ตอนที่ 29
ทั้งหมดล้วนแต่ต้องพึ่งพาผู้ร่วมเดินทาง
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกเข้าจับกุมเฉินิเอาไว้ ที่เบื้องหน้ายังมีาาปีศาจราชสีห์อยู่ หากคิดที่จะหลบหนีย่อมเป็เื่ที่ยากจนเกินไป
“ติ่ง ภารกิจสายลับรอยต่อที่สี่: ร่องรอยของท่านได้ถูกเปิดเผย การรั้งอยู่ในหุบเขาพรางอากาศมีแต่ต้องตายสถานเดียว จงหลบหนีเอาชีวิตรอด รางวัล : ปราณรู้แจ้ง 1000 แต้ม ค่าชื่อเสียง 100 หน่วย”
บัดซบ ตอนนี้มอบภารกิจมายังจะมีประโยชน์อะไร คาดว่าเขาคงต้องถูกาาปีศาจราชสีห์ฉีกกระชากร่างจนเป็ชิ้นๆแน่
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกนำตัวเขามาจนถึงส่วนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ใจกลางคุกใต้ดิน แล้วใช้โซ่ตรวนมัดเฉินิไว้ที่ใจกลางเส้นทางที่เป็ลักษณะตัวอักษร十[1]เอาไว้ ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกแนะนำอุปกรณ์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะให้แก่เฉินิฟัง : “เห็นหนามที่แหลมคมของแส้เล่มนี้แล้วหรือไม่ เมื่อฟาดแส้ลง จะถลกหนังออกมาได้อีกชั้นหนึ่ง จนท้ายที่สุดเมื่อลอกหนังออกมาหมด ก็จะเหลือแต่ส่วนที่เป็กระดูก”
จากนั้นขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกก็ได้หยิบเตาประทับรอยมาอีกชิ้น : “และเตาประทับรอยชิ้นนี้ สามารถที่จะประทับอยู่บนตัวเ้าจนกลายเป็ความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนไปได้”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกคล้ายกับกำลังแนะนำอุปกรณ์เหล่านี้ดุจของรักของหวง : “นี่เป็ปลวก แม้ว่าจะไม่กัดกินเนื้อ เพราะงั้นข้าจะกรีดแผลเอาไว้ในตัวของเ้า จากนั้นก็ราดน้ำผึ้งลงไปให้เต็ม ปลวกจำนวนนับไม่ถ้วนก็จะเข้าไปกัดกิน จนทำให้กระทั่งเ้าอยากตายก็มิอาจทำได้ เ้าจะทั้งแสบทั้งคันอย่างไร้ที่เปรียบ จนท้ายที่สุดเ้าก็จะเกาตัวเ้าเองจนเกิดเป็แผล เืเนื้อฉีกขาด จนกระทั่งเ้าสูญเสียประสาทััไปในที่สุด”
“ยังมีชิ้นนี้อีก นี่ก็คือแมลงวัน ข้าจะกรีดเนื้อตรงขาของเ้าออก จากนั้นก็จะปล่อยให้แมลงวันเหล่านี้ชอนไชอยู่ในตัวของเ้า พวกมันจะกัดกินเ้าไปจนหมดสิ้น ทิ้งเอาไว้แต่เพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น และภายใต้หนังหุ้มกระดูก ก็จะมีแต่แมลงวัน และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือ เ้าจะสามารถมองเห็นแมลงวันเหล่านี้ขยับชอนไชอยู่ภายในร่างกายของเ้าได้”
“ทว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ที่น่ากลัวที่สุดก็คือเ้าจะต้องถูกวางยาปลุกกำหนัดอย่างมากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นก็จะถูกขังอยู่กับแม่สุกรตัวหนึ่ง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นี่จะเป็ความทรงจำที่เ้าจะไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต”
าาปีศาจราชสีห์ในเวลานี้ก็ได้เดินเข้ามา : “เป็อย่างไรบ้างแล้ว ? ”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกตอบ : “ข้าผู้ใต้บังคับบัญชาได้แนะนำการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ให้มันฟังไปบ้างแล้ว”
าาปีศาจราชสีห์พยักหน้า แล้วกล่าว : “อือ มาให้ข้าลองหน่อยเถอะ”
เฉินิถึงกับหลั่งเหงื่อบนหน้าผากไหลออกมาสามหยด : “ช้าก่อน พวกเ้ายังไม่ได้ถามอะไรข้าเลย ข้ายอมที่จะสารภาพทุกอย่างแล้ว!”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือก : .........
