บทที่ 37 หึงหวง
หลังจากตื่นขึ้นมารับความสดใสยามเช้า ปลายฝนก็ถูกคนจับแต่งองค์ทรงเครื่องอีกครั้ง ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้เดินลงมากินข้าวข้างล่าง พี่ชายของเขายังออกไปทำงานแต่เช้าเหมือนเดิม ทิ้งให้ปลายฝนกินข้าวคนเดียวจนอิ่มหนำ
“คุณชายรองจะไปเลยไหมครับ” นี่คือคนของเชษที่ให้มาดูแลเขา ทุกๆวันคำถามนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่เขากินข้าวอิ่ม แล้ววันนี้ก็เช่นกัน
ปลายฝนชะงักไปเล็กน้อย เขาคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะตอบกลับ
“วันนี้ผมไม่ไปบริษัทดีกว่าครับ ขอนอนเล่นอยู่บ้านดีกว่า” เด็กหนุ่มตอบกลับไป เพราะทุกๆวันหลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้ว เขาก็จะถูกพาไปที่บริษัทของคนเป็นพี่ ไปนั่งไปนอนเล่นอยู่ที่นั่นทั้งวัน ยอมให้คนเป็นพี่จับนั่นจับนี่ตามประสา แล้วก็พากันกลับมาที่บ้าน ทว่าวันนี้เขารู้สึกขี้เกียจจะออกไปไหนจริงๆ ดังนั้นจึงปฎิเสธแม้รู้ว่าพี่ชายจะไม่พอใจเท่าไรก็เถอะ
“เอ่อ แต่ว่า...”
“บอกพี่แล้วกันครับว่าผมปวดหัว” เด็กน้อยรีบพูดขึ้น ไม่ยอมให้คนกล่อมตนเองเด็ดขาด คนของเชษหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่เมื่อคุณชายรองบอกว่าปวดหัว ตัวเขาจะกล้าพูดอะไรอื่นได้อีกล่ะนอกจากต้องไปรายงานนายของตนเอง
หลังจากที่ปลายฝนปฎิเสธแล้วเลือกที่จะอยู่บ้าน คนตัวเล็กก็หอบข้าวของไปนอนเล่นในห้องของตนเองทันที มือเรียวเปิดโน้ตบุคประจำตัว ไล่ดูนิยายที่เขาลงไปก่อนหน้าด้วยความพอใจ ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร เสียงโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นเสียก่อนแล้ว
- พี่ชาย –
เมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอ ปลายฝนก็ทิ้งตัวลงนอน ห่มผ้าคลุมโปงก่อนจะกดรับสายคนที่โทรเข้ามา หน้าจอปรากฏรูปของพี่ชายจอมเผด็จการ ส่วนจอเล็กข้างๆนั้นเป็นตัวเขาที่นอนคลุมโปง ส่งสายตาปรือมองไปยังกล้อง
ภาพที่ดูแล้วน่าสงสารนี้ทำให้คนอารมณ์ขุ่นมัวในตอนแรกที่น้องน้อยบอกว่าจะไม่ตามมาหาเขาชะงักไป คนอายุมากกว่าไล่ตรวจสอบน้องชายด้วยความกังวลทันที
“ไม่สบายหรือเปล่า”
“ไม่ครับพี่” ปลายฝนยิ้มแห้งๆส่งไป รู้สึกผิดไม่น้อยเลยที่หลอกลวงคนเป็นพี่ กระนั้นบางเวลาที่เขาอยากจะอยู่คนเดียว เขาก็จำเป็นต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นแหละ
“.....เชษ วันนี้มีประชุมสำคัญถึงกี่โมง...อ่า...ยกเลิกที่ไม่สำคัญออกไปแล้วกัน .... ปลายฝน นอนพักก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเที่ยงๆพี่กลับไปหา” ต้นหนาวหันไปถามเชษที่อยู่ห้องเดียวกันก่อนจะบอกน้องชายที่รักด้วยความเป็นห่วง
ปลายฝนอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆแล้วตอนนี้ เขาอยากจะใช้เวลาอยู่คนเดียวสักพัก แต่ทำไมเวลาอยู่คนเดียวของเขามันสั้นนักกันเล่า
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ได้ พี่ไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้”
“ทำไม?” คนปลายสายหรี่ตาลงอย่างจับผิด
“ครับ?”
