มู่หลี่เฉียงชี้ให้หมิงจิ้นเหอดูร้านค้าเล็กๆที่เพิ่งเปิดใหม่หน้าค่าย
“ได้ยินนายกองเกากับนายกองซ่งชมว่า อาหารอร่อยราวกับภัตตาคาร ท่านแม่ทัพจะลองไหม?” จวิ้นอ๋องในยามอยู่ในหมู่ทหารไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่าท่านอ๋อง ทุกคนขานนามเขาเพียง ท่านแม่ทัพ และไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ใด เพื่อความสะดวกในยามสู้รบเหล่าทหารที่เคียงบ่าเคียงไหล่มาทุกสมรภูมิต่างให้ความเคารพและจงรักภักดีกับแม่ทัพหมิงอย่างสุดหัวใจ
“เอาสิ”
เขามาอยู่ภาคเหนือที่เป็นแถบภูเขามีช่วงอากาศหนาวเย็นแทบครึ่งปี ช่วงหนาวจัดมีหิมะปกคลุมขาวโพลนทั่วเทือกเขาในฤดูร้อนและใบไม้ผลิในทะเลสาบและแม่น้ำก็มีปลานานาชนิดให้เอามาทำอาหารเขาจึงชอบการอยู่ที่นี่ เรื่องอาหารการกินเขาล้วนไม่เรื่องมากแม้บางครั้งจะคิดถึงอาหารเลิศรสในวัง แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศอันงดงามและไร้ความกดดันก็ต้องยอมแลก
จะว่าเป็นร้านก็ไม่กระไรนักเรียกว่าเป็นเพิงจะดีกว่า แต่กลิ่นอาหารที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณกลับส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายหกเถ้าแก่ที่เดินออกมาต้อนรับดูสุภาพอ่อนน้อม
“ผู้น้อยคารวะท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่าท่านอยากจะรับประทานอาหารประเภทใดที่นี่เรามีแม่ครัวฝีมือดี ข้าน้อยรับประกันว่า ท่านจะพอใจในรสชาติ”
แม่ทัพหมิงนั่งโต๊ะริมสุดไม่ไกลจากม้าที่ผูกไว้เพราะโต๊ะที่เหลือทั้งในและนอกชายคา ล้วนมีผู้จับจองไว้หมดแล้วคนทั้งหมดในร้านหันมามองเขาแล้วค้อมศีรษะก่อนจะหันไปรับประทานอาหารต่อ
“เอาอาหารที่เจ้าคิดว่าดีที่สุดในร้านมาสักสามอย่าง กับชาหนึ่งกา” เขามองสำรวจรอบเพิงนี้
“ดีนะที่เรายังมีที่นั่ง” มู่หลี่เฉียงที่นำม้าไปผูกแล้ว เดินมานั่งด้านข้าง
“เพิ่งเปิดก็ขายดีเพียงนี้เห็นทีคำอวดอ้างของเถ้าแก่ไม่น่าจะเกินเลย”
เมื่ออาหารถูกลำเลียงมาขึ้นโต๊ะกลิ่นหอมที่โชยมาเข้าจมูกนั้นทำบุรุษทั้งสองต้องกลืนน้ำลาย
“ลงมือกันเถอะ ท่านแม่ทัพ”มู่หลี่เฉียงจับตะเกียงจ่อที่จานรอ
“ดี” จวิ้นอ๋องคีบผัดผักเข้าปากเพียงคำแรกก็ทำให้หวนคิดถึงรสชาติอาหารในวัง ความกลมกล่อมและกรอบนุ่มของผักช่างคล้ายกับที่นั่น‘นี่คงไม่ใช่แม่ครัวจากวังออกมาทำเองหรอกนะ’ เขาทั้งคิดทั้งกินจนกระทั่งข้าวหมดถ้วย “เถ้าแก่เอาข้าวเพิ่มอีกชาม”
