หมัดแย็บของฮันเตอร์หยุดการย่างสามขุมของวั่งซูไว้ได้ชั่วคราว ไม่ใช่เพราะได้รับาเ็ แต่เป็การตั้งหลักวิเคราะห์วิชาหมัดมวยพิสดารของคู่ต่อสู้ ส่วนฮันเตอร์ยังคงใช้สองเท้าฟุตเวิร์คโบยบินดั่งผีเสื้อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม
“หมัดเ้าเบายิ่งกว่าแมลงกัดเสียอีก!” วั่งซูกล่าวข่มขวัญ จากนั้นเตรียมเดินหน้าเข้าหาอีกคำรบ ทว่าพริบตาถัดมา หมัดแย็บอีกนับสิบประเคนใส่เ้าของหมัดเหล็กไหลปานพายุกระหน่ำ
“ก็มันเป็หมัดแย็บไงเ้าโง่! แล้วคราวนี้ล่ะ เจ็บบ้างหรือเปล่า” ท่ามกลางพายุหมัด ฮันเตอร์ข่มขวัญกลับอย่างไม่น้อยหน้า
ทุกหมัดปะทะร่างกายของวั่งซูแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จนนักหมัดมวยเ้าถิ่นถึงกับต้องหยุดชะงักการย่างสามขุมอีกครา แต่ก็เหมือนเช่นเดิม ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้เพียงนิดดั่งคำอวดอ้างจริง ๆ
แลเห็นท่าทางของคู่ต่อสู้เป็เช่นนี้ ฮันเตอร์แปลกใจเล็กน้อย แม้หมัดแย็บไม่ใช่อาวุธหนักสำหรับโจมตีเพื่อหวังผล ทว่าโดยปกติ หากรับประทานไปนับสิบหมัดเช่นนี้ย่อมต้องมีอาการให้เห็นบ้าง
‘หมอนี่อึดไม่เบา’ สีหน้าฮันเตอร์เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย ขณะสายตาดุจหมาป่าจ้องวั่งซูเขม็ง
อย่างไรก็ดี จุดประสงค์ของหมัดแย็บคือทำลายจังหวะ และตอนนี้จังหวะการบุกของวั่งซูก็ชะงักลงแล้ว ฮันเตอร์จึงไม่รอช้า ก้าวฟุตเวิร์คเข้าประชิดตัวคู่ต่อสู้ทันที
ทว่าดูเหมือนวั่งซูก็รอให้ฮันเตอร์เปิดศึกประชิดอยู่เช่นกัน เมื่อระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือไม่ถึงหนึ่งเมตร วั่งซูเป็ฝ่ายโจมตีก่อน หมัดขวาตรงแหวกอากาศพกพาเสียงท้าลมบาดแก้วหู ััได้ถึงพลังรุนแรงสมฉายาหมัดเหล็กกล้า พุ่งเข้าหาใบหน้าฮันเตอร์
เสี้ยววินาทีที่ผู้ชมโดยรอบมั่นใจว่าหมัดนี้เผด็จศึกแน่ แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง ในจังหวะหมัดอานุภาพทำลายล้างรุนแรงห่างจากใบหน้าฮันเตอร์เพียงไม่กี่เิเ ชายหนุ่มพลันพลิกตัวโยกหลบด้วยท่าทางพลิ้วไหว ราวกับว่าเป็เื่ง่ายดายที่ทำอยู่ทุกวี่วัน
ต่อให้พลังหมัดจะหนักหน่วงเพียงใด หากััไม่โดนคู่ต่อสู้ก็ย่อมไร้ประโยชน์ นี่คือชะตาที่วั่งซูกำลังประสบ หมัดที่ทุ่มสุดแรง กลับคว้าเจอเพียงความว่างเปล่า วินาทีนั้นป้อมปราการของวั่งซูพลันเกิดช่องโหว่ และแน่นอนว่านักมวยดีกรีระดับแชมป์โลกเฮฟวี่เวทย่อมไม่ปล่อยโอกาสทองเช่นนี้หลุดลอย บิดเอวเล็กน้อย ปล่อยหมัดฮุคขวาพุ่งเข้าหาใบหน้าไร้การป้องกันของวั่งซู
ตุบ!
