ประชุมกรรมการบอร์ดบริหารวันนี้ดูศึกคักเป็พิเศษ เนื่องจากเป็การประชุมครั้งสำคัญ ภายในห้องแน่นขนัดไปด้วยคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น และพนักงานระดับสูง เมื่อจอมทัพและวายุเดินทางมาถึงทั้งห้องก็เงียบลง วาระต่างๆ ถูกยกขึ้นมาพูดถึง มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถือหุ้นาุโมากประสบการณ์ ที่ขยันลองของว่าที่ประธานบริษัทคนใหม่ แต่ทั้งคามินทร์กับธารธาราก็ใช้ความรู้ ความสามารถของพวกเขาช่วยกันฟันฝ่ากับตาเฒ่าเขี้ยวยาวตลอดสองชั่วโมงเต็ม จนเื่วนมาถึงสรุปผลกำไรของบริษัทในไตรมาตรที่สอง ซึ่งดูจะทำให้ทุกคนพอใจเป็อย่างมาก เวลาเพียงแปดเดือนทั้งผลกำไร จำนวนลูกค้า และการสั่งออเดอร์นั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
นี่จึงเป็บทพิสูจน์แล้วว่า คามินทร์กับธาราธาราที่เข้ามารับ่ต่อนั้น เป็ที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากทุกฝ่ายแล้ว ดังนั้นท่านประธานใหญ่ทั้งสองจึงถือโอกาสเกษียณอายุ แต่งตั้งธารธาราและคามินทร์ขึ้นมาบริหารงานแทน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนอย่าเต็มที่จากคณะกรรมการคนอื่นๆ นั่นทำให้จอมทัพและวายุอดยืดอกภูมิใจในตัวบุตรชายและบุตรสาวเป็อย่างมากที่ไม่ได้ทำให้พวกท่านผิดหวัง
กว่าเสร็จการประชุมก็กินเวลาไปถึงบ่ายโมงแล้ว ทั้งวายุกับจอมทัพต่างก็ขอตัวกลับบ้านปล่อยทิ้งให้ท่านประธานหมาดๆ นั่งมองหน้ากันไปมา ก่อนที่คามินทร์จะเป็ฝ่ายเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยังดูมึนตึงอยู่บ้าง
“ธาราไปทานข้าวกัน วันนี้คามน์จะพาไปร้านเ้าอร่อย” คามินทร์ฉุดมือบางที่กำลังจะลุกหนีออกจากห้องประชุมไว้ หลังจากคืนนั้น เขาก็พยายามปรับความเข้าใจ ปรับตัวเอง ทำทุกอย่างให้ธารธาราสบายใจ และดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขา จะค่อยๆ กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวยอมพูดคุย เลิกดื้อ เลิกพยศกับเขาและไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น
“ธาราอยากกินไอติม”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ร้านเ้าอร่อย’ ในหัวก็พลันมีไอศกรีมหลากรสลอยวนเวียนจนรู้สึกเปรี้ยวปาก ไม่รู้ยังไงพักหลังๆ เธออยากกินไอศกรีมนัก ต้องซื้อติดบ้านเอาไว้เป็ลัง จนโดนมารดาดุเอาบ่อยๆ เพราะเป็ของไม่มีประโยชน์ ทำให้เกิดสารพัดโรค จากที่กินเพียงวันละแท่งสองแท่ง แต่หลังๆ มานี้ถ้าโฉบเข้าใกล้ตู้เย็นเป็ต้องมีไอศกรีมติดมือออกมาด้วย
หนักเข้าก็กลายเป็ว่าแทบจะนั่งเฝ้าอยู่หน้าตู้เย็นเพื่อกินไอศกรีมทั้งวัน พอถึงเวลาทานข้าวก็ได้แต่อิดออดว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นไอศกรีมทั้งหลายจึงต้องอัปเปหิตัวเองลงไปนอนอยู่ในถุงขยะ โดยที่ธารธาราได้แต่เกาะถังมองตาปรอย แต่ก็ไม่ได้รับความสงสารจากทิพย์ธาราที่ยืนคุมเชิง คอยดูสาวใช้จัดการกับถุงขยะจนเสร็จสรรพ
