ตอนที่1 ฉันโผล่มาอยู่ดาวไหนกันละเนี่ย
“โอ๊ย!”ร่างของเสิ่นอี้หล่นจากเตียงอย่างไม่ตั้งใจ
เขาร้องออกมาด้วยความใและเ็ปเล็กน้อยพลันพลิกตัวจากพื้นขึ้นมานั่งบนขอบเตียง ก่อนที่จะเหลียวมองรอบตัวด้วยความมึนงง
เมื่อนึกขึ้นมาได้จึงลูบคลำหน้าอกเพื่อค้นหาร่องรอยาเ็จากปืนลำแสงเอวาสเมื่อพบว่าตนยังไม่ตายอย่างที่คาดคิดไว้ ทำให้เขาถอนหายเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
จากนั้นกวาดสายตามองรอบตัวอีกครั้งอย่างพิจารณาเนื่องด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่คุ้นตาเขาสักนิด ไม่ว่าจะเป็ห้องสี่เหลี่ยมเล็กแคบที่เต็มไปด้วยขยะเสื้อผ้าไม่ได้ซัก ข้าวของวางทิ้งระเกะระกะ ยังมีขวดแก้วเปล่าวางเกลื่อนบนที่นอนและพื้นกระจายทั่วห้องสิ่งของทั้งหลายล้วนส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วจนเขาต้องอุดจมูกไว้
อีกทั้งยังมีผ้าม่านลายการ์ตูนสีเขียวซีดผนังห้องสีเทาหม่น เพดานห้องที่สกปรกและเต็มไปด้วยเส้นใยสีขาวปลิวตามลมไปมาสภาพห้องนี้ไม่เหมือนห้องพักเดิมบนดาวเอวาแม้แต่น้อย
พอเหลือบมองกระดาษสีขาวที่ติดบนผนังมีตัวเลขสลับกับอักษรโบราณสีแดงและสีน้ำเงิน ซึ่งอักขระเหล่านี้เขาเคยเห็นในคลังโบราณมาก่อนแต่เขาเป็คนเรียนรู้ได้ช้าจึงจดจำไม่ได้ว่าเป็อักขระของดาวเคราะห์ใดกันแน่
จากนั้นก้มมองสำรวจร่างกายและเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ทำให้เขาผงะด้วยความใมากขึ้น
“เฮ้ย! ฉันสวมชุดลายการ์ตูน เป็ไอ้หัวกลมสีฟ้าั้แ่เมื่อไหร่?”
เสิ่นอี้อุทานด้วยความตื่นใมากขึ้นเขาปิดปากกะทันหันพอหลุดปากพูดออกไปเพราะเสียงที่เปล่งออกมากลายเป็น้ำเสียงของชายหนุ่มและภาษาที่ไม่คุ้นหูสักนิดถึงแม้จะคาดเดาว่าตนอาจเกิดใหม่แล้วก็ตาม
เมื่อตั้งสติได้จึงลุกเดินไปดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างหลังห้องทันทีซึ่งร่างเก่าเปิดทิ้งไว้ให้ลมพัดเข้ามาเนื่องจากไฟฟ้าในห้องเพิ่งถูกตัดไปเพราะค้างจ่ายค่าเช่าห้องเกินสองเดือนแล้ว
ครั้นมองเห็นภาพนอกหน้าต่างพลันยืนนิ่งตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนอุทานอย่างหวาดผวาว่า
“ฮะ! ฉันมาโผล่อยู่ดาวไหนกันละเนี่ย?!”
เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพโบราณที่เคยไปศึกษาเมื่อครั้งได้รับการเล่าเรียนบนดาวเอวาเป็สภาพโลกโบราณที่มีผู้คนสวมเสื้อผ้ารูปทรงประหลาด ใช้ยานพาหนะล้าสมัยและแล่นช้าสภาพอากาศที่แย่และมีแต่ฝุ่น จนทำให้เขาต้องรีบปิดหน้าต่างทันที
“แย่จริง! อากาศที่นี่แย่มากถึงมากที่สุดสรุปฉันมาอยู่ที่ดาวเคราะห์ไหนกันแน่?”