เสียงกำปั้นปะทะใบหน้าดังสนั่น จนผู้ชมรอบสังเวียนสดับได้ชัดเจนเต็มสองหู ทว่าเมื่อจางหาย สักขีพยานผู้ประจักษ์เหตุการณ์ทุกคนพลันตะลึงงัน
ฮันเตอร์ผู้เป็ฝ่ายโจมตีก็อึ้งไม่แพ้กัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะขึ้นชื่อว่าเป็จอมอึดสักเพียงใด หากรับหมัดฮุคของเขาเข้าไปถนัดถนี่เช่นนี้ อย่างไรเสียก็ต้องล้มลงกองกับพื้นให้กรรมการนับ แต่ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือ หมัดของเขาที่ัักับใบหน้าวั่งซู แม้ทำให้ิัอีกฝ่ายบูดเบี้ยวไปตามแรงปะทะ ทว่าลำคอกลับยังเชิดตรง สายตาไม่บ่งบอกความสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“วิชาหมัดเหล็กกล้าไม่เพียงขัดเกลาพลังหมัดให้หนักหน่วงรุนแรงเท่านั้น การฝึกฝนให้ร่างกายแข็งแกร่งพร้อมรับแรงปะทะในยามไร้ซึ่งพลังปราณก็สำคัญไม่แพ้กัน” วั่งซูกล่าว น้ำเสียงเจือแววโอ้อวดเล็กน้อย พลางปล่อยหมัดโต้ตอบออกมา
เป็อีกครั้งที่ฮันเตอร์เอี้ยวตัวหลบหมัดวั่งซูอได้ย่างไม่ยากเย็น ก่อนเอาคืนทันท่วงที คราวนี้เป้าหมายคือบริเวณลำตัว ตามตำรามวยสากลขั้นพื้นฐาน หากการโจมตีส่วนบนไม่ได้ผล ก็จงเปลี่ยนเป้าหมายเป็ส่วนล่าง สลับกันไปมาไม่ให้คู่ต่อสู้ตั้งรับได้ถนัด
ตุบ!
หมัดซ้ายปะทะลำตัวที่หนาแน่นด้วยกล้ามเนื้อของวั่งซูเต็มรัก แต่ครั้งนี้ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากใช้มือเปล่าต่อยภูผา นักหมัดมวยพลังเหล็กกล้ายังแน่นิ่งไม่ไหวติง
เมื่อการโจมตีไร้ผลอีกครั้ง ฮันเตอร์จึงถอยฉากออกจากสมรภูมิระยะประชิดชั่วคราว ในใจยอมรับโดยปราศจากข้อโต้แย้ง วั่งซูผู้นี้มีร่างกายแกร่งดุจหินผา ตลอดชีวิตบนสังเวียนผ้าใบ คล้ายว่าไม่เคยพบเจอคู่ต่อสู้ที่อึดถึกทนเช่นนี้มาก่อน
วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างรอบคอบ ความประมาทในใจฮันเตอร์พลันลดลงหลายส่วน เส้นทางนักหมัดมวยในโลกพิศวงใบนี้ดูท่าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียแล้ว
ผ่านไปเกินสิบนาที การดวลเดือดคู่สุดท้ายของรอบแรกศึกประลองหมัดมวยแห่งเมืองไคชุนยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม ฝ่ายหนึ่งเดินหน้าเข้าหาไม่ลดละ แต่หมัดที่ปล่อยไปก็ััโดนเพียงสายลม ส่วนอีกฝ่ายแม้โยกหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว หมัดที่ปล่อยไปก็เข้าเป้า แต่ก็สร้างความเสียหายใด ๆ กับศัตรูไม่ได้
สถานการณ์เช่นนี้บันดาลให้ผู้ชมทั่วชายหาดทมิฬเกิดความกระอักกระอ่วน วั่งซู นักหมัดมวยดีกรีผู้ชนะเลิศศึกคราที่แล้ว ความภาคภูมิใจแห่งชาวเมืองไคชุน ยามนี้กลับดูไร้พิษสง โดนกระหน่ำโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว เป็หลักฐานบ่งชัดว่าทักษะเชิงหมัดมวยห่างชั้นกับนักหมัดมวยนิรนามราวแผ่นพสุธากับผืนฟ้า มีเพียงร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผาเท่านั้นที่ทำให้เขายังไม่พ่ายแพ้
“เดินหน้าเข้าไปอีกวั่งซู ขอเพียงหมัดเดียว เ้าตัวประหลาดนั่นลงไปนอนกองแน่!” หนึ่งเสียงปลุกกำลังใจดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน วาจานี้ช่วยกระตุ้นจิตใจผู้ชมคนอื่นที่ห่อเหี่ยวไปแล้วให้กลับมาลุกโชติ่ขึ้นอีกครั้ง เสียงะโจึงพลันกึกก้องขึ้นอีกคำรบ เป็ประโยคสั้น ๆ ว่า
“หมัดเดียว!”
