ตอนที่ 4 สาบาน
ปีนี้ฮูหยินใหญ่อายุได้สี่สิบกว่าปีแล้ว นางสวมชุดผ้าแพรสีแดง ปักด้วยไหมทองลายดอกโบตั๋นซ้อนเป็ชั้นขึ้นมา ทำผมมวยเป็ทรงดอกโบตั๋น ประดับด้วยปิ่นปักผมสีทองที่มีตัวหงส์คาบอัญมณีสีม่วง ทั้งสองด้านปักด้วยปิ่นกลัดหยกเนื้อขาวซึ่งพันด้วยเส้นไหมทอง ใบหูมีต่างหูที่ประกอบไปด้วยอัญมณีสีม่วงและไข่มุกห้อยแกว่งไกวไปมาตามการเคลื่อนไหวของนาง ส่องแสงเปล่งประกายไปทั่วทั้งตัว
นางกำลังล้างมือในอ่างน้ำที่สาวใช้ถือ พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็หันหน้ามามอง วาดยิ้มแล้วเอ่ยกับถังชิงหลวน “คุณหนูถัง มีเื่อะไรจะสนทนากับข้าอย่างนั้นหรือ”
ถังชิงหลวนตอบ “รบกวนฮูหยินใหญ่แล้ว มีเื่บางอย่าง...” พูดแล้วก็ชะงักนิ่งไป
เห็นได้ชัดว่าฮูหยินใหญ่มิได้ใส่ใจนางนัก ดังนั้นพอล้างมือเสร็จก็เช็ดมือกับผ้า จากนั้นก็หันไปสำรวจหน้าตาของตนกับกระจกทองเหลืองที่สาวใช้ถือไว้ จัดผมที่ขมับตนเองอีกครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้ายิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังรอคำตอบจากถังชิงหลวนอยู่จึงขมวดคิ้วหันมองนาง
ถังชิงหลวนเองก็ยังไม่เอ่ยถ้อยคำใด
ฮูหยินใหญ่เข้าใจกิริยานั้นในที่สุด แววตาจึงแฝงความรำคาญขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งก่อนจะเลือนหายไป ไม่รู้นางคิดว่าถังชิงหลวนจะพูดอะไรแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดูเหมือนจะรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี ถึงอย่างนั้นนางก็ยังสั่ง “พวกเ้าออกไปก่อน”
เหล่าสาวใช้ขานรับแล้วทยอยเดินออกไป ข้างกายฮูหยินใหญ่เหลือเพียงสาวใช้สองนางและสาวใช้สูงวัยอีกหนึ่งนางที่ยังคงยืนอยู่
ฮูหยินใหญ่มองมาที่ถังชิงหลวน แม้มิได้เอ่ยเร่งรัดแต่เพราะมีสายตาของสาวใช้ทั้งสามที่มองจ้องมายังถังชิงหลวนด้วย เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดกำลังส่งแรงกดดันให้นางโดยไร้สุ้มเสียง
ทว่าถังชิงหลวนก็ยังคงไม่พูดอะไร
สาวใช้สองนางยังคงมีสีหน้าปกติ แต่สีหน้าของสาวใช้สูงวัยเริ่มมีอาการหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
ฮูหยินใหญ่เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ สุดท้ายก็ปิดความรำคาญใจในสีหน้าและแววตาไว้ไม่มิดจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “คุณหนูถังมีเื่อะไรก็รีบพูดมาเถิด ข้ายังมีเื่ต้องทำอีกมาก”
ถังชิงหลวนคิดไตร่ตรองดีแล้วจึงตอบออกไป “เื่ที่ข้าจะพูดนี้มิใช่เื่ดีเ้าค่ะ ดังนั้นยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดี”
