. เหนื่อยจะยะ..” พูดไม่ทันจบ เสียงทุ้มก็ถูกแทนที่ด้วยน้ำเสียงอุทานอย่างเ็ปเบาๆ
“โอ้ย บ้าชิบ!..” ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวน้อยๆเมื่อรอยแผลถากๆหลายแผล ถูกครูดด้วยชายเสื้อในขณะที่เขาพยายามถอดมันออก
มินตราได้ยินเขาร้องจึงหันกลับไปมองอย่างใ
“เป็อะไร?” ร่างบางถามเสียงหลง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างลวกๆ “ไหนดูซิ สำออยรึเปล่า” เธอหัวเราะยิ้มๆ ก่อนมือบางแตะลงบนแผ่นหลังสีแทนที่เต็มไปด้วยรอยแผลถลอก
“ยายบ้า เจ็บ! ฉันไม่สำออยเหมือนเธอหรอกน่า” เขาอุทาน
“แผลเยอะจัง.. เดี๋ยวฉันไปเอายามาทาให้นะ” พูดจบก็วิ่งดุ๊กๆออกไปข้างนอกเพื่อถามถึงกล่องยาจากลูกน้องของศาสตรา ชายหนุ่มอ้าปากจะห้าม เพราะเขาคิดว่ามันไม่จำเป็ขนาดนั้น.. แต่แล้วก็เลือกที่จะเงียบ.. ใบหน้าหล่อจะถูกแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางอย่างพอใจโดยที่ไม่รู้ตัว.. สายตาคมมองตามแผ่นหลังบางจนเธอหายลับไปหลังประตู
ศาสตรารออีกฝ่ายอยู่นานสองนานแต่มินตราก็ยังไม่มาเสียที ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำ.. เมื่ออาบเสร็จ ร่างสูงเดินออกมาก็พบว่า กล่องยาถูกวางไว้อยู่บนโซฟา.. แต่คนทำแผลนั้นไม่อยู่เสียแล้ว.. ศาสตราเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ลูกของเขาหาเอาไว้ให้ ก่อนจะจ้ำเดินออกไปนอกเกสท์เฮ้า..
“อ่าวคุณ..” มินตราที่เดินกลับเข้ามาพอดีผละเล็กน้อยด้วยความใ
“เธอไปไหนมา” ศาสตราถามเสียงห้วน “ไหนบอกจะทายาให้ฉัน” เสียงทุ้มตึงเล็กน้อย
“ฉันไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนน่ะสิ.. ก็เห็นคุณอาบน้ำอยู่” มินตราตอบเรื่อยๆ ขณะที่เดินผ่านร่างสูงไป.. แต่ก็ชะงักและเดินถอยหลังกลับมาหาเขา..
“คุณได้จองเกสท์เฮ้าอีกห้องไว้หรือเปล่าคะ” เธอถามต่อ ขณะที่ศาสตราเหล่ตามองเธอด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่ก็ยอมตอบโดยดี
“ไม่ได้จอง”
”ดีค่ะ.. ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณนอนห้องนั้นตามสบาย เดี๋ยวฉันจะนอนกับชิน เชนน์ที่ห้องรับแขกเอง” ร่างบางพูดต่อ... เพราะเมื่อสักครู่เธอได้คุยกับทั้งสองคนไว้แล้ว.. และก็ไม่มีใครตอบได้ว่าเธอจะต้องนอนที่ไหน..
มินตราทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้านแต่ก็ต้องโดนมือใหญ่ฉุดแขนเอาไว้.. ตอนแรกชายหนุ่มก็ลืมคิดถึงเื่นั้นไปเสียสนิท เพราะเขาแทบจะไม่ได้พาผู้หญิงมาที่นี่.. ส่วนพวกชินกับเชนน์ก็นอนกันง่ายๆอยู่แล้ว.. แต่ไอ้ท่าทีท่าทางที่ไม่อยากนอนกับเขาของมินตรานี่มันน่าหมั่นไส้นัก..
