ตอนที่ 12 พี่เสิ่นพบเื่ไม่ยุติธรรม (1)
หลังจากรถวิ่งเต็มสูบด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อใกล้ถึงสวนสนุกก็ชะลอความเร็วลง ความเร็วที่ถึงอกถึงใจแบบนี้ทำให้เสิ่นซีโหลวเืพลุ่งพล่าน อยากมีไว้ในสักคันจริงๆ!
แต่รถแบบนี้จำกัดจำนวนวางขายในเอเชียไว้ห้าสิบคัน ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ที่สำคัญคือเขาไม่มีเงิน!
เมื่อจอดรถไว้ในลานจอด VIP ของสวนสนุกแล้ว ทั้งคู่ก็ลงจากรถ เสิ่นซีโหลวหยิบแมสก์ที่เตรียมไว้ออกมาสวมปกปิดทั้งหน้า เผยแค่ดวงตาคู่หนึ่ง
กู้อู๋เหยียนที่อยู่ข้างๆ มองการกระทำนี้ของเขาก็พลันนึกถึงฉากที่พบบรรดาแฟนคลับของอีกฝ่ายที่มารอรับในสนามบินวันนั้น ต่อให้ปกปิดมิดชิดขนาดนี้ ดวงตาที่เหมือนดอกท้อเป็ประกายคู่นั้นก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อย
หวังแค่อย่ามีคนจำเขาได้ก็พอ ไม่เช่นนั้นสวนสนุกก็จะถูกขวางไว้อย่างแ่า แม้แต่น้ำก็เล็ดลอดเข้าไปไม่ได้
ระหว่างที่ทั้งคู่เดินเคียงข้างไปยังจุดตรวจบัตร VIP ด้วยรูปร่างอันสูงโดดเด่น ประกอบกับเครื่องหน้าหล่อเหลา ทำให้สายตาผู้คนส่วนมากจับจ้องไปยังกู้อู๋เหยียน สายตาอยากรู้อยากเห็นแบบนี้ทำให้เขาไม่สบายตัวเป็อย่างยิ่ง
เสิ่นซีโหลวที่อยู่อีกด้านเอ่ยแซว “กู้อู๋เหยียน เสน่ห์คุณใช่ย่อยเลยนะ!”
ขณะพูดก็บุ้ยปากไปด้วย “คุณดูผู้หญิงข้างหน้าที่อยู่เฉียงไปด้านนั้นสิ แทบจะชนราวอยู่แล้ว ยังไม่ยอมละสายตาจากคุณเลย”
คำหยอกล้อเล่นนี้ไม่ได้ทำให้กู้อู๋เหยียนผ่อนคลายลง “คุณยังมีแมสก์อีกไหม”
พอเห็นเขาส่ายหน้า กู้อู๋เหยียนก็พูดขึ้นในใจ ‘ถ้ารู้แบบนี้เตรียมแมสก์มาสักชิ้นแล้ว หน้าตาดีนี่ลำบากจริงๆ!’
ถ้าเสิ่นซีโหลวรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ คาดว่าคงอยากกลอกตาใส่เขาแล้ว
ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว คงต้องเป็ไปตามนี้แล้วละ
หลังจากทั้งคู่ผ่านจุดตรวจบัตรเข้าไป เสิ่นซีโหลวก็หยิบแผนที่สวนสนุกฉบับหนึ่งมาจากตรงเคาน์เตอร์ กู้อู๋เหยียนที่เข้าสังคมน้อยมาก ไม่คุ้นเคยกับทุกสิ่งที่นี่ จึงเดินฝ่าฝูงชนตามเสิ่นซีโหลวไปอย่างไม่อิดออด
เพราะเป็วันหยุดสุดสัปดาห์ คนในสวนสนุกเลยมากเป็พิเศษ มีพ่อแม่พาเด็กๆ มา แถมยังมีคู่รักนัดเดตกันที่นี่ด้วยเช่นกัน ใบหน้าทุกคนประดับด้วยรอยยิ้ม เหล่าสตาฟที่สวมชุดมาสคอตให้ความร่วมมือในการถ่ายรูปกับบรรดาลูกค้าที่มาเที่ยวเป็อย่างดี
ในที่สุดก็มาถึงโซนรถไฟเหาะตีลังกาอันรวดเร็วสุดขีดที่เสิ่นซีโหลวชอบที่สุด เขาหมุนตัวไปมองกู้อู๋เหยียนด้านหลัง ความตื่นเต้นบนใบหน้าถ่ายทอดออกมาในคำพูดและท่าทางของเขา
“โปรแกรมแรก พวกเราเล่นรถไฟเหาะก่อนก็แล้วกัน ทั้งเร้าใจและคลายเครียดดี เมื่อก่อนเวลาผมมีอะไรไม่สบายใจหรือกดดันเื่งานมากๆ ก็จะมานั่งรถไฟเหาะ ตอนที่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นสุดๆ ก็จะผ่อนคลายไปทั้งตัว”
อันที่จริงกู้อู๋เหยียนไม่มีความคิดเห็นอะไร เมื่ออีกฝ่ายอยากนั่ง เขาก็จะนั่งเป็เพื่อน!
