บทที่ 9 จดหมายของพ่อ
ในบ้านปุ๊ก ไนซ์บอกเื่ของการตรวจด้วยสอบแผ่นสี แบบไม่ปิดบัง เหมือนที่พูดกับออดทุกประการ โดยเขาบอกเพียงว่า ได้แินี้มาจากพ่อ และตอนนี้ ฝั่งบ้านปู่ออดก็กำลังใช้วิธีนี้ และขอให้ทุกคนไม่แพร่งพรายความหมายของสีที่เห็นออกไป
เมื่อไนซ์พูดว่า ได้แินี้มาจากพ่อ ฝนและนัท มองหน้ากันด้วยความกังวล หนึ่งจากไปหลายวันแล้ว ไม่มีข่าวคราวเลย
ไนซ์ นัท ฝน เด่น นุช กานต์ ปุ๊ก ทั้งเจ็ดคนนั่งล้อมวง โดยมีไนซ์ถือกระดาษสามสี แดง เขียว น้ำเงิน
เมื่อตนบอกสีทั้งสามอย่างถูกต้องต่อหน้าให้ทุกคนในวงเป็พยาน ก็ส่งกระดาษทั้งสามสีต่อให้ฝน ทำเช่นนี้ต่อจนครบทุกคน โดยไม่มีติดขัด
ทุกคนนั่งมองเ้าเหนือ ที่วิ่งวนอยู่รอบวง เ้านี่อายุสามขวบแล้ว ยังไม่ยอมพูดเป็คำ ทุกคนไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาดี
ออดสั่งให้คนใต้อาณัติของเขาทุกคนมารวมตัวกันทั้งหมดมีราวหกสิบกว่าคน ตั้งกติกา ทุกเช้า ทุกคนจะทำเื่ง่ายๆ แค่เข้าไปหาออดทีละคน เพื่อรับปันส่วนอาหาร แล้วบอกสีตามที่ออดยื่นให้ดู
ทุกคนเต็มไปด้วยความงวยงงสงสัย แต่ออดกำชับหนักแน่น ใครไม่ทำตามนี้ ก็ให้เก็บของไสหัวออกไป อย่ามาอยู่เกะกะแถวนี้ สีหน้าของออด ที่เพิ่งเสียพี่สาวและหลานชายไป ทำให้ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับเขา
ระหว่างนี้ ไนซ์รวบรวมวัตถุดิบในการทำไบโอดีเซล โกดังของออดมีของจำเป็ค่อนข้างครบ เพราะที่ผ่านมา ออดเก็บทุกอย่างที่หาใด้ ซึ่งเริ่มสะสมไว้ตัังแต่หลังวันสิ้นโลก โดยให้ทิดไข่และคนงานอีกสองคนมาเป็ผู้ช่วยไนซ์
ไนซ์เตือนคนงานของออด ถึงอันตรายในการผสมโซดาไฟกับแอลกอฮอล์ ควบคุมการกรองน้ำมันปาล์ม การต้มไล่ความชื้น การอุ่นน้ำมัน ซึ่งไนซ์ต้องใช้การคาดคะเน เพราะไม่กล้าเอาปรอทวัดไข้ที่อยู่ในชุดปฐมพยาบาลของฝนมาใช้ ความร้อนแค่ประมาณ60องศาเซลเซียสก็ทำให้ปรอทวัดไข้แตกคามือได้
โส และ เทิน คนงานชาวกัมพูชาสองคนพร้อมครอบครัว ที่อยู่กับออดั้แ่ก่อนวันสิ้นโลก ด้วยสภาพแวดล้อมตอนนี้ พวกเขาหมดหวังที่จะกลับกัมพูชาแล้ว
ออดสั่งให้เขาสองคนมาช่วยไนซ์ พวกเขามองดูเด็กหนุ่มร่างผอมใส่แว่นหนาเตอะ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ทั้งสองคนโดนสั่งห้ามสูบบุหรี่ แต่ถึงไม่พอใจ ก็จำต้องยอมเพราะไข่ นั่งเอามือเท้าคางจ้องมองมาอย่างไม่วางตา
ไอ้หนูที่ดูท่าทางอ่อนแอ ทำอะไรก็เก้กัง ยืนชี้นิ้ว สั่งนั่นสั่งนี่ ตอนกวนผสมในถังเหล็กใบใหญ่ ไนซ์ควบคุมความร้อนอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตุไอของน้ำมันที่เริ่มลอยกรุ่น แต่ไม่ยอมให้น้ำมันเดือด เขาสั่งให้ทั้งสอง สลับกันใช้ไม้พายกวนอย่างไม่หยุดหย่อนไม่ขาดตอนหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือคาสิโอโทรมๆ ที่ออดให้ยืม
งานที่เริ่มตอนเช้า ยังไม่ทันถึงเที่ยง เมื่อกวนผสมครบเวลาหนึ่งชั่วโมง ไนซ์ก็บอกให้ทั้งสองไปพักได้ ให้มาเริ่มงานอีกครั้งตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เขาอธิบายให้ทิดไข่ฟังถึงเื่การรอให้ตกตะกอน
