คมกระบี่แหลมคมที่ฝากรอยไว้บนพื้นดินทำให้หลี่ิชุนผงะ แม้แต่ผู้ชายบ้านสกุลหลี่ที่ถูกนำมาด้วยยังต้องชั่งใจว่าจะก้าวเท้าผ่านเส้นแบ่งนี้ไปดีหรือไม่
“หยุดทำไมเล่า ทำไมถึงยังไม่รีบเข้าไปจับตัวนางนั่นกลับไปโบย โบยให้ตาย!” นางหวังร้องเสียงดัง จนลืมสังเกตไปว่าทุกคนกังวลสิ่งใด
“อยากพิการนักก็เข้ามา แม้นข้าเหม่ยอิงไม่เคยจับกระบี่เข่นฆ่าผู้ใดมาก่อน แต่เื่ทำให้พิการนั้นถนัดนักแล” เหม่ยอิงขู่ไปงั้น ใจจริงนางไม่กล้าหรอก เพราะชาติที่แล้วแม้แต่ฆ่าสัตว์สักตัวยังไม่เคย ทำอาหารก็ต้องซื้อแบบสำเร็จรูป เป็หญิงสาวแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ทำอะไรไม่เป็โดยแท้
“เหม่ยอิง เ้าพูดเช่นนั้นจริงหรือ” หลี่ิชุนถาม ใบหน้าดำคล้ำของเขาเวลานี้ไม่น่าดู ตอนแรกคิดว่าหลี่หานเหยาะแหยะจึงไม่สามารถกำราบภรรยาได้ แต่มาวันนี้เขาได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พบว่าเหม่ยอิงไม่ง่ายเลยจริงๆ
“ข้าพูดคำไหนคำนั้น กลับไปเสียเถิด อายุก็ปูนนี้แล้วยังยุ่งไม่เข้าเื่ ข้าว่าเอาเวลาไปเลี้ยงหลานดีกว่าไหม” เหม่ยอิงในสภาพถือกระบี่ในมือยืนอาจหาญเยี่ยงบุรุษ
นางราวกับตัวเอกนิยายย้อนยุค ไม่้าพระเอก เป็สาวแกร่งโดยแท้
แต่สำหรับหวังฝูที่รับฟังคำพูดของนาง อยู่ๆ ก็หัวเราะชอบใจ “พูดถึงเื่เลี้ยงหลาน เ้าอย่าลืมไปสิว่ายังมีลูกของเ้าอีกสามคน!”
เหม่ยอิงเลิกคิ้วสวย ดวงตากระจ่างมองบุคคลตรงหน้า “ใช่ข้ามีลูกและพวกเขาก็มีเืของคนสกุลหลี่ อย่าลืมว่ารังแกเด็กๆ ไปก็เท่ากับทำให้เืเนื้อของตัวเองเ็ป และหากเ้ากล้าทำเยี่ยงนั้นจริงๆ ละก็...ข้าจะไปเยือนบ้านสกุลหลี่ด้วยตัวเอง!”
“นี่เ้า...!” หวังฝูโกรธจนเนื้อเต้นแต่ต้องจนด้วยเกล้า นางถูกสามีดึงแขนไว้
“เอาล่ะคราวนี้พวกเราต้องถอยไปก่อน นางนี่ดูเหมือนจะมีความลับบางอย่าง เ้าเองก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าสภาพของหลี่หานและคนอื่นๆ เป็เช่นไร” หลี่หวังชุนกระซิบบอกภรรยา
“รู้แล้วน่า!” หวังฝูพยักหน้าให้สามี ก่อนจะหันไปก่นด่าเหม่ยอิง “ฝากไว้ก่อนนางแพศยา ผู้หญิงเช่นเ้ามันต่ำช้าสามานย์ ตอนนั้นข้าน่าจะสั่งให้คนจับเ้าขายให้หอโคมเขียวเสีย ลูกชายข้าไม่ควรต้องแต่งงานกับคนเยี่ยงเ้า!”
เหม่ยอิงมองกลุ่มคนจากไป ถอนหายใจเล็กน้อย
“หวังฝู หญิงแก่คนนี้เห็นแก่ตัวชะมัด แก่ใกล้ตายแล้วยังไม่สามารถปล่อยวางได้ เธอเหมือนกับแม่แก่ๆ ในซีรีส์เกาหลีเลยแฮะ”
เหม่ยอิงวางกระบี่ไว้บนพื้น เมื่อครู่นี้นางตื่นตัวถึงขีดสุด เพราะกลัวว่าคนกลุ่มนั้นจะเข้ามาทำอันตรายจึงต้องฟันกระบี่ออกไปเตือน หลังมองเห็นว่าตนฝากรอยกระบี่ไว้ที่พื้น มีความลึกราวนิ้วก้อยก็อมยิ้มน้อยๆ
......