ไม่อยากนอนนักใช่ไหม!
“ไม่ได้!” ศาสตราตอบเสียงดัง “เธอต้องนอนห้องเดียวกับฉัน!”
คำสั่งง่ายๆ ทำให้หญิงสาวต้องหันขวับกลับมาหาเ้านายของเธอ.. มินตรามองชายหนุ่มตาขวาง
“ไม่-มี-ทาง!” ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที
ศาสตรามองตามแผ่นหลังบาง.. ก่อนจะพึมพำเบาๆ.. “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก มินตรา!”
และเมื่อเวลาเข้านอนนั้นมาถึง.. ไม่ว่ามินตราจะพยายามหนี หรือหลบหลีกหลบเลี่ยงขนาดไหน.. สุดท้ายมินตราก็โดนลูกน้องคนสนิททั้งสองคนของศาสตราหลอกให้เธอเข้าไปในห้องนอนของเขาจนได้.. แถมพวกนั้นยังล็อกกลอนประตูใส่เธออีกด้วย!
ป๋าขาเฮียขา.. ช่วยมินด้วย ~ นี่คือเสียงพร่ำร้องที่อยู่ในใจของหญิงสาว
ร่างบางยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู ครุ่นคิดว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ขณะเดียวกันชายหนุ่มที่รออยู่ในห้องนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างพอใจ
“จะยืนอยู่ตรงนั้นทำไมห้ะ..” ศาสตราเอ่ย พลางตบเสียงนอนนุ่มดังตุบตับ “ไหนบอกจะทายาให้ฉัน” คิ้วเข้มยกตัวสูงขึ้น ก่อนจะทำหน้าทะเล้น
“ถ้าทาแล้วฉันออกไปนอนข้างนอกได้ไหมล่ะ” มินตราต่อรอง ขณะที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่หน้าประตู คางเล็กเชิดขึ้น สีหน้าเป็เครื่องใหม่คำถาม
“ไม่ได้” ชายหนุ่มตอบเสียงแข็ง “แล้วก็มาทายาให้ฉันได้แล้ว!!” เสียงทุ้มสั่งด้วยน้ำเสียงห้วนๆ อย่างหงุดหงิด
มินตราฟังเสียงคนเอาแต่ใจก่อนจะกลอกตาไปมา..
“เห่อ.. โอเคๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ” ร่างบางเดินไปหยิบกล่องยาสมัญประจำบ้านที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างโคมไฟ ค่อยๆพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนไซส์คิงที่ชายหนุ่มนั่งพิงพนักอยู่
“หันหลังมาสิคะ” เสียงหวานกล่าวเหนื่อยๆ ร่างบางลอบถอนหายใจเบาๆ ขณะที่ชายหนุ่มหันหลังมาให้เธอ มือเล็กค่อยๆเปิดเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อผ้าบางจากทางด้านหลัง
“โห..” มินตราอุทานเบาๆ เมื่อเห็นแผลสดที่ประปรายอยู่เต็มหลังของชายหนุ่ม ศาสตราเอี้ยวมองเธอเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่แล้ว! เหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างออก
“ไม่ต้องทาแอลกอฮอล์นะ! แล้วก็ห้ามจิ้มแผลฉันแรงๆด้วย” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างรู้ทัน ร่างบางได้ยินดังนั้นจึงตวัดตาค้อนแผ่นหลังกว้าง.. แม้ว่าจะไม่เห็นหน้าเขาก็ตาม
“ฉันไม่แกล้งคุณหรอกน่ะ.. ี้เีจะสร้างฉากละครน้ำเน่า” มินตราตอบน้ำเสียงกระแนะกระแหน
“ก็ดี!” เขาหันมาบอกเธอก่อนจะหันหน้ากลับไป
มินตรามองชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ ใจจริงแล้วเธอแทบอยากจะเอาสำสีจุ่มแอลกอฮอล์แล้วจี้ลงบนหลังเขาเสียจริง!.. แต่ขืนทำแบบนั้น คืนนี้ชีวิตเธอคงไม่สงบสุขแน่นอน..