“อยากอยู่คนเดียว?” เหมือนลูกศรที่ปักเข้าอย่างจัง ปลายฝนไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายของเขาจะเดาได้เก่งขนาดนี้ ทว่าเขาไม่สามารถให้พี่ชายผู้เอาแต่ใจคนนี้รู้ได้ว่าเขานั้นไม่อยากไปหาอีกฝ่ายเพียงเพราะเขาต้องการเวลาส่วนตัว
สำหรับพี่ชายแล้ว เวลาส่วนตัวก็คือเวลาที่เขาได้อยู่กับพี่....อีกฝ่ายไม่เคยอยากจะให้เขาออกห่าง ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม
“ทำไมพี่ถามแบบนั้นล่ะครับ ผมก็แค่เพลียๆเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรเลย ถ้าต้องรบกวนพี่ให้กลับมา...ผมก็รู้สึกผิดนะครับ” ปลายฝนส่งเสียงออดอ้อนกลับไป ดาเมจที่รุนแรงนี้ย่อมทำให้คนเป็นพี่หายหงุดหงิดได้
“งั้นดูแลตัวเองดีๆ เดี๋ยวพี่รีบกลับ” พูดจบก็วางสายไปเลย เหมือนไม่ได้ฟังที่เขาบอกว่าเขาอยู่คนเดียวได้แม้แต่น้อย
ปลายฝนคว้าขนมมากัดอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
“พี่นี่มัน พี่นี่มันพี่จริงๆ” ปลายฝนบ่นงุบงิบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบเรียกสติของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลานี้ไล่อ่านคอมเม้นท์เรื่องของตนเองที่เกิดขึ้นด้วยความสนุกสนาน
สำหรับเรื่องพวกนี้ ถ้าพี่ชายอยู่ด้วย เขาไม่มีทางที่จะได้อ่านได้ดูแน่นอน คนคลั่งรักอย่างอีกฝ่ายคงไม่อยากให้เขาเห็นความคิดในแง่ลบนี้เป็นแน่ แต่สำหรับปลายฝนแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันด้วยซ้ำ แม้ว่าบางคนอ่านแล้วจะจิตตก ทว่าเขารู้ดีอยู่แก่ใจ อะไรที่เขาทำแค่เขาที่รู้ ถ้าเขาไม่ได้ผิดจริง เขาก็แค่ปล่อยมันไปเหมือนดูเรื่องน่าขบขัน ทว่าถ้าอะไรที่เขาทำลงไปแล้วมันมีกระแสลบ เขาก็จะเอามันมาปรับให้ดีขึ้น
ทั้งหมดก็มีแค่นั้นเอง
เรื่องบางเรื่อง .... หากเอามาใส่ใจมากเกินไป คนที่จะจิตป่วยก็เป็นตัวเขาเอง
ถึงอย่างนั้นภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของพี่ชาย เขาก็ยังเป็นน้องน้อยที่ใสซื่อไม่ทันคน ทำให้อาจจะคิดมากกับอะไรแบบนี้ ซึ่งมันก็ดีที่อีกฝ่ายพยายามปกป้องเขา แต่ปลายฝนก็รู้สึกเหมือนกันว่าการเลี้ยงดูเหมือนไข่ในหิน ไม่ให้เจอลมฝนลมหนาวอะไรเลย ท้ายที่สุดแล้วมันอาจจะเป็นการทำร้ายเขาก็ได้
โชคดีที่เขาไม่ได้เป็นปลายฝนคนซื่อคนเดิมอีก ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเอาแต่ใจและเคยชินกับความใจดีของคนเป็นพี่ เขาที่ผ่านโลกกว้างมามากและต้องทนทุกข์กับทุกสิ่งทุกอย่างมาหลายสิบปี อย่าบอกว่าไม่มีภูมิคุ้มกันเลย ชีวิตที่เคยเจอมาดูเหมือนว่าจะกระตุ้นภูมิมากเกินไปด้วยซ้ำ