วันรุ่งขึ้น หลังจากทุกคนผ่านการทดสอบตาบอดสี ไนซ์ก็เริ่มงานขั้นสุดท้าย คราวนี้ออดมาดูด้วยตัวเอง การแยกชั้นน้ำมัน ที่ชั้นบนเป็ไบโอดีเซล สีเหลืองใส ชั้นล่างเป็กลีเซอรีนเหนียวข้น
เมื่อแยกชั้นน้ำมันได้แล้ว ไนซ์ได้ใช้ขวดสเปรย์น้ำสะอาดค่อยๆพ่นไปบนผิวน้ำมัน ละอองน้ำเ่าั้ค่อยจมลงข้างล่าง พร้อมดึงเอาโซดาไฟลงไปด้วย จนชั้นล่างขุ่นเหมือนน้ำสบู่ ไนซ์เปิดก๊อกด้านล่างเพื่อระบายมันออก เข้าทำแบบนี้อยู่สามครั้ง ก็ได้น้ำมันที่ใสยิ่งขึ้น
“เสร็จแล้วเหรอ” ออดถาม สีหน้าดูตื่นเต้น มีชีวิตชีวาขึ้น
“อีกขั้นตอนเดียวครับปู่เราต้องเอามันไปต้มไล่ความชื้นขั้นสุดท้าย”
ออดสังเกตุทุกขั้นตอนอย่างใส่ใจ
“นี่ครับปู่ ไบโอดีเซลB100 แต่ถ้าปู่จะใช้งานจริง อากาศเย็นแบบนี้ ยังไม่จบครับ มันยังข้นเป็ไขได้ง่าย”
“วะ งั้นก็ต่อให้มันจบสิโว้ย!!” ออดแยกเขี้ยว ทำตาพอง ไม่รู้ทำไม เขาเห็นหน้าไนซ์แล้วรู้สึกหมั่นเขี้ยว อยากเตะซักสองสามป้าบให้สาแก่ใจ ทั้งที่เอ็นดูเ้าหนุ่มน้อยคนนี้เป็ที่สุด
“ปู่ออกไปยืมน้ำมันเบนซินบูดๆตามปั๊มมาเยอะไม่ใช่เหรอครับ เอามากรองแยกสารเหนียวออก แล้วผสมเข้าไปซักสิบเปอร์เซนต์ก็แก้ปัญหานี้ได้แล้ว”
“บ๊ะ!! ยังงั้นรึไอ้หลานชาย รออะไรล่ะ ทิดไข่ เอ็งไปเอาเบนซินบูดมาซักถังซิ ดีนะที่ปู่ไม่เทมันทิ้งไปหมด ไม่นึกว่าจะยังมีประโยชน์”
ไนซ์จัดการนำน้ำมันเบนซินเก่ามากรองผ่านชั้นผงถ่านเพื่อแยกตะกอนและสารเหนียวที่ปนเปื้อนออก และกรองละเอียดอีกหลายครั้งก่อนจะนำไปผสมกับไบโอดีเซล
“ฮ่าๆๆๆๆ” ออดคนที่หัวเราะก้องฟ้า กลับมาอีกครั้ง หลังจากเขาทดลองใช้ไบโอดีเซลนั้นกับรถกระบะสีขาวคอกสูงคันโปรดนั้น เครื่องยนต์เดินได้เรียบกว่าเดิม แรกสตาร์ทควันมันดำเป็ช่อพร้อมกลิ่นน้ำมันพืชรุนแรง แต่เมื่อเครื่องยนต์ร้อน ควันก็เริ่มน้อยลง
ส่วนกลีเซอรีนที่ได้นั้น ออดยกให้เป็สมบัติของไนซ์ เขาเก็บมันปิดสนิทใส่ไว้ในถังพลาสติกที่เคยใส่น้ำมันไฮดรอลิครถแบ็กโฮ ซึ่งสองเก็บไว้มากมาย
ไนซ์ส่งปืนสั้น CZ 75 Compact พร้อมกล่องะุให้นัท
เธอจับพลิกไปพลิกมา ดูด้วยความสนใจ โดยนิ้วชี้อยู่นอกโกร่งไก ตามที่พ่อเคยสอนไว้
ปืนโครงเหล็กทั้งตัว ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักค่อนข้างมาก แต่นัทคิดว่าจับได้ถนัดมือ
“ปู่ออดให้ไนซ์มา พี่นัทเอาไว้ใช้เถอะ”
นัทมองหน้าไนซ์ อีกฝ่ายหันมองไปทางอื่น หลบตาเธออีกตามเคย
“เก็บไว้เองเถอะ พี่เอาตัวรอดได้”
นัทส่งปืนคืนให้ไนซ์ แต่เขาไม่ได้รับ
“หอกของพ่อมันใช้ดีในระยะใกล้ แต่มีปืนเพิ่มอีกกระบอก มันจะเพิ่มโอกาสรอดให้พี่นัทมากกว่า อย่าลืมว่าเราต้องดูแลแม่ให้ดีด้วย”
นัทนิ่งเงียบ เป็การยอมรับในคำพูดของน้องชาย
ไนซ์อธิบายการใช้ปืน วิธีการ ขึ้นลำ การลดนกด้วยมืออย่างระมัดระวัง
“เมื่อจะยิง ก็เหนี่ยวไกได้เลย แต่นัดแรกไกจะหนักและลากยาวหน่อย เหมือนเรายิงดับเบิ้ลแอ็คชั่นปืนลูกโม่ที่ไม่ได้ง้างนก”