มือเรียวค่อยๆเททิงเจอร์ลงตามแผลแต่ละจุด ก่อนจะเอาสำลีซับเบาๆเพื่อไม่ให้หยดทิงเจอร์ไหลหกออกไป มินตรามือเบาเสียจนศาสตราแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงมือ.. รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอเอาผ้าก็อตพันแผลมาแปะตามรอยแผลแล้ว.. อาจจะเพราะไม่ต้องพูดจากัน.. เลยไม่ต้องเถียงกัน.. เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆและอบอุ่น.. ไอร้อนจากนิ้วเรียวที่ทาบลงบนแผ่นหลัง ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงสายใยบางๆที่ค่อยๆเริ่มถักทอความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ.. มินตรามองแผ่นหลังกว้าง ความหวั่นไหวสั่นคลอนให้หัวใจสั่นระริก..แม้จะไม่ได้มองหน้า หรือสบตา.. แต่เพียงแค่มองเขา.. คนที่นั่งหันหลังให้เธออยู่ตรงนี้.. หญิงสาวกลับรู้สึกอุ่นใจแปลกๆ.. ภาพเหตุการณ์เมื่อกลางวันย้อนกลับเข้ามาในความคิด.. แม้ว่าเขาจะชอบแกล้งเธอแถมเอาเปรียบเธอ.. แม้ว่าเธอจะหงุดหงิดบ่อยครั้งกับอารมณ์ร้ายๆ กับนิสัยเอาแต่ใจของชายหนุ่ม.. แต่มินตราก็อดยอมรับกับตัวเองไม่ได้จริงๆ.. ว่าเขาเป็คนช่วยชีวิตเธอเอาไว้..
หมับ!
มินตราโอบร่างใหญ่อย่างด้านหลังราวกับเป็เื่ธรรมดา เธอโตมากับเด็กผู้ชายทำให้มันเป็เื่ปกติธรรมดาสำหรับเธอ ขณะที่ศาสตราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกอดที่ ความรู้สึกหลายอย่างหลั่งไหลผ่านเข้ามา เขานั่งตัวแข็งทื่อ..
“นี่.. ขอบคุณนะ.. ที่ช่วย” มินตราเอ่ย ก่อนจะถอดกอดแผ่นหลังใหญ่ “แล้วก็ไม่ต้องหันมาด้วย” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ แม้ว่าจะกอดขอบคุณกับเฮียๆของเธอบ่อย แต่มินตราก็ยังรู้สึกเขินอีกฝ่ายพิกล..
ศาสตราหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณฉันทำไม” เสียงทุ้มถามกลับ
“ก็.. ฉันไปขอบคุณชินกับเชนน์แล้ว.. แล้วพวกนั้นก็บอกให้มาขอบคุณนายด้วย” ร่างบางตอบอย่างเลี่ยงๆ เพื่อที่ตัวจะได้ไม่เขินไปกว่านี้.. แต่คำตอบที่ไม่เหมือนคำตอบนั้นทำให้คนตัวใหญ่กว่าหน้าบึ้งทันที
“ถ้าจะขอบคุณเพราะคนอื่นบอกให้ขอบคุณ ทีหลังก็ไม่ต้องพูดหรอก!” เสียงทุ้มบอกห้วนๆ ก่อนชายหนุ่มจะหันกลับมามองหน้ามินตรา
เสียงห้วนที่บาดหูทำให้ใบหน้าหวานเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว.. คางเล็กเชิดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“นี่คุณเป็อะไร! เมื่อตะกี้ยังอารมณ์ดีๆอยู่เลย ฉันตามไม่ทันนะ” เสียงหวานพูดอย่างไม่พอใจ
ชายหนุ่มได้ยินคำต่อว่าก็ลุกขึ้นพรวดจากที่นอนทันที
“ฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอมาเข้าใจสักหน่อย” ว่าแล้วร่างสูงก็กระทืบเท้าปึงปังเคาะประตูห้องเสียงดัง
“ชิน เชนน์ เปิดประตู!”