คนตัวเล็กไล่อ่านคอมเม้นท์ไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาได้ไปเจอกับคอมเม้นท์หนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาอย่างมาก
- เปิดเผยแล้ว! ที่จริงน้องชายประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ป่วยเป็นโรคความผิดปกติทางจิตใจ ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าญาติๆของบ้านผู้มีพระคุณจ้องทำร้ายตัวเอง พ่อแม่บุญธรรมเดิมออกมาแฉร่วมด้วย –
+ สรุปคือเด็กคนนี้สร้างเรื่องให้พวกเขาต้องทะเลาะกันงั้นหรอ ทำไมถึงเป็นคราวซวยอะไรของพ่อแม่บุญธรรมที่ใจดีเอาอีกฝ่ายมากเลี้ยงดูเนี่ย
+ ที่จริงน้องเขาน่าสงสารนะ น่าจะพาไปรักษา ถ้าเกิดบ้ามากกว่านี้แล้วไล่ฆ่าคนอื่นล่ะจะว่ายังไง
+ มันแปลกๆตั้งแต่ที่คนโตไม่ยอมบอกพ่อแม่บุญธรรมของน้องป่ะ ถึงจะมีพวกพ่อแม่บุญธรรมเดิมมาเป็นพยาน ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องมันแปลกๆอ่ะ
+ เด็กคนหนึ่งจะหวาดกลัวแล้วพูดออกมาแบบนั้นได้ยังไง ถ้าผิดปกติทางจิตใจจริงๆ ทำไมถึงมีแค่ญาติของพ่อแม่บุญธรรมล่ะ
+ เห็นด้วยนะ ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่มันก็ออกมาแปลกๆ
คอมเม้นท์เหล่านี้เป็นเพียงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วไปเท่านั้นไม่ได้สะดุดตาอะไร มีแค่คอมเม้นท์หนึ่งที่เป็นภาษาต่างประเทศ ทั้งยังเป็นโปรไฟล์ของนักธุรกิจชื่อดังผู้ถือครองหุ้นในบริษัทผลิตรถยนต์ระดับโลกอีกด้วย
+ เด็กน่ารักคนนี้น่าสงสารจัง ทำไมถึงมีผู้ใหญ่รุมทำร้ายแบบนี้นะ
เพราะเป็นคนดัง จู่ๆก็มาเม้นท์ใต้เรื่องราวไร้สาระแบบนี้ ผู้คนมากมายจึงให้ความสนใจ เริ่มจาก 1 คน 2 คน จนกระทั่งมันกลายเป็นคอมเม้นท์ที่มียอดไลค์มากที่สุด และยอดการตอบกลับมากที่สุดด้วยเช่นกัน
“ออเดรย์? คนรวยอันดับ 4 ของโลกงั้นหรอ” เนื่องจากว่าเขาอยู่ในวงการบันเทิงมานาน ดังนั้นจึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับบุคคลสำคัญต่างๆบ้าง ก่อนหน้านี้เขาก็จะได้ว่าเคยเจอนักธุรกิจหนุ่มคนนี้เหมือนกัน อีกฝ่ายมาเตาะเขาแต่เพราะเขาไม่สนใจ คนที่มีงานรัดตัวก็เลยไม่ได้เข้ามายุ่ง
ช่วงเวลานั้นเขายังรู้สึกนับถืออีกฝ่ายไม่น้อยเลยที่ไม่เป็นเหมือนคนอื่น คนอื่นมีแต่วางอำนาจ ทว่าออเดรย์นั้นต่างออกไป อาจจะเพราะว่าชีวิตของเขามีคนเข้ามาพัวพันมากมายอยู่แล้วก็เลยไม่จำเป็นต้องบีบบังคับก็เป็นได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังนับถืออีกฝ่ายอยู่ดี
ทว่าเรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ส่วนเรื่องนี้น่ะ....ทำไมถึงกลายเป็นที่สนใจของอีกฝ่ายได้นะ? หรือเพราะเขาเป็นน้องของพี่ต้นหนาวที่กลายมาเป็นนักธุรกิจชื่อดัง?