ไม่นานเย่เฟิงก็กลับมาพร้อมชาวบ้าน เป็ชายชราและลูกสาวลูกชาย ข่าวลือของเหม่ยอิงตอนนี้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านกวนปิงแล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นใบหน้าของนางเวลานี้จึงแสดงความหยามเหยียดชัดเจน
“พวกเ้า้าขายที่ใช่หรือไม่ นำใบสัญญามาด้วยหรือเปล่า” เหม่ยอิงเมินสายตานั้น สำหรับนางตอนนี้แค่อยากขยาย(อาณาเขตเซียนา)
และหากการซื้อขายครั้งนี้สามารถบรรลุเงื่อนไขของระบบได้ สำหรับนางที่มีที่ดินเพิ่มขึ้นมา โอกาสรอดชีวิตในยุคโบราณจะมีค่อนข้างสูง
“แน่นอนแน่นอน ที่ดินของข้าอยู่ติดกับเ้า 20 หมู่ ข้าขอเพียงหินิญญาสองก้อนเท่านั้น” ชายชราเลือกที่จะไม่พูดถึงเื่ต่ำช้าของเหม่ยอิง มาวันนี้เพื่อค้าขาย โดยหวังใช้หินิญญาเบิกทางตั้งตัวในเมืองใหญ่
“20 หมู่แต่จะเอาหินสองก้อน นี่ไม่เยอะไปหน่อยหรือผู้เฒ่า” เย่เฟิงขัด “ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าไปในร้านรับแลก แต่ก็พอรู้ข่าววงในมาบ้าง หินิญญาหนึ่งก้อนมีมูลค่าหนึ่งหมื่นเหรียญเงินสำหรับสามัญชนเงินก้อนนี้สามารถซื้อบ้านในเมืองใหญ่ได้สบาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่นาเพียง 20 หมู่ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ทำเลไม่ดี ราคาของมันต้องไม่ถึง 2 หมื่นอยู่แล้ว แบบนี้ใช่เอาเปรียบกันหรือไม่ท่านผู้เฒ่า”
เหม่ยอิงเหลือบมองบุรุษชุดฟ้า นับว่านักพรตผู้นี้ยังสามารถใช้การได้ อย่างน้อยเขาก็ไม่หมกมุ่นอยู่กับวิชาในนิกายจนเกินไป เื่ทางโลกเองก็ยังรับรู้
ชายชรายิ้มเจื่อน ลูกสาวข้างๆ จึงกล่าวว่า “ขายเถิดท่านพ่อ ที่ดินผืนนี้ใช่ว่าจะดี หากพลาดโอกาสนี้ไปเกรงว่าข้าคงต้องอยู่ที่นี่ไปจนตาย”
ลูกชายกล่าวเสริม “ใช่แล้วท่านพ่อ รีบขายไปดีกว่าน่า หินิญญานั่นสามารถเปลี่ยนเป็เงินได้ตั้งมาก เราสามารถย้ายจากหมู่บ้านกวนปิงไปตั้งรกรากที่เมืองฉางเล่อได้อย่างสบาย”
เหม่ยอิงเข้าใจแล้ว ชายหญิงสองคนนี้้าย้ายออกไป แต่ชายชราดูเหมือนไม่เต็มใจดังนั้นจึงจงใจเพิ่มราคาเป็ 2 หินิญญา
“เอาล่ะ...ถ้าเช่นนั้นก็ทำสัญญาเถิด” ชายชรารู้ว่ารั้งไปก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้เขาอายุ 70 ปีแล้ว เป็ไม้ใกล้ฝั่งตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ แต่เด็กๆ ที่บ้าน้าไปหาโอกาสที่เมืองใหญ่ซึ่งดีกว่าหมู่บ้านกวนปิง เขาซึ่งเป็ผู้าุโไม่อยากให้อนาคตของลูกหลานต้องอยู่หมู่บ้านเล็กๆ จนสิ้นใจ
โฉนดที่ดินผืนใหญ่ที่มีตราประทับของทางการถูกกางบนที่นา ตัวอักษรเหล่านี้คือจีนกลางเหม่ยอิงจึงสามารถอ่านออกได้ หลังจากแลกเปลี่ยนด้วยหินิญญามันก็ตกไปอยู่ในมือของเหม่ยอิง
ชายชราและลูกสองคนเดินกลับไปแล้ว เตรียมตัวขนข้าวของไปเมืองใหญ่แต่เหม่ยอิงหาได้สนใจ เพราะเวลานี้ระบบได้ขึ้นข้อความเตือน
่'ติ้ง...ตรวจพบว่าโฮสต์มีที่ดินผืนใหม่ กำลังอัปเดตข้อมูล...'
