“คุณหนูเ้าคะ จะได้เวลาอาหารเช้าแล้วนะเ้าคะ"
"ปกติคุณหนูไม่เคยจะตื่นสายนี่นา มี่ถง”
“นั่นสิมี่อิง เ้าเขาไปดูหน่อยคุณหนูไม่สบายหรือไม่?”
ขวัญชีวาตื่นั้แ่แรกแล้วแต่ยังงุนงงกับสิ่งรอบตัวอยู่ พยายามรวบรวมความคิดว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วทำไมภาษาที่ทุกคนพูดเธอถึงฟังเข้าใจทุกอย่าง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะพูดได้หรือเปล่าจึงคอยมองดูผู้หญิงสองคนที่อายุไม่น่าจะเกิน15-16ปีคอยลูบเนื้อลูบตัวเธออยู่ ขวัญชีวากระพริบตาปริบปริบมองหน้าคนที่ถูกเรียกว่ามี่อิงนิ่ง หรือว่าทุกอย่างมันแค่ความฝันเท่านั้น
“คุณหนูชิงเยว่เ้าคะ ทำไมมองบ่าวแบบนี้เ้าคะ ลุกมาอาบน้ำเถิดเ้าค่ะฮูหยินรอคุณหนูอยู่นะเ้าคะ”
“อืม” ขวัญชีวาลุกขึ้นทำตามที่มีอิงบอกทุกอย่างจับร่างของเธอพาไปอาบน้ำ จนกระทั่งแต่งตัวจนเสร็จ ตอนนี้ขวัญชีวารู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของเธอ รูปร่างเด็กคนนี้น่าจะประมาณ13-14ปี แต่ไม่เห็นหน้าชัดนัก เดาเอาว่าร่างนี้น่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เสียชีวิตอย่างไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน เท่าที่แอบหลอกถามทั้งสองคนจึงได้รู้ว่าร่างนี้ชื่อ'หว่านชิงเยว่'บุตรสาวคนเดียวของรองเสนาบดีขั้น3 ตำแหน่งไม่สูงมากครอบครัวนี้เป็เพียงครอบครัวเล็กๆ เท่านั้น
มารดาของร่างนี้ 'หลี่ฟางหรู' อดีตเคยเป็คุณหนูตระกูลใหญ่แต่มาหลงรักจอหงวนกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตหลังจากที่สอบจอหงวนได้ จนถูกที่บ้านตัดขาด
ท่านพ่อของร่างนี้ชื่อ 'หว่านชิงไฉ'ขยันพากเพียรไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตามีความพยายามจนไต่เต้าจากจอหงวนไปเป็รองเสนาบดีขั้นสามได้ เขารักหลี่ฟางหรูมากและเห็นแก่ความรักความเสียสละของมารดาของร่างนี้ จึงไม่ยอมมีฮูหยินรองเพื่ออำนาจของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะมีบุตรสาวแค่คนเดียวคือหว่านชิงเยว่โดยที่ไม่มีบุตรชายสืบสกุลเลยก็ตาม
ขวัญชีวาเดินตามบ่าวที่ชื่อมี่อิงกับมี่ถงดออกมาด้านนอกห้องกวาดสายตามองสิ่งรอบตัวเบื้องหน้า
บรรยากาศทุกอย่างบ่งบอกว่านี้คืออีกโลกนึงอย่างแน่นอนชุดจีนโบราณ บ้านเรือน ข้าวของดูแปลกตาไม่คุ้นเคยเลยสักอย่าง รอบดวงตาของขวัญชีวาร้อนผ่าวไปหมดตอนนี้ อยากจะร้องไห้มาก พอเก็บเอาไว้มากก็กลั้นเอาไว้ไม่ได้ ร้องไห้ออกมาจนบ่าวทุกคนตื่นใว่าเหตุใดคุณหนูที่ดูร่าเริงสดใสตลอดเวลาถึงต้องโศกเศร้าถึงเพียงนี้