เถ้าแก่หวังรีบกระวีกระวาดถือชามข้าวมาส่ง“นี่ขอรับ ข้าน้อยบอกแล้วว่า ท่านจะต้องติดใจ” ส
ท่านแม่ทัพเพียงพยักหน้าน้อยๆรับข้าวไปพุ้ยใส่ปากโดยไม่กล่าวสิ่งใด รองแม่ทัพมู่ก็หันไปขอข้าวเพิ่มเช่นกัน เขามีสีหน้าพออกพอใจกับรสชาติอาหารอย่างชัดเจน
หลังออกจากร้านมู่หลี่เฉียงยังคงชมรสชาติอาหารไม่ขาดปาก “สมแล้วกับที่นายกองทั้งสองบอกข้าว่าตั้งแต่มาครั้งแรก ต่อไปก็ต้องมาอีก”
หมิงจิ้นเหอยิ้มรับ“ข้านึกว่าเป็นฝีมือแม่ครัวในวังซะอีก เห็นทีวันหลังอาจจะต้องขอพบ”หากนางทำอาหารได้อร่อยทุกอย่าง เขาอาจจะรับนางไปเป็นแม่ครัวที่จวน
“ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนเช้ากับตอนเที่ยงตกบ่ายอาหารก็หมดแล้ว หากท่านทัพมาไม่ทันก็คงจะอดเช่นกัน”รองแม่ทัพมู่รีบกล่าวเตือน “โชคดีวันนี้เราออกมาก่อนเที่ยง”
แม่ทัพหมิงกลับค่ายไปดูการฝึกซ้อมทหารตลอดบ่ายหลังจากการศึกที่เพิ่งผ่านพ้นเขาให้เหล่าทหารฝึกน้อยลงเพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายจากการกรำศึก ด้านหลังจวนแม่ทัพเป็นเนินเขาขนาดย่อมที่ต่อเนื่องถึงเชิงเขามีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เขาให้ทหารไปทำรั้วไม้ไผ่ล้อมไว้เป็นบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวเพื่อใช้แช่ผ่อนคลายความเมื่อยล้าส่วนบ่อที่ไกลออกไปทางทิศตะวันออก อนุญาตให้เหล่าทหารและชาวบ้านเข้ามาใช้ได้
หลังจากแช่บ่อน้ำพุร้อนพ่อบ้านเกามาเชิญเขาไปรับประทานอาหาร ชายหนุ่มมองเห็นอาหารบนโต๊ะ เขากลับนึกถึงอาหารที่เพิงเล็กตอนเที่ยงวันรสชาติที่ยังคงติดที่ปลายลิ้นทำให้เขารับประทานอาหารที่จวนได้น้อยกว่าปกติ
“ท่านอ๋องรสชาติไม่ถูกใจหรือพะยะค่ะ?” พ่อบ้านเกาที่ติดตามรับใช้มาตั้งแต่จวนจวิ้นอ๋องในเมืองหลวงจนถึงจวนแม่ทัพกังวลจนต้องถามออกมา
“วันนี้ข้าได้ลิ้มอาหารรสเลิศจึงยังนึกถึงอยู่กระมัง”
“เป็นร้านใดหรือท่าน”เมืองนี้มีภัตตาคารเพียงสองแห่งซึ่งเขาก็ไม่เคยเห็นท่านอ๋องจะกล่าวชมรสชาติอาหารเลยสักครั้ง
“เพิงที่เปิดใหม่หน้าค่ายข้าไปกับมู่หลี่เฉียงเมื่อตอนเที่ยง รสชาติเหมือนในวังเลยทีเดียว”
“ข้าน้อยต้องลองไปดูจะได้ให้แม่ครัวปรับปรุงรสชาติเช่นเดียวกับที่ท่านอ๋องทรงโปรดพะยะค่ะ”
“ดีสิพรุ่งนี้ข้าเองก็จะลองไปอีกครั้ง อยากรู้ว่าแม่ครัวร้านนี้จะทำอร่อยทุกอย่างหรือไม่?”