สาวใช้นางหนึ่งพอได้ยินเช่นนี้ก็ทนไม่ไหว หลุดยิ้มเยาะออกมา สาวใช้สูงวัยเองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “คุณหนูถังมีเื่อะไรก็รีบพูดออกมาเถอะ! ฮูหยินใหญ่ของเรากำลังยุ่งมาก ไม่อาจสิ้นเปลืองเวลาอยู่กับท่านตรงนี้หรอกนะ”
ถังชิงหลวนมองไปที่ฮูหยินใหญ่ เห็นฝ่ายนั้นทำเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่นางพูดและไม่มีทีท่าจะสั่งให้สาวใช้ที่เหลือออกไป เอาเถอะ ในเมื่อฮูหยินใหญ่เชื่อมั่นในตัวสาวใช้เหล่านี้ เช่นนั้นนางก็จะไม่ดันทุรังอีก
“เรียนฮูหยินใหญ่ เมื่อครู่ชุ่ยเฟินสาวใช้ของคุณหนูเจ็ดมาเชิญข้าให้ไปตรวจอาการคุณหนูเจ็ด บอกว่านางรู้สึกไม่ค่อยสบาย”
ฮูหยินใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มสนใจขึ้นมา “อ้อ แล้วลูกเจ็ดของข้ามีอาการเป็อย่างไรเล่า”
ถังชิงหลวนตอบ “คุณหนูเจ็ดบอกว่ารู้สึกกระสับกระส่าย ไม่อยากอาหาร ถึงขั้นเห็นอาหารแล้วเกิดคลื่นไส้ ผลจากการตรวจชีพจรบอกได้ว่า...” พูดถึงตรงนี้ถังชิงหลวนก็ชะงักไป
ฮูหยินใหญ่คงไม่ทันได้นึกไปในทางร้ายจึงขมวดคิ้วด้วยความร้อนใจและมีท่าทางหงุดหงิดมากขึ้น “แท้จริงแล้วนางเป็อะไรกันแน่ ต้องจ่ายยาหรือไม่”
ถังชิงหลวนจึงไม่คิดที่จะเลี่ยงคำอีกและเอ่ยออกไปตามตรง “ผลจากการตรวจชีพจรบอกว่า ชีพจรของคุณหนูเจ็ดเป็ชีพจรของการตั้งครรภ์เ้าค่ะ”
น้ำเสียงของนางเรียบนิ่ง ทั้งห้องพลันเงียบสงัด
คงเป็เพราะฮูหยินใหญ่อายุมากแล้ว ท่าทางที่แสดงออกมาจึงราวกับว่าไม่เข้าใจสิ่งที่นางเอ่ย สาวใช้สูงวัยที่ยืนอยู่ข้างกายฮูหยินใหญ่ก็คงจะอายุมากแล้วเช่นกัน ทั้งที่มองถังชิงหลวนอยู่ตลอดแต่ก็ดูเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่นางพูด
ฮูหยินใหญ่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที! ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังมีสีเืฝาดเปล่งปลั่งเพียงเสี้ยววินาทีก็ซีดขาว แม้แต่ริมฝีปากก็กลายเป็ขาวซีดก่อนจะผุดลุกพรวดขึ้นด้วยอาการตื่นตระหนก นางชี้นิ้วมาที่ถังชิงหลวนด้วยมืออันสั่นระริก “เ้า...เ้า...นี่เ้าพูดอะไร?!”
“ชีพจรของคุณหนูเจ็ดเป็ชีพจรการตั้งครรภ์เ้าค่ะ” ถังชิงหลวนตอบออกไปอีกครั้งด้วยอาการสงบนิ่งเช่นเดิม
ฮูหยินใหญ่ยังคงชี้นิ้วมาที่นางด้วยความตื่นใ แต่ขากลับอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนตั่งอีกครั้ง สาวใช้สูงวัยที่เพิ่งจะรู้ตัวและได้สติร้องอุทานออกมาคำหนึ่งแล้วรีบประคองนายของตนเอาไว้อย่างมั่นคง ฮูหยินใหญ่สั่นระริกไปทั้งร่าง ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ถังชิงหลวน แม้จะมีท่าทางตื่นใแต่ความไม่เชื่อก็ฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ยังคงเป็สาวใช้สูงวัยผู้มากประสบการณ์กว่าใครที่รีบเอ่ยขึ้นเสียงดัง “เ้าตรวจผิดไปหรือไม่?! เหลวไหลจริง เ้าไม่รู้หรือว่ากำลังตรวจให้ใครอยู่?!”
