“แต่แปลก ั้แ่เล็กจนโต นคินทร์เป็คนรักคนยาก ผู้หญิงคนนั้นจะต้องผูกพันกับเขาอย่างมาก เขาจึงจะยอมมอบใจให้ กับวิพาเองเขาใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะยอมเปิดใจ” ชายหนุ่มหยุดพูด ก่อนที่รวิพาจะสวนขึ้น
“แต่คินทร์กลับไปไทยเป็ปีแล้วนะคะ เขาอาจจะสานสัมพันธ์กันนับจากนั้นก็ได้ ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ” หญิงสาวพูดปัด ก่อนที่สายตาของโยธินจะสัดส่ายแล้วเอ่ยขึ้น
“คุณพ่อบอกผมว่า เขารู้จักกับผู้หญิงคนนั้นได้ไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ แบบนี้ไม่ใช่นิสัยของเขา”
“อะไรนะคะ รู้จักกันไม่ถึงสามเดือน” หญิงสาวเบิกตากว้าง แล้วนิ่งเงียบไป เธอรู้จักนิสัยของนคินทร์ดีพอ ว่าเขาไม่มีใช้เพียงสามเดือน รักใครได้ง่ายดายขนาดนั้น
“เขาอาจจะอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่เร็ว ๆ ก็ได้มั้งคะ สุดท้ายแล้วเขาจะแต่งงานเร็วหรือช้า หรือจะแต่งงานกับใครก็ไม่เกี่ยวกับเราไม่ใช่เหรอคะ อย่าใส่ใจเลยค่ะ” รวิพาพูดตัดบทเพราะไม่้าโยธินไม่สบายใจ
“อย่างที่บอกถ้าพี่โยธินไม่สบายใจ ก็แค่ไม่ต้องไปงานแต่งของเขา ถึงแม้พี่กับเขาจะเป็ญาติสนิทกันแค่ไหน แต่ถ้าไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องไปค่ะ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าขึ้น ลง พลันหันไปยังลูกสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่
“เอ่อ..แล้วเื่ย้ายมิตามาทำงานที่นี่ เธอว่าไงบ้างล่ะ” โยธินเอ่ยถามด้วยสายตาราบเรียบ
“มิตาให้เหตุผลว่า ยังอยากทำงานที่ไทยไปก่อน และตอนนี้ก็ดูเหมือนงานจะยุ่งมากด้วย วิพาโทรไปก็ไม่ค่อยรับ สงสัยต้องรีบทำผลงานมั้งคะ”
“ถ้างั้นก็ปล่อยให้มิตาทำงานที่ไทยไปก่อน ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้มาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่”
“ขอบคุณนะคะ ที่รักมิตาเหมือนน้องสาวของพี่โยธินอีกคน” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มปลื้มใจ ก่อนที่เขาจะรั้งตัวเธอเข้ามาสวมกอด
“เราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ อย่าลืมสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทุกวันหลังจากเลิกงาน นคินทร์จะเป็คนพาแฟนสาวของเขากลับคอนโดฯ ชายหนุ่มยังคงดูแลเธออย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ยิ่งใกล้วันงาน ความหวานของทั้งสองทำให้คนในบริษัทยิ่งพากันอิจฉามากขึ้นทุกวัน
หลังจากกลับมาถึงคอนโดฯ นคินทร์มักจะขอให้รมิตาทำต้มจืดของโปรดให้ทานเสมอ พักหลังมานี้เขาขอนอนค้างกับเธอที่คอนโดฯ บ่อยครั้งไม่ยอมกลับ ไม่ว่ารมิตาจะหว่านล้อมอย่างไรก็ไม่เป็ผล เขามักจะหาข้ออ้างต่าง ๆ นานา เพื่อได้นอนกอดเธอทุกคืน รวมถึงคืนนี้ด้วยเช่นกัน กายหนานอนโอบรัดร่างบางเอาไว้ แล้วก้มหอมแก้มเธอพลางกระชับกอดแน่น