ว่าแล้วก็ร่างสูงก็เดินออกไป ปล่อยทิ้งให้มินตรานั่งอยู่บนเตียงอย่างงงๆ..
เ้านายที่เดินหายไปพร้อมสีหน้าหงุดหงิดทำให้ทั้งชินและเชนน์ได้แต่มองหน้ากันอย่างงุนงงไม่แพ้หญิงสาวที่นั่งอยุ่ในห้อง.. ชายหนุ่มทั้งสองค่อยๆโผล่หน้าเข้าไปภายในห้องก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณมินตรา.. คุณแทนเป็อะไรไปครับ.. ผมเห็นเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปท่าทางไม่พอใจ..” ร่างบางที่ถูกถามได้แต่มองสองหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ..
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ.. ฉันก็แค่..” แล้วหญิงสาวก็เล่าเหตุการณ์ย่อๆให้ฟัง..
“อ้อ..” ชายหนุ่มทั้งสองคนเหมือนจะถึงบางอ้อ ชินส่งสายตาเหมือนบีหนึ่งส่งให้บีสองอย่างรู้ใจกันดี
“ทำไมคุณมินตราไปตอบคุณแทนแบบนั้นล่ะครับ” เชนน์ถาม
“ก็มันจริงนี่นา..” เสียงหวานตอบ.. “อย่าบอกนะว่าหมอนั่นหงุดหงิดเพราะเื่แค่นั้น!?” ร่างบางถามสองหนุ่มอย่างใ..
ไม่มีเสียงตอบรับ.. มีเพียงการพยักหน้าหงึกๆพร้อมกันจากลูกน้องคนสนิททั้งสองเท่านั้น..
ภายในผับแห่งหนึ่งไกลออกไปจากไนท์ คริสตัล คาสิโนไม่มากนัก
“ไอ้ศาสตรานี่มันดวงดีจริงๆ” ชายกลางคนกล่าวขณะที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องส่วนตัว ห่างออกไปไม่ไกลนัก.. ชายหนุ่มวัยกลางคน..ผู้แทนผู้จัดการของไนท์ คริสตัล คาสิโน ที่ยืนนิ่งอยู่ก็เดินเข้ามาหาชายสูงอายุ
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ คุณเต๋อฮง.. เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณศาสตราก็จะกลับไปแล้ว” คีธเว้นวรรค ก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าชั่วร้าย “กว่าจะกลับก็อีกนาน.. แผนการของเราคงจะสำเร็จพอดี”
หลิว เต๋อฮง ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะอย่างพอใจ “ให้มันแน่เถอะ.. ดูแลดีๆ อย่าให้มีคนปากดีเผ่นไปบอกมันอีกล่ะ” ชายวัยเกือบ 50 พูดเสริม..
“ไอ่หนูนั่น.. หึหึ..”
หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาผ่านไป..จากนาทีต่อนาที.. เป็ชั่วโมงต่อชั่วโมง.. นี่ก็ปาเข้าไปตีสองครึ่งแล้ว.. มินตราชะเง้อมองหน้าประตู.. ก็ยังไม่มีวี่แววคนที่หายไปจะกลับมา..
“ไปทำบ้าอะไรอยู่น่ะ” หญิงสาวพำพึม.. ก่อนจะซุกตัวลงในผ้าห่มอีกครั้ง..
แล้วทำไมฉันจะต้องตื่นทุกครึ่งชั่วโมงมารออีตานั่นด้วยเนี่ย! ร่างบางคิดอย่างหงุดหงิด.. เธอถอนหายใจเบาๆก่อนจะข่มตาหลับ
ทันใดนั้น! แสงไฟนอกห้องนอนถึงเปิดพรึบ! มินตราดีดตัวขึ้นจากที่นอน ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูทันที..
แอ๊ด..