เขาถอดซองะุออกจากปืน ตรวจสอบะุในรังเพลิงเรียบร้อย แล้วเฝ้ามองนัทฝึกหัดการลดนก ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอคุ้นเคย แล้วจึงบรรจุซองะุเข้าไป ให้นัทขึ้นลำและลดนกจากปืนที่พร้อมใช้งานจริง
เด็กสาวทำได้อย่างไม่ติดขัด แม้จะมีอาการเกร็งอยู่บ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ไนซ์ก็ลุกขึ้น หันหลังกำลังจะเดินจากไป
แต่เขาต้องชะงัก เมื่อนัทพูดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่เรียบ เบา และเศร้าสร้อย
“พี่ถามอาไข่แล้ว คนของปู่ออดอยู่ครบ มีบ้างที่ไปเฝ้ารอบหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครออกไปหาของข้างนอก ไนซ์รู้ดีใช่ไหม ว่าที่พ่อบอกว่า จะไปหาของกับคนของปู่ออด ไม่ใช่เื่จริง บอกพี่ได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ไนซ์ที่ยืนหันหลังนิ่ง นัทเห็นไหล่ของน้องชาย ที่ตัวเริ่มสูงมากกว่าเธอ สั่นไหวเบาๆ
เขายืนนิ่งอยู่นาน ถอนหายใจยาว ก่อนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระเป๋าคาดเอว ส่งให้พี่สาว ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่าเบาๆ
“อย่าบอกให้แม่รู้”
นัทมือสั่นขณะคลี่กระดาษเปื้อนเื ซึ่งขณะนี้มันแห้งเป็สีน้ำตาลแดงเปรอะเลอะเทอะ แผ่นนั้นออกอ่าน
“ไนซ์ลูกรัก ถ้าลูกได้อ่านจดหมายนี้ หมายความว่าพ่อ “ไป” แล้ว
ดูแลแม่และพี่นัทด้วย ไนซ์เป็ผู้ชายคนเดียวในครอบครัวเราแล้ว
ไนซ์ต้องเคารพเชื่อฟังปู่ออด ความรอบรู้ของไนซ์จะช่วยให้ลูกอยู่ที่นี่
ได้อย่างมั่นคงแน่นอน
ร่างกายพ่อเริ่มผิดปกติ พ่อข่มความประหายไว้ได้อีกไม่นาน
พ่อจะไม่ยอมทำร้ายพวกเรา พ่อจะไม่ยอมเป็พวกมัน
ให้ไนซ์หมั่นสังเกตคนรอบตัว อาการของพ่อตอนนี้คือ ประสาทัั
ไวผิดปกติ จมูกได้กลิ่นเืเนื้อจากที่ไกล หูได้ยินเสียงหัวใจ
คนเต้นแม้ไม่ได้เข้าไปใกล้ สายตาของพ่อมองไม่เห็นอะไรเป็สีแดงที่เคยรู้จัก
ทั้งโลก...ไม่มีอะไรเป็สีแดงเลย
เืที่พ่อกรีดเป็แผลเพื่อเรียกสติตัวเอง พ่อมองเห็นมันเป็สีน้ำตาลคล้ำ
พ่อพยายามเขียนได้แค่นี้แล้ว อย่าบอกแม่กับพี่นัท
ลาก่อนลูกรัก Trust no one.”
นัทปล่อยจดหมายของพ่อฉบับนั้นลงบนโต๊ะอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเธอซบลงกับสองมือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา แม้จะเม้มริมฝีปากไว้แน่น แต่เสียงร้องไห้ฮือก็ยังเล็ดลอดออกมา
ไนซ์หยิบกระดาษที่มีรอยปียกชื้น จากน้ำตาของนัทขึ้นมาพับเก็บอย่างระมัดระวัง เฝ้าดูร่างที่ไหวสะท้านจากการร่ำไห้ของพี่สาวอย่างหม่นหมอง อับจนหนทาง
“พ่อจากไปแล้ว เราต้องเข้มแข็ง เราต้องดูแลแม่ ดูแลตัวเอง”
คล้ายว่าน้ำตาจะช่วยชะล้างความเสียใจออกไปได้บ้าง ครู่ใหญ่ นัทก็เงยหน้าขึ้น ตาที่ยังบวมแดง ฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ไนซ์ไปอยู่กับแม่ก่อน เดี๋ยวพี่ล้างหน้าล้างตาแล้วจะตามไป”
ทันใดนั้น
“น้องไนซ์ อยู่ไหน!!”