“หมัดเดียว!”
ด้านฮันเตอร์ หากศึกครั้งนี้ตัดสินด้วยการนับคะแนน เขาคงได้รับชัยชนะท่วมท้นไปแล้ว แต่เมื่อกติกาไม่เป็ใจ ยามนี้ชายหนุ่มจึงยังคิดไม่ตกว่าจะส่งคู่ต่อสู้จอมทนทานผู้นี้ลงไปกองได้อย่างไร ทว่าในห้วงวิตก คล้ายมีคำใบ้หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
สายตาแหลมคมของฮันเตอร์สังเกตเห็นการหายใจที่ถี่ขึ้นอย่างชัดเจนของวั่งซู ดูเหมือนว่าจอมพลังหมัดเหล็กกล้าผู้นี้จะเหนื่อยเป็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป แผนการสู่ชัยชนะพลันผุดขึ้นในหัว แต่เพื่อยืนยันให้แน่ใจ หลังจากพลิ้วหลบหนึ่งหมัดของวั่งซูโดยง่าย ฮันเตอร์ทำการปล่อยหมัดเข้าปะทะลำตัววั่งซูเต็มแรง พลางจับจ้องเขม็งที่ใบหน้า
แม้วั่งซูจะพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความจุกเสียดเพียงใด ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตานักมวยแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่ผ่านสังเวียนมานับไม่ถ้วน
‘ใช่จริง ๆ ด้วย เผยจุดอ่อนให้เห็นแล้ว แกเสร็จชั้นแน่’
เมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่คิดไม่ผิด ฮันเตอร์เริ่มดำเนินแผนการทันที ขั้นแรก ปล่อยให้วั่งซูเดินรุกไล่ประชิดดังที่เขาทำมาตลอดั้แ่เสียงระฆังดัง
ตามตำรามวยสากลขั้นพื้นฐาน หากอยู่ในเกมที่คู่ต่อสู้เป็ฝ่ายรุกไล่ การตั้งรับที่ดีจำต้องคอยสอดส่องเื้ัของตนว่าเข้าประชิดเส้นเชือกแล้วหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบได้ ทว่าคราวนี้ ฮันเตอร์กลับพลิกตำราโดยสิ้นเชิง เพราะขั้นที่สองของแผนการคือถอยจนแผ่นหลังพิงกับเชือกล้อมเวที
“มันจนมุมแล้ว จัดการมันเลยวั่งซู!” เมื่อฮันเตอร์หมดพื้นที่หนี ฝูงชนยิ่งได้ใจ เสียงะโโหมกระหน่ำอึกทึกกว่าเดิม
วั่งซูไม่ขัดศรัทธาของผู้ชม สายตาจับจ้องฮันเตอร์ที่หลังพิงเชือก ไม่มีช่องให้ถอยหลังได้อีก จัดการรัวพายุหมัดเข้าใส่ทันที แต่ละหมัดหนักหน่วงประหนึ่งแรงช้างสารตกมัน
แลเห็นวั่งซูรุกไล่เต็มกำลัง เสียงผู้ชมยิ่งมายิ่งคึกคัก ทุกคนต่างมั่นใจ อย่างไรเสียนักหมัดมวยนิรนามคงไม่แคล้วสิ้นท่าด้วยพายุหมัดระลอกนี้