ทันใดนั้นเขารู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็ลมจึงรีบทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว พลันมีความทรงจำของชายหนุ่มแสนเชย ที่ซื่อจนเกือบโง่ไม่ทันคนและยังถูกหลอกใช้บ่อยครั้งโดยมีความทรงจำแสนเ็ปอย่างหนึ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ทำให้
เสิ่นอี้เข้าใจได้ทันทีว่าตนเกิดใหม่ในร่างชายหนุ่มบนดาวเคราะห์หนึ่งของจักรวาลทางช้างเผือกที่ชื่อว่าดาวเอิร์ท
เขาจ้องมองอักขระบนกระดาษติดผนังห้องอีกครั้งด้วยความทรงจำของร่างเก่าซึ่งแปลความได้ว่าวันที่สิบ เดือนตุลาคม ปีคริสต์ศักราชสองพันยี่สิบสองจึงเบิกตาโตอย่างตื่นใและพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาว่า
“ตายละ! ฉันโผล่เข้ามาอยู่ในดาวเอิร์ทตอนยุคเสื่อมอีกด้วย!”
เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอโดยไม่อยากคิดถึงอนาคตอีกไม่กี่ปีของโลกนี้เนื่องจากเขาเรียนรู้พื้นฐานการล่มสลายของดาวเคราะห์ทั้งหลายมาบ้างถึงแม้จะจดจำไม่ได้หมดทุกเื่ ทว่ามีหนึ่งในดาวเคราะห์ที่จะล่มสลายในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้านั้นมีเื่ของดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าเอิร์ทรวมอยู่ด้วย
เขาถอนหายใจอีกครั้งเมื่อจำต้องยอมรับสภาพเกิดใหม่ในดาวใกล้ดับสูญพอคิดว่ายังมีเวลาเหลือในการใช้ชีวิตอยู่อีกเกือบร้อยปี จึงคลายความวิตกกังวลพลางคิดอย่างปลงตกว่าตนคงตายก่อนแน่นอน
อย่างไรก็ตามจากความทรงจำของร่างเก่าที่ผสานเข้ากับความทรงจำของเขาทำให้เข้าใจที่มาและความเป็ไปของชายหนุ่มชื่อ “เสิ่นอี้” มากขึ้น
พออาการหน้ามืดดีขึ้นแล้วจึงเดินไปสำรวจสภาพปัจจุบันในร่างใหม่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ในตู้เสื้อผ้ารกรุงรัง
เขามองเห็นภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเ ไว้ผมรองทรงสีดำ ภาพรวมจัดได้ว่าเป็คนหล่อเหลาทว่าเสื้อผ้าและทรงผมเรียบร้อยเกินเหตุจนกลายเป็หนุ่มเชย ซึ่งผู้คนที่นี่ต่างเรียกขานว่า“หนุ่มกากแห่งยุค”
เสิ่นอี้ลูบคลำทรงผมและใบหน้าด้วยความตื่นเต้นยินดีพลางพึมพำอย่างมีความสุขว่า
“อื้อฮือ! ร่างใหม่หล่อเหลาทีเดียวแฮะหากเปลี่ยนทรงผมและเสื้อผ้าใหม่ คงดูดีกว่านี้ แต่นายยากจนเกินไป ฉันไม่แปลกใจเลยที่ถูกแฟนทิ้ง”
เขายืนเอียงซ้ายขวาสำรวจร่างกายอย่างละเอียดพลางถลกเสื้อนอนลายการ์ตูนขึ้นสำรวจกล้ามเนื้อแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปโฉมแสนเชยนี้อย่างยินดีเนื่องจากร่างเดิมเขาสูงเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเท่านั้น รวมทั้งมีอายุมากถึงสี่สิบปีแล้ว
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขัดจังหวะการสำรวจร่างใหม่ทำให้เขาต้องละความสนใจร่างกายที่กำลังแสดงต่อหน้ากระจกไปก่อนแล้วเดินไปส่องดูตาแมวหน้าห้อง
เมื่อพบภาพของเจ้ไฝหญิงวัยกลางคนผู้เป็เ้าของหอพักแห่งนี้ที่มีเม็ดไฝสีดำเหนือริมฝีปากด้านขวาทำให้เขาส่ายหน้าอย่างหนักใจกับปัญหาเดิมของร่างเก่าทว่าเขาจำต้องเปิดประตูต้อนรับอีกฝ่ายเพราะเสียงเคาะที่ดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจไปรบกวนห้องข้างเคียงให้มาด่าเขาอีกที
“เจ้ไฝครับ.....ขอเวลาผมหน่อยสิ”
เสิ่นอี้เปิดประตูออกไปพร้อมกับพยายามใช้น้ำเสียงและคำพูดสุภาพมากที่สุดเพื่อลดความขุ่นเคืองของอีกฝ่าย
“ไม่ได้!.....เมื่อวานก็พูดแบบนี้ ฉันผัดผ่อนไม่ได้แล้ววันนี้แกต้องหาเงินมาให้ฉัน เข้าใจไหม?”