เมื่อเห็นแม่ทัพหมิงควบม้าไปที่ร้านอาหารหน้าค่ายในตอนเที่ยงพร้อมรองแม่ทัพมู่ได้สองสามวันบรรดานายทหารต่างติดตามออกมาเพื่อชิมอาหารร้านนี้ด้วย ทำให้โต๊ะเก้าอี้ไม่พอต้อนรับ เถ้าแก่เหอเจ้าของร้านอาหารจึงบากหน้าไปขอกู้เงินท่านแม่ทัพเพื่อขยายร้าน
แม่ทัพหมิงหรือจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอ เห็นว่าตนไม่มีข้อเสียเปรียบเพราะรู้มาว่า แม่ครัวคือบุตรสาวของเถ้าแก่เหอผู้นี้หากอีกฝ่ายไม่มีอัฐจะมาใช้หนี้เขาก็คิดจะยึดเอานางมาเป็นแม่ครัวที่จวนแม่ทัพตกลงกันเสร็จสรรพก็ให้เถ้าแก่เหอลงลายมือชื่อไว้ในสัญญา เถ้าแก่เหอมีสีหน้ายินดีอย่างยิ่งเขากลับบ้านไปพร้อมกับเงินและสัญญาฉบับนั้น
“ดีมากท่านพ่อ”เหอเจียอีพยักหน้าชมเชย
“คุณหนูขอรับท่านจะทำให้ข้าน้อยหัวใจวาย โทษฐานหลอกลวงท่านแม่ทัพ ประหารเลยทีเดียวนะขอรับ”พ่อบ้านเหอที่โดนบังคับให้สวมบทบาทเถ้าแก่เพิงขายอาหารถึงกับเหงื่อตกแม้ช่วงวัยรุ่นเขาจะเคยเลือดร้อนชิงไถ่ตัวแม่นางหงผู้โด่งดังจากหอคณิกาตัดหน้าคุณชายตระกูลพานจนถูกอีกฝ่ายตามราวีแต่ยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้
“เอาเถอะน่าพ่อบ้านเหอข้าจะรับผิดชอบชีวิตน้อยๆ ของท่านเอง” คุณหนูฟ่านที่ปลอมแปลงชื่อเป็นเหอเจียอียิ้มขำๆ “ท่านแม่ล่ะ ท่านคิดว่ายังไง?”
ภรรยาของเถ้าแก่เหออดีตหญิงแม่นางหงจางลี่แห่งหอเทียบจันทราหันไปปลอบสามี “ท่านพี่ท่านต้องเชื่อใจคุณหนู ข้าว่า ครั้งนี้ คุณหนูต้องทำสำเร็จ”
“มาถึงขั้นนี้เราต้องขยายร้านให้ใหญ่โตอีกหน่อยพอจะต้อนรับบรรดาคุณชายจากเมืองพยัคฆ์เหินให้มาแสดงงิ้วช่วยข้า”
“พี่เจียอี ท่านช่างยอดเยี่ยม”จินหงเซ่อบ่าวรับใช้ประจำตัวฟ่านซิ่วอิงค้อมคำนับล้อเลียน
“เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว น้องหงเซ่อ” เหอเจียอีหัวเราะร่วน“หากไม่ได้เจ้าคอยเป็นลูกมือทำอาหารช่วยข้า เห็นทีข้าคงลุกไม่ขึ้นไปหลายวันเราขายดีขนาดนี้ คงต้องเพิ่มคนงานในครัว” ทุกวันนาง ภรรยาพ่อบ้าน และจินหงเซ่อต้องช่วยกันทำอาหาร หลังเที่ยงจึงปิดร้านค้าที่ไม่เปิดขายเยอะเพราะเป้าหมายมีเพียงท่านแม่ทัพเท่านั้นเมื่อเปิดได้สิบกว่าวันชื่อเสียงของร้านก็ทำให้เขาต้องเข้ามา นับได้ว่าเป้าหมายบรรลุแล้วแต่เมื่อคำนวณรายได้กลับเห็นโอกาสในการทำเงิน นางจึงตั้งใจจะดำเนินการตามแผนเดิมและเพิ่มแผนใหม่คือ การหาเงินจากร้านอาหาร
ที่ดินหน้าค่ายบริเวณนี้ฟ่านซิ่วอิงให้พ่อบ้านเหอซื้อไว้ นางสร้างเพียงเพิงพักเล็กๆเพื่อให้ดูเป็นครอบครัวที่เพิ่งมาตั้งรกราก เมื่อได้กู้เงินจากหมิงจิ้นเหอนางจึงลงมือก่อสร้างร้านที่ใหญ่และโอ่อ่ากว่าเดิม
‘ข้าคงต้องเสาะหาคนมากระตุ้นท่านสักหน่อยแล้วจวิ้นอ๋อง’
------------------------------------------------------------------