อ่า ถ้ามองในมุมนั้นก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ ถ้าคุณออเดรย์ต้องการ่วมงานกับพี่ต้นหนาว การเข้าหาเขาก็จะทำให้การเจรจาหลังจากนี้ราบรื่นขึ้น
ปลายฝนไล่ดูคอมเม้นท์ที่เริ่มเปลี่ยนกระแสทิศทางด้วยความมึนงง กระทั่งนักข่าวยังเอามาเล่นเป็นประเด็นใหม่ด้วยซ้ำ
- นักธุรกิจอันดับโลกออกตัวปกป้อง “คุณวัสสา อธิบรักขณกุล” ผู้ที่ถูกแฉว่าเป็นคนจิตไม่ปกติ นอกจากนี้ยังมีการชื่นชมเด็กหนุ่มว่าเป็นคนน่ารักตรงสเปคอีกด้วย –
+ อ๋า คุณออเดรย์คนนี้ที่เป็นคนรวยระดับโลกใช่ไหม? ทำไมเขาถึงได้มาเม้นท์ให้กับเด็กคนนั้นกันล่ะเนี่ย
+ ผู้ชายก็หน้าตาธรรมดาๆนะ ทำไมตกคนหล่อรวยได้หลายคนจัง
+ น้องเขาน่ารัก ผมก็คือผู้ชายอีกคนที่เขาตกได้ ไม่ได้หล่อไม่ได้รวย แต่ผมชอบความน่ารักของเขา
+ จริงๆแล้วน้องน่ารักนะ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ทุกการเคลื่อนไหวมันดูดีไปหมดเลย
+ ฉันว่าน้องดูดีทุกมุมเลย ขนาดดาราบางคนยังมีมุมที่ไม่ดี แต่ไม่ว่าน้องจะขยับทางไหน ทุกรายละเอียดมันดีหมดเลย มันเป็นธรรมชาติมากอ่ะหนู
+ คุณออเดรย์คะ สนใจมากเป็นสามีของฉันไหมคะ
+ นี่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดที่นักธุรกิจระดับโลกมาสนใจเลยหรอ
คอมเม้นท์หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด จากข่าวหนึ่งก็สร้างเป็นข่าวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังได้รับความสนใจอย่างมากอีกด้วย เวลาผ่านไปแค่สิบนาทีเท่านั้น กระทู้ข่าวใหม่ก็เกิดขึ้นจากการคอมเม้นท์ตอบกลับของใครอีกคน
+ โอ้! เพื่อนยาก อย่าบอกว่าที่รีบบินไปประเทศ T เพราะเด็กน้อยคนนี้น่ะ
+ อืม กำลังบินไปปลอบใจหนุ่มน้อย
สองเพื่อนซี้ที่มาเม้นท์ต่อในกระทู้ข่าว สร้างปรากฏการณ์ให้วงการข่าวอย่างมาก พวกเขาพร้อมใจกับแคปหน้าจอคอมเม้นท์นี้ไปเล่นข่าวกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น...
- คนรวยระดับโลกหลงเสน่ห์น้องชายของประธาน TIMEsTULA เข้าอย่างจัง –
- ฮอตไม่หยุด หลังจากที่ถูกพี่ชายบุญธรรมให้สัมภาษณ์ออกสื่อว่าคิดไม่ซื่อกับน้องชายตัวเอง นักธุรกิจที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 4 ของโลกก็ยังหลงรัก ทั้งยังเป็นพ่อบุญทุ่มถึงกับบินมาที่ประเทศ T เพราะต้องการปลอบโยน “วัสสา อธิบรักขณกุล –
- เจอคู่แข่ง! ประธานบริษัท TIMEsTULA ที่กำลังถูกทั่วโลกจับตา เพิ่งสารภาพรักก็เจอคู่แข่งเป็นถึงคนรวยระดับโลก –
ปลายฝนไล่อ่านข่าวของตนเองไปจนไม่รู้เวลา ล่วงเลยไปกระทั่งใครบางคนเข้าห้องมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดูเหมือนพี่ชายขี้หวงของเขาจะได้อ่านข่าวนี้แล้ว
“อ่านอะไร” คนมองเด็กน้อยด้วยความไม่พอใจ สายตาดำมืดเป็นสัญญาณให้ปลายฝนรีบปล่อยมือถือลงทันที
“ก็ ก็....อ่านข่าวครับ”
“ไหนบอกว่าปวดหัว แล้วลุกมาอ่านข่าวนี่ทำไม” ต้นหนาวไม่อ่อนข้อให้ แม้ว่าน้องชายของเขาจะทำเสียงน่าสงสารก็ตาม
“ผมดีขึ้นหน่อยหนึ่งแล้วก็เลย...”
“ก็เลยอ่านข่าวไร้สาระพวกนี้หรอ” ต้นหนาวเดินเข้ามาประชิดตัวก่อนจะโยนโทรศัพท์ออกไปไกลอย่างไม่ใยดี เขาจับแขนทั้งสองข้างของน้องน้อยเข้าหาตนเอง กอดรัดแน่นจนคนหายใจไม่ออก
“พี่” ปลายฝนเรียกคนอายุมากกว่าเบาๆ เขารู้สึกอึดอัดจนจะหายใจไม่ออกแล้ว
“รู้จักกันก่อนไหม”
“ครับ?”