“เมา.. ใช้ได้เลยครับ” ชินพูดขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่เดินออกมา ชายหนุ่มสองคนหิ้วปีกศาสตราเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะวางเขาลงบนเตียง
“ไอ้เวรร! แกจะลากฉันกลับมาทำมายย กูบอกว่ากูยังไม่มาวว วว” คนตัวอ่อนยังคงเพ้อเสียงยานคาง
มินตรามองชายหนุ่มก่อนจะส่ายหัวเบาๆ.. สภาพทุเรศจริงๆ..
“นายสองคนไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลให้” หญิงสาวบอกก่อนจะพยักหน้าเบาๆให้ทั้งสองคน.. ชินและเชนน์มองสภาพเ้านายตัวเองอย่างหนักใจ ก่อนจะถามมินตราให้แน่ใจ
“คุณมินตราจะไหวหรือครับ?.. มีอะไรก็เรียกใช้ได้นะครับ” เชนน์บอก
“ตัวอ่อนขนาดนี้.. คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ ปล่อยให้เขานอนเถอะ” ร่างบางตอบ.. ชายหนุ่มสองคนได้ยินดังนั้น จึงพากันออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงมินตรา เธอมองร่างยาวๆที่นอนสลบไม่เป็ท่าก่อนส่ายหัวเบาๆอีกครั้ง..
ร่างบางเดินไปที่เตียง ค่อยๆถอดรองเท้าของศาสตราออกทีละข้าง.. มือเล็กดึงผ้าห่มที่เขานอนทับอยู่ขึ้นมา ก่อนจะมันคลุมลงบนคนตัวใหญ่..
“ยายงั่งงง.. เธอ.. กอดฉันทำมายย..” เสียงคนตัวโตะโไร้สติ ขณะที่หญิงสาวเดินวนหาผ้าขนหนู เพื่อเอาไปชุบน้ำในห้องน้ำและนำมาเช็ดหน้าให้คนที่นอนอยู่เบาๆ..
“ฉันกอดเพราะอยากขอบคุณ.. แปลกมากหรือไง” เสียงหวานพึมพำ ขณะที่เช็ดหน้าอีกฝ่ายไปมา “เฮียก็ออกจะชอบเวลาฉันกอด.. หรือคุณไม่ชอบฮะ!? คุณแทน..” ว่าแล้วเธอก็จิ้มแก้มเขาเล่น รู้ทั้งรู้ว่าพูดไปอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยิน
“สิ้นฤทธิ์เลยนะ..” เธอหัวเราะเบาๆ ยังคงไม่หยุดจิ้มไปยังหน้าของเขา.. เธอไล่เช็ดตรงซอกคอและตามลงมาที่ต้นแขน..
หญิงสาวเอาผ้ากลับไปวางไว้ที่ห้องน้ำ เดินไปหยิบผ้าห่มอีกผืน ก่อนจะค่อยๆเดินไปยังโซฟายาวอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ห่างออกไปจากเตียงนอนนัก.. ร่างบางเอนตัวลงนอนด้วยความงัวเงียก่อนจะหลับตาและเข้าสู่ห่วงนิทราอย่างรวดเร็ว..
ศาสตราลืมตาขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป.. ชายหนุ่มค่อยๆได้สติั้แ่เมื่อเธอเอาผ้ามาเช็ดหน้าเขา.. ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ขณะที่สายตาแหวกผ่านความมืดไปยังอีกร่างที่หลับคุดคู้อยู่บนโซฟา.. เพียงเห็นผมดำหยักศกที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา.. เขาก็ยิ้มกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงบนหมอน.. พลันความคิดย้อนกลับไปถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดที่เพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ความอบอุ่นที่แทบจะลืมไปแล้วว่าเป็เช่นไร.. มันนานจนแทบจะจำไม่ได้.. ความอบอุ่นที่อธิบายไม่ได้..
“ชอบสิ..” เสียงทุ้มเอ่ยผ่านความมืด..
CR.SQW