ฉันรักและศรัทธาในหลวงของฉัน ทฤษฎีของพระองค์ช่วยนำความสุขและชีวิตที่ดีมาให้คนไทยมากมาย ที่ฉันชอบมากคือการเกษตรและความพอเพียง จึงพยายามปลูก ปลูก และปลูก พยายามไม่โลภมาก ไม่ยินดียินร้ายกับการแย่งชิง แค่ใช้ชีวิตของตัวเองไป แต่กลับมีหลายครั้งที่ถูกมองถูกว่าว่าขาดความทะเยอทะยานในชีวิต เสียดายความรู้ที่เรียนมา เฮ้อ...
ความพอเพียงที่จริงแล้วมีนิยามกว้างแค่ไหนกันนะ ฉันเรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว เก็บเงินได้นิดหน่อย ชีวิตค่อนข้างลงตัว พูดง่ายๆว่า"มีความสุขดี" แต่ทำไมบางคนจึงมองว่าฉันขาดความกระตือรือร้นในชีวิต อืม..ถ้ามองจากแง่มุมของผู้หวังดี(???) ก็คงจะจริง
งานของฉันไม่ได้สร้างรายได้มหาศาลอะไร แต่ก็ไม่เรียกว่าลำบาก อาจเพราะเลือกที่จะอยู่บ้านต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายจึงไม่มากนัก แต่เพื่อนๆหลายคนเลือกอยู่กรุงเทพฯที่ที่มีตำแหน่งหน้าที่และโอกาสดีๆ(อย่างที่ใครๆคิด)รออยู่ แต่ละเดือนจึงต้องวุ่นกับการหาเงินผ่อน ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดฯสรุปว่าเพื่อนๆกำลังหาดอกเบี้ยเลี้ยงธนาคารและเ้าของกิจการต่างๆอยู่นั่นเอง
ฉันไม่แต่งงาน ชอบอ่านแต่นิยายโรแมนติก ไม่มีลูก เลี้ยงแต่หมาแมวเต็มบ้าน เงินที่หาได้นอกจากช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องบ้างแล้วก็ไว้จ่ายค่าอาหารกับวัคซีนหมาแมว ไม่ต้องเผื่อแป๊ะเจี๊ยะให้โรงเรียนดัง เพราะไม่ต้องส่งลูกหมาลูกแมวเข้าเรียน โตขึ้นก็ทำหมันให้จึงไม่ต้องจ่ายหรือหาสินสอดให้อีกแถมไม่ต้องกลัวลูกติดยา ติดเน็ต ติดเพื่อนฯลฯ ซึ่งฉันก็คิดว่าอยู่อย่างนี้ก็สบายดี
เพื่อนๆเริ่มกังวลหาที่เรียนพิเศษให้ลูกเขาแล้ว มีจ่ายค่าเรียนเป็คอร์สปีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ เพื่อนต้องขยันทำงาน ตื่นเช้า ทำโอที นอนดึก หาเงินได้มาก จ่ายมาก แทบไม่มีเวลาซื้อความสุขอื่นๆให้ตัวเอง ส่วนฉัน...ตื่นเช้ามาฟังเสียงนกร้อง สายหน่อยรดน้ำต้นไม้ พาแมวหมาไปวิ่งเล่น. อ่านนิยาย ดูทีวี ทุกวันได้มองฟ้าสีสวยสดใส นั่งรับลมชมดาว แล้วก็รับโทรศัพท์ทีาเพื่อนโทรมาปรับทุกข์เป็บางครั้ง
วันหนึ่งเพื่อนๆก็โทรมาชวนให้ฉันกลับเข้ากรุงเทพฯไปหางานทำ ด้วยเกรดและสมองที่เพื่อนเชื่อถือ ฉันน่าจะได้เงินเดือนหลายหมื่น ไม่นานคงได้เลื่อนขั้นหรือมีชื่อเสียงยิ่งขึ้น
ฉันชอบจังที่เพื่อนๆพูดกรอกหูอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอนึกถึงสภาพตื่นเช้ามาโหนรถเมล์บนถนนที่รถติดเป็ขบวนรถไฟทั้งสถานีรวมกัน ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆใหญ่กว่าโลงไม่กี่เท่าแต่ราคากินเงินเดือนเราไป 20-30 ปีกว่าจะได้เป็เ้าของ ฉันว่าอยู่บ้านนอกคอก์อย่างนี้ดีกว่า
ฉันต่อโทรศัพท์และส่งเมล์ไปถึงเพื่อนหลายคนพร้อมกันแล้วบอกพวกเขาไปว่า "อายุมากไม่อยากดิ้นรน พอแค่นี้เถอะ" แล้วก็เดินออกไปดูหิ่งห้อยใต้ต้นมะขามั์ที่ปลูกไว้เมื่อหลายปีก่อน ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะชวนบรรดาแมวเหมียวกับเ้าตูบมาปีนเก็บมะขามแข่งกันสักที ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างเต็มที่ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเอาน้ำมะพร้าวอ่อนขึ้นมาดื่มขณะรอกินข้าวเย็นกับคนในครอบครัว อืม...ชีวิตนี้ดีจัง!!