“ไอ้ออเดรย์อะไรนั่น รู้จักมันมาก่อนหรือยังไง” ต้นหนาวเอ่ยถามเสียงเข้ม จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง นอกจากมันจะประกาศออกตัวอย่างแรงว่าชอบน้องชายของเขา มันก็ยังส่งคนของมันมาที่บริษัทเขาเพื่อขอพบปลายฝนอีก
ไหนจะคอมฯของพวกทีมข่าวที่แจ้งว่าถูกแฮกเกอร์ฝีมือดีเข้าแฮกข้อมูล กระทั่งตอนนี้ยังสู้กันไม่จบเลย ถ้ามันเป็นแค่คนทั่วไปที่ชื่นชอบน้องของเขาก็แค่เม้นท์แล้วก็ผ่านไปก็ได้ ทำไมถึงต้องรุกรานขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันต้องการปลายฝนจริงๆน่ะ
“เปล่าครับ ผมไม่รู้จักเขาเลย” ปลายฝนส่ายหน้า มองพี่ชายด้วยสายตาจริงใจ คาดหวังให้คนเป็นพี่เชื่อถือคำพูดของตนเอง ต้นหนาวเองก็รู้ว่าน้องชายของเขาไม่ได้มีโอกาสจะไปรู้จักกับออเดรย์นั่น แต่ลึกๆแล้วเขาก็อดที่จะกังวลไม่ได้จริงๆ
“ไม่รู้จักก็ดี แล้วก็ไม่ต้องพยายามจะไปรู้จักมันด้วย” ต้นหนาวจ้องกลับ เขาไม่ยอมให้น้องชายของเขาไปมองคนอื่นอีกเด็ดขาด ไม่ว่าคนนั้นมันจะดีกว่าเขา รวยกว่าเขา เก่งกว่าเขาก็ตาม!
“พี่ ผมยังไม่ได้อยากจะรู้จักเขาเลยครับ แล้วอีกอย่างผมต้องอยากรู้จักเขาทำไมล่ะครับ” ปลายฝนเตือนคนเป็นพี่ให้ตั้งสติ คนหึงหวงขนาดนี้ มีหวังช่วงนี้จะทำอะไรต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้ว
ต้นหนาวมีดวงตาที่ดีขึ้นมาหน่อยเมื่อได้ยินแบบนั้น น้องน้อยของเขาก็ไม่จำเป็นต้องอยากรู้จักทางนั้นจริงๆนั่นแหละ ทว่ายังไม่ทันที่บรรยากาศในห้องจะดีขึ้น จู่ๆมือถือของปลายฝนที่อยู่ไกลออกไปก็สั่นครืดคราด
ปกติแล้วนอกจากพี่ชายก็ไม่มีคนอื่นอีกที่โทรหาตนเอง เมื่อก่อนมีพวกอิมหรือไม่ก็คีย์ที่โทรมา แต่หลังจากที่เขาเลิกกับทางนั้นไป ก็คิดว่าพี่ชายน่าจะจัดการส่งคนไป “ตักเตือน” ทั้งสองคนแล้วเป็นแน่ จึงไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีก ดังนั้นมือถือของเขาปกติจึงจะนอนสงบอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน
ปลายฝนเหลือบมองก็เห็นเป็นสายที่ไม่โชว์เบอร์ หัวใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความกลัว ราวกับรู้สึกว่าจะมีหายนะเกิดขึ้นกับตนเองหลังจากรับสายนี้ ดังนั้นจึงได้กดปิดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้พี่ชายหงุดหงิดใจ
กลายเป็นว่าต้นหนาวขมวดคิ้วมุ่น น้องน้อยของเขาทำตัวประหลาดและดูมีพิรุธอย่างมาก นอกจากนี้...โทรศัพท์ของน้องชายของเขาก็สั่นอีกครั้งเหมือนเป็นการตอกย้ำ
“รับสิ” คนเป็นพี่เอ่ยขึ้น ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างจับผิด ปลายฝนลอบกลืนน้ำลายก่อนจะกดรับสายอย่างช่วยไม่ได้
“สวัสดีครับ” คนตัวเล็กกรอกเสียงลงในมือถือ เนื่องจากลำโพงเปิดอยู่ด้วย เสียงที่ตอบกลับมาจึงทำให้ต้นหนาวคิ้วกระตุก
“ฮัลโหล ดาร์ลิ้ง” น้ำเสียงขี้เล่นของอีกฝ่ายทำเอาหัวใจของเด็ก 17 ปีตกลงไปที่ตาตุ่ม เขามองพี่ชายด้วยความตกใจ มือไม้สั่นด้วยความกลัว
..........................