เจ้ไฝยืนเท้าเอวพลางตะคอกใส่หน้าเสิ่นอี้อย่างไม่เกรงกลัวเนื่องด้วยร่างกายสูงใหญ่ของเธอนั้นสามารถล้มคว่ำเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเธอเคยจับเขาทุ่มใส่พื้นมาก่อน
อนึ่งเจ้ไฝมีหน้าที่พิเศษอีกอย่างในการเป็สมาชิกหน่วยอาสาควบคุมฝูงชนของทางการฉะนั้นเสิ่นอี้คนเก่าและคนใหม่ไม่กล้าต่อกรกับเจ้ไฝในเวลานี้
เขาตัดสินใจงัดไม้เด็ดออกมาใช้โดยทรุดตัวลงนั่งกอดขาขวาของเจ้ไฝพร้อมร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสารว่า
“เจ้...เจ้ไฝคนสวยเจ้ฟังผมก่อนสิครับ ผมเพิ่งถูกไล่ออก กำลังรอเงินชดเชยอยู่ เจ้โปรดเห็นใจผมหน่อยให้เวลาผมไปเอาเงินกับเถ้าแก่ก่อน ผมสัญญา.....ผมจะเอาเงินมาจ่ายเจ้ไฝคนแรกเลย ได้โปรดเถิดเจ้ไฝใจดี...เจ้ไฝคนสวยเจ้ไฝน่ารักที่สุดในสามโลกเลย นะ...นะ...นะครับ...นางฟ้าคนสวยของผม ฮือ ๆเห็นใจผมเถอะนะ”
เสิ่นอี้บีบเค้นน้ำตาออกมาพลางยกมือชูสามนิ้วให้สัญญากับอีกฝ่ายรวมทั้งเอ่ยคำชมยกใหญ่โดยที่ร่างเก่าไม่เคยกล่าวมาก่อนทำให้เจ้ไฝเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจในความสวยของตนก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้แล้วกล่าวตำหนิเขาโดยตรงเมื่อเหลือบมองเห็นสภาพภายในห้องพักและร่างกายของเขาว่า
“เสี่ยวอี้!...ดูสิ!...ปล่อยให้ห้องรกอีกแล้วทำความสะอาดห้องให้ดี ตัวงี้เหม็นหึ่งเชียว ฉันจะให้เวลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน หากพรุ่งนี้ไม่หาเงินมาจ่ายค่าห้องให้ครบละก็เตรียมตัวไปหาที่ซุกหัวนอนที่อื่นได้เลย เข้าใจไหม?ฉันให้โอกาสครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้ว”
เจ้ไฝหรี่ตามองเสิ่นอี้อย่างคาดโทษเพราะไม่สามารถผัดผ่อนชายหนุ่มได้อีกต่อไปเนื่องจากมีลูกค้า้าห้องพักอยู่ซึ่งเธอไม่้าปล่อยเงินค่าเช่าให้หลุดลอยไปจึงต้องมาไล่บี้ชายหนุ่มโดยตรง โดยคิดว่าตนใจดีกับอีกฝ่ายมากพอแล้ว
“ได้ครับได้.....ผมจะรีบหาเงินมาให้เจ้ไฝคนสวยผมจะรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปเอาเงินกับเถ้าแก่เดี๋ยวนี้แหละครับขอบคุณมากครับเจ้ไฝคนสวย ขอบคุณมาก ๆ ครับ”