ห้าหมัด สิบหมัด ยี่สิบหมัดผ่านไป เสียงะโกึกก้องเริ่มแปรเปลี่ยนเป็เสียงงุนงงระคนตะลึง เพราะไม่ว่าจะกี่หมัดที่วั่งซูปล่อยไป กลับััไม่โดนผิวกายฮันเตอร์แม้เพียงนิด ด้วยสายตาแหลมคม ผลลัพธ์จากการฝึกหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า บวกกับการใช้เชือกกั้นเวทีเป็เครื่องช่วยทุ่นแรง เด้งตัวไปมา ทำให้ชายหนุ่มสามารถพลิ้วร่างหลบหมัดรัวได้อย่างอัศจรรย์พรั่นพรึง
หนึ่งนาทีคล้อยผ่าน ขณะที่สีหน้าวั่งซูฉายแววอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ เพราะการระดมพายุหมัดย่อมสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงอย่างมหาศาล แต่ฮันเตอร์กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง หมัดแล้วหมัดเล่าที่เขาหลบได้ เพิ่มรอยยิ้มมุมปากให้ฉายชัดขึ้นทีละนิด ราวกับว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังเล่นสนุกอยู่
ไม่ต่ำกว่าห้าสิบหมัดที่วั่งซูปล่อยไปและคว้ากลับมาได้เพียงความว่างเปล่า เป็จังหวะเดียวกับที่สายตาแหลมคมของฮันเตอร์พินิจจนมั่นใจว่าคู่ต่อสู้ใช้พลังหมดก๊อกจนถึงขีดจำกัดแล้ว สายตาเล็งเป้าหมาย อย่างแม่นยำ ก่อนปล่อยหมัดอัปเปอร์คัตแรกเข้าปะทะเต็มปลายคาง วั่งซูถึงกับเซถลาถอยหลังสองก้าว
ไม่ยอมให้เหยื่อหลุดรอดจากกับดักโดยง่าย ฮันเตอร์รีบตามเข้าประชิดตัว รัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ใบหน้าสลับลำตัว เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังสนั่นข่มขวัญผู้ชมโดยรอบ
ผ่านไปประมาณยี่สิบหมัด ภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบวินาที ร่างสูงใหญ่ที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผาของวั่งซูพลันทรุดลงกองกับพื้น แววตาแลดูล่องลอย ชัดเจนว่าสติขาดหายเป็ที่เรียบร้อย
วินาทีนั้นชายหาดทมิฬพลันเหลือเพียงเสียงคลื่นลม ทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นจนคำพูดจุกตรงลำคอ เข่อซิงคล้ายว่าจะเรียกสติคืนกลับมาได้เร็วว่าใคร เอ่ยกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกักว่า “วั่งซู หมัดเหล็กกล้า หมดสภาพต่อสู้ ศึกสุดท้ายของรอบแรกได้ผู้ชนะแล้ว นักหมัดมวยนิรนาม ผ่านเข้ารอบต่อไป!”
ท่ามกลางการตอบรับอันเงียบงันจากเหล่าผู้ชม ฮันเตอร์ชูกำปั้นขวาขึ้นฟ้า ดวงตาทั้งสองปิดลง หวนนึกถึงเื่ราวเมื่อครั้งอดีต ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ พรั่งพรู
‘ชั้นคือฮันเตอร์ ปาร์กเกอร์ แชมป์โลกเฮฟวี่เวทไร้พ่าย เื่ต่อยมวยไม่มีทางแพ้พวกกระจอกเหล่านี้แน่นอน’