าาปีศาจราชสีห์ : .........
แมลงวัน : ..........
แม่สุกร : ..........
าาปีศาจราชสีห์มองสำรวจเฉินิอยู่คราหนึ่ง นี่ยังไม่ทันได้เริ่มไต่สวนเลย ก็ยอมรับสารภาพแล้ว!
“เช่นนั้นข้าจะถามเ้า เ้ามีนามว่าอะไร ? ”
“ยาหวูเต้า”
“อายุ ? ”
“ยี่สิบสาม”
าาปีศาจราชสีห์ขมวดคิ้ว กล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด : “เ้าคิดว่าข้าเป็คนโง่กันหรือไง ? เ้าใช้เวลาเพียงแค่ยี่สิบสามปีก็บรรลุจนเข้าสู่ประเภทวิถีงั้นรึ? บอกไปจะมีใครเชื่อ ดูเหมือนว่า เ้ายังไม่ยินยอมที่จะบอกความจริงออกมาสินะ ก็ได้ ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือก เริ่มการทรมาน!”
เฉินิเริ่มสับสนวุ่นวาย ในเมื่อเขาพูดความจริงไปแล้ว อีกฝ่ายยังไม่เชื่อ ก็มีแต่ต้องกล่าวความเท็จ : “ช้าก่อน ในปีนี้ข้าก็จะอายุสองร้อยสี่สิบปีแล้ว ? ”
าาปีศาจราชสีห์พยักหน้า : “นี่พอเชื่อได้อยู่บ้าง แต่ก็ยังอยู่ในวัยที่อ่อนกว่าข้า”
“เพศ ? ”
เฉินินึกในใจว่านี่มันคำถามอะไรกัน : “บุรุษ ? ”
าาปีศาจราชสีห์และขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกสบตามองกัน เห็นได้ชัดว่าบังเกิดความสงสัยขึ้นมา
แย่แล้ว พวกเ้าลังเลอะไรกัน แท้จริงแล้วข้ายังต้องเป็สตรีด้วยงั้นหรือ ?
เอาเถอะ ข้ายอมรับว่าข้าเกิดมาหล่อเหลาไป
ทันใดนั้นาาปีศาจราชสีห์ก็ส่ายหน้า เฉินิยังคิดว่าาาปีศาจราชสีห์ผู้นี้้าที่จะให้ตนเองยอมรับว่าเป็สตรีหรือไงกัน แล้วก็ได้ยินาาปีศาจราชสีห์กล่าวว่า : “ไม่ถูก พวกเราสอบปากคำเช่นนี้ หาได้มีประโยชน์อะไรไม่ ไส้ศึกทุกคน ล้วนแต่มีจิตใจที่มั่นคง มิเช่นนั้นคงไม่อาจที่จะมีจิตใจห้าวหาญเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย ในยามที่พวกเราได้เปิดเผยตัวตนของเ้า เ้าเองก็คิดที่จะชนกำแพงตายด้วยสินะ......”
เห็นกันชัดๆว่าข้าในตอนนั้น้าเพียงจะหลบหนีมิใช่หรอกหรือ ?
าาปีศาจราชสีห์กล่าวขึ้นต่อ : “เห็นแก่ที่เขามีจิตใจที่ไม่หวาดหวั่นต่อความตาย ต่อให้ทรมานผู้ที่มีจิตใจเช่นนี้ไป ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อะไร พวกเรามีแต่ต้องจับจุดอ่อนของเขาให้ได้เท่านั้น”
าาปีศาจราชสีห์เผยแววตาที่เข้าใจทุกอย่างออกมา ปรบมือแล้วกล่าว : “นำเ้าเด็กน้อยผู้นั้นเข้ามา!”