ปกติคนในตระกูลนี้ถือว่ายังเกรงใจถังชิงหลวนอยู่บ้าง แต่พอเกิดเื่ขึ้นในวันนี้ก็เหมือนได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกนาง ทว่าสีหน้าท่าทางของถังชิงหลวนยังคงสงบนิ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “หากเหลิ่งมามา[1]คิดว่าข้าตรวจผิดก็สามารถเชิญท่านหมอมาตรวจอีกครั้งได้เ้าค่ะ หากว่าข้าตรวจผิดจริง ข้ายินดีรับผลที่ตามมาเ้าค่ะ”
เหลิ่งมามาพูดเสียงดัง “ผิดก็คือผิด! เหลวไหลจริง!” พูดจบก็หันมองฮูหยินใหญ่ผู้เป็นาย “ฮูหยินใหญ่เ้าคะ ไม่ควรให้นางเป็คนตรวจรักษาั้แ่แรกแล้ว บิดาของนางเป็แพทย์หลวงก็จริง แต่นางไม่ใช่สักหน่อย! อายุแค่สิบกว่าปี จะไปมีความสามารถถึงขั้นนั้นได้อย่างไรกัน? ตอนนี้ยังมาพูดจาใส่ร้ายเช่นนี้...”
สาวใช้สูงวัยเป็คนแรกที่แสดงอาการว่าไม่ยอมรับ ไม่ว่าเื่นี้จะจริงหรือไม่ อย่างไรก็จะไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด ถึงได้กล่าวว่าถังชิงหลวนตรวจผิด จากนั้นสาวใช้ที่เหลือจึงค่อยพูดสนับสนุนคล้อยตาม
เห็นได้ชัดว่าฮูหยินใหญ่กำลังคิดไปไกลกว่านั้น ถึงแม้จะใจนคิดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง แต่เพราะฐานะที่ต่างกัน ฮูหยินใหญ่ซึ่งผ่านเื่ราวมามากมายจึงมีความใจกว้างมากกว่า ไม่เหมือนสาวใช้สูงวัยที่มองโลกแคบถึงได้กล่าวตำหนิถังชิงหลวนออกมาทันทีเช่นนี้
ถังชิงหลวนเป็หมอให้กับจวนของพวกนางมาได้สองปีกว่าแล้ว หากไม่มีฝีมือการรักษาก็คงไม่เลือกนางมาที่จวนนี้ั้แ่แรก ฮูหยินใหญ่จึงรู้ดีว่าเื่นี้ย่อมไม่มีทางผิดพลาดแน่
นางยกมือโบกขึ้นข้างหู เสียงของสาวใช้สูงวัยจึงเงียบลงทันที นางมองผู้เป็นายอย่างใ ทรวงอกของฮูหยินใหญ่กำลังขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว มือที่ยกขึ้นยังคงสั่นน้อยๆ ริมฝีปากหรือก็สั่นระริกแต่ใบหน้าเริ่มมีเืฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว มือของนางกำเข้าหากัน เห็นได้ชัดว่านางกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ ผ่านไปครู่ใหญ่นางจึงค่อยๆ มองจ้องไปที่ถังชิงหลวนแล้วเอ่ย “เ้าแน่ใจหรือ”
ถังชิงหลวนพยักหน้า “แน่ใจเ้าค่ะ”
ถึงจะรู้ว่าหากถังชิงหลวนไม่แน่ใจย่อมไม่มีทางนำเื่นี้มาเอ่ยกับนางแน่ แต่พอได้ยินประโยคนั้นแล้วนางก็ยังคงใจนต้องทิ้งตัวลงกับตั่งอยู่ดี มือทั้งคู่ยังสั่นจนต้องกำเอาไว้แน่น ร่างกายที่ค้อมลงก็สั่นระริกอยู่นาน
สาวใช้เหลิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีก และแน่นอนว่าสาวใช้อีกสองนางก็ย่อมไม่กล้าปริปากเช่นกัน ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง เงียบจนน่าอึดอัด