“ตอนนี้คุณพ่อวุ่นอยู่กับเื่งานแต่งงานของเรา ทั้งที่จริงแล้วควรเป็หน้าที่ของพี่ แต่คุณพ่อไม่ยอม บอกเพียงแต่ว่ากลัวพี่ทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าเขา” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวที่รั้งมือเขาเข้าไปกอดแนบชิดกับพวงแก้มน้อย ๆ ของเธอเหมือนอย่างเคย
“จริง ๆ มิตาไม่อยากมีงานแต่งใหญ่โต แต่หากคุณศิวกร้าอะไร พี่คินทร์ก็ปล่อยให้ท่านทำไปเถอะค่ะ อย่าขัดใจท่าน ส่วนมิตาเองยังไงก็ได้ตามแต่ท่านจะจัดการให้” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกมือเขามาหอมอีกครั้ง
ก่อนที่สายตาของชายหนุ่ม เลื่อนมองการกระทำของเธออย่างเงียบ ๆ จะเผลอปล่อยยิ้มออกมา พลันนึกอยากแกล้งรมิตา จึงค่อย ๆ ชักมือกลับ พร้อมกับคนตัวเล็กค่อย ๆ เอื้อมมือตามไปเรื่อย ๆ หญิงสาวหันเลื้อยตามมือเขามาเจอกับแผงอกหนาจึงชะงักนิ่ง พลันเลื่อนสายตาไปยังชายหนุ่ม ที่ทำลอยหน้า เพราะรู้ว่าหญิงสาว้ามือของเขาเอาไปกุมไว้ ก่อนที่เธอจะยู่หน้า
“มิตาขอนะ”
“ทีพี่ขอหอม มิตายังไม่ยอมเลย นี่มือของพี่มันก็เป็สิทธิ์ของพี่ ที่จะเอามือไว้ตรงไหนก็ได้” เขาถือไพ่เหนือกว่า จึงย้อนเธอ ก่อนที่ร่างบางจะยู่หน้า
“แต่ตอนนี้เวลานอน มิตาอยากนอนแล้ว ขอมือหน่อย” เธอทำเสียอ่อยพร้อมตาละห้อย ก่อนรอยยิ้มของชายหนุ่มจะเผยออกมา เขาชี้ไปที่แก้มของเขาหนึ่งครั้ง ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้ว
“อะไรเหรอคะ”
“หอมแก้มพี่ก่อน แล้วพี่จะให้มือไปจับ” เขายื่นข้อเสนอ รมิตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงชะเง้อคอไปหอมแก้มเขาอย่างง่ายดาย ก่อนอีกฝ่ายจะจับกายเธอแล้วพลิกตัวเธอลงด้านล่างในทันที ด้วยความรวดเร็ว
“พี่คินทร์หลอกมิตาอีกแล้วนะคะ”
“ไม่ได้หลอก แค่อยากหอมมิตาบ้างเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มเธออย่างอ่อนโยน และเหมือนเช่นเคยเขาไม่เคยหยุดเพียงเท่านั้น นคินทร์ทำตามหัวใจตัวเอง รวบรัดเธอไว้ภายใต้แรงอันแข็งแกร่ง แล้วค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าเธอออกทีละชิ้น บรรจงระบายความรัก ลงกับร่างอันแสนบอบบางนั้นอย่างมีความหมาย
“พี่รักมิตานะ” อยู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา ทำให้พวงแก้มเล็กแดงระเรื่อ ไม่รู้ทำไม คำบอกรักของเขาทำให้เธอใจอ่อนยวบ ยอมทำตามเขาทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้
เสื้อผ้าของนคินทร์และรมิตากระจัดกระจายกองอยู่ใต้เตียง พร้อมกับร่างบางถูกนคินทร์โอบกอดไว้ ก่อนเขาจะก้มหอมศีรษะเธออย่างถนอม
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแต่งของเราแล้ว มิตามีความสุขไหม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเดาไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน ก่อนหญิงสาวจะดึงมือเขามาแล้วกุมไว้แแ่
“ก็ต้องมีความสุขสิคะ พี่คินทร์ล่ะคะ คิดดีแล้วใช่ไหม ที่จะแต่งงานกับมิตา” เธอเลื่อนสายตามองเขาแล้วถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