จนกระทั่งมีอ้อมกอดอันอบอุ่น แล้วก็มีมือมาโอบกอดลูบหลังไปมาพร้อมน้ำเสียงที่อ่อนโยนทำให้ขวัญชีวาดีขึ้นจนสงบใจลงได้ เธอมองไปที่คนกำลังปลอบใจเธออยู่ ใบหน้าอ่อนหวานแต่แววตาวิตกกังวลตรงหน้า ทำให้ขวัญชีวาเดาได้ไม่ยากว่าเป็ใครคงเป็มารดาของหว่านชิงเยว่แน่นอน ขวัญชีวาลอบสำรวจเห็นเป็ผู้หญิงอายุไม่น่าจะเกิน30นิดๆ ดูยังเด็กเกินกว่าจะเป็แม่คน แต่ก็นะเท่าที่รู้มาคนสมัยก่อนมักจะแต่งงานเร็ว ต้องพูดว่าแม่ของร่างนี้สวยมากเหมือนดาราปัจจุบันเลยผิวพรรณก็ดีมาก
“เ้าเป็อะไรเยว่เอ๋อร์ บอกแม่ได้หรือไม่? อย่าร้องไห้เลยนะลูกแม่ใจคอไม่ดี”
“เกิดเื่อะไรขึ้นน้องหญิง” หว่านชิงไฉเห็นฮูหยินกับบุตรสาวลงไปนั่งอยู่ตรงพื้นเย็นๆ ก็ใครั้นมองไปที่บุตรสาวก็เห็นนางร่ำไห้สะอึกสะอื้น
“ท่านพี่ข้าเองก็ไม่รู้เ้าค่ะอยู่ๆ นางก็ร้องไห้ขึ้นมาข้าถามนางก็ไม่ยอมบอก”
“ใครทำอะไรลูกข้า มี่อิง มี่ถง?”
เสียงตวาดของนายท่านทำให้บ่าวใกลัวเพราะที่ผ่านมานายท่านจะเป็คนพูดน้อยไม่เคยเห็นที่จะไม่พอใจใครเลย ตอนนี้พวกนางทำตัวแทบไม่ถูก ตอนเช้าถึงคุณหนูจะไม่ค่อยพูดอะไรแต่ก็ไม่มีเื่ราวอะไรที่จะทำให้คุณหนูไม่พอใจได้เลย
“บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ ตอนเช้าคุณหนูยังดีอยู่เลยแต่เหตุใดถึงร้องไห้บ่าวไม่รู้จริงๆ เ้าค่ะ”
“แล้วอยู่ๆ ลูกข้าจะร้องไห้ได้อย่างไร?”
หว่านชิงไฉ ปกติทั่วไปที่คนอื่นเห็นจะเป็คนใจเย็นสุขุมนุ่มลึกไฉนเลยจะเปลี่ยนเป็แบบนี้ได้
“ละลูกไม่เป็ไรเ้าคะลูกเพียงแค่ปวดหัวเท่านั้นเองจึงได้ร้องไห้ขึ้นมา ทะท่านพ่ออย่าโกรธไปเลยเ้าคะ”
ขวัญชีวารีบพูดขึ้นมาก่อนที่เื่ราวจะใหญ่โตสงสารบ่าวทั้งสองที่มีสีหน้าหวาดกลัวก็รู้สึกผิดมากที่ไม่เก็บอารมณ์ตัวเองให้ดี มองไปที่ชายคนที่นางเรียกท่านพ่อ อายุราวๆ 34-35ปี ผิวขาวดูท่าทางเหมือนไม่ใช่คนที่ต้องออกแรงทำงานหนักตำแหน่งงานของท่านพ่อร่างนี้คงอยู่แต่ในวังซินะ
“เรียกหมอมาตรวจหน่อยดีไหม? เยว่เอ๋อร์ เ้าปวดจนร้องไห้ขนาดนี้อาการคงจะหนักหนามาก”
“นั้นสิท่านพี่ ให้คนไปตามหมอมาตรวจสักหน่อยเถิดไม่งั้นข้าคงไม่สบายใจ”
ใต้เท้าหว่านหันไปสั่งบ่าวไปเชิญหมอมาตรวจหว่านชิงเยว่ก่อนจะช่วยพยุงนางลุกขึ้นไปนั่งกินอาหารเช้าที่โต๊ะกินข้าว ฮูหยินรีบเข้าไปประคองบุตรสาวมานั่งข้างๆ ตนสีหน้าของนางยังมีความวิตกกังวลหลงเหลืออยู่