ฮูหยินใหญ่เป็แบบนั้นอยู่ครู่ใหญ่ถึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงได้ นางพยายามอย่างมากที่จะสงบจิตใจ ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมองถังชิงหลวนอีกครั้ง ก็ดูคล้ายว่านางจะกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว “เมื่อครู่นางเรียกให้เ้าไปตรวจชีพจรอย่างนั้นหรือ น่าจะ...นานเท่าไรแล้ว...แล้วเ้าบอกนางว่าอย่างไร”
ถึงแม้จะพยายามรักษาท่าทีแต่น้ำเสียงยังคงสั่นคลอน
ถังชิงหลวนพยักหน้าตอบ “ข้าเพิ่งไปตรวจคุณหนูมาเมื่อสักครู่เ้าค่ะ อายุครรภ์ราวสองเดือน แต่ข้ายังมิได้บอกเื่นี้กับนาง บอกเพียงแค่เพราะอากาศร้อน จึงเป็เื่ปกติที่จะมีอาการคลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร และไม่ได้สั่งจ่ายยาให้นางเ้าค่ะ” ถังชิงหลวนตอบออกไปอย่างชัดเจน
คงเป็เพราะน้ำเสียงที่สงบนิ่งของนาง ฮูหยินใหญ่จึงค่อยๆ สงบลงเช่นกัน นางหันไปสั่งให้สาวใช้คนหนึ่งคอยเฝ้าหน้าประตูไว้ ส่วนตัวนางเองก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ย
“คุณหนูถัง...ข้าใมากจริงๆ ไม่รู้จะพูดกับเ้าอย่างไรดี แต่เื่นี้จะต้องไม่ถูกเปิดเผยออก ไปเป็อันขาด มิเช่นนั้นผลที่ตามมาจะเป็อย่างไร คิดว่าเ้าเองก็คงพอจะรู้ใช่หรือไม่?!”
ประโยคสุดท้ายนางกระแทกเสียงจนฟังดูดุดันขึ้น
ถังชิงหลวนตอบกลับทันที “ข้าย่อมรู้แน่นอนเ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่โปรดวางใจ ข้าจะเก็บเื่นี้ไว้ให้มิดชิด จะไม่เอ่ยเื่นี้กับใครแม้เพียงครึ่งคำเ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่เป็ผู้ควบคุมดูแลคนในจวนจงจิ้งโหวแห่งนี้ ในจวนมีสาวใช้สูงวัยมากมายที่เป็พวกสับปลับกลับกลอก อีกทั้งยังมีคนใช้ที่สอดรู้อยู่ไม่น้อย จึงเป็การยากที่จะควบคุมทั้งหมดให้เชื่อฟังได้ ตัวนางเองก็มิได้เป็คนใจดีมีเมตตาอะไร เพียงแค่ปรายตามองสาวใช้เหลิ่งที่อยู่ข้างๆ ก็รู้ได้ทันทีจึงรีบทำหน้าที่เป็พูดแทน “เ้าจะต้องสาบาน! สาบานให้มีอันเป็ไป! พูดปากเปล่าเช่นนี้ใครจะไปเชื่อถือได้?!”
ถังชิงหลวนรู้อยู่แล้วว่าพวกนางจะต้องบอกให้ตนสาบานจึงตอบกลับทันที “จะให้ข้าสาบานก็ย่อมได้ ขอแค่ฮูหยินใหญ่ร่วมสาบานเช่นกันว่าจะไม่ทำให้ข้าและบิดาต้องลำบากใจอีก”
สาวใช้เหลิ่งพอได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้นด้วยความโมโห “โอหังนัก!” ท่าทางของนางดูราวกับจะปรี่เข้ามาฉีกหน้ากันเสียให้ได้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83
[1] มามา เป็สรรพนามไว้เรียกสาวใช้หรือนางกำนัลาุโที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว