สลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 49 ขู่ข้าหรือ?

            หนิงผิงและนายท่านใหญ่สกุลจ้าว ทั้งยังมีผู้ติดตามของนายท่านใหญ่ ท่านหมอ และบ่าวรับใช้ในจวนอีกจำนวนหนึ่งยืนอยู่หน้าเรือนพักของจ้าวฉิน ยังไม่ทันที่ทุกคนจะเดินเข้าไปด้านใน เสียงที่ดังออกมากลับฉุดให้พวกเขายืนอยู่กับที่อย่างทำอะไรไม่ถูก นั่นไม่ใช่เสียงคำรามอย่างมีความสุขของชายหญิงที่กำลังแนบชิดกันอยู่หรอกหรือ

            นายท่านใหญ่สกุลจ้าวหน้าครึ้มขึ้นด้วยความโกรธ บุตรสาวเพียงคนเดียวกำลังทำเรื่องงามหน้าอยู่กับชายอื่นในเรือน ทั้งที่บุตรเขยยังยืนอยู่กับเขา ส่วนหนิงผิงก็แสร้งทำสีหน้าเป็นทุกข์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด เรียกความสงสารและเห็นใจจากคนในบริเวณนั้นได้อยู่ไม่น้อย

            “ลูกเขย...”

            “ท่านพ่อตารอให้พวกเขาทำธุระให้เสร็จก่อนเถิดขอรับ อย่าเพิ่งเข้าไปขัดจังหวะพวกเขาเลย จากนี้ข้ายอมรับการตัดสินใจของท่านกับฮูหยินทุกประการ” หนิงผิงพูดอย่างเจียมตัว ทำให้นายท่านใหญ่สกุลจ้าวยิ่งรู้สึกผิดต่อเขามากขึ้นไปอีก

            เสียงของความสุขในเรือนเงียบลง ผู้ติดตามคนสนิทของนายท่านใหญ่สกุลจ้าวที่กำลังจะเดินเข้าไปก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงสนทนาด้านในดังขึ้น

            “อาสง ข้าไม่อยากทนใช้ชีวิตอยู่กับไอ้คนชนบทนั่นต่อไปอีกแล้ว ข้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าอย่างเปิดเผย เมื่อก่อนเป็นข้าที่มองข้ามคนดีๆ อย่างเจ้าไป ข้าสัญญาว่าต่อไปชีวิตนี้ของข้าจะมอบความรักให้กับเจ้าเพียงคนเดียว เมื่อข้าหย่ากับหนิงผิง ตำแหน่งท่านเขยสกุลจ้าวก็จะเป็นของเจ้า”

            “อาฉิน ข้าไม่อาจเอื้อมตำแหน่งนั้นหรอก ตัวข้าเป็นเพียงแค่พ่อบ้านต่ำต้อย แค่วันนี้เจ้าหันกลับมามองที่ข้า ถึงแม้ข้าจะต้องยืนอยู่ข้างกายเจ้าอย่างไร้ตัวตนข้าก็ยินดี เวลานี้เจ้าอย่าเพิ่งหย่ากับท่านเขยเลย ยังมีคุณชายน้อยอีกคน เขายังต้องการพ่อ” พ่อบ้านสงแสร้งพูดอย่างเจียมตัว

            “ท่านเขยกับคุณชายน้อยอย่างนั้นหรือ พวกเขามีค่าอะไรให้เจ้าเรียกอย่างนั้น ข้าจะเขี่ยพวกเขาทิ้งไปเมื่อใดก็ได้ ส่วนเจ้าเด็กนั่น ในเมื่อเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ข้าก็จะเขี่ยเจ้าเด็กนั่นให้ออกไปไกลๆ เช่นกัน ต่อไปข้าจะมีบุตรให้กับเจ้า ทายาทของสกุลจ้าวจะเป็นบุตรที่เกิดจากข้ากับเจ้าเท่านั้น” 

            “เรื่องบุตรไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับข้าเลย ข้ารู้ว่าสุขภาพของเจ้าที่ย่ำแย่อยู่เวลานี้ก็เพราะเจ้าต้องคลอดบุตรชายออกมาให้กับหนิงผิง ตัวข้าไม่หวังจะให้เจ้าลำบากอย่างนั้นอีกแล้ว ขอแค่ได้อยู่เคียงคู่กับเจ้า จะมีหรือไม่มีบุตรข้าก็ไม่สนใจ ข้าอยากอยู่กับเจ้าไปจนแก่จนเฒ่าด้วยกันเท่านั้น”

            คำพูดหวานหูของพ่อบ้านสงสร้างความซาบซึ้งให้กับจ้าวฉินเป็นอย่างมาก เวลานี้นางต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อบ้านสงคนเดียวเท่านั้น แต่ด้านนอก นายท่านใหญ่สกุลจ้าวกลับหน้าดำครึ้มขึ้นอย่างสุดจะบรรยาย นึกถึงตอนนั้นที่จ้าวฉินอยากแต่งกับหนิงผิง นางก็มาพูดอ้อนวอนอย่างนี้กับเขา ตัวเขาที่ชื่นชอบในการทำงานและความเจียมตัวของหนิงผิงอยู่แล้วก็อนุญาต ถึงแม้จะรู้ว่าหนิงผิงมีครอบครัวอยู่แล้ว เขาก็ยังสนับสนุนความคิดของบุตรสาว โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะทำให้ครอบครัวของใครต้องแตกแยกด้วยซ้ำ แต่เวลานี้บุตรสาวกลับมามีความคิดเช่นนี้กับผู้ชายคนอื่นอีก และไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อบ้านสงที่มีนิสัยชอบประจบประแจงผู้คนไปทั่วเสียนี่

            หนิงผิงก็ได้แต่ยิ้มเยาะที่มุมปาก คำพูดหวานหูนี้ก็เคยซื้อเขามาแล้วครั้งหนึ่ง เวลานั้นเขาช่างหน้ามืดตามัวเสียจริง เป็นเช่นนี้ก็ดี ในเมื่อเวลานี้พ่อบ้านสงอยากจะเข้ามารับตำแหน่งท่านเขยต่อจากเขา แผนการที่เขาวางเอาไว้ก็คงไม่ต้องใช้แล้ว สู้เก็บหลักฐานเกี่ยวกับสกุลจ้าวไว้ใช้ประโยชน์ในภายหน้าจะดีกว่า

            “นังลูกไม่รักดี เจ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้ พาเจ้าชั่วคนนั้นออกมาด้วย” นายท่านใหญ่สกุลจ้าวตะโกนขึ้น

            จ้าวฉินกับพ่อบ้านสงหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ทีแรกจ้าวฉินคิดที่จะตกลงกับหนิงผิงเป็นการส่วนตัวก่อน เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนพ่อบ้านสงก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาแค่ต้องการให้ฮุ่ยเหนียงนำเรื่องนี้ไปบอกกับหนิงผิง เพื่อให้หนิงผิงมาเห็นฉากรักของตนกับจ้าวฉินเท่านั้น แล้วเหตุใดเวลานี้นายท่านใหญ่ถึงได้มาอยู่ที่นี่ด้วยเล่า

            “ท่านพ่อ! ข้าผิดไปแล้ว ท่านพ่อโปรดเห็นแก่ความรักของข้าด้วยเถอะนะเจ้าคะ ตอนนี้ข้ากับอาสงรักกัน พวกเราแยกจากกันไม่ได้ และข้าก็ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่กับหนิงผิงอีกต่อไปแล้ว” จ้าวฉินวิ่งออกมาทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย

            “นายท่านใหญ่ ข้าผิดไปแล้วขอรับ แต่ข้า...ข้ารักฮูหยินจากใจจริง ถึงแม้ท่านจะโบยข้าให้ตาย ข้าก็มิอาจหยุดรักฮูหยินได้ขอรับ” พ่อบ้านสงจับมือจ้าวฉินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นั่นเพราะพ่อบ้านสงเกิดความกลัว เขาเพียงแค่จับมือนางเอาไว้เพื่อเป็นที่พึ่งเท่านั้น แต่จ้าวฉินที่มองตามมือใหญ่นั้นกลับรับรู้ไปอีกอย่าง จ้าวฉินคิดไปไกลว่ามือแน่นที่จับอยู่นั้นเป็นเพราะพ่อบ้านสงไม่อาจปล่อยมือจากนางได้