าาปีศาจราชสีห์ชี้ไปยังทางด้านขุนพลปีศาจกวางที่ถูกโซ่ตรวนล่ามเอาไว้ พร้อมกับหันไปมองทางด้านเฉินิ : “ขุนพลปีศาจกวาง พวกเ้าคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วสินะ ? ”
เฉินิยังไม่ทันจะพูด ก็ได้ยินาาปีศาจราชสีห์ยิ้มแล้วกล่าว : “เพื่อปิดบังสถานะของเ้า ขุนพลปีศาจกวางจึงทำให้พวกเราคิดว่าเขานั้นเป็ไส้ศึก แต่ว่าจากการทุ่มเทกำลังทำงานหนัก ทั้งยังได้ใช้กลยุทธ์ที่น่าแตกตื่นยิ่ง ยกตัวอย่างเช่นการลอบโจมตีเผ่าแมววิกาลในยามค่ำคืน ใช้กลยุทธ์น้ำท่วมกับปีศาจชั้นสูงเผ่าวารีของธารพญาเต่า ใช้ไฟเผาวางเพลิงกับปีศาจของรังต้นหม่อนไฟ บัดนี้ เมื่อได้เห็นขุนพลปีศาจกวางที่จงรักภักดีต่อเ้า เ้ายังไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมาหน่อยหรือ ? ”
เฉินิให้คะแนนเต็มต่อพฤติกรรมของขุนพลปีศาจกวาง จากนั้นก็ได้กล่าว : “ไม่ ขุนพลปีศาจกวางไม่ใช่คนของข้า”
าาปีศาจราชสีห์ยิ้มกว้างแล้วกล่าว : “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ความตายมาถึงตัวแล้ว เ้ายังคิดที่จะพูดแทนขุนพลปีศาจกวางอยู่อีก เหอะ ข้าไม่ถูกเ้าหลอกได้ง่ายๆ หรอก!”
ขุนพลปีศาจกวางจึงะโกล่าว : “ใต้เท้าาาปีศาจ ข้าจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อท่าน ข้ามิได้เป็ไส้ศึก ข้าไม่ได้เป็ไส้ศึกจริงๆ!”
าาปีศาจราชสีห์โบกมือ แล้วกล่าว : “ปิดปากขุนพลปีศาจกวางเอาไว้ ในตอนที่ข้ากำลังสนทนากับเ้านายของมันอยู่ อย่าให้มันสอดปากพูดแทรกขึ้นได้”
าาปีศาจราชสีห์หันมองไปทางเฉินิ แล้วกล่าว : “เ้าเองก็ช่างมีจิตใจที่ตายด้านเสียจริง ข้ารู้อยู่แล้วว่าต่อให้ทรมานเ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ว่าขุนพลปีศาจกวางจงรักภักดีซื่อสัตย์ต่อเ้าถึงเพียงนี้ หากว่าเ้าไม่สารภาพออกมา เช่นนั้นข้าก็จำต้องใช้เครื่องทรมานทั้งสิบแปดชนิดกับตัวของมันแทน!”
เฉินิกล่าว : “ข้าก็บอกไปแล้ว ว่าข้าจะสารภาพ แต่ว่าเ้ากลับไม่เชื่อเอง!”
าาปีศาจราชสีห์ส่งเสียงขึ้นมาด้วยความเดือดดาล : “ยังจะมากล่าวคำพูดน่าฟังอยู่ในที่แห่งนี้อีก เ้าอย่าคิดว่าจะหลอกข้าได้ ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือก จงใช้เครื่องทรมานที่น่าหวาดกลัวที่สุด ไปเตรียมยาปลุกกำหนัดให้กับขุนพลปีศาจกวาง!”
าาปีศาจราชสีห์หันไปมองทางเฉินิ กล่าวออกมาอย่างเดือดดาล : “ข้าจะถามเ้าอีกรอบ เ้าจะพูดความจริงออกมาหรือไม่!”