เพราะเกรงว่าแม่ลูกสาวตัวดีจะแอบล้วงมือลงไปเก็บมากิน อย่างที่เคยแอบทำเล่นเอาตัวนางคาดไม่ถึงใจนต้องคาดโทษเอาไว้ ดังนั้นในทุกๆ คืนจะต้องเป็หน้าที่คามินทร์ที่ต้องหอบไอศกรีมหลากหลายรสชาติปีนหน้าต่างเอาขึ้นมาให้ และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนมีน้ำใจมาแต่ไหนแต่ไร ค่าจ้างแสนหวานที่เขาเก็บเอากับเธออย่างเอาแต่ใจทำให้เธออดด่าทอตนเองไม่ได้ว่าเมื่อไหร่อาการบ้าบอนี่จะหายเสียที
“โอเค คามน์แถมให้สองถ้วยเลยดีไหมคุณภรรยา” ประโยคหยอกเย้า ส่งผลให้ชายหนุ่มได้ค้อนวงใหญ่จากหญิงสาวเป็การตอบแทน
ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องประชุม เสียงโทรศัพท์กับชื่อที่ปรากฏบนจอทำให้คามินทร์รีบกดรับอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มอารมณ์ดียามเอื้อนเอ่ยกับปลายสาย ทำให้ธารธาราใจคอไม่ค่อยดี จนกระทั่งวางสาย คามินทร์ก็ได้แต่ยิ้มประจบรีบอ้อนเธอเสียงหวาน
“คือ…คามน์มีธุระสำคัญ เอาไว้มื้อเย็นได้ไหมธารา” คามินทร์ถามหญิงสาวที่ยืนมองเขาอย่างสงสัย
“ธุระอะไร”
ธารธาราเผลอหลุดถามเสียงแข็ง อย่างที่ชายหนุ่มอดเลิกคิ้วมองไม่ได้ ั้แ่รู้จักกันมาธารธาราไม่เคยใช้น้ำเสียงบีบคั้นเขากับสถานการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง
“เอ่อ…ก…ก็ได้” เสียงตอบตะกุกตะกัก รู้ตัวว่าเผลอหลุดไป
“ถ้าหึงก็บอกมาดีๆ” คามินทร์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน “อย่าโกรธคามน์นะ ไว้ตอนเย็นจะแอบซื้อไอศกรีมมะนาวถังใหญ่มาให้” ร่างสูงก้มลงหอมแก้มหอมกรุ่น รีบเดินออกไปจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว
ธารธารามองร่างสูงที่เดินออกไปจนลับตา ก็ได้แต่ถอนหายใจ มือบางควานหาโทรศัพท์เครื่องหรูทรงประสิทธิภาพ แล้วกดหาเบอร์ปลายทาง พอนัดหมายกันเสร็จสรรพ อารมณ์ก็ดีขึ้นในพริบตา
‘ครัวไทย’ ร้านอาหารขึ้นชื่อในเขตชานเมืองดูจะมีคิวยาวเป็พิเศษจนคนขี้ร้อน ต้องส่งเสียงแว้ดๆ มาตลอดทางด้วยความหงุดหงิด กันตพลที่เดินเคียงคู่มากับธารธาราหน้าตาบูดบึ้ง จนร่างบางต้องคอยปลอบให้ใจเย็นๆ จนทั้งคู่เดินพ้นตัวร้านด้านในออกมายังด้านนอก บรรยากาศร่มรื่นริมแม่น้ำในยามบ่ายคล้อย พอจะช่วยบรรเทาความร้อนลงได้นิดหน่อย กันตพลมองหาที่ว่างจนหัวหมุน กรอกตาไปมานึกโมโหที่ป่านนี้ยังไม่มีพนักงานต้อนรับมาถามไถ่สักคน
“สวัสดีค่ะ กี่ท่านดีคะ” พนักงานหน้าตาน่ารัก เดินยิ้มแป้นออกมาทักทาย ก่อนจะค่อยๆ หุบยิ้มลง เมื่อสบกับสายตาพิฆาตของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่ตวัดค้อนเสียจนไม่ต้องเดาว่าไม่ใช่ชายแท้อย่างแน่นอน
“สองคนสิคะคุณน้อง ที่ยืนหัวโด่อยู่เนี่ย ไม่เห็นรึไงคะ” กันตพลหันมาเล่นงานพนักงานเคราะห์ร้ายทันทีที่ได้ยินประโยคไม่เข้าท่า
“เอาน่ากันต์ ขอโทษด้วยนะคะ…มีที่นั่งว่างหรือเปล่าค่ะ” ธารธาราพยายามไกล่เกลี่ยแทน ก่อนจะฉุดมือหนาให้เดินตามเข้าไปด้านใน เมื่อหญิงสาวในชุดไทยประยุกต์ผายมือเชิญทั้งคู่ แต่ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย เสียงทักจากด้านหลัง กลับทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดกึก
“กันต์ ธารา ทางนี้” ทิชากรที่เหลือบมาเห็นเพื่อนรักทั้งสองคน ก็รีบโบกไม้โบกมือเรียกคนทั้งคู่ด้วยความดีใจ โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้ากระอักกระอ่วน ราวกับเด็กถูกจับได้เมื่อทำความผิดของเพื่อนร่วมโต๊ะ
“คามินทร์!” กันตพลเอ่ยชื่อนั้นรอดไรฟัน เพราะเื่ที่เธอได้ฟังจากธารธารากับสิ่งที่ได้เห็นมันกลับกลายเป็หนังคนละม้วนกัน ชายหนุ่มจูงมือธารธาราที่ทำท่าจะถอยหนีให้เดินเข้ามาที่โต๊ะ ดวงตาเรียวตวัดหันไปจิกตาใส่ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ดีใจจังที่ได้เจอ นั่งด้วยกันสิ พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ทิชากรเอ่ยชวนอย่างกระตือรือร้น ดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อได้เจอเพื่อนรักทั้งสองคน “คราวก่อนว่าจะอยู่คุยด้วยก็ดันเกิดเื่ซะก่อน แล้วนี่อาการดีขึ้นหรือยัง ถามคามน์ก็ไม่ได้เื่” เ้าตัวว่าพรางบุ้ยใบ้ให้อีกสองคนช่วยกันรุมคามินทร์เหมือนดังแต่ก่อน
“อย่าเลย ฉันไม่อยากเป็มารคอหอย” เสียงที่ถูกดัดจนแหลมตามอารมณ์คนพูดเอ่ยประชดประชัน
“กันต์ล่ะก็ นั่งด้วยกันเถอะ นะธารา” ทิชากรหันมาชวนธารธารา เพราะรู้ว่าเพื่อนเธอคนนี้ไม่มีทางปฎิเสธแน่นอน
“นั่งนี่เถอะกันต์ ที่อื่นคงจะเต็มหมดแล้ว” ธารธาราหันมาชวนคนข้างๆ ที่ยังเชิดหน้าอย่างไม่ยอมดีด้วย
“กันต์กับธาราสั่งอาหารเพิ่มไหม นี่จ้ะเมนู” ทิชากรส่งเมนูอาหารให้ทั้งคู่ ใบหน้าสวยเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มยินดี ยังคิดว่าอีกไม่กี่วันจะลองนัดรวมตัวกัน แต่ก็มาเจอกันวันนี้ซะก่อน
“ไม่มีอะไรน่ากินเลย” กันตพลแกล้งเปรยเสียงเบื่อๆ ก่อนที่จะได้ยินประโยคคำถามเข้าทาง
“แล้วกันต์อยากกินอะไรล่ะ เพื่อเขาจะทำให้เป็พิเศษได้” ทิชากรทำหน้าสงสัย เมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายของคนตรงหน้า ที่เธอเองก็แอบเสียวสันหลังวาบ ว่ากันตพลจะนึกเล่นพิเรนทร์อะไรหรือเปล่า
“ก็อย่างพวก น้ำพริกถ้วยเก่า ผัดผักหลายใจ ยำต้นงิ้วอะไรทำนองนี้ ไม่รู้ร้านนี้จะมีไหม” เมนูอาหารพิลึกพิลั่นที่กันตพลเอ่ยมา ทั้งน้ำเสียงที่เน้นหนัก บวกกับสายตาจิกกัด จนคามินทร์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งถึงกับสะอึกเพราะรู้แน่แล้วว่ากันตพลหลอกด่าเขาอยู่
“กันต์นี่ล่ะก็ จะมีอาหารพวกนั้นได้ยังไง” ทิชากรมัวแต่หัวเราะกับเมนูประหลาดจนไม่ทันสังเกตบรรยากาศรอบข้างที่เริ่มอึมครึมขึ้นทีละนิด
“ช่างเถอะ ฉันกับยัยธาราไม่อยากได้อะไรเพิ่มหรอก” กันตพลวางเมนูลง หันมาหาเื่สัพเพเหระคุยเรียกบรรยากาศสนุกสนาน แฝงแววเชือดเฉือนชายหนุ่มหนึ่งเดียวไว้ตลอดเวลา ธารธารานั่งมองคามินทร์เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ไม่ละสายตาจากเขา จนอีกฝ่ายไม่กล้าสบตาด้วย
อาหารร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยถูกยกเข้ามา ธารธาราที่นั่งนิ่งมาั้แ่แรกเริ่มหน้าซีด อาการผะอืดผะอมตีรวนจนมวนท้อง แม้จะพยายามกลืนน้ำย่อยขมๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก กันตพลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตักข้าวให้เพราะคิดว่าธารธาราคงหิวมาก นี่ก็เลยมื้อเที่ยงมานานแล้ว