            “อาสง เจ้าไม่ต้องกลัวนะ หากท่านพ่อจะลงโทษเจ้า ข้าก็จะรับโทษไปกับเจ้าด้วย” จ้าวฉินใช้มืออีกข้างยกขึ้นมากุมมือใหญ่ไว้ไม่ยอมปล่อยเช่นกัน “หากท่านพ่อจะลงโทษอาสง ท่านพ่อก็ลงโทษข้าไปด้วยเจ้าค่ะ”

            “ดี..ดีจริงๆ ปกป้องชู้รัก เจ้าปกป้องมันเพราะกลัวมันจะเจ็บ แต่เจ้าเคยคิดถึงหัวอกของพ่อแก่ๆ ของเจ้าคนนี้บ้างหรือไม่ว่าจะเสียใจกับการกระทำของเจ้าเพียงใด ในเมื่อเจ้าอยากรับโทษร่วมกับมัน ข้าก็จะทำตามความต้องการของเจ้า” นายท่านใหญ่สกุลจ้าวเรียกตะโกนสั่งบ่าวรับใช้ “โบยฮูหยินสิบไม้ โบยพ่อบ้านสงสามสิบไม้”

            นายท่านใหญ่สกุลจ้าวมองไปที่หนิงผิง เพราะหวังจะให้ลูกเขยเอ่ยห้าม แต่หนิงผิงกลับยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่พูดสิ่งใดออกมาสักคำ นายท่านใหญ่เริ่มถอนหายใจอย่างไม่พอใจที่หนิงผิงไม่รู้ถึงเจตนาของเขา แต่สิ่งที่ตนกล่าวออกไปแล้วก็ไม่สามารถเรียกคืนมาได้ ไม่เช่นนั้นบ่าวในบ้านจะมองตนเช่นไร เขาค่อยๆ หลับตาลงเพราะไม่อาจเห็นบุตรสาวถูกลงโทษได้

            “หยุด!” หนิงผิงตะโกนขึ้นในที่สุด “นายท่านใหญ่ ท่านไม่ต้องลงโทษนางหรอกขอรับ ความผิดครั้งนี้เป็นเพราะตัวข้าเอง” หนิงผิงเปลี่ยนคำเรียกพ่อตาอย่างไม่สนใจแล้ว

            “จะผิดที่เจ้าได้อย่างไร ต้องโทษไอ้เนรคุณนั่นถึงจะถูก เป็นแค่บ่าวในบ้านแต่หวังจะปีนขึ้นที่สูง พวกเจ้าพาฮูหยินมายืนอยู่ตรงนี้ ส่วนพ่อบ้านสงยังต้องรับโทษเหมือนเดิม” นายท่านใหญ่ยังหันไปสั่งให้คนลงโทษพ่อบ้านสงต่อ แต่ในใจเวลานี้กลับผ่อนคลายลงไปมาก เพราะดูเหมือนลูกเขยคงจะให้อภัยลูกสาวของตนแล้ว อย่างนี้ก็กล่อมได้ไม่ยาก แค่ยกทรัพย์สินปลอบใจนิดหน่อย ลูกเขยก็คงจะพอใจแล้ว

            บ่าวรับใช้โบยพ่อบ้านสงไปได้ยี่สิบไม้ก็ต้องหยุดมือ เพราะพ่อบ้านสงเวลานี้ได้หมดสติไปแล้ว จ้าวฉินรีบวิ่งเข้าไปดูอาการและร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจใคร “หนิงผิง! ในเมื่อข้าไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าแล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังให้คนลงมือกับอาสงอีก เจ้าอยากเห็นเขาตายใช่หรือไม่เจ้าถึงจะพอใจ ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้ ไม่ว่าเจ้าอยากจะรั้งข้าไว้เพียงใด ข้าก็จะไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าอีก และลูกชายของเจ้า ข้าก็ไม่ต้องการ ข้ามันยังอยู่ในบ้าน ข้าจะจับมันกดน้ำให้ตาย”

            “นายท่านใหญ่ได้ยินแล้วใช่หรือไม่ขอรับ ข้ายินดีหย่าให้กับนาง ตัวข้าไม่ต้องการทรัพย์สมบัติใด ข้าต้องการแค่เฉิงเอ๋อคนเดียวเท่านั้น” 