เสิ่นอี้ก้มหน้าเบะปากก่อนรีบเงยหน้าละล่ำละลักขอบคุณเจ้ไฝอย่างมีความหวัง พร้อมกล่าวชมเพื่อให้อีกฝ่ายออกไปจากหน้าห้องก่อน
อนึ่งเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าจะถูกเถ้าแก่เบี้ยวเงินอีกหรือไม่เนื่องจากมีหลายคนถูกเลิกจ้างกะทันหันก่อนหน้าเขาซึ่งแต่ละคนต้องกลับชนบทโดยไม่ได้รับเงินชดเชยจากเถ้าแก่สักหยวน
เมื่อเจ้ไฝยินยอมออกไปจากหน้าห้องของชายหนุ่มหลังจากที่เขาอ้อนวอนพร้อมกล่าวยกยอเธออีกยกใหญ่ ทำให้เจ้ไฝจากไปอย่างไม่เต็มใจ พลางชี้นิ้วคาดโทษอีกฝ่ายเพื่อส่งสัญญาณว่าจะกลับมาใหม่อีกครั้งในพรุ่งนี้เช้า
เสิ่นอี้ปิดประตูห้องอย่างหมดอาลัยตายอยากเขาทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพลางเหยียดขาพิงประตูห้อง เมื่อมองห้องที่เคยอยู่อาศัยมานานสองปีด้วยความรู้สึกหลากหลายหนึ่งในนั้นคือความทรงจำอันเ็ปที่เคยพาแฟนสาวมาที่ห้องพัก ทว่าพอแฟนสาวเห็นที่อยู่คับแคบเธอเดินหนีและทิ้งเขาไปโดยไม่หันหน้ากลับมามองเขาอีก
เขาค่อย ๆคลานกลับไปที่เตียงนอนซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าใช้แล้ว พร้อมขวดเหล้าเปล่าวางเกลื่อนซึ่งเขาดื่มเพื่อดับทุกข์จากปัญหาที่ประดังประเดเข้ามาเมื่อคืนนี้ จนเป็เหตุให้เสียชีวิตแล้วมีิญญาของเสิ่นอี้จากดาวเอวามาสวมแทน
“โอย!...ปวดหัว!...ขอนอนอีกสักตื่นแล้วกันออกไปข้างนอกไม่ไหวแล้ว”
เสิ่นอี้ยังรู้สึกปวดมึนหัวจากฤทธิ์ของเหล้าที่ดื่มเข้าไปมากเมื่อคืนทำให้เขาไม่สามารถฝืนร่างกายออกไปหาเงินได้จึงเลือกที่จะฟื้นฟูร่างกายก่อนคิดเื่หาเงินมาชดใช้หนี้สินทั้งหลาย
……….
เมื่อเสิ่นอี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่ายเขากำลังนอนคิดเรียบเรียงเื่ราวทั้งหลายด้วยความหนักใจ ทั้งปัญหาชีวิตของร่างเก่าและปัญหาของตนในการดำเนินต่อไปในร่างใหม่
ติ๊ง !
พลันมีเสียงในหัวที่บ่งบอกถึงการคลายล็อกของระบบดังขึ้นพร้อมภาพฮอโลแกรมในหัวที่ระบุชื่อของระบบชัดเจนจนทำให้เขาตื่นตระหนกทันใดเนื่องด้วยมั่นใจแล้วว่าภาพที่แสดงในหัวเป็เทคโนโลยีล่าสุดของปราชญ์จอมเพี้ยนที่ตนขโมยมานั่นเอง