บัตรของทั้งคู่เป็บัตร VIP เลยไม่ต้องต่อแถว พอมาถึง สตาฟก็จัดให้พวกเขาขึ้นนั่ง หลังจากสตาฟตรวจสอบว่าพวกเขารัดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยดีแล้ว ก็ทำมือเป็สัญลักษณ์โอเคให้ทางห้องควบคุม แล้วรถไฟก็พุ่งฉิวไปราวกับะุออกจากลำกล้อง
ดูเหมือนกู้อู๋เหยียนนั้นคิดไม่ถึงว่ารถไฟเหาะจะเร็วผาดโผนขนาดนี้ ความรู้สึกที่อยู่ในสภาพไร้น้ำหนักตอนม้วนตัวกลางอากาศและทิ้งดิ่งลงด้านล่างด้วยความเร็วสุดขีด ทำให้เขาหวนนึกถึงความรู้สึกอับจนหนทางที่ทั้งท้อแท้และสิ้นหวังตอนอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช ความรู้สึกขาดอากาศหายใจที่ไม่มีใครให้ร้องทุกข์ได้
โชคดีที่ใช้เวลาบนรถไฟเหาะไม่นาน หลังจากสองนาทีก็กลับมาที่เดิม
เสิ่นซีโหลวลงมาอย่างกระปรี้กระเปร่า ขณะที่จะถามกู้อู๋เหยียนว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง พอเอียงหน้ามองเขาก็ต้องใ
กู้อู๋เหยียนในตอนนี้หน้าซีดขาว ปากเขียวคล้ำ เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามหน้าผาก เม็ดเหงื่อตรงลำคอหยดย้อยลงมาถึงอก ดูเหมือนเขาจะไม่สบาย
หลังจากประคองเขามาถึงบริเวณพักผ่อนด้านข้าง เสิ่นซีโหลวก็ไปซื้อน้ำมาขวดหนึ่งส่งให้กู้อู๋เหยียน พลางมองเขาที่ใจนคุมสติไม่อยู่ ‘นึกไม่ถึงว่ารถไฟเหาะตีลังกาจะเป็จุดอ่อนสำคัญของคุณนะ!’
กู้อู๋เหยียนล้วงกล่องเล็กๆ ที่พกติดตัว หยิบบางสิ่งสีเขียวเม็ดหนึ่งกลืนลงไป ใบหน้ายังคงซีดขาว แต่ริมฝีปากเริ่มกลับมามีเืฝาดตามปกติ ตัวเขาดูเหมือนกระเบื้องเคลือบสีขาวที่แตกหักได้ง่าย
เสิ่นซีโหลวจ้องั์ตาดำบอบบางของเขา ความรู้สึกผิดในใจพลันเพิ่มขึ้น เขานั่งอยู่ข้างๆ พลางลูบหลังอีกฝ่าย หวังจะทำให้เ้าตัวสบายขึ้นบ้าง
“ขอโทษนะ ผมไม่รู้ว่าคุณกลัวรถไฟเหาะขนาดนี้”
ตอนนี้กู้อู๋เหยียนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอ่อนแรงเล็กน้อย “ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก ผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองนั่งเครื่องเล่นนี้ไม่ได้!”
อยู่ๆ เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา “เอ๊ะ...นี่ใช่พี่ใหญ่ขี้เอาเปรียบหรือเปล่า”
กู้อู๋เหยียนได้ยินเสียงนั้นพลันขมวดคิ้ว โลกช่างกลมซะจริง สถานที่แบบนี้ยังสามารถพบกู้ซิวหรานได้
เสิ่นซีโหลวเงยหน้าตามเสียงนั้นก็เห็นเด็กสาวราวสิบแปดสิบเก้าปีเดินควงเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกู้อู๋เหยียนเล็กน้อยเข้ามา
กู้อู๋เหยียนไม่ได้สนใจเขา กู้ซิวหรานเอ่ยด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีก “พี่ไม่อยู่บริษัท วิ่งโร่มาทำอะไรที่นี่ ระวังผมจะฟ้องพ่อว่าบกพร่องในหน้าที่นะ” เมื่อสองวันก่อนที่ลุงหวังบอกว่าจะมอบหวนอวี๋ให้กู้อู๋เหยียนอย่างไม่นึกไม่ฝัน ทำให้เขาโมโหมากจริงๆ เมื่อก่อนตอนที่หวังรุ่ยอยู่ ยังสามารถรับค่าน้ำร้อนน้ำชาจากเขาได้บ่อยๆ ตอนนี้พอพี่ใหญ่ขี้เอาเปรียบได้ขึ้นตำแหน่ง เกรงว่าจะไม่มีเื่ดีงามแบบนี้อีกแล้ว