เฉินิก็อยากบอก แต่เ้าต้องถามมาก่อนสิ
าาปีศาจราชสีห์กล่าวออกมาว่า : “ดูเหมือนว่าถ้าเ้าไม่เห็นโลงศพก็คงจะไม่หลั่งน้ำตา ทหาร ให้ยาปลุกกำหนัดแก่ขุนพลปีศาจกวางสามชาม แล้วขังมันเอาไว้กับแม่สุกรหนึ่งตัว”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกแหวกปากของขุนพลปีศาจกวางออก ยาปลุกกำหนัดทั้งสามชามได้ถูกเทลงไป จากนั้นก็ได้ให้ขุนพลปีศาจกวางและแม่สุกรถูกขังเอาไว้อยู่ด้วยกัน
าาปีศาจราชสีห์เองก็ไม่ได้รีบร้อน เพียงแต่นั่งอยู่ที่เบื้องหน้าของเฉินิ : “ยาหวูเต้า เ้าไม่ต้องร้อนใจไป ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อน ยังไงเสียผู้ที่ถูกทรมานก็ไม่ใช่คนของข้า ข้าเองก็อยากที่จะดูว่า เ้ายังสามารถที่จะปากแข็งไปได้นานแค่ไหน เ้าคิดที่จะทนดูลูกน้องที่ภักดีต่อตัวเองต้องมาถูกหยามเกียรติอย่างงั้นหรือ ? ”
เฉินิมองไม่เห็นคุกที่อยู่อีกด้าน เพียงแต่ได้ยินเสียงปึง ปึง ปัง ปัง ดังขึ้นเป็ระลอก พร้อมกับเสียงสุกรร้องโหยหวนออกมา!
เฉินินึกในใจว่าขุนพลปีศาจกวางช่างอนาถยิ่งนัก ยังดีที่ผู้ถูกทรมานนั้นมิใช่ตนเอง
เมื่อผ่านไปได้หนึ่งชั่วยามเต็ม าาปีศาจราชสีห์ยังคงพูดเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวเฉินิ : “เ้าทราบหรือไม่ว่าข้านั้นฝึกปรือเคล็ดวิชาอะไรอยู่ อีกไม่กี่ปีข้าก็จะได้เป็จ้าวาาปีศาจ ส่วนเ้า ถึงอย่างไรก็ขาดแค่เวลาที่จะสามารถสำเร็จเป็าาปีศาจ เ้ามิสู้รอจนข้าสำเร็จเป็จ้าวาาปีศาจ แล้วข้าจะมอบสมบัติทรัพยากรที่มากพอให้กับเ้า จนสามารถขึ้นเป็าาปีศาจตนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย มิใช่เป็เื่ที่ดีกว่าการมาเป็ปรปักษ์กับข้ากันหรอกหรือ ? ”
ทันใดนั้นขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกมาถึงยังเบื้องหน้าาาปีศาจราชสีห์ ทอสีหน้าอย่างกระอักกระอ่วน : “ไม่ได้การแล้ว”
าาปีศาจราชสีห์ยิ้มแล้วกล่าว : “ขุนพลปีศาจกวางถึงกับต้านทานไม่ไหว ตอนนี้เกิดละอายใจจนตายแล้วหรือไง ? ”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกกระแอมไออยู่สองครา กล่าวออกมาด้วยความกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง : “มิใช่ขุนพลปีศาจกวางที่ใช้การไม่ได้ แต่เป็แม่สุกรที่ใช้การไม่ได้แล้ว ขุนพลปีศาจกวางยังบอกอีกว่า ให้ส่งเข้าไปเพิ่มอีกสักตัว......”
าาปีศาจราชสีห์เกิดรอยยิ้มที่แข็งทื่ออยู่บนใบหน้า : “เ้าว่าอะไรนะ ? ”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกทวนคำพูดออกไปอีกรอบ : “มิใช่ขุนพลปีศาจกวางที่ใช้การไม่ได้ แต่เป็แม่สุกรที่ใช้การไม่ได้แล้ว ขุนพลปีศาจกวางยังบอกอีกว่า ให้ส่งเข้าไปเพิ่มอีกสักตัว......”
เฉินินึกในใจว่าช่างน่ากลัวยิ่งนัก ขุนพลปีศาจกวางได้เปิดประตูสู่โลกใหม่แห่งการเคี่ยวกรำขึ้นซะแล้ว
.
.
.
.
[1]ตัวอักษร十 เป็หนึ่งในตัวอักษรจีน มีความหมายว่าเลขสิบ