“ท่านแม่ข้าไม่เป็อะไรแล้วทานข้าวกันเถิดเ้าคะ” ขวัญชีวารีบหาทางเปลี่ยนเื่ตอนนี่ต้องแก้ไขสถานการณ์ก่อน พยายามพูดให้เป็ธรรมชาติมากที่สุด หากทุกคนรู้ว่าเธอไม่ใช่หว่านชิงเยว่ตัวจริง คงไม่พ้นถูกจับถ่วงน้ำเป็แน่ ตอนนี้ยังหาเหตุผลที่ทำให้มาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ยังไงก็คงต้องตามน้ำไปก่อน
“ท่านพี่เหตุใดท่านกลับมาอีกเ้าคะ? เห็นเมื่อเช้าท่านบอกว่าจะรีบไปเตรียมงานต้อนรับองค์รัชทายาทนี่เ้าคะทำไมถึงได้กลับมาเร็ว”
“เดี๋ยวพี่ก็ต้องกลับไปอีกฝ่าาทรงรับสั่งมาเองงานนี้ต้องให้ยิ่งใหญ่ให้สมกับชัยชนะของแคว้นหยาง องค์รัชทายาทหยางิหลงมีความชอบมากมายนัก ทรงเสียสละพระองค์ไปสู้รบเพื่อบ้านเมืองยาวนานเกือบ6ปีถึงได้กลับมาเมืองหลวงสมกับที่พระองค์เคยลั่นวาจาเอาไว้หากไม่ชนะศัตรูก็จะไม่กลับมา”
แววตาใต้เท้าหว่านตอนนี้มีแต่ความชื่นชมในตัวขององค์รัชทายาทนัก
“ทรงเด็ดขาดนัก ข้าได้ยินมาว่างานชมดอกเหมยปีนี้จะจัดการประกวดยอดบุบผางามเพื่อหาพระชายาให้องค์รัชทายาทด้วยนะเ้าคะ”
“ปีนี้คงไม่พ้นคุณหนูใหญ่ตระกูลหวังเป็แน่ นางทั้งงดงามและเพียบพร้อมขนาดนั้น”
“มิใช่ว่ารับสั่งฮองเฮาบอกว่าบุตรสาวฮูหยินเอกของข้าราชบริพารทุกคนหรอกหรือที่ต้องเข้าร่วมทำไมถึงมีแค่บุตรสาวของแม่ทัพหวังล่ะที่มีสิทธิ์เป็”
“มันก็ใช่เ้าค่ะ แต่ใครจะกล้าไปแย่งชิงตำแหน่งนั่นกันเ้าคะ หากตำแหน่งและอำนาจไม่มากพอหรือเทียบเท่ากับท่านแม่ทัพหวังใครหรือจะไปสู้นางได้”
ฮูหยินหว่านกล่าวโดยไม่ได้คิดอะไรถึงนางจะเป็ถึงอดีตนางงามยอดบุบผาถึงสามปีซ้อนก่อนจะหลงรักจอหงวนหนุ่มคนนี้
“เยว่เอ๋อร์ ไม่ต้องกังวลไปทำเท่าที่ทำได้อย่าได้คิดมากเ้ายังเด็กนางคงไม่มองเ้าเป็คู่แข่งหรอก”
“ท่านแม่เ้าคะบุตรีท่านแม่ทัพชื่ออะไรเ้าค่ะ”
“ชื่อหวังลี่เลี่ยนไงลูก ใยเ้าถึงจำไม่ได้เสียแล้วล่ะ”
ชัดเลย! ขวัญชีวาใจกระตุกั้แ่ชื่อรัชทายาทหยางิหลงแล้ว ไหนจะงานชมดอกเหมย ประกวดบุบผางาม สุดท้ายหวังลี่เลี่ยน
นั่นหมายความว่าเธอหลุดเข้ามาเป็หนึ่งในตัวประกอบในนิยายเื่ ใต้เงาของจันทราหรือ? ขวัญชีวาตอนนี้หูดับไปแล้ว ใจลอยจนไม่ได้รับฟังเื่ราวอะไรอีก ครั้นพอได้ยินเสียงเรียกของหลี่ฟางหรูจึงเอ่ยขอตัวไปพักผ่อนอ้างว่าปวดหัวมากจะไปรอท่านหมอที่เรือนของนาง