            “ไม่ได้! หลานชายของข้า ข้าไม่ยอมยกเขาให้กับเจ้า เขาเป็นคุณชายน้อยของสกุลจ้าว” นายท่านใหญ่ตะโกนค้าน

            “ก่อนหน้านี้ ท่านพยายามถามข้ามาตลอดว่าเพราะเหตุใดข้าถึงให้เฉิงเอ๋อใช้แซ่หนิงไม่ใช้แซ่จ้าว เวลานั้นข้าแค่คิดว่าจะรอให้เฉิงเอ๋ออายุครบสามขวบเสียก่อน ถึงตอนนั้นเฉิงเอ๋อก็คงโตพอและนายท่านใหญ่คงจะมองเห็นพรสวรรค์ของเขาแล้ว จากนั้นข้าถึงจะให้เขาเปลี่ยนมาใช้แซ่จ้าว เพราะข้าคำนึงถึงพวกท่าน ไม่อยากให้พวกท่านต้องมารับเลี้ยงเขา เพียงเพราะเห็นเขาเป็นบุตรชาย ข้าอยากให้พวกท่านเห็นความสามารถของเขาด้วยตาเสียก่อน แต่ข้ากลับไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจครั้งนั้นจะเป็นเรื่องดีสำหรับเฉิงเอ๋อ เพราะหลังจากนี้ หากข้าหย่ากับจ้าวฉิน ข้าก็จะไม่ต้องลำบากนำชื่อเขาออกจากสำมะโนครัวของสกุลจ้าวให้เสียเวลา”

            นายท่านใหญ่ถึงกับพูดไม่ออก เพราะฟังดูเหตุผลของหนิงผิงก็เท่ากับว่าเวลานั้นเขาคิดแทนตนเองและสกุลจ้าว แต่หลานชายที่เขาเฝ้ารอมาแสนนานกำลังจะถูกพรากไป เขาจะยอมได้อย่างไร “ถึงเขาจะเป็นคนไม่เอาไหนหรือไม่มีพรสวรรค์ใดติดตัว ข้าก็จะเลี้ยงดูเขาอย่างดี เจ้าอยากจะหย่าเจ้าก็หย่าไป แต่เจ้าจะเอาตัวเฉิงเอ๋อไปกับเจ้าด้วยไม่ได้”

            “เช่นนั้น...ข้าคงต้องพึ่งทางการให้ช่วยข้าตัดสินใจแล้ว และเรื่องของจ้าวฉินกับพ่อบ้านสงก็คงจะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป” 

            “เจ้าขู่ข้าหรือ!” นายท่านใหญ่สกุลจ้าวตะโกนขึ้น 

            “ท่านพ่อ...ท่านพ่อยอมเขาไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าสัญญาว่าข้ากับอาสงจะมีหลานชายตัวน้อยให้ท่านอีกหลายๆ คน แต่หากท่านพ่อไม่ยินยอม ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าเด็กนั่นไป ข้ามีอีกร้อยแปดวิธีที่จะกำจัดเขา ท่านพ่อก็รู้ว่าข้าทำได้จริงอย่างที่พูด” จ้าวฉินพูดจาหนักแน่น และแววตาก็เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย 

            นายท่านใหญ่ที่เวลานี้เต็มไปด้วยความโกรธ โกรธที่หนิงผิงกล้าเอาเรื่องของจ้าวฉินกับพ่อบ้านสงมาขู่เขา อีกทั้งยังโกรธจ้าวฉินที่กล้าเอาชีวิตหลานชายมาขู่เขาอีก

            “อาฉิน พ่อยอมให้เจ้าหย่า แต่พ่อก็จะไม่ยอมให้พ่อบ้านสงรั้งอยู่ในตำแหน่งท่านเขย พ่ออนุญาตให้เขาใช้ชีวิตอยู่ข้างกายเจ้าเงียบๆ เท่านั้น” นายท่านใหญ่หันไปมองหนิงผิง “ในเมื่อเจ้าอยากได้ตัวเฉิงเอ๋อ ข้าก็จะไม่ห้าม แต่ครอบครัวเดิมของเจ้า ข้าก็จะไม่ปล่อยไปเช่นกัน หนิงผิง...เจ้าอย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าคนที่ส่งข้าวไปขายให้กับสกุลว่านคือลูกเขยใหญ่ของเจ้า”

    คล้ายกับเรื่องสลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน