ก่อนที่จะแต่งงาน ชลทิศอยากรู้ว่าเรื่องราวในฝันคือเรื่องจริงหรือไม่
ตอนนี้แม้ความรู้สึกเปลี่ยนไปจากเดิม เคยเคารพรักประหนึ่งแม่มาตั้งแต่เด็กกลับมีเงามืดของอดีตบดบัง และ ก่อนความจริงกระจ่างเขาควรทำตัวให้เหมือนเดิม
เป้าหมายคือห้องประธานของบ้านหลังใหญ่ ดังนั้นวันนี้เขาจึงเป็นฝ่ายขอใช้เล่ห์เหลี่ยม เริ่มด้วยปั้นหน้าเดินยิ้มเข้าไปหาสองแม่ลูกอย่างเคย
ปิ่นหน้าบานเมื่อเห็นคนใจดำเดินยิ้มมาแต่ไกล ใจนึกคงมาง้อ หึ... จะป่วนซะให้เวียนหัวเลย คอยดู
แต่แล้ว พอชายหนุ่มเดิมเข้าใกล้กระทั่งได้ประสานสายตา ปากหนาหยักกลางเหยียดยิ้ม ทว่าแววตาที่เขามองมายังหล่อนและแม่กลับเยือกเย็นและดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
ปิ่นชะงัก หุบยิ้มมองตามเขาที่เดินผ่านหล่อนไปนั่งโซฟาตัวที่ใกล้คุณแม่มากกว่าหล่อนกระพุ่มมือยกไหว้
“คุณอาดีขึ้นแล้วนะครับ สีหน้าดูดีมากเลย”
“ฮื่อ ก็…ประสาคนแก่ เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย พักนี้ที่บริษัทมีปัญหา อาคงเครียด ดีที่ทิศพาอาไปโรงพยาบาลได้ทัน ขอบใจอีกครั้งนะลูก”
คนสูงวัยกว่าเอ่ยปากกับว่าที่ลูกเขยของหล่อนอย่างปราณี
“แล้วนี่คุณหมอนัดอีกเมื่อไหร่ครับ”
“เออ...ปิ่น หมอนัดแม่เมื่อไหร่นะ”
“วันนี้ค่ะ ปิ่นกำลังจะบอกคุณแม่อยู่พอดีเลย”
ปากปิ่นตอบ ตามองภาพพี่ทิศคุยกับคุณแม่อย่างฉงน คล้ายชายหนุ่มกำลังเล่นละคร เพราะมันดูแปลกพิกล เหมือนรอยยิ้มนั้นเสแสร้ง หรือหล่อนตาฝาดคิดไปเอง
“แล้วคุณอาจะไปยังไงครับ”
“เดี๋ยวปิ่นขับรถไปเองค่ะ”
“เอาแบบนี้ดีไหม เผอิญพี่ว่าจะไปหาลูกค้าแถวนั้นพอดี เดี๋ยวผมขับรถไปส่งแล้วพอคุยธุระเสร็จ คงไม่นาน ผมจะแวะรับกลับนะครับคุณอา”
ชลทิศพูดแต่หันมองหน้าหล่อนแค่แวบเดียว แล้วหันกลับไปคุยกับคุณแม่อีกยืดยาว ปิ่นพยายามจับพิรุธในน้ำเสียง
“ปรกติพี่ทิศงานยุ่งมากไม่ใช่หรือคะ เมื่อวานยังบอกว่ายุ่งอยู่เลยวันนี้ว่างเหรอ”
“ว่าง”
ชลทิศตอบกลับคนรู้ทันสั้นห้วนผิดวิสัย ปิ่นหน้างอแต่เขาไม่สนใจ
“ดีเหมือนกัน ปิ่นจะได้ไม่เหนื่อย นะลูก ไป ไปกันเถอะ”
ท่านผู้หญิงสมถวิลเอนตัวร้อง
“อึ๊บบบบ”
ทำท่าจะลุกขึ้น ปิ่นกำลังจะลุกขึ้นช่วยแต่ชลทิศกลับรีบเข้าไปประคอง ปิ่นหรี่ตามองอย่างสงสัยแล้วลุกเดินตามไปแบบเงียบเงียบอย่างใช้ความคิด
เสียงรถกลับเข้ามาในบ้าน ป้าแววมองตามเสียงสักพักชลทิศก้าวเท้ายาวของเขาเข้ามา คนแก่กว่าทัก
“อ้าว...คุณทิศ ไหนว่าไปส่งคุณท่าน แล้ว”
“คือ...คุณอาท่านลืมเอกสารไว้ที่บ้านให้ผมมาเอาไปให้ท่านที่โรงพยาบาลนะครับ ผมขอ...”
“อ๋อ ค่ะ เชิญค่ะ”
ป้าแววยื่นกุญแจห้องให้ชายหนุ่มด้วยความไว้ใจ เพราะชายหนุ่มกำลังจะเข้ามาเป็นนายอีกคนของหล่อน จึงพูดกับเขาอ่อนน้อมกว่าเมื่อก่อน
ชลทิศเปิดประตูเข้าห้องอย่างง่ายดาย พุ่งตรงไปโต๊ะเล็กข้างเตียง ดึงลิ้นชักออกทีละชั้นและค้นแหวกของในนั้น แต่ไม่พบอะไร ส่วนใหญ่เป็นยาทั้งแบบขวดแบบซอง จึงเปลี่ยนที่หันไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า เอื้อมมือถอดลิ้นชักดึงลงมา ย่อตัวลงดึงลิ้นชั้นล่าง เหมือนกัน ข้างในมีแต่ของแต่งตัวผู้หญิง
ชายหนุ่มเดินไปที่โต๊ะทำงาน เอกสารบนโต๊ะล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับงานบริษัททั้งสิ้น ไม่มีอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่เขาเลยสักชิ้นเดียว
ชายหนุ่มหน้าสลดถอดใจ คิดว่าคงไม่มีหลักฐานอะไรที่ช่วยคลายความสงสัยของเขาให้กระจ่างได้แล้วแต่ขณะที่กำลังจะเปิดประตู สายตาเหลือบไปเห็นมุมซองเอกสารสีน้ำตาลโผล่ออกมาจากชั้นวางหนังสือตรงโต๊ะทำงาน เขาจึงย้อนกลับไปแล้วดึงมันออกมาดู
ซองหนาพอควร ปากซองมีเชือกด้ายสีขาวมัดเล็กมัดม้วนกับแกนของกระดาษกลมขนาดเท่าเหรียญสิบบาทที่ทำลักษณะคล้ายกระดุม พันไข้วจากบนไปล่าง ถูกเขาค่อยค่อยดึงออกด้วยใจระทึก
เมื่อเปิดปากซองแล้วสอดมือเข้าไปหยิบเอกสารข้างในออกมา หยิบขึ้นดู พลิกไปทีละแผ่น มีทั้งแบบแผ่นใหญ่สีน้าตาลเก่า แผ่นเล็กสีขาว และรูปถ่ายเก่ากระดาษสีเหลืองคล้ำหม่น บางรูปขอบแหว่งขาดวิ่น
อ่านอย่างละเอียด พิจารณาประติดประต่อเรื่องราว
นอกเหนือจากคืนวันฝนตก ยังมีเรื่องอื่น ที่มันเลวร้ายมากกว่าหลายเท่านัก
ชลทิศตาลุก มือที่จับเอกสารสั่น ชายหนุ่มเม้มปาก แล้วสีหน้าของชลทิศก็เปลี่ยนไปพร้อมกับจิตใจที่เดือดดาลเมื่อมันปลุก “ปีศาจร้าย” ในตัวเขาออกมา
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