“กินก่อนๆ ยัยธารา หน้าแกซีดยังกะไก่ต้ม เดี๋ยวก็เป็ลมเป็แร้งไปอีกหรอก” กันตพลตักแกงเขียวหวานใส่จานให้หญิงสาว กลิ่นหอมของเครื่องแกงบวกกับกลิ่นเนื้อปลากรายแท้ๆ ลอยขึ้นแตะจมูก จนหญิงสาวต้องเบี่ยงหน้าหนี เมื่อรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัวรุนแรง
“กินไม่ลง เหม็นมาก” ธารธารามองเพื่อนที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ เอร็ดอร่อย ด้วยสีหน้าแขยงเต็มทีกับกลิ่นไม่พึงประสงค์
“เหม็นอะไร หอมออก ลองดมสิ นี่ไง” กันตพลก้มลงดมแกงตรงหน้าเพื่อพิสูจน์คำของหญิงสาว แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จนต้องยกถ้วยแกงไม่จ่อจมูกให้เ้าตัวได้พิสูจน์เอง เท่านั้นเองก็ได้เื่ ธารธาราปัดถ้วยแกงออกจนหกเต็มพื้น ก่อนที่เ้าตัวจะวิ่งออกไปอาเจียนด้านนอก กันตพลหายอึ้งกับเหตุการณ์ก็รีบวิ่งตามออกไปอย่างนึกเป็ห่วง
ร่างบางเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำถึงกับเซแทบล้มทั้งยืน โชคยังดีที่มีอ้อมแขนของกันตพลรับเอาไว้ ชายหนุ่มพาหญิงสาวมานั่งที่เก้าอี้ริมทาง ส่งยาดมให้มือไม้สั่น ใจเขาก็สั่นด้วย รู้สึกระแวงกับอาการของหญิงสาว นี่มันไม่ปกติแล้ว
“ธารา อาการแกไม่ดีเลย ไปหาหมอเถอะ”
“ไม่เอา เดี๋ยวก็หาย” ธารธาราปฎิเสธด้วยการขยับศีรษะที่อิงซบอยู่กับอกของเพื่อน ใช่เธอจะไม่นึกสงสัยว่าอาการที่เป็อยู่จะใช่อย่างที่คิดหรือไม่ แต่เธอกลัว
แต่ถึงอย่างนั้นกันตพลก็ยังดื้อดึงรั้งธาราราให้ลุกขึ้นยืน ยังไงวันนี้ก็ต้องลากไปหาหมอให้ได้ คามินทร์เพิ่งตามออกมารีบเดินเข้ามาหาหญิงสาว ด้วยท่าทางร้อนรน
“ธาราเป็ไงบ้าง ไปหาหมอไหม”
มือหนายกอังหน้าผาก ท่าทางร้อนรนจนกันตพลอดแขวะไม่ได้ หนอย!!! เป็ห่วง แต่เพิ่งโผล่หัวมาเนี่ยนะ
“เชิญนายกลับไปนั่งกินมื้อสุดวิเศษเถอะ เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์พายัยธาราไปหาหมอเอง” คำพูดประชดประชันรอบที่ร้อยภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เรียกสายตาคมดุให้หันมามองอย่างนึกโมโห
“กันต์!”
“จะทำไม อย่านึกว่ากันต์ไม่รู้อะไรนะคามน์”
กันตพลกับคามินทร์ทำท่าจะทะเลาะกันอีกรอบ ทำให้หญิงสาวที่หลับตาเอนซบกับอกแกร่งต้องรีบห้ามทัพ ทั้งๆ ที่ร่างกายของเธอแทบจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาไม่ไหว
“กันต์ไปเถอะ ธาราเหนื่อย” ธารธาราเอ่ยปากชวนกันตพลที่ยังคงจ้องชายหนุ่มอย่างเอาเื่
คามินทร์มองร่างสูงที่โอบประคองธารธาราออกไปจนลับตา ทั้งกังวลที่เห็นว่าอาการป่วยของหญิงสาวไม่ได้ดีขึ้นเลย แถมวันนี้เขายังสร้างเื่ขึ้นมาอีก เขาไม่คิดว่าจะเจอทั้งสองคนที่นี่ ทั้งที่เขามั่นใจต่อความรู้สึกที่มีต่อทิชากร แต่ทุกครั้งเขาก็ยังเลือกโกหกธารธาราเพื่อให้เธอสบายใจ หากต้องออกมาพบทิชากร เขาควรจะทำอย่างไรกับเื่นี้ดีร่างสูงนั่งกุมขมับอย่างคิดหนัก
*** ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