'ติ้ง...อัปเดตเรียบร้อย ที่ดิน 20 หมู่กลายเป็อาณาเขตเซียนา'
'ติ้ง...ด้วยขนาดของที่ดินซึ่งเพิ่มขึ้น ทำให้อาณาเขตจากระดับ 1 เป็ระดับ 2 โฮสต์สามารถควบคุมทุกอย่างในที่ดินได้ง่ายกว่าเดิม นั่นรวมถึงการเพิ่มอายุขัยให้โฮสต์ด้วย'
'ติ้ง...อายุขัยถูกอัพเกรด เพิ่มอายุ 10 ปี'
เหม่ยอิงมองข้อความที่ปรากฏขึ้นด้วยความตกตะลึง การเพิ่มขึ้นของอาณาเขต การเพิ่มขึ้นของอายุนี่เป็สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ตอนแรกนางแค่ทดลองและอยากจะใช้โอกาสนี้รีดไถเย่เฟิงเพื่อซื้อที่นา แต่ใครเล่าจะรู้ว่าผลจะเป็อย่างนี้
โฉนดที่ดินในมือของนางเริ่มระเหยไปในอากาศ ไม่สิมันถูกผูกไว้กับระบบต่างหาก
“แปลกจริง ข้ารู้สึกว่าพลังิญญาที่นี่หนาแน่นขึ้นกว่าเมื่อก่อน รู้สึกสบายตัวจัง” เย่เฟิงััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้
“พลังิญญาหนาแน่นงั้นเหรอ...” เหม่ยอิงไม่สามารถััถึงพลังวิญณาณได้ แต่นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ
“นิกายใหญ่ พรรคเซียนต่างๆ ที่เคยอ่านในนิยายออนไลน์ต่างถูกสร้างบนเส้นเืชีพจรั สิ่งเหล่านี้ทำให้นิกายมั่งคั่ง สั่งสมพลังิญญาและฝึกปรือเร็ววัน กล่าวอีกนัยหนึ่งที่นาของฉัน 21 หมู่ตอนนี้กลายเป็เส้นเืัขนาดใหญ่แล้ว และดูเหมือนว่ามันจะทรงพลังมากด้วย”
“ไม่สิ...นี่มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือฉันสามารถทำทุกอย่างในอาณาเขตได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือดึงดูดผู้ไม่หวังดี หากมีใครค้นพบการมีอยู่ของที่นี่เข้าแล้ว้าแย่งชิง หมู่บ้านกวนปิงคงกลายเป็สมรภูมิรบ”
เหม่ยอิงคิดตามสิ่งที่เคยอ่านเจอในนิยายออนไลน์
“ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมากังวลเื่นั้น สิ่งที่ฉันต้องรีบทำตอนนี้คือขยายอาณาเขต” คิดได้ดังนั้นเหม่ยอิงก็หันไปสบตาเย่เฟิง
“เ้าทำงานได้ดีมาก”
เย่เฟิงที่กำลังดูดซับพลังิญญาสะดุ้งเพราะเสียงนาง มือเกาศีรษะเก้อเขิน “เื่เล็กน้อยขอรับ”
“หินวิญณาณที่อยู่บนตัวเ้า เ้าไม่จำเป็ต้องนำไปแลกเปลี่ยนที่เมืองแล้ว เอาไปแลกเปลี่ยนเป็ที่นาทั้งหมดในหมู่บ้านกวนปิงดีกว่า”
“เอ๋...”
“งงอะไรเล่า ที่ข้าทำเช่นนี้เพราะอยากให้คนในหมู่บ้านกวนปิงได้ัักับเมืองใหญ่ และด้วยหินิญญาที่สามารถแลกเปลี่ยนเงินหนึ่งหมื่นเหรียญ สำหรับครอบครัวธรรมดาๆ พวกเขาสามารถตั้งรกรากในที่ใหม่ได้อย่างมั่นคงเชียวนะ”
“เป็เช่นนั้น ท่านเซียนช่างเป็คนดีเสียจริง”
“ผายลมอยู่ได้ รีบๆ ไปได้แล้ว”
“ขอรับ”
เย่เฟิงคารวะแต่ในขณะนั้นเองไม่ไกลจากที่เท้าเหยียบ พื้นดินพลันเคลื่อนไหว ต้นไม้สีแดงเหมือนเืโผล่ออกมาจากพื้นดิน เย่เฟิงใคิดว่าถูกเล่นงานแต่พอมองให้ละเอียดเขาถึงกับเบิกตาโพลง
“นี่มันต้นท้อเพลิงนี่นา ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้”
“คงเพราะเมล็ดที่ข้าหว่านหลังกินเสร็จกระมัง”
“เอ๋...เติบโตเร็วเช่นนี้เชียว!”
ไม่ใช่เย่เฟิงเท่านั้นที่ประหลาดใจ เหม่ยอิงเองก็เช่นกัน นางฝังเมล็ดพันธุ์ก่อนที่บ้านสกุลหลี่จะมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นแต่เมล็ดพันธุ์นี้กลับโตแล้ว
มันเริ่มแตกหน่อ ออกกิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้าราว 1 จั้งและกำลังขยายไปเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นสามารถมองเห็นผลท้อเพลิงที่กำลังโต
'ติ้ง...เนื่องจากโฮสต์อัปเดตอาณาเขตเป็ระดับ 2 ภายในอาณาเขตทุกอย่างจะถูกปรับปรุง นั่นรวมถึงการเพราะปลูกทุกชนิด และระยะเวลาการเก็บเกี่ยว'
ทันใดนั้นข้อความจากระบบก็แจ้งเตือน